เช้าวันจันทร์ฉันมาถึงออฟฟิศเร็วกว่าปกติประมาณสิบนาที เดินแวะร้านกาแฟที่ชั้นล่างของตึกเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มให้แล้วพูดขึ้นก่อนที่ฉันจะสั่งด้วยซ้ำว่า "เอาเอสเปรสโซ่ไม่ใส่น้ำตาลเหมือนเดิมไหมคะพี่ลิน" ฉันยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะปกติฉันสั่งแต่ลาเต้เย็น หวานน้อย ไม่เคยดื่มเอสเปรสโซ่แบบไม่ใส่น้ำตาลมาก่อน แต่พอเห็นสีหน้ามั่นใจของพนักงานคนนั้น ฉันกลับพยักหน้ารับ เหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวฉันบอกว่าอืม..ใช่ แบบนี้แหละที่ฉันดื่มมาตลอด ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงยอมรับเรื่องแปลกๆ แบบนี้ได้ง่ายดายเหลือเกิน
ระหว่างเดินขึ้นลิฟต์ ฉันยังคิดถึงเรื่องกาแฟแก้วนี้อยู่ ลองนึกย้อนดูว่าฉันเปลี่ยนรสชาติที่ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ในใจก็นึกไม่ออก เคยจำได้แค่ว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยฉันไม่ดื่มกาแฟเลยด้วยซ้ำ กลิ่นมันทำให้ปวดหัว แล้วจู่ๆ ก็มาชอบดื่มกาแฟตอนไหนก็ไม่รู้ หรือบางทีคนเราก็คงเปลี่ยนนิสัยได้โดยไม่รู้ตัวหรอกมั้ง ฉันบอกตัวเองแบบนั้น พลางนั่งลงที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ เริ่มงานวันใหม่เหมือนเช่นทุกวัน
แต่พองานที่ต้องทำเสร็จ ฉันก็อดคิดไม่ได้อีกครั้ง ปี 2019 ฉันทำอะไรอยู่ที่บริษัทนี้บ้าง ตำแหน่งไหน โต๊ะไหน ใครนั่งข้างฉัน ฉันพยายามขุดคุ้ยในหัว แต่กลับพบแค่ความว่างเปล่ากว้างใหญ่ที่ไม่มีเงาอะไรลอยขึ้นมาให้จับต้องได้เลยสักนิด เหมือนมีคนเอายางลบก้อนใหญ่มาถูช่วงเวลานั้นทิ้งไปจนหมด ทั้งที่เรื่องอื่นๆ ในชีวิตฉันจำได้ดี จำได้ว่าปี 2015 ฉันเรียนจบ จำได้ว่าปี 2021 ฉันย้ายมาอยู่คอนโดปัจจุบัน แต่ตรงกลางระหว่างนั้น มันดูโล่งไปหมด ราวกับหน้ากระดาษที่ถูกฉีกออกไปทั้งบท แล้วไม่มีใครยอมบอกว่าทำไมถึงฉีกมันออกไป
ตอนพักเที่ยง ฉันไม่ได้ลงไปกินข้าวกับใคร นั่งกินแซนวิสชิ้นเล็กๆอยู่ที่โต๊ะทำงานคนเดียว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเฟซบุ๊กแล้วพิมพ์ชื่อ น้ำฝน ลงในช่องค้นหา ผลลัพธ์ขึ้นมาเป็นร้อยเป็นพันชื่อ แต่ไม่มีคนไหนที่หน้าตาคุ้นเคยเลยซักกะคนเดียว ฉันลองพิมพ์ชื่อโอม ก็เจอแต่คนแปลกหน้าเช่นเดียวกัน สุดท้ายลองพิมพ์พิม ผลก็ไม่ต่างกัน ฉันเปลี่ยนไปค้นในอินสตาแกรม ในไลน์ ลองหาด้วยเบอร์โทรที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่พบอะไรเลย ไม่มีบัญชีไหนที่ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับสามคนที่คุยกับฉันเมื่อคืนได้เลยแม้แต่น้อย
มันแปลกมาก คนที่รู้จักฉันดีขนาดจำวันฝนตกใต้ชายคาร้านค้าได้ จำเรื่องกาแฟที่ฉันสั่งได้ แต่กลับไม่เหลือร่องรอยตัวตนอะไรบนโลกออนไลน์เลยสักนิด สมัยนี้ใครๆ ก็มีบัญชีโซเชียลกันทั้งนั้น อย่างน้อยก็ต้องมีรูปโปรไฟล์สักรูป มีเพื่อนร่วมกันสักคน แต่ทั้งสามคนนี้เหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในโลกที่ฉันมองเห็น ฉันปิดแอปทั้งหมด วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ มองไปรอบๆ ออฟฟิศที่ว่างเปล่าที่คนอื่นคงกำลังกินข้าวกลางวันกันตามปกติด้านล่างตึก ในหัวฉันตอนนี้เหมือนกำลังปวดหัวขึ้นทีละนิด
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เปิดกลุ่มแชทเพื่อนสนิท 2019 ตั้งใจจะลองหยั่งเชิงดูสักหน่อย ถ้าพวกเขารู้จักฉันจริงตามที่บอก ก็ต้องตอบคำถามละเอียดๆ ได้ ฉันพิมพ์ถามไปว่า "จำได้ไหมว่าร้านกาแฟที่เราชอบไปนั่งคุยกันสมัยนั้นชื่ออะไร อยู่ตรงไหน" ไม่ถึงนาที พิมก็ตอบกลับมาทันที "ร้านลุงเปีย ซอยข้างคอนโดเก่าของเธอไง ตรงหัวมุมที่มีต้นลีลาวดีต้นใหญ่ เราไปนั่งกันแทบทุกวันหยุด" ฉันอ่านแล้วรู้สึกวูบวาบที่ท้อง เพราะฉันเคยฝันเห็นต้นลีลาวดีนั้นเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยบอกใครมาก่อน และในหัวฉันเองก็ไม่ได้มีภาพจำอะไรเกี่ยวกับร้านลุงเปียเลยสักนิด
ฉันลองถามต่ออีกคำถาม ถามถึงชื่อคอนโดที่ฉันเคยอยู่ก่อนย้ายมาที่ปัจจุบัน โอมตอบกลับมาสั้นๆ ตามสไตล์ของเขา "ตึกริมคลอง ห้อง 12C มองเห็นสะพานลอยจากหน้าต่างห้อง จำได้แม่นเพราะเคยไปส่งเธอถึงหน้าลิฟต์บ่อยๆ" น้ำฝนพิมพ์ตามมาติดๆ "ใช่ ห้องนั้นแหละ ตอนฝนตกจะได้ยินเสียงหยดน้ำจากหลังคาดังตุ๊บๆ ทั้งคืนเลย" ฉันนั่งจ้องข้อความพวกนั้นนานหลายนาที มือเริ่มเย็นเหมือนตอนที่พิมส่งรูปมาให้ครั้งก่อน ทุกรายละเอียดที่พวกเขาบอกมันช่างเฉพาะเจาะจงเกินกว่าจะเป็นการเดาสุ่มสี่สุ่มห้า คงไม่มีใครเดาถูกขนาดนี้ได้หรอกถ้าไม่เคยไปที่นั่นจริงๆ
แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็เพิ่งเลิกค้นหาชื่อพวกเขาในทุกแอปที่มีแล้วเพราะไม่พบอะไรเลยสักอย่าง ไม่มีชื่อ ไม่มีรูป ไม่มีร่องรอยว่าคนสามคนนี้เคยมีบัญชีอะไรอยู่บนโลกออนไลน์ ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยถูกบันทึกไว้ในระบบที่ไหนเลย ทั้งที่กลับรู้จักฉันดีเสียยิ่งกว่าคนที่ฉันคบหาด้วยในชีวิตจริงตอนนี้เสียอีก ฉันเริ่มสงสัยว่าที่ฉันจำไม่ได้เรื่องคอนโดริมคลอง หรือร้านลุงเปียนั้น มันเป็นเพราะฉันลืมจริงๆ หรือว่าเรื่องพวกนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นเลยตั้งแต่แรก แต่ถ้าไม่เคยเกิดขึ้นจริง แล้วทำไมพวกเขาถึงรู้รายละเอียดได้ละเอียดขนาดนี้
ฉันวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ มองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังค้างงานที่ยังทำไม่เสร็จดี ก็พยายามกลับไปโฟกัสกับตัวเลขในตารางที่กำลังทำอยู่ แต่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักนิด บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังจำอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ลางๆ เสียงฝนบนหลังคา กลิ่นดอกลีลาวดี แต่พอพยายามจับภาพให้ชัดขึ้น มันก็จางหายไปเหมือนควันบุหรี่ที่ลอยผ่านมือ ฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าที่ฉันคิดว่าจำไม่ได้นั้น มันจริงหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วฉันแค่ไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองจำมันได้ทุกอย่างมาตลอด แต่เลือกที่จะเก็บมันไว้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้