22px

ฉันวางโทรศัพท์ลงบนที่นอนลงไปสักครู่ ใจก็ยังเต้นแรงจากรูปที่พิมส่งมา มือเย็นจนต้องเอานิ้วถูกันไปมาเพื่อให้รู้สึกอุ่นขึ้นบ้าง ห้องนอนที่เคยเป็นที่ปลอดภัยที่สุดในโลกของฉันตอนนี้กลับดูแคบและอึดอัดจนทนไม่ไหว ฉันลุกขึ้นจากเตียง หยิบโทรศัพท์ติดมือมา เดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น เปิดไฟดวงที่มุมห้องให้สว่างขึ้นอีกนิด อยากให้แสงสว่างช่วยไล่ความรู้สึกแปลกๆ ที่ค้างอยู่ในอกให้ออกไปบ้าง

ฉันนั่งลงบนโซฟา กอดเข่าเข้าหาตัวเหมือนเด็ก แล้วเปิดโทรศัพท์ดูอีกครั้ง ข้อความในกลุ่มยังคงไหลเข้ามาไม่หยุด

"จำได้ไหม ปีนั้นเราไปทะเล เธอบอกว่าอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วพวกเราตื่นตีห้าไปนั่งรอด้วยกัน" น้ำฝนพิมพ์มา ตามด้วยรูปทะเลสีส้มอมชมพู มีเงาคนสามสี่คนนั่งอยู่บนหาดทราย ฉันมองไม่เห็นหน้าใครชัด แต่รูปร่างของผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง

"วันนั้นฝนตกหนักตอนกลับ เธอกับน้ำฝนวิ่งเข้าไปหลบใต้หลังคาร้านค้าแถวนั้น พวกเรากอดกันหัวเราะกันทั้งที่ตัวเปียกอยู่" พิมพิมพ์ต่อ พร้อมส่งรูปอีกใบ เป็นภาพผู้หญิงสองคนกอดกันอยู่ใต้แสงไฟถนน ทั้งคู่หัวเราะจนตาหยี ใบหน้าของอีกฝ่ายเบลอเพราะกล้องสั่น แต่ใบหน้าฉันคมชัด มันเห็นได้ชัดว่าเป็นฉันจริงๆ

โอมไม่ได้พิมพ์อะไรยาวมากนัก มีแค่ประโยคสั้นๆ "คืนนั้นเราขับรถไปส่งเธอถึงบ้าน กลัวเธอจะเมาเกินไปน่ะสิ" ตามด้วยอิโมจิหน้าเรียบๆ ไม่มีลูกเล่นอะไรมาก แต่มีบางอย่างในน้ำเสียงห้วนๆ นั้นที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีคนคอยมองอยู่ข้างหลังตลอดเวลา ไม่ใช่แบบน่ากลัว แต่แบบที่รู้สึกเหมือนว่ามีคนคอยคุ้มกันอยู่

ฉันอ่านข้อความพวกนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามขุดหาความทรงจำในหัวสักเสี้ยวเดียว ปี 2019 ฉันทำอะไรอยู่บ้าง ฉันจำได้แค่ว่าทำงานที่เดิม อยู่คอนโดคนละที่กับตอนนี้ แต่รายละเอียดวันต่อวันมันเหมือนมันจะเลือนหายไปหมด เหมือนหน้าปฏิทินที่ถูกฉีกทิ้งไปทีละแผ่น ทีละแผ่น โดยไม่มีใครบอกว่าฉีกไปทำไม ฉันพยายามนึกถึงทะเล นึกถึงใต้ชายคาร้านค้านึกถึงคนชื่อน้ำฝนที่ว่ากันว่าเคยกอดฉันตอนฝนตก แต่ในหัวมีแต่ความว่างเปล่าเหมือนเดิม ไม่มีแม้แต่เงาราง ๆ ให้นึกถึง

บางทีฉันอาจจะเป็นคนที่ความจำแย่กว่าที่คิด บางทีเรื่องพวกนี้อาจเกิดขึ้นจริง แล้วฉันแค่ลืมมันไปเพราะมันไม่สำคัญพอ คนเราลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ กันได้ทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก ฉันบอกตัวเองแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็มีอีกเสียงหนึ่งในหัวที่กระซิบสวนกลับมาว่า คนที่ลืมเรื่องแบบนี้ได้หมดจนจำไม่ได้ ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวความทรงจำ มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ

ฉันลุกจากโซฟา เดินไปเปิดประตูระเบียง อากาศตอนดึกพัดเข้ามาเย็นๆ กลิ่นฝุ่นเมืองปนกับกลิ่นดอกไม้จากกระถางที่แม่บ้านคอนโดปลูกไว้ตรงราวระเบียง ฉันยืนมองแสงไฟตึกสูงที่ยังสว่างอยู่หลายดวง ทั้งที่ดึกป่านนี้แล้ว คนในเมืองนี้ก็ยังไม่หลับกัน บางคนอาจจะนั่งทำงานอยู่ หรือบางคนอาจจะนั่งเหงาเหมือนฉัน ฉันมองออกไปยังตึกอีกฝั่งที่ฉันไม่รู้จักใครสักคน

ฉันคิดถึงคำถามที่เพื่อนร่วมงานเคยถาม ว่าเหงาไหมที่อยู่คนเดียว ฉันตอบไปแบบขำๆ ว่าสบายกว่ามีคนกวนใจ แต่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงระเบียงนี้ ฉันเองก็เริ่มยอมรับกับตัวเองบางอย่างที่ไม่เคยพูดออกมาดังๆ ว่าความเงียบที่ฉันเลือกเองมันไม่ได้สงบอย่างที่คิดเสมอไป บางคืนมันก็หนักอึ้งจนต้องเปิดทีวีทิ้งไว้เป็นเพื่อน บางคืนมันก็ดูว่างเปล่าจนแม้แต่เสียงแอร์ก็ยังดังเกินไป และตอนนี้มีคนสามคนที่บอกว่ารู้จักฉันมาตั้งแต่ปี 2019 บอกว่าคิดถึง บอกว่ารอมาตั้งนาน คำพูดพวกนี้มันไม่ใช่คำพูดของคนแปลกหน้าที่อยากได้อะไรจากฉัน มันฟังดูอบอุ่นเกินกว่าจะเป็นเรื่องหลอกลวง

ฉันกลับเข้าไปในห้อง ปิดประตูระเบียง นั่งลงที่โซฟาอีกครั้ง มองหน้าจอที่ยังค้างอยู่ที่ข้อความสุดท้ายของน้ำฝน "ลินอย่าหายไปอีกเลยนะ พวกเราคิดถึงเธอจริงๆ" ฉันอ่านประโยคนั้นซ้ำสองสามรอบ นิ้วลังเลอยู่เหนือแป้นพิมพ์ ส่วนหนึ่งในใจยังคงเตือนตัวเองว่านี่มันแปลก คนที่รู้จักฉันดีขนาดนี้แต่กลับไม่มีใบหน้าให้เห็นแม้แต่คนเดียว ไม่มีชื่อจริง ไม่มีอะไรให้ยืนยันได้เลยว่าพวกเขาคือใครกันแน่

แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งในใจ ส่วนที่เหนื่อยล้ากับการนอนคนเดียวทุกคืน เหนื่อยกับการที่ต้องเปิดทีวีทิ้งไว้เป็นเพื่อน เหนื่อยกับการหัวเราะกลบเกลื่อนทุกครั้งที่มีคนถามว่าเหงาไหม ส่วนนั้นฉันเองก็อยากเชื่อว่าเคยมีคนสามคนรักฉันมากพอที่จะจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างวันฝนตกใต้ชายคาร้านค้าได้ อยากเชื่อว่ามีใครสักคนรอฉันอยู่จริงๆ

ฉันพิมพ์ข้อความกลับไปช้าๆ ทีละตัวอักษร "ขอโทษที่เราจำไม่ค่อยได้นะ แต่เล่าให้ฟังอีกได้ไหม อยากรู้เรื่องของพวกเราจริงๆ" นิ้วกดส่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกนิด ไม่ใช่เพราะกลัวเหมือนตอนแรกแล้ว แต่เพราะมีความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่ได้สัมผัสมานาน ความรู้สึกที่คล้ายกับตอนที่มีใครสักคนตอบรับความเงียบของเราด้วยความอบอุ่น ข้อความตอบกลับขึ้นมาแทบจะทันทีจากทั้งสามคนพร้อมกัน เหมือนพวกเขารอฉันพิมพ์ประโยคนี้มานานแสนนาน

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!