“เมื่อกี๊มันอะไรน่ะ”
หลังออกจากภัตตาคาร แจ็คซึ่งอดรนทนไม่ได้กับอาการนิ่งเงียบตลอดมื้ออาหารของซีบิลล์ก็ตัดสินใจถามขึ้น
หญิงสาวไม่ตอบในทันที หล่อนมีท่าทีครุ่นคิดระหว่างเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามซ้ำอีกรอบ ซีบิลล์ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “นายต้องระวังตัวเวลาอยู่ใกล้กับผู้ตรวจสอบ เจ้าพวกนี้มีหน้าที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในไนท์แมร์ ถึงอย่างนั้นก็เป็นเสมือนแขนขาของพราโซซินด้วยเช่นกัน”
“หมายความว่าเป็นศัตรูกับเรางั้นหรือ” แจ็คถามต่อ
“ใช่ และสิ่งที่ทำให้ผู้ตรวจสอบอันตรายก็คือสสารเดลต้านั่นแหละ” หญิงสาวพยักหน้า ชะลอฝีเท้าลง “สสารเดลต้าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายให้กับผู้เสพ อาจเป็นพละกำลังที่มากขึ้น การกลายสภาพของอวัยวะบางส่วน ไปจนถึงได้รับอำนาจเหนือมนุษย์มาครอบครอง ลือกันว่าสาเหตุแท้จริงของการพัฒนาสสารเดลต้าขึ้นมาก็เพื่อรับมือกับวีนั่นเอง”
ไม่ไกลนัก สองผู้ตรวจสอบเดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่กำลังรอโดยสารรถรางตรงสถานีย่อยกลางถนน แจ็คอดรู้สึกไม่ได้ว่าท่าเดินของชายหญิงคู่นั้นช่างกร่างเสียเหลือเกิน
“จำไว้นะ ไม่ว่าเวลานั้นนายจะเห็นแค่คนเดียวก็ตาม แต่ผู้ตรวจสอบน่ะอยู่เป็นคู่เสมอ กำลังกายหนึ่ง พลังพิเศษหนึ่ง”
ซีบิลล์พาเขาเลี้ยวเข้าอาคารสามชั้นหลังหนึ่งซึ่งทางเข้าซ่อนอยู่ในซอยอบอวลด้วยกลิ่นเหม็นขยะเน่า คนไร้บ้านนั่งคอตกท่าทางเหมือนน่าจะตายมาพักหนึ่งแล้วแท้จริงแค่เมาจนหลับไป ภายในตึกที่ด้านนอกถูกตีแผ่นไม้กับเหล็กปิดหน้าต่างไว้ลวก ๆ นั้นทั้งเก่า มืดทึบและสกปรก โชคดีที่กลิ่นขยะหมักหมมไม่ได้ตามเข้ามาด้วย กระนั้นกลิ่นเฉพาะของตัวอาคารเองก็ใช่จะดีกว่ากันนัก ผ่านประตูเข้าไปปุ๊บก็เจอกับทางแคบนำไปสู่บันไดพอขึ้นลงได้ทีละคน ถัดจากบันไดไปมีประตูติดสัญลักษณ์ว่าเป็นห้องน้ำถูกล่ามโซ่ปิดอยู่ บางทีของเหลวสีพิลึกที่แห้งในสภาพซึมลอดใต้ประตูออกมาอาจเป็นต้นกำเนิดของกลิ่นประหลาดในนี้ก็ได้
พื้นรองเท้ากระทบขั้นบันไดเหล็กดังกึงกัง แสงสีชมพูสดจากท่อส่งลิควิดพลาสม่าฉายผ่านคนทั้งสองเกิดเป็นโครงร่างสีดำเงาบิดเบี้ยววูบไหวบนกำแพงขึ้นราก่อนกลืนหายเป็นเนื้อเดียวกับเงามืดซึ่งหนาแน่นเกินกว่าจะขับไล่ได้ด้วยรัศมีความสว่างเพียงเล็กน้อยนั้นได้
บรรยากาศที่นี่น่าสะพรึงยิ่งกว่าโรงพยาบาลร้างที่ซีบิลล์บังคับทดสอบเขาซะอีก นี่มันอย่างกับฉากตามหนังสยองขวัญที่อาจมีวิญญาณหลอนโผล่ออกมาเมื่อไหร่ก็ได้งั้นแหละ แจ็คมองแผ่นหลังหญิงสาวที่นำอยู่ด้านหน้า พยายามไม่คิดว่าหล่อนกำลังลวงเขามาฆ่าในจุดที่น่ากลัวกว่าเดิม
ชั้นที่สองมีประตูสามบาน โบราณและถูกทิ้งขว้าง ทั้งหมดไม่มีสัญญาณใด ๆ ของสิ่งมีชีวิต กระทั่งขึ้นมาถึงชั้นสาม ทันทีที่เลี้ยวขวา แจ็คก็รู้ว่าตนมาถึงจุดหมายแล้ว เนื่องจากนี่เป็นประตูบานเดียวที่เขาเห็นแสงจากหน้าต่างที่อยู่อีกด้านของกระจกมัว และยิ่งแน่ใจมากขึ้นเมื่อซีบิลล์หยิบกุญแจออกมาไขลูกบิดเปิดเข้าไป เขาทันอ่านข้อความในกระดาษแข็งติดบนกระจกประตูได้ว่า ‘สำนักงานนักสืบโรเซนเบิร์ก รับไขปริศนาจิปาถะ กรุณาเขียนข้อความทิ้งไว้ใต้ประตูกรณีไม่อยู่’
“ที่นี่น่ะ... เอ่อ...” แจ็คเหลียวมองไปรอบ ๆ
“แค่ชั่วคราวน่ะ มีไว้เป็นหลังคาคุ้มหัวแล้วก็เก็บข้าวของนิดหน่อยเท่านั้น” ซีบิลล์หมุนตัวย้อนกลับไปดันประตูปิดแล้วใส่กลอนซึ่งมีอยู่ถึงเจ็ดตัวด้วยกัน
สำนักงานนักสืบโรเซนเบิร์กเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ มีประตูเลื่อนแบ่งกลางออกเป็นสองส่วน ห้องส่วนที่เป็นฝั่งประตูทางเข้าออกมีโต๊ะทำงานโทรม ๆ กับเก้าอี้เหล็กพนักพิงหลังตรงซึ่งหน้าตาไม่เข้าชุดกันเลยสองตัว ตู้เอกสารขึ้นสนิมไปครึ่งหนึ่งจำนวนสามตู้ตั้งหลังโต๊ะเยื้องไปทางซ้าย จากสภาพแล้วหากจะบอกว่าไม่เคยมีใครเข้ามาที่นี่สักครึ่งปีแล้วก็ดูมีความเป็นไปได้อยู่
หญิงสาวชี้เก้าอี้ใกล้ที่สุด “นั่งรอตรงนั้นก่อน”
“ตกลง... คุณเป็นนักสืบหรือ” แจ็คมองตามซีบิลไปยังห้องแบ่งย่อยอีกส่วน ตอนที่หล่อนดึงบานประตูเลื่อนให้กว้างขึ้น เขาเห็นผนังด้านในสุดมีสภาพแบบในหนังสืบสวนที่มีพวกคอลัมน์ข่าวจากหนังสือพิมพ์ รูปถ่าย แผนที่กับข้อมูลต่าง ๆ แปะติดไว้แล้วปักหมุดโยงเชือกไป ๆ มา ๆ
“แค่งานบังหน้าน่ะ โชคดีที่ฉันมีสกิลอำนวยความสะดวกด้านนี้พอดี” หล่อนตอบพลางปิดประตู “กฎข้อแรกในการเอาตัวรอดในไนท์แมร์ นายต้องสามารถตอบทุกคนได้ว่าทำงานอะไรเวลาถูกถามโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ตรวจสอบ นายสามารถเป็นคนว่างงานหรือจรจัดได้ แต่เชื่อเถอะว่าชีวิตนายจะลำบากมาก และแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผ่านขึ้นไปยังไนท์แมร์ชั้นสูง ๆ ”
“แล้วผมควรทำอะไรต่อไปดีล่ะ”
“ง่าย ๆ เลยนะ เรียนรู้และเอาชีวิตรอด” หญิงสาวตอบ เสียงอู้อี้เล็กน้อยเนื่องจากเป็นการพูดผ่านประตูที่ขวางอยู่ “แล้วก็ร่วมมือกับฉันหาทางขึ้นไปยังชั้นเอ็มเพอร์เรอร์ ฆ่าพราโซซิน จากนั้นก็ออกจากที่นี่โดยยังมีลมหายใจ”
“อ่าฮะ” แจ็คพยักหน้าช้า ๆ ทว่าเอาเข้าจริงเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ หรือจะบอกว่าแม้สมองจะรับรู้ทุกอย่าง ทว่าการยอมรับหรือไม่นั้นก็อีกเรื่อง
“นายน่ะเพิ่งมาถึง เพราะงั้นก็ไม่แปลกหรอกที่จะสับสน ให้เวลาตัวเองสักหน่อย เดี๋ยวอะไร ๆ ก็เข้าที่เอง” ซีบิลล์ว่าต่อราวกับรับรู้ถึงความกังวลในใจเขาได้ “พูดก็พูดเถอะ นายโชคดีมากนะที่มาเจอกับฉัน ตอนที่ฉันมาที่นี่ครั้งแรก ฉันน่ะตัวคนเดียว ซ้ำร้ายยังไม่ใช่ชั้นที่ฉากหน้าพอจะสงบสุขแบบนี้อีกด้วย กว่าจะเอาตัวรอดขึ้นมาถึงชั้นเอดเลอร์ได้ก็เล่นเอาเกือบไม่รอดอยู่หลายครั้งเลย”
“คุณอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว”
“ครึ่งปี หรืออาจมากกว่านั้น ฉันเลิกนับแล้วละ”
ก่อนที่แจ็คจะได้ถามอะไรอีก ประตูก็เลื่อนเปิดออก ตามด้วยซีบิลล์ในชุดเดรสสีเทากระโปรงยาวกรอมเท้าดูเรียบง่าย บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างติดดอกไม้ปลอม มือข้างหนึ่งถือร่มกันแดดคันเล็ก “เป็นไงบ้าง” หล่อนถามก่อนยกชายกระโปรงขึ้นบิดเอวไปทางซ้ายทีขวาที
“เอ่อ...”
“ดูเชยไปหน่อยสินะ”
“ไม่เลยครับ” แจ็คที่มัวแต่ตะลึงในทีแรกรีบพูด “คุณดูดีมากเลย”
ซีบิลล์หัวเราะคิก ทำหัวใจเขากระตุกผิดจังหวะไปเสียครั้งหนึ่ง “หวังว่าคงไม่ได้ดีเกินไปแบบที่สีหน้านายกำลังแสดงอยู่นะ ฉันกำลังพรางตัวน่ะ เป็นแค่สาวชาวไนท์แมร์ธรรมดาที่ออกไปจ่ายตลาดก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น”
“พรางตัวหรือ ทำไมล่ะ”
“เพื่อเก็บข้อมูลภารกิจน่ะสิถามได้”
“ถ้างั้นผม-”
“ไม่ นายอยู่ที่นี่แหละ” หล่อนเดินไปยังทางออก จากนั้นแนบหูกับประตู “จนกว่าจะฝึกฝนสกิลประเภทเรียกใช้ให้คล่องได้ นายยังไม่มีประโยชน์กับฉันเวลานี้ ถ้าเข้าใจไม่ผิด สกิลของนายคือความมืดใช่ไหม ฉันเห็นแวบ ๆ ตอนที่นายเผลอใช้ออกมาก่อนจะร่วงตกจากหน้าต่าง”
“ในนี้เขียนว่าเป็นหมอก” แจ็คพยายามไม่หน้าแดงเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาเลวร้ายนั้น หากมองจากมุมมองบุคคลที่สาม ตอนนั้นเขาคงดูโง่มากทีเดียว “สร้างหมอกดำลดประสิทธิภาพการมองเห็นของเป้าหมายลง 75%”
“ฉันไม่ขอออกตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญหรอกนะ แต่ฟังดูแล้ว สกิลของนายน่าจะสามารถฝึกฝนได้ไม่ยาก” ซีบิลล์ผละจากประตูตรงไปที่หน้าต่างซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วดันกระจกขึ้น ทันใดนั้นสายลมก็หอบเอากลิ่นขยะจาง ๆ สวนทางเข้ามาทันที “ฉันแนะนำให้ฝึกกับพวกนกที่เกาะตามหลังคาแล้วกัน ว่าแต่นายรู้เรื่องแถบค่าพลังชีวิตกับค่าจิตใจหรือยัง”
“ค่าพลังชีวิตผมรู้แล้ว แต่ค่าจิตใจนี่คือ...”
“แถบที่สั้นแล้วก็ผอมกว่า อยู่ใต้ค่าพลังชีวิต มันคือขีดจำกัดการใช้สกิลแบบเรียกใช้ ลองดูว่าสกิลแต่ละครั้งของนายต้องการค่าจิตใจประมาณไหน ถ้าหมดก็ไม่ต้องกังวล ค่าจิตใจสามารถฟื้นฟูเองได้ แต่จะรวดเร็วขึ้นจากการกินอาหารอร่อย ๆ ไม่ก็ระหว่างนอนหลับ” ซีบิลล์เริ่มปลดล็อคกลอนประตู “ไม่ต้องรอฉัน ถ้าคืนนี้ฉันไม่กลับ เอ่อ... ก็คงกลับพรุ่งนี้เช้า ...ไม่ก็มะรืน ... พูดอะไรเนี่ยฉัน เอาเป็นว่า อาหารกับของใช้จำเป็นเก็บอยู่ในหีบตรงนั้น ส่วนห้องน้ำอยู่สุดทางเดิน แล้วถ้าจะอาบน้ำ มันมีช่องลับไว้ย่องไปตึกข้าง ๆ นายลองหา ๆ ดูเอาแล้วกัน”