แจ็คอยากจะได้เก้าอี้สักหน่อย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครเชื้อเชิญให้นั่งเสียที จนกระทั่งเขาเริ่มหน้าซีดและทำท่าเหมือนจะเป็นลมเสียตรงนั้นเลยนั่นแหละ ซีบิลล์ถึงเข้ามาพาเขาไปนั่งบนตู้เหล็กที่ล้มฝุ่นจับอีกฝั่งของห้อง
“สรุปก็คือ ผมหลุดมาอยู่ที่โลกนี้... เอ่อ ไนท์แมร์ เหมือนในอนิเมะที่ตายแล้วไปต่างโลกงี้หรือ แล้วก็มีพลังพิเศษด้วย” ต้องใช้เวลาประมวลผลอีกพักใหญ่ทีเดียวกว่าแจ็คจะรวบรวมความคิดกระจัดกระจายให้เป็นคำพูดได้ พูดก็พูดเถอะ เรื่องเล่าที่เพิ่งหลุดจากปากซีบิลล์มาทั้งหมดนั้นฟังโคตรเหลือเชื่อเลย ทว่าครั้นจะปฏิเสธก็ดูเป็นไปไม่ได้ด้วยสิ โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่านั้นสามารถปล่อยสายฟ้าจากมือได้ ส่วนตัวเขาเองก็ยังมีหน้าจอควบคุมผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ในหัวตามความต้องการอีกด้วยต่างหาก “ผม... ไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย”
“สำหรับนายละก็” ซีบิลล์ส่ายหน้า “ไม่”
“งั้นนี่ก็ไม่ใช่เกมด้วยสินะ” เขาถามต่อ
“ถึงจะมีหน้าจอควบคุม สกิลกับที่เก็บข้าวของ แต่เสียใจด้วย มันน่าจะเป็นแค่รูปแบบอะไรสักอย่างที่ทำให้สะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้นมั้ง” หญิงสาวกอดอก สีหน้าครุ่นคิดแบบที่บอกได้ว่าหล่อนเองก็จนปัญญาเช่นกัน
“คุณบอกว่ามันมีสงครามสำหรับพวกเราที่เป็น ...เรียกว่าอะไรนะ ‘วี’ ใช่ไหม”
“ ‘วี’ หรือ ‘ไวรัส แฮกเกอร์’ ” ซีบิลล์ผงกศีรษะ “ก็อย่างที่เล่าไปแล้วว่าดวงจิต วิญญาณไม่ก็อะไรก็ตามที่เป็นตัวตนของนายแล้วก็ฉันถูกดึงจากโลกอื่นมาเข้าสู่กายเนื้อของผู้คนฝั่งไนท์แมร์โดยมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว”
“ฆ่าคาร์ล พราโซซิน” แจ็คต่อประโยคให้อีกฝ่าย
“ถูกต้อง” ซีบิลล์ยื่นมือมาหาเขา จากนั้นพริบตาถัดมา กระดาษแข็งมีข้อความสั่งให้ ‘ฆ่าคาร์ล พราโซซิน’ ก็ปรากฏจากความว่างเปล่ามาอยู่ในมือหล่อน ทว่าคำสั่งแผ่นนี้ไม่ใช่ของเขาเนื่องจากกระดาษมีสีส้มและใช้หมึกสีทองเขียนเป็นลายมือเรียบร้อยราวกับบัตรเชิญร่วมงานเลี้ยงหรู ๆ ยังไงยังงั้น นี่เป็นคำสั่งของหล่อน ซึ่งหยิบออกมาจากที่เก็บไอเทมของหล่อนเอง
“แล้วไอ้คาร์ล พราโซซินนี่ใครกัน เขาไปทำอะไรเลวร้ายจนถึงขั้นต้องฆ่าแกงกันเลยหรือ”
“โอ้ นายจินตนาการไม่ถึงแน่” จาฟาร์หัวเราะมาจากที่นั่งห่างออกไป “คาร์ล พราโซซินเป็นที่สุดของไอ้ชาติชั่วที่อยู่เหนือกว่าไอ้ชาติชั่วทั้งปวงเชียวละ พูดง่าย ๆ มันเป็นโคตรเหง้าศักราชแห่งความชั่วที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ เพราะมันดันเป็นพระเจ้าของไนท์แมร์นี่น่ะสิ”
“ไม่เอาน่า พระเจ้าที่ไหน พราโซซินมันก็คนเหมือนกันนั่นแหละ” ซีบิลล์พ่นลมอย่างรังเกียจ ก่อนหันมาพูดต่อกับแจ็ค “และใช่ มันสมเหตุสมผลที่พวกเราจะฆ่าหมอนั่น แต่สำหรับนายน่ะยังไม่ต้องพูดถึงเหตุผลซับซ้อนพวกนั้นหรอก เอาเป็นว่าแค่นายมาที่นี่ในฐานะวีก็ถือเป็นเป้าหมายของพราโซซินแล้วละ”
“อะ อะไรนะ” แจ็คอ้าปากค้าง
“สงครามไง แจ็ค สงครามระหว่างเหล่าวีกับพราโซซิน ไม่มีใครรู้ว่าทำไมพวกเราถึงถูกส่งมาที่ไนท์แมร์พร้อมกับภารกิจฆ่าตัวตาย แล้วก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าต้นตอของสงครามนี้คืออะไร พวกเราที่ถูกส่งมาจะโดนไล่ล่าทันทีที่อีกฝ่ายสามารถระบุตัวได้ว่าเป็นวี” ซีบิลล์อธิบาย “และอย่าคิดว่ามีพลังแล้วจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เพราะฝั่งนั้นเองก็มีกองกำลังเหนือมนุษย์คอยรับมือพวกเราด้วยเช่นกัน”
แจ็คกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก จะว่าไปแล้วมันก็ฟังเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นแหละ ยิ่งตรงส่วนที่บอกว่าเขาต้องฆ่าใครสักคนด้วย
“เอาง่าย ๆ เลยนะ นายมีทางเลือกสองทาง” หล่อนว่าต่อราวกับมองเห็นความลังเลและสับสนของเขา “หนึ่งคือรีบหาที่ซ่อนและทำตัวกลมกลืนกับชีวิตใหม่ในไนท์แมร์ให้เร็วที่สุดโดยหวังว่าจะไม่ถูกหน่วยล่าสังหารของพราโซซินค้นพบเข้าสักวัน”
“ผมรู้จักคนที่ทำแบบนั้นอยู่หลายคน” จาฟาร์เสริม เขาทำเสียงจิ๊จ๊ะพลางส่ายหน้าช้า ๆ “แต่ไม่มีสักคนที่ยังมีชีวิตอยู่”
“ส่วนตัวเลือกที่สอง นายร่วมมือกับฉันทำภารกิจงี่เง่านี่ให้เสร็จ และออกจากไนท์แมร์ไปแบบมีลมหายใจ”
“มัน... มีทางออกจากที่นี่ด้วยหรือ” แจ็ครีบถาม
“ในทางทฤษฎีนะ” ซีบิลล์สบตากับจาฟาร์ “พ่อค้าหน้าเลือดบางคนเกิดพบบันทึกลับฉบับหนึ่งเข้าน่ะสิ”
“หน้าเลือดเรอะ พูดเกินไปแล้วมั้ง ถ้าเธอรู้ว่าผมต้องลงทุนลงแรงไปตั้งเท่าไหร่กว่าจะคัดลอกบันทึกนี่มาได้ เธอจะเข้าใจเลยว่าราคาเท่านี้น่ะคุ้มค่าแล้ว”
“จ้า ๆ เข้าใจแล้ว” ซีบิลล์โบกมือให้พ่อค้าหน้าเลือดอย่างไม่สนใจนัก “จากบันทึกฉบับนั้น ฉันเชื่อว่ามีวิธีหนีไปจากที่นี่อยู่” หล่อนบอกแจ็ค นิ้วชี้ขึ้นด้านบน ซึ่งไม่น่าจะหมายถึงเพดานขึ้นราเหนือศีรษะอย่างใด “เพียงแต่ไม่เคยมีใครไปไกลถึงขนาดนั้นมาก่อน และมันก็เกี่ยวข้องกับการสังหารพราโซซินโดยตรงด้วย”
ซีบิลล์จ้องแจ็คเงียบ ๆ ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น “นายคิดว่าไงล่ะ”
“คิดว่าไงนี่...”
“นายจะร่วมมือกับฉันไหม”
“ผม...” เขาอ้ำอึ้ง
“ฟังนะ นี่ก็เหมือนกับการทดสอบว่านายคือวีหรือเปล่านั่นแหละ” หญิงสาวลดมือลงก่อนยื่นมาหาราวกับต้องการให้เขาจับตอบ “ข้อเสนอนี้จำกัดเวลา เพราะฉันเองก็มีสิ่งที่ต้องทำอยู่ และมันก็รอไม่ได้ด้วย”
แจ็คมองมือเรียวดูนุ่มนิ่มทว่าอันตรายถึงตายที่ยื่นค้างตรงหน้า วินาทีหนึ่งเขาสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาตอบปฏิเสธ ซีบิลล์จะจัดการเขาด้วยสกิลไฟฟ้าแรงสูงไหมนะ แต่ถึงหล่อนไม่ทำเช่นนั้น เป็นไปได้ว่าการปล่อยเขาไว้ที่นี่โดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ก็น่าจะอันตรายถึงชีวิตเช่นกัน เขาจำความรู้สึกตอนถูกระดมยิงใส่ได้แม่น ความหวาดกลัวสุดขีด ณ เวลานั้นระหว่างที่เลือดไหลไม่หยุดจากตัวเขา ให้ตายสิ กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังเจ็บแผลที่ท้องแทบตลอดเวลา ต่อให้มันจะไม่รุนแรงขนาดเดินเหินไม่ไหว ทว่าก็มากพอย้ำเตือนว่าเหตุการณ์เหล่านั้นหาใช่อาการประสาทหลอนไปเอง
ทำไมพนักงานบริษัทธรรมดาไม่มีความสามารถอะไรเป็นพิเศษอย่างเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ยังไม่ต้องพูดเรื่องการฆ่าคนสักคนด้วยซ้ำ ในวิชาทำอาหารสมัยมัธยม ขนาดจะทุบหัวปลาตัวเล็ก ๆ เขานี่ก็ถึงกับเป็นลมมาแล้ว(เป็นเหตุให้ถูกล้อเลียนจนเรียนจบยันงานเลี้ยงรุ่น) ยิ่งกว่านั้นความคิดที่ว่ามีหน่วยล่าสังหารคอยตามล่าพวกผิดปกติอยู่ข้างนอกนั่น เขาก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตนจะอยู่รอดเกินสัปดาห์ได้
“เข้าใจแล้ว” ลำคอแจ็คแห้งผาก เสียงที่ออกมาเบาหวิวไร้ความมั่นใจ “ผมจะร่วมมือกับคุณ”
“ยอดเยี่ยม!” กลับเป็นจาฟาร์ที่โพล่งออกมา ชายหัวล้านทิ้งตัวจากเก้าอี้ตรงมาหาเขากับหญิงสาวที่กำลังจับมือทำสัญญากันอยู่ หมอนั่นเตี้ยกว่าแจ็คราวครึ่งหนึ่งได้ เมื่อเข้ามาใกล้พอ จาฟาร์ก็ส่งนามบัตรให้ “ทีนี้ผมก็ได้ลูกค้าใหม่อีกราย!”
“ฉันว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดแบบนั้นนะ” ซีบิลล์กอดอก มองฝ่ายนั้นอย่างนึกขำ “คงอีกพักใหญ่เลยละกว่าหมอนี่จะเรียนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร”
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร ผมเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว” จาฟาร์หัวเราะ จากนั้นก็หันมาขยิบตาให้แจ็ค “คำแนะนำดี ๆ ไม่คิดราคานะพ่อหนุ่ม ‘อย่ารีบตายซะล่ะ’ ”