ภูเขาด้านหลังหมู่บ้านสือหลินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และพงหญ้ารกชัฏ ชาวบ้านทั่วไปมักจะหาของป่าอยู่แค่บริเวณตีนเขา เพราะลึกเข้าไปด้านในมีข่าวลือว่ามีหมาป่าและหมูป่าดุร้ายอาศัยอยู่
แต่สำหรับซูอวี้หลันที่กำลังมีหนี้สินติดลบ 100 แต้มกับระบบหน้าเลือด... ต่อให้มีเสือโคร่ง เธอก็จะเดินเข้าไปถอนหนวดมันมาขาย!
เด็กสาวในชุดผ้าฝ้ายปะชุนที่ใหญ่กว่าตัวเดินย่ำใบไม้แห้งกรอบลึกเข้าไปในป่า มือเล็กๆ กำเคียวเกี่ยวข้าวที่สนิมเขรอะไว้แน่น ดวงตากลมโตสอดส่ายมองหาทุกอย่างที่ดูมีราคา
[ติ๊ง! เตือนความจำ โฮสต์มีเวลาอีก 71 ชั่วโมง 45 นาที ในการชำระหนี้ 100 แต้ม หากเกินกำหนด ระบบจะทำการตัดไฟในมิติ และระงับการเข้าถึงถาวร] เสียงของอาเป่าดังขึ้นในหัว คอยขัดจังหวะความสงบสุข
"รู้แล้วน่า ไอกระป๋องหน้ากระเบื้อง! เลิกทวงหนี้สักห้านาทีมันจะตายไหมฮะ" ซูอวี้หลันบ่นอุบ เอาเคียวฟันต้นหญ้าที่ขวางทางระบายอารมณ์
เธอเดินหาของป่ามาเกือบชั่วโมง เจอแต่เห็ดพิษสีสันสดใสกับวัชพืชไร้ราคา ร่างกายที่เพิ่งฟื้นตัวเริ่มประท้วงด้วยอาการหอบเหนื่อย แม้จะกินไข่ต้มกับซาลาเปาไปแล้ว แต่สเกลความทรหดของร่างนี้มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหลือเกิน
แกรก...
จู่ๆ หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่มี 'ผลสีแดงสด' เล็กๆ กระจุกตัวอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ซูอวี้หลันชะงักกึก ความทรงจำจากการชอบดูซีรีส์จีนโบราณในชาติก่อนแล่นปรี๊ดเข้ามาในหัว
"ใบแบบนี้... ผลสีแดงแบบนี้... อย่าบอกนะว่า..."
เซลส์สาวพุ่งหลาวเข้าไปคุกเข่าหน้าพุ่มไม้นั้นทันที เธอใช้มือเปล่าค่อยๆ ตะกุยดินที่ชื้นแฉะออกอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าแม้แต่จะใช้เคียวเพราะกลัวรากจะขาด ผ่านไปสิบนาที 'รากไม้' รูปร่างคล้ายคนขนาดเท่าหัวแม่มือก็ปรากฏแก่สายตา
"โสม! โสมป่าจริงๆ ด้วย! ฮ่าๆๆๆ รวยแล้วโว้ย!" ซูอวี้หลันชูรากโสมเปื้อนดินขึ้นฟ้า หัวเราะร่าราวกับคนบ้า
"อาเป่า! ออกมาประเมินราคาเดี๋ยวนี้ ลูกค้า VIP หาสินค้าเกรดพรีเมียมมาให้แล้ว!"
ภาพโฮโลแกรมแมวส้มสวมแว่นดำเด้งป๊อปอัปขึ้นมาตรงหน้า มันทำจมูกฟุดฟิด สแกนแสงสีฟ้าลงบนโสมป่าในมือเธอ
[ติ๊ง! ตรวจพบ 'โสมป่าภูเขาอายุ 15 ปี' คุณภาพปานกลาง รากขาดเล็กน้อยเนื่องจากการขุดที่ไม่ได้มาตรฐาน ประเมินราคารับซื้อ: 200 แต้ม]
"สองร้อยแต้ม?!" ซูอวี้หลันเบิกตาโพล่ง
"ไอ้แมวปล้นสะดม! นี่มันโสมป่าออร์แกนิกยุค 70 เลยนะเว้ย! ไม่มีสารเคมีเจือปน ดูดซับพลังปราณบริสุทธิ์จากฟ้าดิน ในยุค 2026 ของฉัน โสมหัวแค่นี้เขาประมูลกันหลักหมื่นหลักแสน! แกให้สองร้อยแต้ม บ้าไปแล้ว!"
[ระบบอ้างอิงราคาจากฐานข้อมูลมาตรฐานสากลข้ามมิติ โสม 15 ปี มีสรรพคุณแค่บำรุงเลือดเล็กน้อย ไม่สามารถต่อชีวิตคนตายได้ ราคา 200 แต้ม ถือว่าสมเหตุสมผลแล้วครับโฮสต์] อาเป่าเชิดหน้าเถียง
"มาตรฐานสากลบ้านแกสิ!" ซูอวี้หลันงัดสกิลแม่ค้าตลาดนัดออกมาทันที
"นายคิดดูให้ดีนะอาเป่า ฉันเป็นโฮสต์คนเดียวของนายในยุคนี้ ถ้าฉันเอาโสมนี่ไปต้มกินเอง ร่างกายฉันก็จะแข็งแรงขึ้น มีแรงเดินเข้าป่าลึกไปหาโสมอายุร้อยปีมาให้นายได้ แต่ถ้านายให้ฉันแค่ 200 แต้ม... หักหนี้เก่า 100 แต้ม ฉันจะเหลือ 100 แต้ม ปลดล็อกห้องน้ำก็ไม่ได้ อาบน้ำก็ไม่ได้ สุขภาพจิตฉันก็จะย่ำแย่ สุดท้ายฉันก็จะตรอมใจตาย!"
[...ตรรกะวิบัติมากครับโฮสต์]
"ห้าร้อยแต้ม! ขาดตัว! ถ้านายไม่ให้ ฉันจะเคี้ยวโสมนี่สดๆ โชว์เดี๋ยวนี้แหละ!" ซูอวี้หลันอ้าปากกว้าง ทำท่าจะยัดโสมเปื้อนดินเข้าปากจริงๆ
อาเป่าเบิกตาโต ขนหางฟูฟ่อง
[หยุด! ห้ามทำลายทรัพยากร! ติ๊ง... ระบบพิจารณาค่าความเสี่ยง... อนุมัติราคาพิเศษกรณีโฮสต์เป็นบ้า! รับซื้อในราคา 400 แต้ม! ห้ามต่อรองอีก!]
"ดีล!" ซูอวี้หลันหุบปากฉับ ยิ้มกว้างจนตาหยี โยนโสมป่าเข้ามิติไปทันที
[หักล้างหนี้สิน 100 แต้ม... ปัจจุบันโฮสต์มียอดคงเหลือ: 300 แต้ม]
เด็กสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก หนี้ก้อนแรกหมดไปแล้ว แต่เป้าหมายต่อไปคือการหาแต้มอีก 200 แต้ม เพื่อไปปลดล็อกห้องน้ำชั้นล่างให้ได้ ร่างกายนี้ไม่ได้อาบน้ำถูสบู่ดีๆ มาเป็นเดือนแล้ว เธอทนความเหนียวเหนอะหนะนี่ไม่ได้อีกต่อไป!
ในขณะที่ซูอวี้หลันกำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อหาของป่าต่อ...
สวบ! สวบ!
เสียงพุ่มไม้สั่นไหวอย่างรุนแรงดังมาจากด้านซ้ายมือ ซูอวี้หลันรีบย่อตัวลงหลบหลังต้นไม้ใหญ่ สัญชาตญาณระวังภัยทำงานเต็มพิกัด หรือว่าจะเป็นหมาป่า?!
พริบตาต่อมา สิ่งที่พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้กลับเป็น 'ไก่ฟ้า' ตัวอ้วนพี ขนสีรุ้งของมันสะท้อนแสงแดดวิบวับ มันกำลังวิ่งหนีตายลนลานตรงมาทางที่เธอซ่อนตัวอยู่
ไก่! เนื้อไก่! ดวงตาของเซลส์สาววาวโรจน์เป็นรูปเงินหยวน ถ้าโสมได้ 400 แต้ม ไก่ป่าอ้วนๆ แบบนี้ต้องได้แต้มเยอะแน่ๆ หรือไม่ก็เอาไปย่างกินเองซะเลย!
ซูอวี้หลันง้างเคียวในมือ เตรียมกระโจนออกไปตะครุบไก่ฟ้าอย่างไม่เจียมบอดี้ แต่ทว่า...
ฟิ้ววว! ปึ้ก!
ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นลอยแหวกอากาศมาจากทิศทางไหนสักแห่ง กระแทกเข้าที่หัวของไก่ฟ้าอย่างแม่นยำราวกับจับวาง! ไก่ฟ้าผู้โชคร้ายร้อง กะต๊าก สั้นๆ ก่อนจะล้มกลิ้งคอพับ สิ้นใจตายห่างจากปลายเท้าของซูอวี้หลันไปเพียงคืบเดียว
เด็กสาวอ้าปากค้าง มองไก่ฟ้าสลับกับทิศทางที่ก้อนหินลอยมา
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอดังย่ำใบไม้แห้งเข้ามาใกล้ ซูอวี้หลันเงยหน้าขึ้น และต้องกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก...
ผู้ที่ก้าวออกมาจากหลังดงไม้ คือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ เขาสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวขี้ม้าแบบทหารที่เก่าจนซีดและมีรอยปะชุน กางเกงผ้าหยาบสีดำพับขาขึ้นมาถึงหน้าแข้ง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ
ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลัก แต่กลับแผ่รังสีอำมหิตเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาดุดันสีนิลจ้องมองมาที่เธออย่างเรียบเฉย แถมที่หางคิ้วซ้ายยังมีรอยแผลเป็นทางยาว ยิ่งเพิ่มความน่าเกรงขามจนเด็กในหมู่บ้านยังต้องร้องไห้จ้าถ้าเผลอสบตา
'จ้าวฉือ' อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษที่เพิ่งปลดประจำการกลับมาอยู่หมู่บ้านสือหลินเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ขาซ้ายซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะหายดีแล้ว เขามองเด็กสาวร่างผอมโซที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างซากไก่ฟ้าของเขาด้วยสายตาอ่านไม่ออก
"หลีกไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้น จ้าวฉือสาวเท้าเข้ามาใกล้เพื่อจะเก็บเหยื่อ
แต่มีหรือที่เซลส์สาวผู้หิวโหยจะยอมปล่อยเนื้อหลุดมือ!
วิญญาณคนหน้าด้านประทับร่าง ซูอวี้หลันพุ่งตัวเอาสองมือตะครุบซากไก่ฟ้ามากอดไว้แนบอกทันที!
"หลีกอะไร! นี่มันไก่ของฉันนะ!" เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงคอเป็นเอ็น
จ้าวฉือชะงัก เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างประหลาดใจ ปกติคนในหมู่บ้านเจอหน้าเขาก็แทบจะเดินหลบลงข้างทาง แต่นังหนูบ้านซูที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาโดนรังแกคนนี้ ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงกล้ามาแย่งของกับเขา?
"ไก่ของเธอ?" จ้าวฉือแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ชี้ไปที่ก้อนหินเปื้อนเลือด
"ฉันเป็นคนปาหินโดนหัวมันตายคาที่ เธอแค่บังเอิญนั่งอยู่ตรงนี้"
"หลักฐานล่ะ! หินก้อนนี้มันไม่มีชื่อนายสลักไว้นี่!" ซูอวี้หลันกอดไก่แน่นขึ้น แถหน้าตาย
"ฉันต่างหากที่ใช้ 'ปราณจิต' ข่มขู่จนมันตกใจวิ่งมาชนหินตายเอง! เพราะฉะนั้น ตามกฎหมายคนเจอถือเป็นเจ้าของ ไก่นี่เป็นของฉัน!"
จ้าวฉือมองเด็กสาวตัวกะเปี๊ยกที่กอดไก่ฟ้าตัวเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของลำตัวเธอ แถมยังพ่นตรรกะบ้าบออะไรออกมาก็ไม่รู้
ความหงุดหงิดในตอนแรกมลายหายไป แทนที่ด้วยความขบขันที่มุมปาก รอยแผลเป็นที่หางคิ้วขยับเล็กน้อย
"ปราณจิต?" ชายหนุ่มร่างหมีก้าวเข้าไปประชิดตัว ก้มหน้าลงมองเด็กสาวที่นั่งกองอยู่บนพื้นด้วยสายตากดดัน
"งั้นลองใช้ปราณจิตของเธอ... ทำให้ฉันยอมปล่อยไก่นี่ไปสิ นังหนู"
ซูอวี้หลันสบตากับนัยน์ตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่ลดละ สมองอันชาญฉลาดเริ่มคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว...
ไอ้หมอนี่มันล่าสัตว์เก่ง แถมหน้าตาก็ดูไม่มีใครกล้าหือ... ถ้าฉันดึงหมอนี่มาเป็นบอดี้การ์ด หรือเป็นซัพพลายเออร์หาของป่าไปส่วยระบบได้ล่ะก็... หึๆๆ!
รอยยิ้มการค้าสุดเจ้าเล่ห์ ปรากฏขึ้นบนใบหน้ามอมแมมของยัยลูกชังทันที!