เสียงร้องลั่นดังทะลุประตูหนีไฟเป็นอย่างแรก ตามด้วยเสียงฝีเท้าดังราวกับเจ้าตัวกำลังหวาดกลัวเต็มที่ แน่นอนว่านี่เป็นเสียงของแจ็คผู้อยู่ริมขอบของอาการสติแตก เขาวิ่งสลับกระโดดข้ามบันไดทีละสามสี่ขั้น ปาฏิหาริย์ชัด ๆ ที่เขายังไม่สะดุดล้มหน้าทิ่มคอหักตายไปซะก่อน หนุ่มวัยสามสิบต้นไม่เบรกสักนิดตอนผ่านหัวเลี้ยวชานพักพุ่งชนกำแพงเข้าไปเต็มแรง กระนั้นกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดมากนัก
ไม่ว่าเจ้านั่นเป็นตัวอะไร มันก็เกือบได้ตัวเขาแล้ว การเปิดปิดไฟถี่ ๆ ก่อนหน้านี้อนุญาตให้มันขยับมาใกล้กระทั่งแค่เอื้อมอีกนิดก็คว้าคอเขาได้ ต่อให้ในยามที่กำลังหัวซุกหัวซุนอยู่ในแสงสว่างของบันไดหนีไฟนี้ แจ็คก็ยังคงรู้สึกถึงความเย็นเยียบของกรงเล็บแถว ๆ คอหอยได้อย่างชัดเจน ในหูก้องเสียงหัวเราะแหบแห้งราวกับสะท้อนมาจากที่ไหนสักแห่งไกลแสนไกล อาการขนลุกซู่ไล่จากหัวไปถึงปลายเท้าครั้งแล้วครั้งเล่า เขาพยายามไม่คิดถึงเหตุการณ์หวุดหวิดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนแต่ก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง นับว่าเป็นอภิมหาโชคดีที่สุดที่นิ้วของเขาเกิดหยุดตอนกดเปิดไฟพอดี และก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันที่เขาเลือกจะวิ่งหนีตอนที่พื้นที่ชั้นเจ็ดส่วนใหญ่สว่างไสวพุ่งลงบันไดหนีไฟมา คงเป็นความสามารถแฝงในการเอาตัวรอดของมนุษย์ละมั้ง
แจ็คพรวดพราดออกจากประตูทางหนีไฟชั้นหนึ่งหลังจากพยายามกระชากมันผิดด้านอยู่พักใหญ่ เสียงร้องหลงของเขาก้องทั่วโถงทางเข้าอาคารเรียกความสนใจพนักงานรักษาความปลอดภัยกะกลางคืนจำนวนสองนายให้รี่มาหา ในตอนที่สองคนนั่นมาพบเข้า แจ็คก็กำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นกระเบื้องหินอ่อนลื่น ๆ ที่ร้อยวันพันปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยหน้าทิ่มเลยสักครั้ง
“แจ็คกี้! เป็นอะไรของนายน่ะ” รปภ.นายหนึ่งร้องถามแข่งกับเสียงของเขา
“ผะ ผี! ผี! ผีหลอก!!!” ทันทีที่ได้เห็นคนที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากัน แจ็คก็ไม่เสียเวลาเข้าไปคว้าเสื้อฝ่ายนั้นทันที
“สงสัยทำงานหนักจนสติแตกแน่เลย” รปภ.อีกนายพูดบ้าง
“ผี! มีผี! ผี!!!” สมองเขาติดอยู่ในลูปของความหวาดกลัวจนไม่อาจสร้างแม้แต่รูปประโยคง่าย ๆ ได้
“เอาล่ะ นายไม่เป็นไรแล้ว ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนยาว ทำตามผมนะ หายใจเข้า แล้วก็หายใจออก นั่นแหละ อย่างนั้น”
แจ็คทำตามโดยไม่โต้แย้งใด ๆ มือยังคงเกาะอีกฝ่ายแน่น
“เอาล่ะ เกิดอะไรขึ้น” รปภ.เจ้าของเสื้อที่ถูกขยุ้มอยู่ถาม ชั่วขณะหนึ่งเขาทำท่าราวกับอยากจะดึงมือแจ๊คออก แต่แล้วก็ถอนหายใจ สบตากับเพื่อนร่วมงานอีกคนก่อนกลอกตาจากนั้นปล่อยเลยตามเลย “ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม”
แจ็คกัดฟัน ท้องไส้ปั่นป่วนพะอืดพะอม นานพอสมควรกว่าเขาจะสงบสติอารมณ์จนพอเรียบเรียงความคิดเป็นภาษามนุษย์ได้บ้าง
ทว่าตอนที่เขาอ้าปากจะตอบ สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบเห็นบางสิ่งเข้าเสียก่อน
ใบหน้านั้นดำสนิท เท่าที่เห็นจากด้านหน้ามีดวงตาน่าจะมากกว่าสิบดวงกระจายตั้งแต่กระหม่อมล้านเลี่ยนปราศจากเส้นผม หน้าผาก แทนที่จมูก แก้มตอบทั้งสองข้างลงมาถึงคาง มันไม่มีใบหู จมูกและปาก ร่างกายตั้งแต่ลำคอลงมาเต็มไปด้วยหนามเล่มบางแบบผิวหอยเม่น สิ่งลี้ลับน่าสะพรึงดั่งภูตผีนั่นปรากฏตัวประชิดหลังรปภ.คนที่อยู่ห่างออกไปพลางใช้เล็บยาว ๆ จากมือที่มีถึงเจ็ดนิ้วล้วงผ่านสาบเสื้อชุดยูนิฟอร์ม มีเสียงสวบน่าสะอิดสะเอียนดังขึ้น แล้วเล็บบางยาวน่ากลัวจะหักถ้าใส่แรงมากเกินไปก็ดึงเอาลำไส้ชายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นออกมา
เลือดซึมผ่านเครื่องแบบก่อนกระจายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ตัวประหลาดอ้าปาก... จะเรียกว่าอ้าปากก็ดูจะผิดจากความเป็นจริงไปเสียมากโขทีเดียว ที่เจ้านั่นทำก็คือใช้มืออีกข้างยกส่วนบนของศีรษะขึ้นเหมือนเปิดฝา เผยให้เห็นสมองเรืองแสงสีชมพูกำลังเต้นตุบ ๆ อยู่หลังใบหน้าโปร่งแสงมีลักษณะเป็นแผ่นแบนแบบหน้ากากที่รูปลักษณ์ชวนให้นึกถึงตัวร้ายจากซีรีส์มาสเตอร์ ออฟ เดอะ ยูนิเวิร์สอย่างสเกเลทอร์ยังไงยังงั้น
เจ้าตัวประหลาดใส่ลำไส้ยาว ๆ ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำเลือดและไขมันลงในหัวของมัน ซึ่งมีหนวดเส้นเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนเหมือนฝูงพยาธิเลื้อยขึ้นมารับเครื่องในชิ้นนั้นแทบจะทันที พวกมันเจาะผ่านเนื้อเยื่อดูอ่อนนุ่มเข้าไปชอนไชอย่างกระตือรือร้น
กระทั่งตอนที่เปลือกศีรษะเปิดอ้าอยู่ บรรดาลูกตาทั้งหลายบนนั้นก็ยังกลิ้งหมุนหันรูม่านตาเข้าด้านในเพื่อตามมาจับจ้องเขม็งที่แจ็คเป็นจุดเดียวอยู่นั่นเอง
‘แจ็คคค...’ เสียงแหบพร่าดังจากไหนสักแห่ง น่ากลัวว่าจะมาจากฐานกะโหลกของเขาเอง ‘…แจ็คคค’
“อ๊าคคคคคคค! ผี! ผี! ผีหลอกกกกกกกก!!!” แจ็คกรีดร้องสุดเสียง รีบผละจากรปภ.ที่เกาะอยู่ราวกับจับถูกเหล็กร้อนจัด เขาหมุนตัวล้มไถลกับพื้นพยายามตะเกียกตะกายวิ่งไปข้างหน้า เจ้าหน้าที่กะกลางคืนทั้งสองก้าวตามหนุ่มพนักงานออฟฟิศด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะพ่อหนุ่มคนที่ถูกควักไส้นั้นยังมีท่าทางปกติอยู่เลยแม้เลือดจะซึมผ่านกางเกงหยดถึงพื้นแล้วก็ตาม ระหว่างนั้นตัวประหลาดร่างหนามก็ยังคงดูดลำไส้ชายคนนั้นเข้าในหัวที่เปิดต่อไปอย่างตะกละตะกลาม มันเกาะติดเหยื่อด้วยการแทงหนามเข้าไปในร่าง “อย่าเข้ามานะ!!! ผี!!! ปีศาจ!!!”
ทันทีที่ทรงตัวขึ้นมาได้บ้าง แจ็คก็วิ่งสุดกำลังตรงหาประตูทางออก ฉับพลันประตูหน้าที่จริง ๆ แล้วต้องถูกปิดล็อคตั้งแต่หนึ่งทุ่มครึ่งกลับกระเด้งเปิดทั้งที่ไม่ทันมีใครผลักถูกมันด้วยซ้ำ โชคร้ายที่เขามัวแต่สติแตกกระทั่งไม่ทันสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่
อากาศด้านนอกเย็นเยียบ เป็นความเย็นในแบบที่จะรู้สึกได้ในห้องดับจิตเงียบ ๆ หาใช่ความหนาวเหน็บจากสายลมกลางคืน
ออกมาได้ไม่กี่ก้าว แจ็คก็หันไปมองเพื่อดูว่าเจ้าตัวประหลาดตามออกมาหรือไม่ และเขาก็เห็นว่ามันอยู่กับรปภ.ทั้งสองที่ยืนมองเขานิ่ง ๆ จากในอาคาร ไม่ได้มีทีท่าว่าจะไล่ล่าเขาต่อแต่อย่างใด
ถึงอย่างนั้นแจ็คก็ไม่วางใจ จนกว่าจะไปให้ไกลจากตึกเวรนี่ให้ไกลที่สุด เขาจะไม่มีทาง...
จังหวะที่เขาหันกลับจะวิ่งต่อนั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างดำทะมึนถลันพรวดเข้าประชิดจากทางซ้ายมือของตน ซึ่งต่อให้ไม่ได้เห็นจัง ๆ เขาก็มั่นใจว่าสิ่งนี้จะต้องชั่วร้ายและสยองขวัญเช่นเดียวกับเจ้าตัวที่ปรากฏให้เห็นในตึกอย่างไม่ต้องสงสัย
ปฏิกิริยาตอบสนองซึ่งครอบงำด้วยความกลัวสั่งเขาให้กระโจนหลบไปอีกทาง แต่ที่แจ็คไม่รู้เลยก็คือ วินาทีทีเขาก้าวลงถนนที่ว่างเปล่าและเงียบงันนั้น แสงไฟจ้ากลับสว่างไสวขึ้นเวลาเดียวกับด้านหน้ารถบรรทุกโผล่วาบมาต่อหน้าต่อตา เขาไม่ทันได้ตกใจก็โดนเสยเข้าอย่างจังร่างแหลกยับในชั่วพริบตา
จากนั้นรถบรรทุกที่วิ่งโครมครามไปได้อีกหน่อยก็จางหายไป ละลายเป็นเนื้อเดียวกับม่านหมอกแห่งรัตติกาลราวกับว่าไม่เคยมีอยู่มาก่อน ทิ้งไว้แต่ร่างบิดเบี้ยวจมกองเลือดลมหายใจรวยรินของแจ็คเท่านั้น
‘แจ็คคค... โลกกำลังจะสิ้นสุดลงนะ แจ็คคค’ เสียงแหบลึกบาดหูเป็นเสียงสุดท้ายที่แจ็คจะมีโอกาสได้ยินบนโลกเน่า ๆ ใบนี้ ‘เพื่อการนั้นคาร์ล พราโซซินจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้’