ผลพวงจากการพาภรรยาออกท่องหล้าเปลี่ยนบรรยากาศ หยางเจี้ยนไม่รู้เลยว่าทำให้คนสนิทของตนคล้ายเปลี่ยนไปตามบรรยากาศตามรายทางเช่นกัน
นับวันจิ้นเหอยิ่งมองว่าจิ่นซินแน่งน้อยในวันวานนั้น วันนี้ยิ่งน่ารักน่าชังทั้งยังงดงามมากขึ้นอีกด้วย
ทุกคราที่ต้องคอยดูต้นทางเฝ้าหน้าเรือนให้เจ้านาย เขามักจะต้องอยู่กับจิ่นซิน ฟังเสียงเจื้อยแจ้วมองตากลมใสให้หัวใจสั่นไหวตลอดเวลา
หลายเดือนที่ผ่านมาความรู้สึกยิ่งแน่ชัดในหัวใจ
ทว่ายามเจอกัน เสน่หาที่มีนั้นกลับพังครืนลงมา เพราะคำว่าพี่ชาย
วันนี้ก็เช่นกัน จิ่นซินรีบวิ่งมาพร้อมกล่องไม้ใส่อาหารขึ้นเบื้องหน้า “พี่ชาย...ข้าให้ท่าน”
สาวใช้ตัวน้อยแหงนหน้าบอกกล่าวมองเขาด้วยดวงตากระจ่างใส คงรอยยิ้มจริงใจ ไม่มีส่วนใดเป็นการโปรยมารยาแห่งปรารถนาใส่เขาเลยแม้แต่น้อย
“ขอบคุณเจ้า รบกวนแล้ว...”
จิ้นเหอรับกล่องอาหารมาถือไว้ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เมื่อใดที่นางจะมองเขาเป็นบุรุษคนหนึ่งมิใช่แค่พี่ชายเล่า?
คล้อยหลังจิ้นเหอ จิ่นซินก็ยืนยิ้มมองตามด้วยสายตางุนงง มิค่อยเข้าใจอาการหงุดหงิดของเขาเท่าใดนัก
ทว่านั่นไม่เคยมีปัญหาสำหรับนาง เพราะพี่เหอเป็นคนดีผิดกับแววตาคุกคามอย่างมาก หากอยากได้ข่าวสารนอกจวนเกี่ยวกับท่านแม่ทัพเพื่อการดูแลฮูหยินด้วยความรอบคอบก็มีเพียงพี่เหอเท่านั้นที่นางต้องเข้าหา ตามเอาอกเอาใจมิให้ห่าง
จิ่นซินคิดในใจอย่างชั่วร้ายด้วยใจภักดิ์ที่มีต่อหมิงเยว่ไม่เสื่อมคลาย และจิ้นเหอยังรู้ดีจึงยินยอมไม่เคยบ่น
ห้าปีต่อมาบุตรสาวของหมิงเยว่เป็นแม่นางน้อยที่เฉลียวฉลาดและห้าวหาญอย่างมาก
นางมีนามว่าหยางโจวเย่ นอกจากจะเป็นที่รักของทุกคน ยังเป็นที่น่าหวาดหวั่นกริ่งเกรงของพี่ๆ อีกด้วย
หยางโจวเย่ชอบฝึกดาบวาดกระบี่ เรื่องคัดอักษรอ่านคัมภีร์หรือ? เอาไว้ทำยามที่ผู้อาวุโสเดินผ่านมาเห็นก็พอ
วันนี้หลังจากฝึกวรยุทธ์กับเหล่าพี่ชายทั้งสามจนเหน็ดเหนื่อย หยางโจวเย่ก็พาพวกพี่ๆ มานั่งลงใต้ร่มไม้ เพื่อปรึกษาหารือเรื่องราวอันเคร่งเครียดที่สุดในใต้หล้า
เป็นเรื่องราวที่นับแต่เกิดมาจนอายุห้าปีไม่เคยเจอ
“เย่เอ๋อร์อยากช่วยท่านอาจิ้นเหอ พี่ใหญ่พี่รองพี่สาม พวกท่านต้องช่วยเย่เอ๋อร์”
แน่นอนว่านี่เป็นคำสั่ง น้องหญิงคนเล็กผู้นี้มีอิทธิพลต่อทุกคนมากๆ เด็กชายทั้งสามจึงพยักหน้าพร้อมเพรียง ไม่มีใครกล้าขัดใจน้องน้อยทั้งสิ้น
หยางโจวเย่หรี่ตาเอ่ยเสียงเยียบเย็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ “เราต้องใช้แผนบุรุษช่วยสาวงาม ข้าจะพาพี่จิ่นซินออกไปเที่ยวตลาด อาศัยจังหวะเดินผ่านเส้นทางเปลี่ยวร้างเส้นนี้” เด็กหญิงกล่าวพลางเอากิ่งไม้เขี่ยดินวาดเส้นขยุกขยิกว่าต่อ “พวกพี่ๆ ต้องหาคนเข้ามาทำร้ายข้ากับพี่จิ่นซินตรงจุดนี้ เพื่อให้ท่านอาจิ้นเหอมาช่วยเหลือ”
หยางจวินมุ่นคิ้วเอ่ยขัด “จะดีหรือเย่เอ๋อร์ ทุกวันนี้ท่านอาจิ้นเหอก็ช่วยเหลือพี่จิ่นซินตลอดอยู่แล้วนี่นา หากจะให้ประทับใจจนตกหลุมรักไยมิเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว”
หยางโจวเย่นิ่งงันคิดตาม ครู่หนึ่งจึงเอื้อมมือเล็กปาดผิวดินจนฝุ่นคลุ้ง ลายเส้นก่อนหน้าลบเลือนไปสิ้น
“เช่นนั้น วางยาท่านอาจิ้นเหอจนบาดเจ็บสาหัส แล้วให้พี่จิ่นซินดูแลสักสามเดือนแล้วกัน”
“อืม...แผนนี้ยอดเยี่ยมกว่า” ทุกคนเห็นด้วย
หยางโจวเย่สั่งเสียงเฉียบ “ตกลงตามนี้!”
เหล่าพี่ชายพยักหน้ารับ
จากนั้นไม่นาน จิ้นเหอก็ล้มป่วยไม่ทราบสาเหตุ ถึงขั้นเอาแต่พร่ำเพ้อถึงจิ่นซินไม่หยุด
จิ่นซินหรือก็ให้ตกใจยิ่งนัก รีบดูแลจิ้นเหอทุกวันจนกระทั่งร่างกายที่เคยอวบอ้วนผอมลงซีดเซียวเลยทีเดียว
นานวันเข้าจิ่นซินก็เริ่มรู้ใจตนเองว่าตัวของนางคิดกับจิ้นเหอในฐานะอันใด ทั้งสองจึงเปิดใจให้กันในที่สุด
ทว่าเรื่องราวกลับไม่จบเพียงเท่านั้น
เหตุเพราะหยางโจวเย่เองก็เริ่มรู้ตัวแล้วเช่นกัน ว่านางมีเพียงยาพิษที่แอบใส่ในขนมให้จิ้นเหอกิน
แต่กลับไม่มียาถอนพิษ! แย่แล้ว...
“ท่านพ่อ...”
นี่คือทางรอดเดียวหยางโจวเย่จึงวิ่งร้องไห้มาหาบิดา
เมื่อความจริงถูกเปิดเผย หยางเจี้ยนถึงขั้นกุมขมับ แอบชำเลืองมองภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ครั้งที่ห้า
เห็นนางเปรยว่าอยากได้บุตรสาวอีกคน...
แย่แล้ว...
โปรดติดตามภาคต่อในเรื่องราวความรักของนายหญิงซิงเยว่และนายน้อยหลิวไท่หยาง