แค่เพื่อน (จริงดิ ?)

ตอนที่ 7: ทำไมไม่แยกกัน

👁️ 2 อ่าน
22px

ร้านอาหารเย็นวันนั้นไม่ได้ต่างจากร้านทั่วไปนัก

อินทัชนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหมอคิณท์

รุ่นน้องที่ช่วงหลังเริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตเขามากขึ้นทีละน้อย

คิณท์คุยเก่งกว่าที่คิด และต่างจากอินทัชตรงที่เป็น

คนแสดงออกตรง ๆ เวลาชอบอะไรก็พูด

เวลาสงสัยก็ถาม

อย่างน้อยก็ทำให้มื้ออาหารไม่เงียบจนเกินไป

พี่อินลองอันนี้ครับ”

หมอหนุ่มเลื่อนจานมาตรงหน้า

อร่อยนะ”

งั้นเอามา”

อินทัชตักเข้าปาก ก่อนพยักหน้า

ใช้ได้”

เห็นไหม ผมบอกแล้ว”

คิณท์ยิ้มอย่างพอใจ

อินทัชกำลังจะพูดอะไรต่อ

แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับคนสองคนที่เดินเข้ามาในร้านพอดี

เตมีย์กับแพรว

อีกฝ่ายเองก็มองเห็นเขาในเวลาไล่เลี่ยกัน

อิน”

เตมีย์เดินเข้ามาทัก

มากินข้าวเหรอ”

อินทัชเกือบจะถามกลับว่ามาร้านอาหารแล้วจะให้มาทำอะไร แต่สุดท้ายก็แค่ตอบ

อืม”

แพรวยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้ม

สวัสดีค่ะพี่อิน”

สวัสดีครับ”

ทั้งคู่รู้จักกันอยู่แล้ว แพรวเคยแวะไปรอเตมีย์ที่บ้านหลายครั้ง

เตมีย์หันไปมองคนที่นั่งตรงข้ามอินทัช

คิณท์ลุกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีมารยาท

อินทัชจึงแนะนำ

นี่หมอคิณท์ รุ่นน้องที่โรงพยาบาล”

ก่อนหันไปอีกด้าน

ส่วนคนนี้เตมีย์ เพื่อนพี่”

เขาเว้นนิดหนึ่ง

อยู่บ้านเดียวกัน”

คิณท์เลิกคิ้วบาง ๆ ก่อนยกมือไหว้

สวัสดีครับ”

เตมีย์รับไหว้

ครับ”

คำตอบสั้นกว่าปกติอย่างประหลาด

แพรวมองคนทั้งคู่สลับกัน ก่อนยิ้ม

งั้นพวกเราไม่กวนแล้วค่ะ”

ครับ”

เตมีย์ยังมองหมอคิณท์อีกครั้ง

ก่อนยอมเดินตามแฟนสาวไปยังโต๊ะอีกฝั่งของร้าน

อินทัชไม่ได้สนใจมากนัก

เขากลับมานั่งกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่คนอีกโต๊ะกลับไม่เหมือนกัน

พี่หมีคะ”

หืม”

พี่หมี”

เตมีย์สะดุ้งเล็กน้อย

ครับ?”

แพรวมองหน้าเขา

เป็นอะไรหรือเปล่าคะ แพรวเรียกตั้งสองรอบ”

อ๋อ เปล่าค่ะ”

ใจลอยนะ”

คิดเรื่องงานนิดหน่อย”

เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

แต่ไม่ถึงนาที สายตาก็เผลอเลื่อนไปยังโต๊ะเดิมอีกครั้ง

อินทัชกำลังตักอาหารบางอย่างใส่จานหมอคิณท์

อีกฝ่ายพูดอะไรสักอย่างจนอินทัชหัวเราะ

หัวเราะจริง ๆ

ไม่ใช่ยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำเวลาอยู่กับเขา

เตมีย์มองอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนรีบหันกลับมาตอนแพรวพูดขึ้นอีกครั้ง

พี่หมีจะกินอันนี้ไหมคะ”

ครับ เอาสิ”

พี่ไม่ชอบอันนี้ไม่ใช่เหรอ”

มือที่กำลังจะคีบอาหารชะงัก

อ้าวเหรอ”

แพรวหัวเราะ

เป็นอะไรจริง ๆ เนี่ย”

ไม่มีอะไรครับ”

เตมีย์ยิ้มกลบเกลื่อน

แต่ครั้งนี้ไม่กล้าหันกลับไปมองโต๊ะนั้นอีก

หลังมื้ออาหาร คิณท์ชวนอินทัชแวะซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ

เพราะต้องซื้อของใช้เข้าห้อง

อินทัชเองก็มีของหมดพอดี จึงเดินไปด้วยกัน

ทั้งคู่กำลังยืนเลือกของอยู่ตรงชั้นผลิตภัณฑ์อาบน้ำ

โทรศัพท์ของอินทัชก็ดังขึ้น

ชื่อบนหน้าจอทำให้เขากดรับแทบจะทันที

ว่าไง”

มึงอยู่ไหน”

ซื้อของ”

ซื้อแชมพูให้กูหน่อย”

อินทัชมองชั้นตรงหน้า

เหมือนเดิม?”

เออ”

ขวดใหญ่หรือเล็ก”

ใหญ่เลย”

สบู่ด้วยไหม”

ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง เหมือนเพิ่งนึกได้

เออ เอาด้วยก็ดี ของกูจะหมด”

อืม”

พอดีกูรีบไปส่งแพรว ขี้เกียจแวะ”

รู้แล้ว”

อินทัชวางสาย ก่อนหยิบแชมพูยี่ห้อเดิม

กับสบู่กลิ่นเดิมลงรถเข็นอย่างไม่ต้องเสียเวลาเลือก

คิณท์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองตามเงียบ ๆ

พี่จำของเขาได้หมดเลยนะครับ”

อินทัชเหลือบมอง

อยู่ด้วยกันมานาน”

สนิทกันมากเลยเหรอครับ”

ก็มาก”

ตั้งแต่เด็ก?”

รู้จักกันตั้งแต่เด็ก”

อินทัชหยิบของตัวเองลงรถเข็นเพิ่ม

แต่จริง ๆ มาสนิทกันตอนมัธยมปลาย”

คิณท์พยักหน้า ก่อนถามต่ออย่างสนใจ

แล้วอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนครับ”

ตั้งแต่มหาวิทยาลัย”

คำตอบนั้นทำให้คิณท์ชะงักไปนิดหนึ่ง

ตั้งแต่มหาวิทยาลัยเลย?”

อินทัชหัวเราะ

ทำหน้าเหมือนพี่พูดเรื่องแปลก”

ก็...นิดหนึ่งครับ”

ทำไม”

ปกติเพื่อนสนิทกันก็จริง

แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันยาวขนาดนี้ทุกคน”

คำพูดนั้นทำให้อินทัชเงียบไปเล็กน้อย

คิณท์รีบพูดต่อ

ผมไม่ได้ว่าอะไรนะครับ

แค่รู้สึกว่าพวกพี่สนิทกันมากจริง ๆ”

อินทัชพยักหน้า

ตอนสอบมหาวิทยาลัย พวกพี่ติดที่เดียวกันพอดี”

พี่เรียนหมอ แล้วพี่เตมีย์เรียนอะไรครับ”

นิติศาสตร์”

อ๋อ”

อินทัชนึกถึงภาพเมื่อสิบกว่าปีก่อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

.............................................

วันประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย

เสียงโทรศัพท์ของอินทัชดังขึ้นแทบจะทันทีที่ผลประกาศออก

อิน!”

เสียงเตมีย์ดังจนต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหู

อะไร”

กูติดแล้ว!”

กูก็เหมือนกัน”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

มหาลัยไหน”

อินทัชบอกชื่อออกไป

แล้วอีกฝ่ายก็ร้องดังยิ่งกว่าเดิม

เชี่ย ที่เดียวกัน!”

อินทัชหลุดหัวเราะ

เขาติดคณะแพทยศาสตร์

ส่วนเตมีย์ติดนิติศาสตร์

คนละคณะ แต่เป็นมหาวิทยาลัยเดียวกัน

พอผู้ใหญ่รู้เรื่อง ทั้งสองบ้านก็ตัดสินใจแทบจะทันที

เช่าคอนโดให้อยู่ด้วยกันไหม”

แม่ของอินทัชเสนอขึ้นระหว่างมื้อเย็น

จะได้ช่วยกันดูแล”

เตมีย์ทำหน้าทันที

แม่ ผมต้องให้มันดูแลตรงไหน”

อินทัชหันไปมอง

แล้วใครบอกว่ากูอยากดูแลมึง”

เห็นไหมครับแม่”

สุดท้ายเถียงกันแค่ไหน ก็ไปอยู่ด้วยกันอยู่ดี

จากที่เคยเจอกันทุกวันตอนเรียนมัธยม

กลายเป็นตื่นมาเจอกันตั้งแต่เช้า

กลับมาก็เจอกันอีก

ช่วงปีแรกเตมีย์ยังชอบบ่นว่า

อินทัชอ่านหนังสือจนแทบไม่สนใจโลก

ส่วนอินทัชก็บ่นกลับว่าอีกฝ่ายชอบพาเพื่อนมาส่งเสียงดัง

แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร

ชีวิตที่อยู่ร่วมกันกลับกลายเป็นเรื่องธรรมดา

.................................

แล้วทำไมเรียนจบแล้วไม่แยกกันล่ะครับ”

คำถามของคิณท์ดึงอินทัชกลับมาปัจจุบัน

มือที่กำลังหยิบของหยุดไปชั่วขณะ

นั่นสิ ทำไมไม่แยกกัน

ตอนเรียนจบ พวกเขาก็เคยคิดว่าจะต้องแยกกันอยู่จริง ๆ

เตมีย์สอบบรรจุตำรวจได้ ต้องเริ่มต้นชีวิตรับราชการ

ส่วนอินทัชก็ต้องเข้าสู่ช่วงใช้ทุน

งานหนักจนแทบไม่รู้ว่าจะมีเวลากลับบ้านหรือไม่

ตอนนั้นคอนโดที่อยู่ด้วยกันมาตลอดหลายปีกำลังจะหมดสัญญา

ทุกอย่างควรเป็นจังหวะที่ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตของตัวเองได้แล้ว

แต่แม่ของเขากลับพูดขึ้นง่าย ๆ ว่า

บ้านที่ใกล้โรงพยาบาลยังว่างอยู่ไม่ใช่เหรออิน

ไปอยู่ก่อนก็ได้ เดินทางสะดวกดี”

จากนั้นก็พูดต่อเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

ชวนน้องหมีไปอยู่ด้วยสิ จะได้เป็นเพื่อนกัน”

ครอบครัวเตมีย์เองก็ไม่ได้คัดค้านพ่อของอีกฝ่ายถึงกับพูดว่า

งั้นเดี๋ยวทางนี้ช่วยค่ารีโนเวท

พวกแกสองคนไปเลือกกันเองว่าจะเอาแบบไหน”

แล้วมันก็กลายเป็นบ้านหลังที่พวกเขา

อยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้

อินทัชยังจำช่วงรีโนเวทได้ดี

ห้องใหญ่กูเอา”

ทำไมต้องเป็นมึง”

กูตัวใหญ่กว่า”

เกี่ยวอะไร”

ก็เวลานอนมึงใช้พื้นที่น้อย”

งั้นมึงไปนอนห้องเก็บของเลยไหม”

เรื่องโซฟาก็เถียงกัน

กระเบื้องก็เถียง

สีผนังก็เถียง

แม้แต่ครัวที่แทบไม่มีใครคิดว่าจะใช้บ่อย

ในตอนนั้นก็ยังเถียงกันว่าควรทำแบบไหน

สุดท้ายบ้านหลังหนึ่งจึงกลายเป็นส่วนผสม

ของรสนิยมคนสองคนที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกัน

แล้วพวกเขาก็อยู่มาเรื่อย ๆ

หนึ่งปี
สองปี
ห้าปี

จนไม่มีใครถามอีกแล้วว่าเมื่อไรจะแยกกัน

พี่อิน?”

เสียงคิณท์ทำให้อินทัชรู้ตัวว่าเงียบไปนาน

อ๋อ”

เขายิ้มบาง ๆ

พอดีแม่พี่มีบ้านว่างอยู่

ใกล้ที่ทำงานของพวกพี่ทั้งคู่ ก็เลยอยู่กันมาตลอด”

ไม่เคยคิดแยกเลยเหรอครับ”

อินทัชชะงักอีกครั้ง

ก็...กลับบ้างไม่กลับบ้างนะ”

เขาตอบเลี่ยง ๆ

เตมีย์มันก็มีแฟนของมัน

ชีวิตใครชีวิตมัน ไม่ได้ตัวติดกันตลอดหรอก”

คิณท์พยักหน้า แต่แววตายังคงมีความสงสัยบางอย่าง

อินทัชจึงเปลี่ยนเรื่องเสียเอง

แล้วคิณท์จะเอาอะไรอีก”

อ๋อ น้ำยาซักผ้าครับ”

ทั้งคู่เดินต่อ

ก่อนคิณท์จะหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

แต่บ้านพี่สองคนแปลกดีนะครับ”

อินทัชหันมอง

แปลกยังไง”

เหมือนสลับกันเลย”

อ๋อ”

อินทัชหัวเราะตาม

เรื่องนั้นจริง

บ้านของเตมีย์เป็นครอบครัวแพทย์

พ่อแม่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน

แต่ลูกชายกลับเลือกเรียนนิติศาสตร์

แล้วไปเป็นตำรวจ

ส่วนบ้านของอินทัช พ่อเป็นตำรวจเกษียณราชการ

แม่มาจากครอบครัวเก่า มีสายสัมพันธ์กับคนในแวดวงราชการ

และในรั้วในวังลูกชายกลับเลือกเรียนหมอ

ตอนเด็กผู้ใหญ่ยังเคยแซวเลยว่าเหมือนสลับลูกกัน”

แล้วพวกพี่ไม่เคยโดนบังคับให้ทำตามครอบครัวเหรอครับ”

ไม่”

อินทัชตอบ

บ้านพี่ค่อนข้างให้เลือกเอง”

เขาหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนยิ้ม

บ้านหมีมันก็เหมือนกัน”

คิณท์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะ

พวกพี่สองคนสนิทกันจริง ๆ นะครับ”

อินทัชมองรถเข็นตรงหน้า

ในนั้นมีของของตัวเองอยู่ครึ่งหนึ่ง

อีกครึ่งเป็นแชมพู สบู่ และของใช้ที่เตมีย์ฝากซื้อ

ก็คงงั้น

เขาตอบเบา ๆ

รู้จักกันตั้งแต่ยังจำความได้

สนิทกันตั้งแต่วัยรุ่น

เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน

อยู่ด้วยกันตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา

เรียนจบก็ย้ายมาอยู่บ้านหลังเดียวกันอีก

จนวันนี้ผ่านมาสิบกว่าปี

คำถามของคิณท์เมื่อครู่จึงย้อนกลับมาในหัวอีกครั้ง

แล้วทำไมเรียนจบแล้วไม่แยกกันล่ะครับ

อินทัชเคยคิดว่าคำตอบมันง่าย

เพราะบ้านใกล้ที่ทำงาน
เพราะผู้ใหญ่เสนอ
เพราะอยู่ด้วยกันจนชิน

แต่พอถูกถามจริง ๆ กลับรู้สึกว่าเหตุผลเหล่านั้น

ไม่เคยเป็นคำตอบทั้งหมดเลย

อย่างน้อยสำหรับเขา

เหตุผลที่ไม่เคยแยก

อาจเป็นเพราะเขาไม่เคยอยากแยกจากเตมีย์ตั้งแต่แรกต่างหาก

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!