[สกิล ‘ดูดซับขั้นต้น’ ทำงาน]
“เอ๋!?! เอ๋! อะไรน่ะ!?!” อาร์เทมีสร้องตอนที่จู่ ๆ รูปร่างโปร่งแสงใหญ่มหึมาของมังกรทมิฬปรากฏขึ้น “เฮ้ย! มันจะไม่เกิดใหม่เร็วไปหน่อยเรอะ! ปกติมอนสเตอร์ระดับนี้กว่าจะเกิดใหม่ก็เป็นอาทิต-”
มันไม่ได้เกิดใหม่ แต่เป็นเพียงร่างเงาเท่านั้น และร่างนั้นก็ถูกดึงเข้ามายังตัวดาบ ใบดาบเปล่งแสงสีแดงขึ้นมาแวบหนึ่งระหว่างที่ภาพมังกรบิดเบี้ยวแล้วจมหายลงไป ก่อนดับวูบลงในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา
[ดาบเกล็ดมังกรเลื่อนระดับ เรียนรู้สกิลใหม่]
[ชุดคลุมหนังมังกร เรียนรู้สกิลใหม่]
[เดรสปุยฝ้าย เรียนรู้สกิลใหม่]
[ดาบเกล็ดมังกรระดับกลาง สกิล ‘ติดพิษ’ สกิล ‘เพลิงพิโรธ’]
[ชุดคลุมหนังมังกรระดับต้น สกิล ‘ต้านพิษ’ สกิล ‘ปลอมแปลง’]
[เดรสปุยฝ้าย สกิล ‘ต้านเวทมนตร์’ สกิล ‘กันกระแทก’]
[เรียนรู้ สกิล ‘เคาน์เตอร์ขั้นต้น’]
“โอ๊ะ เข้าใจละ สกิลดูดซับก็คือการดึงเอาพลังของมอนเตอร์ที่เคยกำจัดไปแล้วมาเพิ่มความสามารถให้ตัวผู้เล่นเองแล้วก็อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้นี่เอง” เทพีพยักหน้าหงึก ๆ “ไหนขอลองหน่อยซิ [เพลิงพิโรธ]”
เธอเหวี่ยงดาบ จากนั้นลูกไฟสีส้มขนาดเท่าลูกวอลเลย์บอลลูกหนึ่งก็ลอยไปตกอีกฟากของถ้ำ เป็นอานุภาพที่น่าประทับใจทีเดียว กระนั้นอาร์เทมีสก็ยังไม่มั่นใจนักว่ามันจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน สกิลจำนวนมากในเกมนี้มักมีกราฟฟิกอลังการแต่เอาเข้าจริงกลับสร้างความเสียดายได้ไม่เท่ากับหน้าตา เพราะงั้นการหลีกเลี่ยงไม่ไปเสี่ยงอันตรายก็เป็นความคิดที่ดีที่สุดในตอนนี้
“แค่ใช้ป้องกันตัวได้ก็พอแล้ว” เธอว่าพลางเสียบดาบคืนฝักใต้ผ้าคลุมด้านหลัง ผ้าคลุมนี้เหมือนจะมีการทำงานบางอย่างที่สามารถซ่อนการมีอยู่ของดาบได้ อย่างตอนนี้ไง ไม่ว่าเธอจะเอียงฝักดาบแค่ไหน ส่วนปลายอีกด้านก็ไม่นูนผ่านผ้าคลุมขึ้นมาเลย
แล้วอาร์เทมีสก็เริ่มต้นลงมือ ‘กอบโกย’ สมบัติล้ำค่าภายในถ้ำด้วยสีหน้าละโมบเต็มที่
1
“ดูเหมือนจะเริ่มกลับมามีความเป็นเทพีบ้างแล้วสินะ” ซูสพูด ...โดยพยายามไม่สนใจกับท่าที ‘โจรป่าเจอเหยื่อเศรษฐี’ ของลูกสาวตน
“เช่นนั้นท่านพ่อจะยกโทษให้เธอใช่ไหมครับ” อะพอลโลเอ่ยอย่างยินดี
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” มหาเทพว่าต่อ “อาร์เทมีสต้องพิสูจน์ตัวว่ามีค่าพอจะยืนเป็นหนึ่งท่ามกลางพวกเราอีกครั้งให้ได้เสียก่อน”
“พิสูจน์ตัวเอง? อย่างไรหรือครับ”
“ขึ้นปกครองโลกนั้นให้ได้” ซูสตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหลับตาลง สีหน้าเฉยเมยแฝงความเหน็ดเหนื่อย “เจ้าก็รู้ว่าข้าได้ยึดเอาความเป็นเทพีกับพลังส่วนใหญ่ของอาร์ตี้เอาไว้ พูดง่าย ๆ คือเธอไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ธรรมดา เพียงแต่ที่แตกต่างจากผู้เล่นทั่วไปก็คือ น้องสาวของเจ้าจะกลับออกมาไม่ได้หากไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ นั่นเป็นเงื่อนไขของข้า”
อะพอลโลครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ถ้างั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าอาร์ตี้อาจติดอยู่ในเกมนั้นไปตลอดกาล”
“ไม่ใช่อย่างนั้น” ซูสว่า “ที่นั่นน้องสาวของเจ้าสามารถตายได้ ตายจริง ๆ เฉกเช่นมนุษย์และไปต่อไม่ต่างจากมนุษย์”
“แต่ว่าก่อนหน้านี้ที่เธอถูกฆ่า...”
“ไม่ใช่จากมอนสเตอร์หรือผู้เล่นทั่วไป” ซูสว่า “แต่จากตัวละครตัวหนึ่ง มีตัวละครอยู่ตัวหนึ่งในเกมที่สามารถสังหารอาร์ตี้ได้ และหากเธอตายด้วยน้ำมือของตัวละครนั้น เธอจะไม่สามารถกลับมาเป็นเทพีได้อีก”
“ท่านได้ปรึกษาท่านแม่เรื่องนี้แล้วหรือยัง” อะพอลโลถามเสียงเย็น บรรยากาศที่เคยเย็นสบายกลับกลายเป็นร้อนระอุแบบสามารถละลายตึกรามบ้านช่องของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
“แน่นอนว่านี่เป็นความเห็นของแม่เจ้าเช่นเดียวกัน” ซูสตอบเสียงแข็งพอกัน ทว่าที่อีกฝ่ายไม่รู้ก็คือ ฝ่ามือของมหาเทพนั้นชุ่มเหงื่อ ด้วยกลัวว่าถ้าเฮร่ากับลีโตเกิดล่วงรู้ถึงการลงทัณฑ์ครั้งนี้เข้า ชะตากรรมของเขาจะซวยเพียงใดกันหนอ
2
‘รุ่งอรุณแห่งผู้กล้า’ เป็นเกมออนไลน์เล่นตามบทบาทหรือ Massive Multiplayer Online Role-Playing Game เรียกย่อ ๆ ว่า MMORPG ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในตอนปลายศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด โดยเป็นการเล่นผ่านอุปกรณ์เชื่อมประสาทของผู้เล่นกับระบบเครือข่าย พูดง่าย ๆ ก็คือผู้เล่นในโลกความจริงสามารถส่งจิตใจตัวเองเข้าไปรับประสบการณ์สมจริงในเกมได้นั่นเอง
เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ ‘รุ่งอรุณแห่งผู้กล้า’ โด่งดังเป็นพลุแตกตั้งแต่วางจำหน่ายเพียงชั่วโมงเดียวก็คือรูปแบบเกมที่เปิดกว้างให้ผู้เล่นสามารถทำอะไรก็ได้บนโลกเสมือนในยุคสมัยของเหล่าผู้กล้าที่ต่อกรกับบรรดาจอมมารกับลูกสมุนผู้ชั่วร้ายของพวกมัน ที่บอกว่าบรรดาจอมมารนั่นก็หมายความว่า ผู้เล่นเองก็สามารถรับบทบาทของจอมมารได้เช่นกัน
ทั้งนี้ปัจจุบันตัวเกมได้ดำเนินมาสู่การยุคที่สี่แล้วตามการเรียกขานของบรรดาผู้เล่น โดยยุคที่หนึ่งหรือยุคแรกเริ่มเป็นยุคแห่งการสำรวจ ทั้งผู้กล้าฝั่งมนุษย์และผู้เล่นฝั่งจอมมารจะเน้นที่การเก็บเลเวลและสำรวจดินแดนใหม่ ๆ บนแผ่นดิน ‘เทอร์ราเรีย’ เป็นหลัก แผนที่ตัวเกมเองก็ถือกำเนิดในยุคนี้จากฝีมือผู้เล่นนักสำรวจ ถึงกระนั้นเนื่องด้วยตัวเกมมีการนำเอาปัญญาประดิษฐ์เข้ามาจัดการในส่วนของระบบดินแดน ทำให้โลกของ ‘รุ่งอรุณแห่งผู้กล้า’ นั้นถูกพัฒนาให้กว้างใหญ่ออกไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาด้วยตัวมันเอง ส่งผลให้แม้จะเป็นยุคที่สี่ก็ตาม เปอร์เซ็นต์ของแผนที่ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่รู้จักกันดีก็ยังเป็นเพียงสองในสามของดินแดนเทอร์ราเรียทั้งหมดอยู่ดี
ยุคที่สองคือยุคของการกำเนิดสังคมและการสร้างอาณาจักร ทั้งนี้แม้ตัวเกมจะกำหนดระบบพื้นฐานต่าง ๆ มาให้ ยกตัวอย่างเช่นระบบกิลด์ ระบบการค้าขายแลกเปลี่ยน ระบบอาชีพ ทว่าในรายละเอียดปลีกย่อยได้เปิดกว้างให้ผู้เล่นสามารถกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้นเองได้ จึงเป็นผลให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ เพิ่มจากสิบแปดอาชีพเป็นหนึ่งร้อยสี่สิบและเพิ่งจะถึงสองร้อยในยุคที่สี่ แต่ต่อให้จำนวนจะดูเยอะ กระนั้นอาชีพหลักจริง ๆ ก็ยังคงซ้ำกันไม่เกินสามสิบอาชีพอยู่ดี อาชีพจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งให้หมดไปเนื่องจากไร้ผู้สืบทอด
เป็นยุคนี้เองที่อาณาจักรต่าง ๆ เกิดขึ้นทั้งฝ่ายมนุษย์และจอมมาร
ยุคที่สามนับเป็นประวัติศาสตร์มืดอันป่าเถื่อนของเกมเลยก็ว่าได้ เมื่อแต่ละฝ่ายต่างสะสมกำลังมากพอ กิลด์ต่าง ๆ รวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ และสงครามเต็มรูปแบบก็ได้เกิดขึ้นในยุคนี้เอง ทั้งระหว่างมนุษย์กับมอนสเตอร์ มนุษย์กับจอมมาร จอมมารกับจอมมาร หรือกระทั่งมนุษย์ด้วยกันเอง ยุคนี้ก็มีมอนสเตอร์แรงค์แพลตินั่มเอสถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก ว่ากันว่ามอนสเตอร์ระดับเทวทูตตนนี้เป็นผลงานของเกมมาสเตอร์ที่ต้องการหยุดสงครามไร้สาระระหว่างผู้เล่น จึงได้สร้างบอสสุดร้ายกาจถึงขั้นสามารถกวาดล้างอารยธรรมทุกอย่างนับตั้งแต่ยุคที่หนึ่งได้ขึ้นมา สาเหตุหลักก็คือ เนื่องด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่ชัดเจนทำให้จำนวนผู้เล่นใหม่ลดลง ขณะที่ผู้เล่นเดิมบางส่วนที่ต้องการการผจญภัยแบบดั้งเดิมมากกว่าจะร่วมสงครามก็ตัดสินใจเลิกเล่นไปจำนวนไม่น้อย
ภายหลังสงครามใหญ่อันโหดร้ายที่สุด จากการร่วมมือกันของผู้เล่นนับหมื่นเพื่อจัดการบอสแรงค์แพลตินั่มเอสเป็นเวลาสามวันสามคืน ในที่สุดบอสเทวทูตก็ถูกโค่นลงในที่สุด แต่ก็แลกด้วยอาณาจักรทั้งฝั่งมนุษย์และจอมมารที่พังพินาศ กิลด์แตกกระสานซ่านเซ็น ผู้เล่นเลเวลลดลงเกินครึ่งจากการตายซ้ำซ้อนนับครั้งไม่ถ้วน เซิร์ฟเวอร์ของ ‘รุ่งอรุณแห่งผู้กล้า’ ก็ปิดปรับปรุงไปพักใหญ่ ๆ ก่อนเปิดบริการอีกครั้งในยุคที่สี่
ยุคที่สี่คือการย้อนกลับไปสู่บรรยากาศของยุคที่หนึ่งอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ตัวเกมจะเน้นอยู่บนพื้นฐานของเนื้อเรื่องและอีเว้นมากกว่าทุกยุคสมัย แม้ผู้เล่นจะไม่ได้ถูกจำกัดอิสระ กระนั้นการสร้างกิลด์ขนาดใหญ่ไปจนถึงอาณาจักรของตนเองก็เป็นเรื่องลำบากขึ้นมาก ทั้งยังถือกำเนิดเอ็นพีซีพิเศษที่เรียกว่า ‘อัศวินผู้คุมกฎ’ เพื่อดูแลความเรียบร้อยอีกด้วย โดยอัศวินผู้คุมกฎเหล่านี้มีเลเวลตั้งแต่ห้าสิบไปจนถึงสูงสุดที่สองร้อยเลยทีเดียว ขณะที่ผู้เล่นจะถูกจำกัดอยู่แค่หนึ่งร้อยห้าสิบเท่านั้น ใครที่เป็นตัวป่วนเจอเอ็นพีซีเหล่านี้เข้าไปรับรองว่าหายซ่าแน่นอน
3
เป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่อาร์เทมีสเก็บรวบรวมสมบัติภายในถ้ำ ความจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เล่นเพียงคนเดียวจะสามารถพกไอเทมเป็นกองพะเนินเช่นนั้นได้ นั่นก็เพราะไม่ว่าไอเทมกระเป๋าจะเป็นของชั้นเลิศแค่ไหนมันก็มีความจุสูงสุดเสมอ และกระเป๋าชั้นดีที่สุดที่เธอพบในถ้ำก็เป็นไอเทมแค่ระดับกลางที่เก็บของได้สี่สิบชนิด ชนิดละเก้าสิบเก้าชิ้นเท่านั้นเอง
ทว่าด้วยสกิลดูดซับขั้นต้นได้แปลงร่างกระเป๋าระดับกลางธรรมดาให้กลายเป็นกระเป๋าระดับกลางพร้อมสกิล ‘โกดังเคลื่อนที่ขั้นต้น’ ที่สามารถบรรจุไอเทมได้ถึงหนึ่งร้อยชนิด ทั้งไม่จำกัดจำนวนสูงสุดในแต่ละชนิดด้วย
ถึงอย่างนั้นของดี ๆ เช่นนี้ก็จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อเช่นกัน
อาร์เทมีสแทบเป็นลมล้มพับไปเลยตอนที่คุ้ยเจออาวุธเทพแรงค์เอซุกซ่อนอยู่ในกองยาโพชั่นเพิ่มเลือดจำนวนสามพันขวด ดาบผ่าสวรรค์คือลิมิตเต็ดไอเทมที่มีออกมาเพียงสามเล่มในเกมเท่านั้น หนึ่งในนั้นถูกครอบครองโดยผู้เล่นในตำนานที่แม้ตอนนี้จะยังล็อคอินอยู่แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นมากว่าสองปีแล้ว พูดกันว่าสกิลของดาบเล่มนี้ทำให้ผู้ใช้คงกระพันหนึ่งร้อยแปดสิบวินาที ขณะเดียวกันก็มีสกิล ‘ทัณฑ์สวรรค์ระดับสูง’ ที่จะทวีคูณค่าสเตตัสทั้งหมดเป็นจำนวนเท่าของเลเวลของผู้ใช้เป็นเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวินาที เช่น หากผู้ใช้มีเลเวลหนึ่งร้อยห้าสิบ และสเตตัสโจมตีที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้า เมื่อใช้สกิล สเตตัสโจมตีก็จะเพิ่มเป็นหนึ่งแสนสี่หมื่นเก้าพันแปดร้อยห้าสิบ นั่นเอง
พูดง่าย ๆ ก็คือสุดยอดไอเทมที่โกงกันหน้าด้าน ๆ แถมยังเป็นการโกงที่ได้รับการยอมรับจากเกมมาสเตอร์อีกต่างหาก
ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะบังเอิญเจอไอเทมที่ตัวเองตามหามานานหลายปีสมัยที่ยังเล่นรุ่งอรุณแห่งผู้กล้าอยู่(แม้เอาเข้าจริงสกิล ‘ทัณฑ์สวรรค์ระดับสูง’ สำหรับเธอตอนนี้มันจะโคตรไร้ประโยชน์เลยก็ตาม ก็แหม ศูนย์คูณอะไรก็ได้ศูนย์นี่นะ) ทว่าต่อให้สภาพน่าอดสูของเธอในตอนนี้จะไม่สามารถใช้มันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กระนั้นดาบผ่าสวรรค์ก็ไม่ได้มีแค่สกิลทัณฑ์สวรรค์ระดับสูงเท่านั้น แม้สกิลติดอาวุธอื่น ๆ จะไม่ได้โดดเด่นเท่าการทวีคูณค่าสเตตัสก็เถอะ ถึงอย่างนั้นดาบผ่าสวรรค์ก็ยังมีความลับ-
[สกิล ‘ดูดซับขั้นต้น’ ทำงาน]
“เฮ้ย! อะไร ๆ อะไรน่ะ!?!” อาร์เทมีสร้องเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ สกิลของเธอก็ทำงานขึ้นมาเองเอาดื้อ ๆ แสงเจิดจ้าสว่างวาบ และมันก็แผ่ออกมาจากดาบผ่าสวรรค์แรงค์เอในมือ หญิงสาวเสียวสันหลังวาบในฉับพลันทั้งที่สมองยังไม่ทันแปลความหมายของสถานการณ์ด้วยซ้ำ ประหนึ่งว่าร่างกายรับรู้ไปแล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น
วินาทีต่อมา ในอุ้งมือเธอก็เหลือเพียงความว่างเปล่า ไอเทมอาวุธระดับลิมิตเต็ตแรร์โคตรหายากที่สามารถใช้ตบบอสระดับแรงค์บีตายได้ในการโจมตีไม่กี่ครั้งละลายหายไปไวยิ่งกว่าไอศกรีมฮาเก้น-ดาสกลางทะเลทราย เพียงแต่การสูญเสียอาวุธนี้ไปแบบงง ๆ นั้นเป็นอะไรที่เลวร้ายกว่ากันมากนัก และหากถามว่าอภิมหาดาบเล่มนั้นหายไปไหนละก็...
[กระเป๋า เรียนรู้สกิลใหม่]
[กระเป๋าระดับกลาง สกิล ‘โกดังเคลื่อนที่ขั้นต้น’]
อาร์เทมีสตาค้าง จ้องกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาลไม่ใหญ่ไม่เล็ก ดีไซน์เรียบ ๆ แบบที่ถ้ามีวางขายละก็คงไม่มีใครยอมควักเงินจ่ายแน่ ๆ กระเป๋าใบนี้เองที่เพิ่งจะดูดกลืนสุดยอดอาวุธแรงค์เอที่มีเพียงสามชิ้นในเกมนี้เท่านั้นเข้าไปหมาด ๆ ก่อนพัฒนาตัวมันเองให้สามารถใส่ของเพิ่มขึ้นได้
ช่องใส่ของเพิ่มขึ้น...
แค่ช่องใส่ของเพิ่มขึ้น...
แต่เอ็งเพิ่งกลืนอาวุธระดับเทพเข้าไปเลยนะ...
แล้วได้แค่ช่องใส่ของเพิ่มขึ้น...
ขณะที่ในถ้ำนี่เท่าที่ดูแล้วของส่วนใหญ่มันก็แค่โพชั่นเพิ่มเลือดกับโพชั่นรักษาอาการผิดปกติทั่วไปเท่านั้น ต่อให้มีไอเทมหายากอยู่บ้าง ก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับดาบผ่าสวรรค์ที่เพิ่งจะ...
ตกลงคือเอ็งจะให้ช่องเยอะแยะไว้ขนโพชั่นงั้นเรอะ? แลกกับอาวุธลิมิตเต็ตสุดโกงเนี่ยนะ?
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”
ภายในถ้ำพลันก้องสะท้อนด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของอาร์เทมีส เรียกว่าเสียงมังกรทมิฬคำรามยังชิดซ้ายไปเลย
“คายออกมาเดี๋ยวนี้นะ! อาวุธแรงค์เอของข้า! ลิมิตเต็ดไอเทมสุดโกงของข้า! เอาคืนมาเลยนะย้า!!!”