ทะลุมิติยุค 70 ยัยลูกชังสายเหลี่ยมกับระบบหน้าเลือด

ตอนที่ 4: บทที่ 4 ร่วมทุนทำธุรกิจ กับไก่ย่างสูตรเด็ดมัดใจนายพราน

👁️ 12 อ่าน
22px

​ลมพัดยอดไม้ดังกราว บรรยากาศกลางป่าลึกเงียบสงัดลงชั่วขณะ เมื่อบุรุษร่างยักษ์หน้าตาดุดันกำลังยืนกดดันเด็กสาวร่างผอมแห้งที่กอดซากไก่ฟ้าแน่นเป็นตุ๊กตาเน่า

"ปราณจิตงั้นเหรอ?" จ้าวฉือทวนคำ แค่นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ 

"ลองใช้ปราณจิตของเธอทำให้ฉันปล่อยไก่นี่ไปสิ นังหนู"

แทนที่ซูอวี้หลันจะตัวสั่นงันงกเหมือนเด็กสาวในหมู่บ้านทั่วไป เธอกลับฉีกยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาเรียวรีโค้งเป็นสระอิ ดูไร้พิษสงแต่แฝงความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด

"พี่ชายจ้าว!" เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานอย่างตีสนิททันที 

"เรื่องปราณจิตน่ะฉันล้อเล่น! ไก่นี่เป็นของพี่ชายแน่นอน ฝีมือปาหินของพี่แม่นยำดั่งเทพเซียนจุติ ฉันเห็นแล้วยังอึ้งไปเลย!"

จ้าวฉือเลิกคิ้ว 

"รู้แล้วก็ปล่อยมือซะ"

"เดี๋ยวก่อนสิพี่ชาย!" ซูอวี้หลันกระชับกอดไก่แน่นขึ้นกว่าเดิม 

"พี่ล่าสัตว์เก่งขนาดนี้ ปกติเอาไปทำอะไรกินเหรอ? ต้มน้ำใสๆ ใส่เกลือหยิบมือ หรือย่างไฟแห้งๆ เหนียวๆ ใช่ไหมล่ะ?"

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย สิ่งที่เด็กสาวพูดมาคือความจริงล้วนๆ ผู้ชายตัวคนเดียวแถมยังอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพง เครื่องปรุงอย่างซีอิ๊วหรือน้ำตาลถือเป็นของหายาก เขาทำได้แค่ย่างประทังชีวิตให้อิ่มท้องเท่านั้น

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ ซูอวี้หลันก็รู้ทันทีว่าปลาเริ่มฮุบเหยื่อ!

"พี่ชายจ้าว ฟังนะ ฉันมีข้อเสนอทางธุรกิจแบบ 'Win-Win' มานำเสนอ พี่มีวัตถุดิบชั้นเลิศ ส่วนฉันมี 'สูตรลับเครื่องเทศ' ระดับภัตตาคาร เรามาร่วมทุนกันเถอะ! ฉันจะเป็นคนลงมือทำไก่ฟ้าตัวนี้ให้อร่อยจนพี่แทบจะกลืนลิ้นตัวเอง แลกกับเนื้อไก่แค่ครึ่งตัว... ไม่สิ ขอแค่น่องเดียวกับเนื้ออกนิดหน่อยก็พอ! ดีลไหม?"

จ้าวฉือมองเด็กสาวมอมแมมตรงหน้าอย่างพิจารณา ซูอวี้หลันแห่งบ้านซู... เด็กที่ชาวบ้านลือกันว่าหัวอ่อนและซื่อบื้อ ทำไมวันนี้ถึงกล้าต่อรอง แถมยังใช้คำแปลกๆ อย่าง 'ร่วมทุน' อีก?

แต่ถึงอย่างนั้น ท้องของเขาก็กำลังร้องประท้วง และความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากกว่า

"...ทำความสะอาดไก่ซะ ลำธารอยู่ตรงนู้น" จ้าวฉือเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปเก็บฟืน

"เยส!" ซูอวี้หลันชูกำปั้นร้องดีใจ ก่อนจะหิ้วปีกไก่ฟ้าวิ่งลิ่วไปทางลำธารทันที

ระหว่างที่กำลังถอนขนไก่อย่างทุลักทุเล ซูอวี้หลันก็แอบเปิดช่องแชตทางจิตกับระบบ AI แมวส้มทันที

'อาเป่า! เปิดตู้เซฟหน่อย ฉันต้องการเบิกเครื่องปรุง!'

ภาพโฮโลแกรมแมวส้มเด้งขึ้นมานั่งอยู่บนโขดหินข้างลำธาร 

[ติ๊ง! แพ็กเกจเครื่องปรุงพื้นฐาน (เกลือ พริกไทย ผงปรุงรส ซีอิ๊ว) ราคาเช่าใช้งานครั้งละ 20 แต้ม!]

'ยี่สิบแต้ม?! แกจะบ้าเหรอ แค่หยิบมาทาๆ ถูๆ แป๊บเดียวเองนะ!' ซูอวี้หลันโวยวาย

[กฎคือกฎครับโฮสต์ ไม่จ่ายก็กินไก่ย่างจืดๆ ไปเถอะ!]

ซูอวี้หลันกัดฟันกรอด 

'ไอ้แมวหน้าเลือด! ก็ได้! หักไปเลย 20 แต้ม! ถือซะว่างบสังสรรค์รับรองลูกค้า VIP ก็แล้วกัน ถ้าฉันตกตาหมีนี่มาเป็นซัพพลายเออร์หาของป่าให้เราได้เมื่อไหร่ ฉันจะถอนทุนคืนจากแกให้หมด!'

[หัก 20 แต้ม... ยอดคงเหลือ: 280 แต้ม] วูบ! กระปุกเครื่องเทศขนาดเล็กและขวดซีอิ๊วปรากฏขึ้นในมือของซูอวี้หลัน เธอรีบจัดการหมักเนื้อไก่ที่ล้างสะอาดแล้วอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมของเครื่องเทศยุค 2026 ผสมผสานกับเนื้อไก่ป่าสดๆ ลอยแตะจมูกทันที

เมื่อเธอกลับมาที่ลานกว้าง จ้าวฉือก็ก่อกองไฟรอไว้แล้ว เขาเหล่ตามองไก่ที่สีสันเปลี่ยนไปและส่งกลิ่นหอมแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เพียงแค่นั่งกอดอกมองเด็กสาวย่างไก่อย่างเงียบๆ

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง...

เสียงน้ำมันหยดลงกองไฟดัง ฉ่า... กลิ่นหอมฉุยของไก่ย่างหนังกรอบสีเหลืองทองลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นของมันหอมยวนใจเสียจนจ้าวฉือที่พยายามรักษามาดนิ่งขรึม ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

"เสร็จแล้วจ้า! ไก่ย่างสูตรลับสวรรค์ประทาน!" ซูอวี้หลันฉีกยิ้มกว้าง เธอใช้มีดพกของจ้าวฉือตัดน่องไก่อวบๆ ที่หนังกรอบเกรียมกำลังดี ส่งให้เขาก่อนตามสัญญา 

"ลูกค้า... เอ้ย พี่ชายจ้าวชิมก่อนเลย!"

ชายหนุ่มรับน่องไก่มา ความร้อนและกลิ่นเครื่องเทศเตะจมูก เขากัดลงไปคำแรก...

กรวบ...

หนังไก่ที่กรอบนอกนุ่มใน น้ำซุปหวานฉ่ำของเนื้อไก่ป่าแทรกซึมด้วยรสชาติเค็มกลมกล่อมและหอมกลิ่นเครื่องเทศที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในยุคนี้ ระเบิดซ่านในโพรงปาก!

ดวงตาดุดันของอดีตนายทหารเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาไม่พูดอะไร แต่ความเร็วในการจัดการน่องไก่ในมือกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!

ซูอวี้หลันเห็นปฏิกิริยานั้นก็ยิ้มกริ่ม เธอฉีกน่องไก่อีกข้างเข้าปากตัวเองบ้าง ความอร่อยของเนื้อที่เพิ่งย่างเสร็จใหม่ๆ ทำเอาน้ำตาเซลส์สาวแทบไหล ในที่สุด... ก็ได้กินเนื้อจริงๆ จังๆ สักที!

ทั้งสองคนจัดการซากไก่ฟ้าตัวโตจนเหลือแต่กระดูกในเวลาอันรวดเร็ว จ้าวฉือหยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่มล้างคอ ความรู้สึกอิ่มเอมและพึงพอใจฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะบึ้งตึงเสมอ

"รสชาติ... ไม่เลว" เขายอมรับสั้นๆ

"ไม่ใช่แค่ไม่เลวสิพี่ชาย ระดับนี้เปิดเหลาอาหารในปักกิ่งได้เลยนะ!" ซูอวี้หลันยืดอกรับคำชม ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ แววตาแม่ค้าฉายแวววิบวับ 

"พี่ชายจ้าว พี่ล่าสัตว์เก่งขนาดนี้ คงมีของป่าเยอะใช่ไหม?”

จ้าวฉือปรายตามอง 

"ถามทำไม?"

"พี่ล่ามาได้ ก็คงเอาไปขายที่ 'ตลาดมืด' ในอำเภอใช่ไหมล่ะ? แต่ทหารผ่านศึกตัวใหญ่หน้าดุแถมมีแผลเป็นแบบพี่ เดินเข้าตลาดมืดทีพวกทหารแดง คงเพ่งเล็งแย่ เสี่ยงจะตายไป" ซูอวี้หลันวิเคราะห์อย่างเฉียบขาด

ชายหนุ่มเงียบไป เพราะเด็กสาวพูดถูก ทุกครั้งที่เขาเอาของไปขาย ต้องคอยหลบซ่อนและระวังตัวอย่างหนัก

"ฉันมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น" ซูอวี้หลันยิ้มมุมปาก 

"ฉันมี 'ช่องทางพิเศษ' ในการรับซื้อของป่า ไม่ว่าจะเป็นโสม สมุนไพร หรือสัตว์ป่า ฉันให้ราคาดีกว่าตลาดมืด ไม่เสี่ยงโดนจับ แถมยังแลกเปลี่ยนเป็นของกินของใช้ดีๆ ได้ด้วย!"

แน่นอนสิ ช่องทางพิเศษที่ว่าก็คือไอ้ตู้แลกแต้มของอาเป่านั่นแหละ!

จ้าวฉือหรี่ตาลง มองเด็กสาวผอมกะหร่องตรงหน้าด้วยสายตาจับผิด 

"เธอ? เด็กบ้านซูเนี่ยนะ มีช่องทางพิเศษ?"

"อย่าตัดสินคนจากภายนอกสิพี่ชาย! เห็นฉันผอมบางแบบนี้ แต่เส้นสายฉันไม่ธรรมดานะ!" ซูอวี้หลันแถหน้าตาย 

"เอาแบบนี้ พี่มีหน้าที่ล่าสัตว์หาของป่า เอามาส่งให้ฉัน ฉันรับหน้าที่เอาไปปล่อยของให้ เราแบ่งกำไรกัน 70 ต่อ 30! พี่ 70 ฉัน 30! พี่ไม่ต้องเสี่ยงไปตลาดมืด นั่งรอรับเงินรับของสบายๆ อยู่บ้าน... สนใจทำสัญญาพาร์ทเนอร์ธุรกิจกับฉันไหม?"

เด็กสาวยื่นมือเล็กๆ ที่เปื้อนคราบน้ำมันไก่ย่างไปตรงหน้าชายหนุ่ม แววตามุ่งมั่นและเปล่งประกายความฉลาดแกมโกงอย่างปิดไม่มิด

จ้าวฉือมองมือเล็กๆ นั้น สลับกับใบหน้ามอมแมมที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย เขาไม่รู้ว่าเด็กนี่ไปเอาความกล้าและคำพูดพวกนี้มาจากไหน รู้แค่ว่า... ซูอวี้หลันคนนี้ มีความลับซ่อนอยู่มากมาย และมันก็น่าสนใจไม่น้อย

รอยยิ้มบางๆ ที่แทบมองไม่เห็นจุดขึ้นที่มุมปากของนายพรานหน้าดุ

ชายหนุ่มยื่นมือหนาที่หยาบกร้าน ออกไปจับมือเล็กๆ ของเธอไว้แน่น

"หกสิบ สี่สิบ" จ้าวฉือต่อรองเสียงเรียบ 

"ฉันหกสิบ เธอสี่สิบ... แลกกับการที่เธอต้องรับผิดชอบเรื่องอาหารมื้อเย็นของฉันด้วย"

ซูอวี้หลันตาโต โอ้โห! อีตาหมีนี่ก็เหลี่ยมไม่เบา! หลอกให้ฉันเป็นแม่ครัวส่วนตัวนี่นา!

แต่คิดไปคิดมา ได้ส่วนแบ่งตั้ง 40% แถมได้คนหาของมาส่วยระบบโดยไม่ต้องออกแรงเอง คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

"ดีล! ยินดีที่ได้ร่วมงานนะ บอดี้การ์ด... เอ้ย พาร์ทเนอร์จ้าว!"

และแล้ว สัญญาร่วมทุนทำธุรกิจระหว่างเซลส์สาวจอมเหลี่ยมกับนายพรานจอมซึน ก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับกลิ่นไก่ย่างที่ลอยอบอวลไปทั่วทั้งป่า!

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!