เช้าวันต่อ
มาถังชุนก็ได้เรียกรวมชาวบ้านมาเพื่อออกไปทำเขื่อนกั้นน้ำใหม่ เเละถังขุนก็ได้เเบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่คือ กลุ่มตัดไม้ เเละกลุ่มเก็บกวาดเศษใบไม้ในเเม่น้ำ หัวหน้ากลุ่มที่หนึ่งเป็นถังชุนเเละหลงซาน หัวหน้ากลุ่มที่สองคือลู่เฟยเเละอี้หยาง ทั้งสองก็ได้เดินทางเเยกกัน
เเม่น้ำ
"อี้หยาง เจ้าดูสิมีปลาด้วย!"ลู่เฟยตะโกนบอกอี้หยางด้วยท่าทางตื่นเต้น จนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งได้เอ่ยทักว่า
"ใต้เท้า! ท่านระวังด้วยนะขอรับเเนวนี้งูมันชุม"หลังจากที่ลู่เฟยได้ยินอย่างงั้นเขาก็ตอบกลับไปว่า
"ไม่เป็นไรหรอกแค่งูเอง"เขาตอบกลับชาวบ้านคนนั้นด้วยรอยยิ้ม เเละนั้นพูดไม่ทันขาดคำ มีงูตัวหนึ่งลอยตามน้ามาทางลู่เฟย เหล่าชาวบ้านที่เห็นแบบนั้นก็ตะโกนบอกลู่เฟยให้ขึ้นมาทันที
"ใต้เท้า!! งู!! งูขอรับ!!"ลู่เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็หันไปตามนิ้วที่ชี้เเละใช่งูมันใกล้เขามาเรื่อยๆเเล้ว หลบไม่ทันเเน่ๆ เขาเลยตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าหมับเข้าให้
"ดูสิ อี้หยางงูหล่ะ!!! มันคืองู งู!!"หลังจากที่พ่อบ้านได้เห็นแบบนั้นก็แทบเป็นลมจับไม่นึกไม่ฝันว่าใต้เท้าของเขาจะจับงูขึ้นมาโชว์แบบนี้ ใครก็ได้รับข้าที เหล่าชาวบ้านที่ได้เห็นอย่างก็ก็ตกใจเช่นกันไม่นานก็หัวเราะลั่นป่า
"ใต้เท้า ข้าไม่นึกไม่ฝันว่าข้าจะได้เห็นขุนนางจับงูนะขอรับฮ่าๆ"ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยเเซวเขาเบาๆ
"อี้หยาง!!!"ลู่เฟยตระกูลเรียกพ่อบ้านของตนเองแล้วกล่าวว่า
"ข้าอยากกินต้มงู"(สิง)ประโยคนี้ของลู่เฟยทำเอาเหล่าชาวบ้านและพ่อบ้านของตนนั้นอึ้งไปพักใหญ่ไม่นานนักความเงียบก็โรยตัวลงมาทันที เป็นจังหวะที่เหล่ากลุ่มที่ตัดไม้ที่มาถึงพอดีพอดีหลงซานที่เห็นใต้เท้าของตัวเองถืองูอยู่เขาก็รีบโยนไม่ไผ่ทิ้งเเล้วโดดลงเเม่น้ำ ลุยน้ำไปหาใต้เข้าของตนเองท่านที
"ใต้เท้าท่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ!?"หลงซานตอนนี้ใจของเขาหล่นวูบไปเเล้ว
"ไม่ๆ หลงซานข้าอยากกินต้มงู"องครักษ์หนุ่มที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ค่อยๆหันมองงูที่อยู่ในมือของนายตัวเอง..
ท่านจะกินจริงๆหรือนี่หรือถ้าพูดเล่นอะไรยังไงข้างงไปหมดแล้วถ้าท่านกินจริงๆไม่ได้ท่านจะกินไม่ได้มันมีพิษแต่ถ้าท่านดึงดันจะกินใครก็ห้ามทำไม่ได้ท่านจะกินจริงๆหรือไม่ได้ๆต้องห้ามให้ท่านไม่กินแต่ใครจะห้ามฉันได้ถ้าเป็นนายเอายังไงว่ะเนี่ยหลงซาน
"ไม่ได้ขอรับท่านกินไม่ได้งูนี่มันมีพิษขอรับ"ลู่เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็เลยตอบกลับหลงซานทันทีว่า
"รีดพิษออกสิ"หลงซานที่ได้ยินเเบบนั้นก็ชะงักไปชักครู่เเล้วตัดสินใจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เลยคือ เขาแย่งงูมาจากนายของตนแล้วขว้างมันทิ้ง
"ที่นี่ก็ไม่มีให้กินแล้วนะขอรับไปกินปลาเถอะขอรับ"หลังจากที่ลู่เฟยได้ยินแบบนั้นเขาก็หน้าบึ้งลงทันทีแล้วเดินขึ้นจากน้ำทันทีโดยที่ไม่หันหลังกลับไปดูองครักษ์หนุ่มคนนั้นอีก
อ้าวข้าซวยแล้วไงโดนงอนจนได้ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าค่อยซื้อขนมไปง้อแล้วกันกินขนมดีกว่ากินต้มงูล่ะนะ แต่ขึ้นจากน้ำไปก็ดี
และเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงแต่ด้วยดีหลังจากนั้นองครักษ์และพ่อบ้านก็ได้ทำการช่วยชาวบ้านทำเขื่อนเพราะเขาก็ทำไปเรื่อยๆไม่ได้รีบมากนะช่วยกันคนละไม้คนละมือโดยที่ไม่มีใครบ่นอะไรเลยแต่มันจะมีอยู่คนนึง
"เหนื่อยอ่ะ"คนๆนี้เขาเอาแต่บ่นว่าเหนื่อยทั้งๆที่เขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยเขาไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ จนทำให้องครักษ์ของเขาพูดว่า
"มือไม่พายยังเอาเท้าราน้ำอยู่นะขอรับ"องครักษ์ของเขาได้กล่าวตอบเขายิ้มยิ้ม เขาได้ยินแบบนั้นเขาก็ตอบกลับองครักษ์ของตนเองว่า
"มือไม่พายข้าก็สบายเลยสบายจริงๆไม่ต้องทำงานเนี่ยและนั่นๆตรงนั้นน่ะมันแหว่งอยู่"หลังจากที่เขาพูดแล้วเขาก็ชี้ให้องครักษ์ของตนเองไปปิดรูแหว่งตรงนั้น แต่องครักษ์ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำให้เขาเขาก็เดินไปทำทันทีโดยที่ไม่บ่นอะไรสักนิด
ยามเว่ย
"เย้ ในที่สุดก็เสร็จสักที"ลู่เฟยกล่าวมาด้วยความดีใจ
"ว่าเเต่เเน่ใจเเล้วใช่ไหมว่ามันจะอยู่น่ะ"
"อยู่สิขอรับ ทำไมจะไม่อยู่ อ่าก็ขอบคุณทุกคนมากนะขอรับที่มาช่วยพวกข้า ขอรับมากๆ"อี้หยางได้กล่าวขึ้นกล่าวประสานมือคำนับทุกคน
หลังจากที่พวกเขาทำอะไรเสร็จ ก็เดินทางกลับมายังหมู่บ้านทันทีโดยที่ไม่พักให้หายเหนื่อยก่อน พวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านในทันที เราชาวบ้านทุกคนก็มาขอบคุณ พวกเขาพร้อมนำของเล็กๆน้อยๆมาฝากพวกเขาพวกเขาก็ยอมรับแต่โดยดีและพวกขนมคนที่กินก็มีคนเดียวก็คือลู่เฟย เเละกินหมดภายในวันเดียว ทำเอา 1 องครักษ์และ 1 พ่อบ้านอึ้งกันเลยทีเดียว
"อี้หยาง"เสียงที่มาก่อนตัวนั้นทำเอาอี้หยางหันไปมอง คนที่กำลังจะมาใหม่และก็มาในที่สุด
"ท่านมีอะไรหรือขอรับ"เขากล่าวถามผู้เป็นนายแล้วรอคำตอบของผู้เป็นนายแต่ผู้เป็นนายนั้นกลับเงียบไปไม่พูดอะไรต่อ ถ้าพวกเขานี่สงสัยว่าผู้เป็นนายของตนจะพูดอะไรต่อและในที่สุดผู้เป็นนายของเขาก็เดินกลับไปโดยที่ไม่พูดอะไร อะไรวะ