หลังจากตกลงทำสัญญาร่วมทุน (ที่แอบเอาเปรียบนิดๆ) เสร็จสิ้น จ้าวฉือก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะเดินไปที่พุ่มไม้ใกล้ๆ แล้วหยิบ 'กระต่ายป่า' ตัวอวบอ้วนที่ถูกมัดขาไว้ด้วยเถาวัลย์ออกมาสองตัว
ชายหนุ่มโยนกระต่ายป่าหนึ่งตัวมาหล่นตุบตรงหน้าซูอวี้หลัน เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองเขาตาปริบๆ
“ถือซะว่าเป็นเงินมัดจำล่วงหน้า” จ้าวฉือเอ่ยเสียงเรียบ
“กระต่ายตัวนี้ฉันล่าได้ก่อนจะเจอเธอ เอาไปจัดการซะ พรุ่งนี้เวลาเดิม ฉันจะเอาของป่ามาส่งให้ที่นี่”
ซูอวี้หลันมองกระต่ายป่าตัวอ้วน สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่แฝงความดุดันของชายหนุ่ม รอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวปรากฏขึ้นบนใบหน้ามอมแมมทันที
“พี่ชายจ้าว! พี่นี่นอกจากจะล่าสัตว์เก่งแล้ว ตอนจ่ายล่วงหน้านี่ยังหล่อบาดใจสุดๆ ไปเลย! ไว้ใจฉันได้เลย รับรองว่าพรุ่งนี้พี่จะได้ของแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าแน่นอน!”
จ้าวฉือมุมปากกระตุกเล็กน้อยกับคำชมประหลาดๆ ของเด็กสาว เขาไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่พยักหน้าสั้นๆ แล้วสะพายธนูเดินกลืนหายเข้าไปในป่าลึก ทิ้งให้ซูอวี้หลันยืนยิ้มกริ่มอยู่กับซากกระต่าย
เมื่อแน่ใจว่าลับสายตาคนแล้ว เซลส์สาวก็ไม่รอช้า รีบหาซอกหินลับตาคนแล้วเปิดโหมดเจรจากับระบบทันที
‘อาเป่า! ออกมารับของส่วยเดี๋ยวนี้!’
แมวส้มโฮโลแกรมเด้งป๊อปอัปขึ้นมา พร้อมกับทำจมูกฟุดฟิด
[ติ๊ง! ตรวจพบกระต่ายป่าภูเขา 1 ตัว น้ำหนัก 3 จิน สภาพสมบูรณ์ ประเมินราคารับซื้อ: 220 แต้ม!]
ซูอวี้หลันตาลุกวาว ‘220 แต้ม! บวกรวมกับของเดิม 280 แต้ม ฉันก็มี 500 แต้มพอดีเป๊ะ! อาเป่า! ฉันขอซื้อแพ็กเกจปลดล็อกห้องน้ำชั้นล่างเดี๋ยวนี้!’
[ติ๊ง! หัก 500 แต้ม ยอดคงเหลือ: 0 แต้ม... ทำการปลดล็อกบาเรียโซนห้องน้ำชั้นล่างเสร็จสิ้น!]
สิ้นเสียงระบบ ซูอวี้หลันก็เพ่งสมาธิพุ่งตัววาร์ปเข้าสู่มิติวิเศษทันที!
เมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น เธอเห็นบาเรียสีฟ้าที่เคยกั้นบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องน้ำอันตรธานหายไปแล้ว เด็กสาวไม่รอช้า พุ่งหลาวเข้าไปในห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นของตัวเองราวกับคนบ้า
“โอ๊ยยย! สวรรค์ชั้นเจ็ด!”
ซูอวี้หลันแทบจะร่ำไห้เมื่อเห็นชักโครกเซรามิกสีขาวสะอาดตา กระจกบานใหญ่ และฝักบัวเรนชาวเวอร์ เธอรีบถอดชุดผ้าฝ้ายปะชุนที่ทั้งเหม็นเปรี้ยวและแข็งกระด้างออก แล้วเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวรดตัวทันที
สายน้ำอุ่นๆ ชะล้างคราบไคลและเหงื่อที่สะสมมานานนับเดือนของร่างเดิมออกไป ซูอวี้หลันกดครีมอาบน้ำกลิ่นลาเวนเดอร์และแชมพูสูตรนุ่มลื่นมาถูตัวอย่างเมามันส์ ฟองสบู่ที่หอมฟุ้งทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
“รู้งี้ตอนมีชีวิตอยู่ ฉันน่าจะใช้เวลาอาบน้ำให้คุ้มกว่านี้ ไม่น่ารีบอาบรีบไปปั่นยอดขายเลย” เธอพึมพำอย่างสุขใจ
หลังจากอาบน้ำสระผมจนสะอาดเอี่ยม ซูอวี้หลันก็มายืนเช็ดตัวหน้ากระจก แม้ร่างนี้จะผอมแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แต่พอขัดเอาคราบขี้ไคลออกไป ผิวพรรณก็ดูขาวซีดขึ้นมาบ้าง หน้าตาก็ถือว่าจิ้มลิ้มไม่เบา ถ้าขุนให้มีน้ำมีนวลอีกหน่อย รับรองว่าสวยกว่ายัยน้องสาวดอกบัวขาวนั่นเป็นสิบเท่า!
แต่ทว่า... ความสุขมักอยู่ได้ไม่นาน
[แจ้งเตือนจากระบบ! โฮสต์โปรดระวัง! กลิ่นครีมอาบน้ำลาเวนเดอร์ของโฮสต์เตะจมูกเกินไป หากโฮสต์กลับออกไปในยุค 70 ด้วยกลิ่นนี้ ชาวบ้านจะหาว่าโฮสต์เป็นปีศาจจำแลงกาย หรือไม่ก็ถูกจับโป๊ะได้ว่าแอบซ่อนของหรูหราไว้!] อาเป่าลอยทะลุกำแพงห้องน้ำเข้ามาเตือน (พร้อมกับใช้สองขาหน้าปิดตาตัวเองไว้ตามมารยาทAI)
ซูอวี้หลันชะงักกึก... จริงด้วย! ยุคนี้แค่สบู่ก้อนซักผ้ายังหายาก ถ้าเธอกลับไปบ้านพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ ย่าซูต้องสงสัยและจับเธอไปประจานแน่ๆ!
“ไอ้ระบบเวร! ทำไมเพิ่งมาบอกฮะ!”
เซลส์สาวรีบสวมชุดปะชุนตัวเดิมที่เหม็นอับ ก่อนจะวิ่งวาร์ปกลับออกมาที่โลกภายนอก เธอหันซ้ายหันขวา หาทางกลบกลิ่นหอมของตัวเองอย่างเร่งด่วน
ซูอวี้หลันตัดสินใจกำดินโคลนข้างลำธารขึ้นมาป้ายตามแขนขาและเสื้อผ้าให้ดูมอมแมมเหมือนเดิม จากนั้นก็ไปเด็ด 'ใบอ้ายเฉ่า' ที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวมาขยี้ๆ แล้วทาตามคอและเสื้อผ้าเพื่อกลบกลิ่นสบู่
“เอาวะ กลิ่นเหมือนคนไปลุยดงหญ้ามาทั้งวัน ค่อยสมหน้าสมตาลูกชังหน่อย”
เธอสำรวจตัวเองจนแน่ใจ ก่อนจะก้มลงเก็บ 'ผักขมป่า' ต้นลีบๆ แถวนั้นมากำใหญ่ๆ เพื่อใช้เป็นพร็อพประกอบฉาก แล้วเดินย่ำเท้ากลับหมู่บ้านสือหลิน
...
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ บรรยากาศหน้าบ้านตระกูลซูเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
ย่าซูยืนเท้าเอวหน้าดำหน้าแดงอยู่กลางลานบ้าน ข้างๆ มีแม่ซูที่ทำหน้าถมึงทึง และซูเยว่เล่อที่ยืนกัดแอปเปิ้ลกร้วมๆ รอชมงิ้วฉากใหญ่
“ดูสิ! พระอาทิตย์จะตกดินอยู่แล้ว นังตัวดีนั่นยังไม่กลับมา! แต้มแรงงานก็ไม่ได้ แถมยังแอบอู้หนีไปเที่ยวเล่นอีก กลับมาแม่จะตีให้ขาลายเลยคอยดู!” ย่าซูสบถด่า
แอ๊ด...
ประตูไม้หน้าบ้านถูกผลักออก ซูอวี้หลันในสภาพมอมแมมเปื้อนโคลนเดินโซซัดโซเซเข้ามา ในมือถือผักขมป่าต้นเหี่ยวๆ ไว้แน่น
“นังอวี้หลัน! แกหายหัวไปไหนมาทั้งวันฮะ!” แม่ซูปรี่เข้ามาหมายจะหยิกแขน
แต่ซูอวี้หลันเร็วกว่า! เธอใช้สกิลนักแสดงรางวัลออสการ์ ทิ้งตัวลงคุกเข่าดัง ป้าบ! ต่อหน้าย่าซู ก่อนจะบีบน้ำตาร่วงเผาะๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังลั่นบ้านทันที!
“ฮือออ! คุณย่าจ๋า! คุณแม่จ๋า! ฉันเกือบไม่ได้กลับมาเจอหน้าพวกท่านแล้ว!”
ย่าซูที่ง้างมือเตรียมจะตีถึงกับชะงัก
“กะ... แกเป็นบ้าอะไรอีกฮะ!”
“ฉันไปเกี่ยวข้าวตามที่คุณย่าสั่ง แต่เพราะฉันไม่ได้กินข้าว ฉันเลยหน้ามืดเป็นลมกลิ้งตกลงไปในคูน้ำข้างนาจ้ะ! ฮึก... พอฟื้นขึ้นมา ฉันก็กลัวคุณย่าจะด่าที่ไม่ได้แต้มแรงงาน ฉันเลยเดินโซซัดโซเซเข้าป่า หวังจะไปหาของกินมาทดแทน...”
ซูอวี้หลันชูผักขมป่าเหี่ยวๆ ในมือขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
“แต่ฉันโชคร้าย... ไปเจอหมูป่าจ้ะ! มันวิ่งไล่ขวิดฉัน ฉันต้องหนีตายมุดเข้าไปในดงหนาม โดนหนามเกี่ยว โดนโคลนดูด เกือบเอาชีวิตไม่รอด... ได้มาแค่ผักขมพวกนี้จ้ะคุณย่า”
เสียงร้องไห้ฟูมฟายของซูอวี้หลันดังทะลุกำแพง จนป้าหวังข้างบ้านชะโงกหน้าข้ามรั้วมาดู
“ตายจริง ย่าซู! อวี้หลันตัวแค่นี้ ไปเจอหมูป่ามาเหรอเนี่ย โชคดีที่รอดมาได้นะ ปล่อยเด็กมันไปพักเถอะ วันนี้ก็โดนใช้งานจนเป็นลมไปรอบนึงแล้วนี่” ป้าหวังผู้ชอบสอดรู้สอดเห็นเอ่ยขึ้น
พอย่าซูเห็นว่ามีสายตาชาวบ้านมองอยู่ ก็ไม่กล้าลงไม้ลงมือทำร้ายหลานสาว ได้แต่กัดฟันกรอด ขยำผักขมป่าเหี่ยวๆ ในมือซูอวี้หลันแล้วปาทิ้งลงพื้น!
“นังตัวซวย! ไปหามาได้แค่เศษหญ้าพวกนี้เรอะ! คืนนี้แกไม่ต้องกินข้าว! ไสหัวกลับเข้าห้องแกไปซะ!”
ซูอวี้หลันก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มร้ายกาจ แกล้งทำตัวสั่นเทา
“ขะ... ขอบคุณจ้ะคุณย่าที่เมตตา”
เธอรีบลุกขึ้นวิ่งกลับเข้าห้องดินเหนียวของตัวเองทันที ปิดประตูลงกลอนดังแกร๊ก
พอลับสายตาครอบครัวนรก ซูอวี้หลันก็ปาดน้ำตาปลอมๆ ทิ้ง เปลี่ยนมาฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ
หึ! ใครมันจะสนข้าวต้มใสแจ๋วผสมเศษผักของบ้านนี้กันล่ะ?
เซลส์สาวทิ้งตัวลงบนเตียงเตา หลับตาลง แล้ววาร์ปกลับเข้ามิติวิเศษอีกครั้ง คราวนี้เธอเดินตรงดิ่งไปที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น ซึ่งมี ‘เก้าอี้นวดไฟฟ้า’ ตั้งอยู่ แม้โซนห้องครัวจะยังปลดล็อกไม่ได้ทั้งหมด แต่แค่ได้อาบน้ำอุ่นๆ และกลับมานอนตากแอร์บนเก้าอี้นวด... ชีวิตยัยลูกชังวันนี้ ก็ถือว่ากำไรบานเบอะแล้ว!
“พรุ่งนี้เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลยจ้ะครอบครัวซู... แผนการ ‘แยกบ้าน’ ของฉัน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นแหละ!”