ลมหายใจสุดท้ายแห่งลังกา (The Last Breath of Lanka)

ตอนที่ 17: บทที่ 17 รอยร้าวในหน้ากระดาษ

👁️ 3 อ่าน
22px

        ลานหินใต้ร่มไม้ใหญ่กลายเป็นสถานพยาบาลชั่วคราว เสียงคนเจ็บ เสียงตักน้ำจากลำธาร และเสียงฉีกผ้าฝ้ายสำหรับพันแผลสลับกันอยู่ใต้เรือนยอดไม้ที่หนาทึบ หลังหลายวันที่มีแต่พายุ หมอก และการค้นหาที่บีบคั้นประสาท สิ่งที่รอพวกเขาบนเกาะที่ไม่มีในแผนที่กลับเป็นงานธรรมดาที่สุดอย่างหนึ่ง 

        ทำให้คนที่ยังรอดอยู่มีชีวิตต่อไป

        หมอเรือเดินออกจากกลุ่มคนเจ็บมาพร้อมรังเกศ

        "ส่วนใหญ่เป็นบาดแผลจากการกระแทกหิน น้ำเค็มกัด และความอ่อนล้าสะสมพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" หมอเรือรายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

        "แต่มีหลายคนเริ่มมีไข้ เรายังบอกสาเหตุแน่ชัดไม่ได้"

        "หากจะลำเลียงคนเจ็บทั้งหมดกลับเรือใหญ่ ต้องใช้เรือบดหลายเที่ยว ท้าวสิลราชยังไม่ควรเคลื่อนย้ายในวันนี้" รังเกศกวาดสายตามองไปรอบลานหิน

        "อีกประการ เราเข้ามาในถิ่นของผู้อื่นโดยยังไม่รู้กฎของสถานที่นี้ ก่อนจะตั้งค่ายหรือเคลื่อนคนจำนวนมาก เราควรพบผู้ที่ดูแลเกาะเสียก่อน"

        เคนพยักหน้ารับคำประเมินนั้น ก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่ชายผู้หนึ่งอีกฟากของลานหิน

        พระอภัยมณีเดินผ่านกลุ่มคนเจ็บไปพร้อมกระบอกน้ำไม้ไผ่หลายกระบอกในอ้อมแขน เขาส่งหนึ่งกระบอกให้ท้าวสิลราช และส่งอีกหลายกระบอกให้ทหารเมืองผลึกที่กำลังนอนซมเพราะไข้ เขาทำเช่นนั้นเงียบๆ โดยไม่ได้เอ่ยปากเรียกให้กะลาสีหรือทหารคนใดมาช่วย

        เมื่อมาถึงสุวรรณมาลี เขายื่นกระบอกสุดท้ายให้นาง

        "องค์หญิงควรดื่มเสียบ้าง"

        "ขอบใจท่าน"

        สุวรรณมาลีรับกระบอกน้ำนั้นไว้ นางจิบเพียงเล็กน้อยเพื่อดับกระหาย ก่อนจะหมุนตัวกลับไปนั่งลงข้างพระบิดา ใช้ผ้าชุบน้ำคอยซับตามใบหน้าและลำคอของกษัตริย์ชราอย่างระมัดระวัง

        เคนพบว่าตัวเองมองตามนางอยู่ครู่หนึ่ง นานพอให้เขาต้องละสายตา และสงสัยขึ้นมาว่าเหตุใดตนจึงคอยสังเกตว่านางมองพระอภัยมณีนานกี่อึดใจ

        พระอภัยมณีมองตามสุวรรณมาลีไปครู่หนึ่ง จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนมาทางเคน

        ดวงตาคู่นั้นนิ่งสงบ เคนไม่รู้ว่าชายตรงหน้าเห็นอะไร หรือกำลังคิดอะไรอยู่

        เสียงย่ำเท้าสวบสาบฝ่าดงไม้ดังขึ้น ดึงความสนใจของกะลาสีและทหารยามรอบลานหิน กิ่งไม้ถูกแหวกออก ร่างของเด็กหนุ่มผิวสีทองแดงคร้ามแดดก้าวเข้ามา เขามีมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงเกินวัย และสายตาที่กวาดมองคนแปลกหน้าทุกคนอย่างระแวดระวัง บนบ่าพาดมัดฟืนขนาดใหญ่ ส่วนมืออีกข้างหิ้วห่อผลไม้ป่าที่รวบมาจนเต็ม

        สินสมุทรขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นทหารแปลกหน้าในเครื่องแบบลังกาเต็มลานหิน เขาวางท่อนไม้ลงข้างกองเสบียงเสียงดังทึบ ไม่ได้ชักอาวุธ แต่ก็ไม่ได้เดินเข้าใกล้ สายตาของเขาไล่จากดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวของทหารลังกา ไปยังรังเกศ ก่อนจะมาหยุดที่เคน

        "ท่านพาคนถือดาบเข้ามามากนัก" สินสมุทรจ้องเคนตรงๆ

        พระอภัยมณีเอ่ยปรามเสียงอ่อน

        "สินสมุทร"

        "ข้าถามเขา" เด็กหนุ่มตอบบิดา โดยที่ดวงตายังไม่ละจากเคน

        เคนมองทหารของตนที่ยืนคุ้มกันอยู่รอบลานหิน ก่อนจะหันกลับมาสบตาเด็กหนุ่ม แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

        "ถ้ามีคนแปลกหน้าขึ้นฝั่งบ้านข้า ข้าก็คงถามเหมือนเจ้า"

        สินสมุทรนิ่งไป เขาไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้ลดความระวังตัวลง ทว่าเขาก็ไม่ได้ตั้งคำถามซ้ำ เด็กหนุ่มเพียงแค่ละสายตาจากเคน แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อนำผลไม้ไปกองไว้ใกล้กลุ่มคนเจ็บอย่างเงียบๆ

        "บุตรชายข้าอาจระวังคนแปลกหน้ามากไปสักหน่อย" พระอภัยมณีกล่าวพลางค้อมศีรษะให้เคนเล็กน้อย

        เคนมองสินสมุทรที่ยังคงปรายตามองทหารลังกาอยู่เป็นระยะ

        "เขาเพิ่งเห็นทหารติดอาวุธหลายสิบคนเดินเข้ามา ข้าว่าระวังไว้ก่อนก็สมเหตุสมผล"

        พระอภัยมณีมองเคน เขาคลี่ยิ้มบางๆ

        "กองเรือของท่านผ่านแนวหินเข้ามาได้อย่างไร?" พระอภัยมณีถาม

        "หมอกด้านนอกนั้นอันตรายนัก"

        เคนเหลือบไปทางรังเกศ

        "แม่ทัพของข้าไม่ยอมเชื่อเสียงที่ได้ยิน เขาให้หยั่งน้ำสองกราบแทน"

        "องค์ชายเป็นผู้สังเกตว่าความลึกกับเสียงขัดกันพ่ะย่ะค่ะ" รังเกศกล่าว

        เคนส่ายหน้าเล็กน้อย

        "หากไม่มีคนรู้ทะเล ข้อสังเกตก็ไม่มีประโยชน์"

        เคนมองชายตรงหน้า ไม่มีความเกลียดชังอยู่ในบทสนทนานี้ ไม่มีการท้าทาย ไม่มีแม้แต่เหตุผลให้ระแวงกันมากกว่าที่คนแปลกหน้าสองคนควรมี นั่นกลับทำให้สิ่งที่เขาจำได้น่าไว้วางใจน้อยลงกว่าเดิม หากคนสองคนนี้ต้องกลายเป็นศัตรูกันจริง บางอย่างยังมาไม่ถึง

        "ข้าเห็นด้วยกับแม่ทัพของท่าน" พระอภัยมณีเอ่ยขึ้น

        "เกาะนี้มีกฎเกณฑ์ของมัน และผู้ที่จะอนุญาตให้พวกท่านตั้งค่ายพักพิงได้ ไม่ใช่ข้า..."

        ชายผู้ถือปี่ทอดสายตามองลึกเข้าไปในแนวป่าที่ทอดตัวขึ้นสู่ยอดเขา

        "...แต่เป็นพระอาจารย์ของพวกเรา"

        "พระโยคี" เคนเอ่ย

        พระอภัยมณีเงียบไป

        เพียงเล็กน้อย แต่พอให้เคนรู้ตัว

        ‘เขาไม่ควรพูดชื่อนั้นออกมา’

        "องค์ชายรู้จักพระอาจารย์หรือ?" เสียงของพระอภัยมณียังคงสุภาพและกังวานใสเหมือนเดิม ทว่าแววตาของเขาจ้องมองมาที่เคนอย่างค้นหา

        เคนมองสบตาชายตรงหน้า

        ไม่มีผู้ใดจากลังกาเคยเอ่ยชื่อนั้น ในแผนที่ของรังเกศ ตำแหน่งนี้ควรมีเพียงทะเล และเมื่อครู่... พระอภัยมณีก็เพิ่งเรียกชายผู้นั้นเพียงว่า

        'พระอาจารย์'

        เคนเม้มริมฝีปากชั่วครู่

        "ไม่" เขาตอบในที่สุด

        พระอภัยมณีรอ

        “แต่ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่า”

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!