ช่วงหลังอินทัชกลับบ้านไม่ตรงเวลาเหมือนเดิม
บางวันดึก
บางวันไม่กลับเลย
ตอนแรกเตมีย์ยังไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่พอเกิดขึ้นติดกันหลายครั้ง
ความสงสัยก็เริ่มกลายเป็นความหงุดหงิด
เย็นวันหนึ่ง อินทัชเพิ่งวางกระเป๋าลงบนโซฟา
เสียงจากอีกฝั่งก็ดังขึ้นทันที
“ช่วงนี้มึงไปไหนบ่อยวะ”
อินทัชหันมอง
“ทำไม”
“ก็ไม่ค่อยกลับบ้าน”
“มีธุระ”
“ธุระอะไร”
“เรื่องของกู”
เตมีย์ขมวดคิ้ว
“แล้วเมื่อคืนมึงไปนอนไหน”
อินทัชถอนหายใจ
“หมี”
“อะไร กูก็ถามเฉย ๆ”
“มึงถามมาสามวันแล้ว”
“ก็มึงไม่ตอบ”
“แล้วทำไมกูต้องตอบ”
เตมีย์ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนขยับตัวพิงพนักโซฟา
“กูเป็นห่วงไม่ได้หรือไง”
“เป็นห่วงหรือกำลังสอบสวนกู”
“ก็ถ้ามึงกลับบ้านปกติ กูจะถามไหมล่ะ”
อินทัชมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ
พักหลังเตมีย์แปลกไปจริง ๆ
ก่อนหน้านี้เป็นฝ่ายเว้นระยะเองแท้ ๆ
ไม่เข้ามานอนด้วย ไม่แตะเนื้อต้องตัวเหมือนเดิม
แม้แต่เดินสวนกันยังแทบหลบให้
แต่ในขณะเดียวกันกลับเริ่มถามเรื่องของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
ใครโทรมา
ไปกินข้าวกับใคร
กลับกี่โมง
ทำไมไม่กลับบ้าน
จนบางครั้งอินทัชเองก็ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่
“หมี”
“หือ”
“กูต้องบอกมึงทุกเรื่องหรือไง”
เตมีย์เงียบ
“เราอายุสามสิบกว่ากันแล้วนะ กูจะไปไหน ไปกับใคร
หรือนอนที่ไหน มันไม่จำเป็นต้องรายงานกันทุกเรื่องแล้ว”
“กูก็ไม่ได้บอกให้รายงาน”
“แต่มึงกำลังทำเหมือนกูต้องรายงาน”
“ก็มึงไม่เคยเป็นแบบนี้”
ประโยคนั้นทำให้อินทัชนิ่งไปนิดหนึ่ง
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“เมื่อก่อนมึงไปนอนกับแฟนสามสี่วัน
กูยังไม่เคยถามเลยว่ามึงไปไหน นอนที่ไหน จะกลับเมื่อไร”
เตมีย์อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร
อินทัชไม่เปิดโอกาส
“แล้วตอนนี้จะมาอะไรกับกูนักหนา”
ความเงียบตกลงระหว่างคนทั้งสอง
คำว่า เมื่อก่อน ทำให้อินทัชเผลอนึกย้อนกลับไปไกลกว่าที่ตั้งใจ
ไกลจนถึงตอนที่พวกเขายังไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันด้วยซ้ำ
..........................................................
ความจริงเขากับเตมีย์รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก
พ่อแม่ของทั้งสองครอบครัวสนิทกัน ไปมาหาสู่กันจนแทบเป็นเรื่องปกติ
อินทัชเกิดก่อนเตมีย์สี่เดือน
อินทัชมีชื่อเล่นเต็มว่า อินทรีย์ แต่เพราะเรียกยาวเกินไป
คนในบ้านกับเพื่อนสนิทจึงเรียกสั้น ๆ ว่า อิน
จนแทบไม่มีใครเรียกชื่อเต็มอีก
ส่วนเตมีย์นั้นถูกเรียกว่า หมี มาตั้งแต่เด็ก
จากเด็กตัวอวบในวันนั้น โตมาเป็นตำรวจตัวใหญ่
ปากเสีย พูดมาก จนอินทัชมักคิดอยู่เสมอว่า—
หมีอะไรกัน หมีควายชัด ๆ
แต่ตอนเด็กแม่ของเตมีย์กลับชอบบอกเขาเสมอว่า
“อิน ดูน้องหมีด้วยนะลูก”
ทั้งที่เด็กตัวอวบที่วิ่งวุ่นอยู่ข้างหลังแทบไม่ได้มีอะไรให้น่าดูแลเลย
ตอนนั้นเขาจึงเรียกอีกฝ่ายว่า น้องหมี ตามผู้ใหญ่
จนโตขึ้นถึงค่อยเหลือแค่ “หมี” อย่างทุกวันนี้
ถึงจะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนิทกันเป็นพิเศษ
ต่างคนต่างเรียนคนละโรงเรียน
มีเพื่อนของตัวเอง
เจอกันบ้างตามบ้านหรืองานครอบครัว
จนกระทั่งช่วงมัธยมปลาย
อินทัชย้ายมาเรียนโรงเรียนเดียวกับเตมีย์
เขาเป็นเด็กใหม่ตัวเล็ก ผอม และไม่ใช่คนชอบมีเรื่องกับใคร
มันจึงกลายเป็นเหตุผลเพียงพอสำหรับเด็กบางกลุ่มที่จะเลือกเขาเป็นเป้า
วันนั้นอินทัชจำได้ดี
หนังสือในมือถูกปัดตกลงพื้น
ก่อนแรงผลักจะทำให้หลังเขากระแทกกำแพง
“เฮ้ย พอได้แล้ว”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากอีกด้าน
เด็กกลุ่มนั้นหันไปมอง
เตมีย์ยืนอยู่ตรงนั้น
สูงกว่าอินทัชอยู่พอสมควร แม้ยังอยู่ในชุดนักเรียนเหมือนกัน
แต่ท่าทางหาเรื่องกว่ากันคนละโลก
“มึงเกี่ยวอะไรด้วย”
“เกี่ยวดิ”
เตมีย์เดินเข้ามา
“มันเพื่อนกู”
อินทัชเงยหน้ามองทันที
ตอนนั้นพวกเขายังไม่ได้เป็นเพื่อนกันเสียด้วยซ้ำ
แต่เตมีย์กลับพูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
หลังเรื่องจบ คนที่เข้ามาช่วยกลับไม่ได้ปลอบเขาสักคำ
สิ่งแรกที่มันถามคือ
“ทำไมมึงไม่สู้วะ”
อินทัชมองหน้ามัน
“กูสู้ไม่เป็น”
“ก็หัดดิ”
“มึงจะยืนให้เขาผลักอยู่แบบนี้ตลอดหรือไง”
“แล้วถ้ากูสู้แล้วโดนหนักกว่าเดิมล่ะ”
เตมีย์ทำหน้าเหมือนเพิ่งได้ยินคำถามประหลาดที่สุดในโลก
“โดนก็สู้สิวะ”
“มึงไม่กลัวโดนไปด้วยหรือไง”
“กลัวทำไม”
อีกฝ่ายยักไหล่
“มีมือมีตีนเหมือนกัน”
วันต่อมาเตมีย์ลากเขาไปโรงยิมจริง ๆ
สอนตั้งการ์ด
สอนหลบ
สอนต่อย
แล้วก็ด่าแทบทุกครั้งที่อินทัชทำผิด
“ยกมือดิไอ้อิน!”
“เจ็บ”
“โดนจริงเจ็บกว่านี้อีก”
“มึงเบาหน่อยไม่ได้หรือไง”
“ไม่ได้ เดี๋ยวมึงไม่จำ”
ถึงจะปากเสีย แต่กลับมารับเขาหลังเลิกเรียนทุกวันอยู่พักใหญ่
จนวันหนึ่งอินทัชถามขึ้นระหว่างนั่งพักข้างเวทีมวย
“ถ้าพวกนั้นมาหาเรื่องอีกล่ะ”
เตมีย์กำลังถอดนวมอยู่
“ก็สู้”
“ถ้าสู้ไม่ได้”
“ก็มาหากู”
อินทัชหันไปมอง
เตมีย์พูดต่อโดยแทบไม่ต้องคิด
“มีอะไรก็บอกกู”
ก่อนจะยื่นมือมาขยี้หัวเขาจนยุ่ง
“กูอยู่กับมึงนี่แหละ”
ประโยคนั้นง่ายมาก
ง่ายจนคนพูดคงลืมไปนานแล้ว
แต่อินทัชกลับจำได้จนถึงทุกวันนี้
หลังจากนั้นเตมีย์ก็พาเขาไปรู้จักกลุ่มเพื่อนของตัวเอง
กลุ่มเดียวกับที่ยังคบกันมาจนถึงตอนนี้
จากเด็กที่แค่รู้จักกันเพราะพ่อแม่สนิทกัน
กลายเป็นคนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันแทบตลอด
โทรหากัน
บอกกันว่าจะไปไหน
รอกันหลังเลิกเรียน
นัดกินข้าว
เข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน
แล้วต่อมาก็มาอยู่บ้านเดียวกัน
ถ้าถามว่าอินทัชรู้จักเตมีย์มานานแค่ไหน
คำตอบคงไม่ใช่สิบเจ็ดปีแต่แทบจะทั้งชีวิต
และตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเคยชินกับการมีอีกฝ่ายอยู่ในทุกส่วนของชีวิตเสียจนแทบไม่เคยคิดว่าต้องมีเส้นแบ่งตรงไหน
จนกระทั่งวันนี้
..................
“อิน”
เสียงของเตมีย์ดึงเขากลับมาจากความคิด
อินทัชกะพริบตา
“อะไร”
อีกฝ่ายมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะถามดีหรือไม่
สุดท้ายก็ถามออกมา
“มึงคบกับไอ้น้องหมอนั่นเหรอ”
อินทัชชะงักคราวนี้เป็นเขาที่มองหน้าเตมีย์นิ่ง ๆ
คำถามนี้ต่างจากทุกครั้ง
ไม่ใช่ ใครโทรมา
ไม่ใช่ ไปไหน
หรือ ทำไมกลับดึก
แต่มันหมายความว่าเตมีย์รู้อะไรบางอย่างแล้ว
อินทัชพิจารณาสีหน้าอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงท่าทีแปลก ๆ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ไม่มานอนด้วย เว้นระยะ ไม่แตะตัว
ที่แท้ก็เพราะแบบนี้เอง
“มึงรู้แล้วเหรอ”
เตมีย์ไม่ตอบทันทีแต่สีหน้าก็เพียงพอแล้ว
อินทัชหลุดหัวเราะในลำคอ
“ใครบอก”
“ไม่สำคัญ”
“อืม”
เตมีย์ยังมองเขา
“แล้วตกลง...คบกันหรือเปล่า”
อินทัชหยิบกุญแจรถขึ้นมาจากโต๊ะ
“ยัง”
คนถามเหมือนจะผ่อนลมหายใจออก
แต่ประโยคต่อมาก็ทำให้ชะงัก
“ดู ๆ กันอยู่”
เตมีย์นิ่งไป
“ดู ๆ กัน?”
“อืม”
“หมายถึงกำลังจะคบ?”
อินทัชมองหน้าเพื่อน
“ก็ไม่รู้ ถ้าเข้ากันได้ก็คงคบ”
คราวนี้เตมีย์ไม่ได้พูดอะไรอีก
ความเงียบระหว่างพวกเขากลับมาอีกครั้ง
อินทัชไม่ได้คิดจะอธิบายมากกว่านั้น
เขาหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าขึ้นมา
“กูออกไปนะ”
เตมีย์เงยหน้าทันที
“ไปไหน”
อินทัชชะงัก ก่อนหันกลับมามอง
แค่แวบเดียว เตมีย์ก็เหมือนนึกถึงบทสนทนาเมื่อครู่ขึ้นมาได้
ไม่ต้องรายงานกันทุกเรื่อง
คำถามที่เหลือจึงหยุดอยู่ตรงริมฝีปาก
อินทัชมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเดินออกจากบ้าน
คืนนั้นเขาไม่ได้กลับมา
................................
เกือบเที่ยงคืน
เตมีย์นั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว
โทรทัศน์เปิดค้างไว้ แต่เขาแทบไม่ได้สนใจว่าบนจอกำลังพูดเรื่องอะไร
โทรศัพท์ในมือถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
หน้าต่างแชตของอินทัชยังค้างอยู่
นิ้วโป้งแตะลงบนหน้าจอ
มึงอยู่ไหน
เตมีย์มองข้อความนั้นอยู่สองวินาที
ก่อนลบ พิมพ์ใหม่
คืนนี้กลับไหม
หยุด แล้วลบอีกครั้ง
เขาวางโทรศัพท์ลงบนตัก ถอนหายใจแรง ๆ ก่อนหยิบขึ้นมาใหม่
ไปกับไอ้หมอนั่นเหรอ
ครั้งนี้นิ้วค้างอยู่ตรงปุ่มส่งนานกว่าเดิม
แต่สุดท้ายข้อความก็ถูกลบจนหมดเช่นกัน
คำพูดของอินทัชยังดังอยู่ในหัว
เราอายุขนาดนี้แล้วนะ
ไม่ต้องรายงานกันทุกเรื่อง
เตมีย์มองหน้าจอว่างเปล่า
เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดก่อนเลยว่าจะโทรหาอินทัชได้หรือไม่ได้
อยากถามก็ถาม
อยากรู้ก็โทร
อยากไปหาก็ไป
เพราะพวกเขาไม่เคยมีคำว่าเกรงใจระหว่างกัน
แต่คืนนี้เป็นครั้งแรก
ที่เตมีย์ไม่รู้ว่าตัวเองยังมีสิทธิ์ถามหรือเปล่า
สุดท้ายโทรศัพท์ถูกวางคว่ำลงบนโต๊ะ
ไม่มีข้อความใดถูกส่งออกไป
ส่วนเตมีย์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า
การเว้นระยะที่ตัวเองเป็นคนเริ่ม
มันไม่ได้สบายใจอย่างที่คิดเลย