บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นสุดหรูของมิติวิเศษเงียบกริบไปถนัดตา มีเพียงเสียงแอร์คอนดิชันเนอร์ที่ครางหึ่งๆ กับร่างของซูอวี้หลันที่นอนแผ่หลาทำหน้าตายอยู่บนพื้นกระเบื้องยาง
แมวส้มโฮโลแกรมสวมแว่นดำลอยวนไปวนมาเหนือร่างของเธอ หางอ้วนๆ ของมันตวัดไปมาอย่างใช้ความคิด
[ติ๊ง! ระบบทำการประมวลผล... ตรวจพบสัญญาณชีพโฮสต์อ่อนแรงลง 15% หากไม่ได้รับสารอาหารภายใน 12 ชั่วโมง โฮสต์จะเสียชีวิต และระบบจะถูกระงับการใช้งานถาวร] ซูอวี้หลันแอบหรี่ตามองพลางแค่นยิ้มในใจ หึ! เป็นไงล่ะไอ้อ้วน หน้าเลือดนักใช่ไหม เจอวิชากดดันปิดยอดขายของฉันหน่อยเป็นไง!
"โอ๊ยยย... หายใจไม่ออกแล้ว..." เด็กสาวแกล้งร้องครวญคราง เอามือกุมท้องตัวเอง
"สงสัยฉันจะอยู่รอดไปหาของโบราณยุค 70 มาให้นายไม่ได้แล้วล่ะอาเป่า ลาก่อนนะเพื่อนรัก ฝากบอกตู้เย็นด้วยว่าฉันรักมัน..."
[หยุดการแสดงละครเดี๋ยวนี้โฮสต์!] อาเป่าร้องลั่น ขนแมวสีส้มลุกซู่
[ระบบมีนโยบายป้องกันการล้มละลาย! อนุมัติ 'แพ็กเกจสินเชื่อเพื่อการยังชีพสำหรับมือใหม่' ดอกเบี้ยมิตรภาพ!]
วูบ!
สิ้นเสียงของระบบ บาเรียสีฟ้าหน้าตู้เย็นก็มีช่องโหว่ขนาดเล็กเปิดออก พร้อมกับ 'ซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็ม' ลูกโตที่ผ่านการเวฟจนร้อนฉ่า ส่งกลิ่นหอมฉุยลอยออกมาตกตุบลงบนมือของซูอวี้หลันพอดิบพอดี
ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างวาววับราวกับหมาป่าเห็นเหยื่อ เธอสปริงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว อาการใกล้ตายเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง!
[ติ๊ง! โฮสต์ได้รับ ซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็ม 1 ลูก ราคา 50 แต้ม หักค่าธรรมเนียมสินเชื่อและดอกเบี้ยล่วงหน้า 50 แต้ม รวมหนี้สินปัจจุบัน: -100 แต้ม! หากไม่ชำระภายใน 3 วัน จะถูกตัดไฟในมิติ!]
"ร้อยแต้ม! นี่แกปล้นกันชัดๆ!" ซูอวี้หลันโวยวาย แต่ปากก็อ้ากว้างงับซาลาเปาคำโตเข้าปากไปแล้ว
วินาทีที่แป้งนุ่มๆ และน้ำซุปหมูสับชุ่มฉ่ำแตะลิ้น น้ำตาของเซลส์สาวผู้สู้ชีวิตก็แทบจะไหลพราก ความอร่อยของโลกยุคปัจจุบันมันเยียวยาร่างกายที่ขาดสารอาหารมาแรมปีของร่างนี้ได้ชะงัดนัก เธอเคี้ยวตุ้ยๆ กลืนซาลาเปาลงท้องอย่างรวดเร็วราวกับกลัวแมวส้มจะมาแย่งกิน
เมื่อซาลาเปาลูกโตตกถึงท้อง ร่างกายที่เคยหนาวสั่นก็เริ่มมีไออุ่น เรี่ยวแรงที่หดหายก็กลับคืนมา ซูอวี้หลันปาดคราบน้ำมันที่มุมปาก ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกงปะชุนด้วยท่วงท่ามาดมั่น
"ร้อยแต้มก็ร้อยแต้ม! รอฉันออกไปรื้อของในป่ามาเคลียร์หนี้แกก็แล้วกัน ไอ้อ้วนหน้าเลือด!"
ซูอวี้หลันหลับตาลง เพ่งสมาธิเพื่อออกจากมิติ
วูบ!
ร่างของเธอกลับมานอนอยู่บนเตียงเตาแข็งๆ ในห้องดินเหนียวสุดซอมซ่ออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เธอไม่ได้นอนรอความตายเหมือนตอนแรกแล้ว
"นังตัวดี! แม่แกบอกว่าแกอู้งาน แกล้งสลบงั้นรึ!"
ยังไม่ทันจะได้วางแผนหาแต้ม เสียงแหบพร่าแต่ดุดันของ 'ย่าซู' ก็ดังลั่นมาจากลานหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินกระแทกส้นตรงมาที่ห้องของเธอ
ปัง! ประตูไม้ถูกถีบจนแทบพัง ย่าซูในชุดผ้าฝ้ายสีเทาเก่าๆ ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือไม้ไผ่เรียวยาวที่ใช้ตีหลังเธอจนสลบเมื่อวาน!
"ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นังตัวไร้ค่า! ที่บ้านไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อแล้ว ถ้านังเยว่เล่อไม่ได้ไข่ไก่บำรุงเมื่อวาน ป่านนี้หลานรักของฉันคงลุกไม่ขึ้น! แกยังกล้ามานอนกินแรงคนอื่นอีกรึ ออกไปเกี่ยวข้าวเดี๋ยวนี้!"
ซูอวี้หลันหรี่ตามองย่ามหาภัย ในความทรงจำของร่างเดิม ย่าซูคนนี้เกลียดลูกผู้หญิงเข้าไส้ แต่กลับโอ๋ซูเยว่เล่อ (น้องสาวของเธอ) เป็นพิเศษ เพราะแม่ของซูเยว่เล่อเป็นคนปากหวานประจบเก่ง และมักจะเอาของกินที่แอบซ่อนไว้มาเซ่นไหว้ย่าซูเสมอ
ถ้าเป็นร่างเดิม คงจะตัวสั่นงันงก ร้องไห้ขอความเมตตา แล้วคลานออกไปทำงานหลังขดหลังแข็ง... แต่ขอโทษที ตอนนี้คนในร่างคือ หลินเยว่ เซลส์สาวตัวแม่ผู้มีสกิลตอแหลระดับรางวัลลูกโลกทองคำ!
"ฮึก... คุณย่าจ๋า..."
ซูอวี้หลันไม่ได้ลุกขึ้นหนี แต่เธอกลับทิ้งตัวกลิ้งตกลงมาจากเตียงเตา ตุบ! ลงไปคลุกฝุ่นที่พื้น ก่อนจะใช้สองมือตะเกียกตะกายคลานไปที่แทบเท้าของย่าซูอย่างน่าเวทนา น้ำตาเม็ดโตสั่งได้ดั่งใจ ร่วงเผาะๆ อาบสองแก้มที่ดำมอมแมม
"คุณย่าตีฉันเลยจ้ะ! ตีฉันให้ตายเลย!" ซูอวี้หลันแหกปากร้องไห้เสียงดังลั่น ดังชนิดที่ว่าทะลุกำแพงดินไปถึงหูเพื่อนบ้านบ้านข้างๆ แน่นอน
ย่าซูชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าหลานสาวที่ปกติเอาแต่ก้มหน้าเงียบจะมาร้องห่มร้องไห้เล่นใหญ่ขนาดนี้
"กะ... แกทำบ้าอะไรของแก! หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!"
"ฉันรู้ว่าฉันมันตัวซวย! ฉันทำงานตั้งแต่ไก่โห่ยันมืดค่ำ ได้แต้มแรงงานมาก็ให้คุณย่าหมด แต่ฉันมันอกตัญญูที่หิวจนเป็นลมล้มไปเอง!" ซูอวี้หลันยังคงตะโกนเสียงสะอื้น
"ขอแค่... ฮึก... ขอแค่น้องเยว่เล่อได้กินไข่ไก่บำรุงร่างกายจนมีแรงไปวิ่งเล่นไล่จับแมลงกับเพื่อนๆ หน้าหมู่บ้านได้ ฉันก็ดีใจแล้วจ้ะ! ส่วนฉันจะออกไปเกี่ยวข้าวต่อ แม้ว่าหัวจะแตก เลือดจะไหลคลุมหน้า ฉันก็จะไปเกี่ยวข้าวเอาแต้มมาให้คุณย่าจ้ะ!"
ประโยคนั้นทำเอาย่าซูหน้าซีดเผือด!
เพราะตอนนี้ เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาหน้าจวนเริ่มดังแว่วเข้ามาให้ได้ยิน
"ตายแล้ว ย่าซูตีหลานสาวคนโตจนหัวแตกเลยเรอะ?"
"แหม ปากบอกว่าเยว่เล่อป่วยจนต้องต้มไข่ให้กิน ที่แท้ก็ป่วยการเมือง ไปวิ่งไล่จับแมลงนี่เอง! แล้วใช้งานอวี้หลันจนเป็นลมเนี่ยนะ หน้าเลือดเกินไปแล้วบ้านนี้!"
ย่าซูเป็นคนห่วงหน้าตาตัวเองในหมู่บ้านที่สุด พอได้ยินชาวบ้านนินทา ก็รีบโยนไม้ไผ่ในมือทิ้งราวกับจับโดนของร้อน
"หุบปาก! แกพล่ามบ้าอะไร นังเด็กผี!" ย่าซูลดเสียงลง กระชากแขนซูอวี้หลันให้ลุกขึ้น
"ใครตีแกหัวแตก! แล้วใครสั่งให้แกแหกปากร้องเสียงดังฮะ!"
ซูอวี้หลันลอบยิ้มร้ายในใจ แต่ภายนอกยังคงทำหน้าตื่นกลัว
"ฮึก... งั้นฉันไปเกี่ยวข้าวนะจ๊ะคุณย่า แต่ฉันหิวจนไม่มีแรงเดินเลย ขอฉันแวะไปดื่มน้ำในครัวหน่อยนะจ๊ะ"
พูดจบ เธอก็สะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุม วิ่งโซซัดโซเซออกจากห้องไป แต่แทนที่เธอจะเลี้ยวซ้ายไปทางห้องครัว ซูอวี้หลันกลับเลี้ยวขวา... พุ่งตรงไปยังห้องนอนของลูกรักอย่าง 'ซูเยว่เล่อ' แทน!
ปัง! ประตูห้องนอนถูกเปิดออก ซูเยว่เล่อ เด็กสาววัยสิบสี่ปีที่หน้าตาจิ้มลิ้มแต่มีแววตาเจ้าเล่ห์ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงอุ่นๆ ในมือของเธอกำลังถือ 'ไข่ต้ม' สีขาวอวบอ้วนที่เพิ่งปอกเปลือกเสร็จ เตรียมจะเอาเข้าปาก!
"พี่อวี้หลัน! เข้ามาทำไมไม่เคาะประตู!" ซูเยว่เล่อสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนไข่ต้มไว้ด้านหลัง
ซูอวี้หลันตาโต วิ่งพรวดเข้าไปหาทันที
"น้องเยว่เล่อ! น้องหายป่วยแล้วเหรอจ๊ะ! โอ๊ะ! นั่นไข่ต้มนี่นา! คุณย่าบอกว่าน้องป่วยหนักต้องบำรุง แต่พี่กำลังจะตายเพราะไม่มีแรงไปเกี่ยวข้าว น้องเป็นเด็กดีมีเมตตา แบ่งให้พี่สักคำนะจ๊ะ!"
"กรี๊ด! ปล่อยนะ นังบ้า! นี่ไข่ของฉัน!"
ซูเยว่เล่อพยายามปัดป้อง แต่มีหรือที่แรงของเด็กสาวที่วันๆ เอาแต่นอนอืด จะสู้แรงของเซลส์สาวที่เพิ่งซัดซาลาเปาไส้หมูสับจากมิติมาเต็มคราบ!
ซูอวี้หลันใช้ความไวแสง คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของน้องสาว บีบจุดเส้นประสาทเบาๆ จนเยว่เล่อเผลอคลายมือออก แล้วแย่งไข่ต้มลูกนั้นมายัดเข้าปากตัวเองรวดเดียวครึ่งลูก!
"อื้มมม! อร่อยจังเลย ขอบใจนะจ๊ะน้องสาวผู้อารี!" ซูอวี้หลันเคี้ยวตุ้ยๆ ยิ้มแก้มตุ่ย
"กรี๊ดดดด!! คุณย่า! คุณแม่! นังพี่อวี้หลันมันแย่งไข่ต้มฉัน!!" ซูเยว่เล่อกรีดร้องดิ้นพราดๆ อยู่บนเตียง
ย่าซูและแม่ซูวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง พอเห็นซูอวี้หลันเคี้ยวไข่ต้มหยับๆ ก็แทบจะลมจับ
"นังชาติหมา! คายออกมาเดี๋ยวนี้นะ!" แม่ซูถลันเข้ามาจะตบหน้า
ซูอวี้หลันกลืนไข่ต้มลงคอเอื๊อกใหญ่ ก่อนจะวิ่งหลบฉากออกไปยืนที่ลานบ้าน ท้องอิ่มตื้อกำลังดี เธอหันกลับมายิ้มหวานให้ครอบครัวนรกแตก พร้อมตะโกนเสียงดังให้ชาวบ้านได้ยินอีกรอบ
"ขอบคุณคุณย่า ขอบคุณคุณแม่ ขอบคุณน้องเยว่เล่อ ที่เสียสละไข่ต้มให้ฉันกินเพื่อให้มีแรงไปเกี่ยวข้าวนะจ๊ะ! ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ ฉันจะไปทำงานเดี๋ยวนี้แหละจ้า!"
พูดจบ ยัยลูกชังจอมเหลี่ยมก็คว้าเคียวเกี่ยวข้าวสนิมเขรอะ วิ่งสับเท้าออกจากบ้านไปอย่างเริงร่า ทิ้งให้ย่าซูกับแม่ซูยืนกำหมัดแน่น ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด แต่ด่าไม่ออกเพราะกลัวชาวบ้านจะหาว่าตระหนี่ถี่เหนียว!
เอาล่ะ! ท้องอิ่มแล้ว ได้ตอกหน้ายัยดอกบัวขาวแล้ว... เป้าหมายต่อไปคือการเข้าป่า ไปหาของมาใช้หนี้ไอ้แมวหน้าเลือดนั่น!