เช้าวันรุ่งขึ้น
ยามเฉิน
"เห้อ"ในตอนนี้ร่างโปร่งของใครบางคนได้ถอนหายใจเนื่องจากออกมาเพราะว่าไม่รู้ว่าตนจะแก้ปัญหาออกมายังไงในเมื่อตอนนี้เขาก็ไม่มีตังค์จะไปของบอีกก็ไม่ได้นั่นแหละเป็นสิ่งที่ทำให้เขาหายใจเฮือกออกมา
"หลงซาน เจ้าช่วยข้าคิดที่ เป็นเเค่เขื่อนกั้นน้ำทำไมมันยุ่งยากขนาดนี้"ร่างโปร่งกล่าวขึ้นพร้อมกับประโยคตัดพ้อ
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับว่าจะเเก้ปัญหายังไง....เเม่น้ำตรงนั้นก็มิใช่เล็กๆเสียด้วย" องครักษ์หนุ่มได้กล่าวขึ้นบอกผู้เป็นนายของตนแล้วเสริมอีกว่า
"อย่าเพิ่งท้อไปขอรับยังไงเราก็ต้องมีทางแก้ปัญหาอยู่ดีขอรับ" หลังจากที่ลู่เฟยได้รับกำลังใจเขาก็ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเขาก็นั่งคิดคิดไปสักพักและได้หวนนึกถึงประโยคของเพื่อนในอดีตของตนว่า
"มึงจำไว้เวหา ถ้าไม่มีทางออกให้ออกทางเข้า ถ้าทางเข้ามันออกไม่ได้ก็ให้ออกทางหน้าต่าง เงินไม่ได้เเก้ปัญหาทุกอย่างเเต่มันเเค่ทำให้ปัญหาตรงนั้นมันเบาลง"
หลังจากที่ลู่เฟยควรนึกถึงประโยคของเพื่อนรักของตนเขาก็ได้เริ่มคิดวิเคราะห์และแยกแยะ
"อืม....."หลังจากที่ลู่เฟยได้นั่งคิดนอนคิดตีลังกาคิด เขาก็ได้คิิดทางออกได้
"หลงซานข้าขอถามเจ้าได้หรือเปล่าว่าที่นั่นมันลึก ตื้นมาขนาดไหน" หลงซาน ก็ได้สะดุ้งขึ้นเมื่ออยู่ๆนายของตนก็ได้พูดออกมาเสียงดัง
"ประมาณ1จั้ง2ฉื่อขอรับ"หลงซาน ได้กล่าวตอบผู้เป็นนายทันที
อืม...1จั้งประมาณ3.33เมตร2ฉื่อ20เซนติเมตร บวกดูเเล้ว 3เมตรครึ่งเองนิไม่ลึกมาก...ไม่ไผ่น่าจะได้ อืมๆ ความคิดดีๆ
"งั้นเราลงพื้นที่ไปดูกันเถอะแต่คนของเราไม่มีไม่เป็นไรเราทำเองได้เราเก่งไปไปกันหลงซาน"หลังจากที่หลงซานได้ยินคำพูดของผู้เป็นนายก็ถึงกับงง อะไรเก่ง? แต่เขากลับพยักหน้าแล้วเดินออกไปทันทีเพื่อเตรียมข้าวของเขาคิดว่าตนและผู้เป็นนายน่าจะได้ไปปักหลักอยู่ที่นั่นสักพัก เขาจึงเดินไปบอกพ่อบ้านก่อนแล้วเขาก็ไปเตรียมตัว
ยามห้าย
"อี้หยางๆ ข้ามีอะไรจะถาม"ลู่เฟยได้เรียกผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อบ้านของตน ก่อนจะวิ่งไปหาเเล้วโดนเอ็ดกลับมา
"นายท่านขอรับ ท่านเป็นถึงขุนนางท่านไม่ควรวิ่งเเบบนี้ขอรับ ถ้าวิ่งล้มขึ้นมาจะเเย่เอานะขอรับ"หลังจากที่อี้หยางกล่าวจบ ลู่เฟยก็กล่าวขึ้นทันทีว่า
"ก็ข้าอยากรู้นิ"อี้หยางในตอนนี้ก็อยากรู้เหมือนกันว่าหน้าคงเขาอยากรู้อะไรถึงได้รีบวิ่งมาหาเขา
"ท่านอยากรู้อะไรหรือขอรับ"หลังจากที่อี้หยางกล่าวจบอี้หยางก็ได้ยิ้มขึ้นมาทันทีแล้วบอกกับอี้หยางว่า
"ข้าสามารถฝึกยุทธ์ได้ไหม"หลังจากที่อี้หยางได้ยินคำถาม้ขาก็ได้ทำตะเกียงในมือของตนตกทันทีก่อนจะโพลงขึ้นว่า
"ท่านว่าอะไรนะขอรับ ข้าขออีกที"เขาตกใจมาก เพราะขเานั้นไม่นึกไม่ฝันว่านายของเขาอยู่ๆก็อยากฝึกยุทธ์ขึ้นมา
"ข้าอยากฝึกยุทธ์"ลู่เฟยกล่าวย้ำคำของตน
"ไม่ได้ขอรับไม่ได้เด็ดขาด"หลังจากที่เขาได้ยินคำตอบที่เเน่ชัดเเล้วเขาจึงเลือกปฏิเสธนายของเขาทันที เเละหลังจากนั้นลู่เฟยก็ได้กล่าวขึ้นว่า
"ทำไมล่ะ ทำไมข้าถึงฝึกไม่ได้" คำถามที่โดนตั้งขึ้นมาพร้อมน้ำเสียงตัดพ้อของผู้เป็นนายทำให้อี้หยางอดสงสารไม่ได้เเต่ก็จำใจต้องกล่าวขึ้นว่า
"ร่างกายของท่าน เคยโดนพิษชนิดหนึ่งมาก่อนขอรับ เลยทำให้ท่านฝึกไม่ได้ขอต้องขออภัยด้วยขอรับ"พอลู่เฟยได้รับคำตอบ เขาก็ไม่กล่าวอะไรต่อ ปล่อยให้อี้หยางเก็บตะเกียงที่ทำตกขึ้นมาเเทน
ลู่เฟยนั้นก็ได้เดินกลับไปที่ห้องของตัวเองทันทีโดยมีอี้หยางที่มองเเผ่นหลังของตน ที่ค่อยๆหายลับไป
"เห้อ"ข้าขออภัยจริงๆขอรับนายท่านใจจริงข้าก็ไม่อยากที่จะโกหกท่านหรอกนะขอรับแต่ในเมื่อได้หญิงสั่งมาแบบนั้นข้าก็ไม่สามารถปฏิเสธได้จริงๆข้าต้องขออภัยจริงๆขอรับแต่ข้าจะปกป้องท่านแทนขอรับ ถ้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายท่านได้เลยขอรับ
พอถึงเช้าวันใหม่ทั้ง 3 คนก็ได้เดินทางมายังหมู่บ้านฝูเถา เพียงใช้เวลาเเค่1ชั่วยามเท่านั้น ในหมู่บ้านเเห่งนี้เป็นหมู่บ้านขอบป่า เเละเเม่น้ำ เลยทำให้หน้าฝนของที่นี่ลำบากยิ่งกว่าอะไรดี บางปีก็น้ำท่วม บางทีก็น้ำป่า
"ท่านมาเเล้วหรือใต้เท้า"คนที่เอ่ยทักเขาในตอนนี้คือถังชุนลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านเเห่งนี้ ลู่เฟยเพียงเเต่พยักหน้าให้เท่านั้น ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ และถังชุนนี้ก็ได้พาทั้ง 3 ไปที่บ้านของตน พร้อมกับจัดหาที่พักให้เรียบร้อยหลังจากนั้นลู่เฟยก็ได้ไปคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านทันที
"คาราวะใต้เท้า"หลังจากหัวหน้าหมู่บ้านเห็นรลู่เฟยก็ได้ก้มหัวคาราวะให้ เเละลู่เฟยก็ได้ตอบรับก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นว่า
"ที่นี่เป็นทำดีทำเลที่ดีเลยนะขอรับผู้ใหญ่บ้าน ถ้าอยากจะไปดูตรงที่หัวเขื่อนแล้วสิท่านผู้ใหญ่บ้านพาพวกข้าไปได้เลยหรือไม่ขอรับ"หลังจากที่ลู่เฟยพูดจบหัวหน้าหมู่บ้านและลูกชายของเขาก็หันมามองหน้ากันแล้วหัวหน้าหมู่บ้านก็ได้พยักหน้าจากนั้นถังชุนก็ได้เป็นคนรับหน้าที่พาพวกเขาไปที่หัวเขื่อน
และนี่เป็นครั้งแรกที่ 2 ข้ารับใช้ของลู่เฟยนั้นได้เห็นด้านจริงจังของผู้เป็นนายทำเอานึกอึ้งไม่น้อย ที่นายท่านของตนเองก็มีด้านจริงจังกับเขาเป็นด้วย
ดีที่ตอนนี้เป็นหน้าร้อนก็เลยไม่ได้มีอะไรมากหลังจากที่เขาได้มาดูแล้วเขารู้สึกว่าเฮ้ยมันไม่ใช่ว่ะเอาเงินมาใช้ได้ยังไงกันทำแค่นี้มันจะได้หรอวะหลังจากนั้นเขาก็ได้คุยกับถังชุนตามความจริงว่า
"ท่านถังชุนข้าจะบอกตามความจริงเลยนะขอรับว่าข้านั้นไม่สามารถที่จะช่วยอะไรท่านได้มากนักเพราะว่าขุนนางคนก่อนๆที่มาช่วยเหลือท่านเบิกเงินไปหมดแล้วแล้วจะเบิกอีกครั้งข้าเกรงว่าอาจจะไม่ผ่านก็เป็นได้ครับแล้วก็ถ้าข้าเบิกไปข้าโดนด่าแหง่ๆ แต่ข้าจะทำทุกวิถีทางที่ช่วยท่านแล้วกันขอรับ"หลังจากที่ถังชุนได้รับคำตอบมาเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรแค่พยักหน้าเพียงเท่านั้นทำเอาลู่เฟยนั้นกลัวขึ้นมาทันทีก่อนที่จะกล่าวขึ้นอีกรอบว่า
"ข้าจะพยายามช่วยท่านให้สุดความสามารถและการขอรับไม่ต้องห่วง" หลังจากที่ถังชุนได้ยินโยคคำพูดของลู่เฟยนั้นก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า
"ข้าจะรอดูเเล้วกันขอรับใต้เท้า เเต่ก็อื่นกลับกันเถอะขอรับ กลับไปทานข้าวเเล้วไปวางเเผนกันขอรับ"หลังจากที่ลู่เฟยได้ยินอย่างงั้นเขาก็ยิ้มเเล้วก็กล่าวขึ้นว่า
"จริงด้วยข้าเริ่มหิวเเล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้องไปกัน"หลังจากพูดจบลู่เฟยก็ได้วิ่งนำทันที ถังชุนพอได้เห็นท่าทางร่าเริงของใต้เท้าเลยหันกลับมาถามอี้หยางว่า
"ใต้เท้าเขาเป็นเช่นนี้หรือ?"อี้หยางที่ได้ยินคำตามก็ได้เพียงยิ้มเเห้งเเล้วกล่าวตอบว่า
"ถ้าแต่ก่อนก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้หรอกขอรับแต่ตอนนี้เป็นแล้วขอรับท่านชุน"หลังจากที่ถังชุนได้รับคำตอบก็ได้เพียงพยักหน้าแล้วเดินตามลู่เฟยไปทันที