หลินเสี่ยวฮวา ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลอดช่องหน้าต่างไม้เก่าเข้ามาเป็นลำ ฝุ่นละอองลอยอ้อยอิ่งอยู่กลางอากาศ กลิ่นยาต้มสมุนไพรอ่อน ๆ ผสานกับกลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนอบอวลอยู่ทั่วห้อง
ร่างหญิงสาวแบบบางนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้เก่า ดวงตาคู่งามทอดมองเพดานห้องด้วยความเหม่อลอย ราวกับยังไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ‘มันไม่ใช่ความฝัน’ ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่อึดใจในความทรงจำ เธอยังเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาในปี ค.ศ. 2025 ไรเดอร์สาวผู้ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าพายุฝนเพื่อส่งอาหารให้ลูกค้า ชีวิตของหลินเสี่ยวฮวาไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ กลางวันรับออร์เดอร์ไม่ขาดสาย กลางคืนยังต้องวิ่งงานต่อเพื่อหาเงินใช้หนี้และส่งเสียครอบครัว แม้เหน็ดเหนื่อยเพียงใด เธอก็ไม่เคยคิดโกงลูกค้าหรือเอาเปรียบผู้ใด เพราะเชื่อมั่นเสมอว่า หากขยันและซื่อตรง สักวันชีวิตย่อมดีขึ้น
แต่โชคชะตากลับเล่นตลกในคืนที่ฝนตกหนัก ขณะกำลังเร่งนำอาหารไปส่งให้ทันเวลา รถบรรทุกคันหนึ่งกลับฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนร่างของเธออย่างจัง เสียงเบรกดังเสียดหู แสงไฟหน้ารถสว่างวาบจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบลง เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบก็ไม่ใช่โลกใบเดิมอีกต่อไป
หลินเสี่ยวฮวาทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่เคยอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า นิยายย้อนยุคที่นางเอกย้อนเวลากลับมาแก้ไขชะตากรรมของตน พลิกจากหญิงสาวผู้ถูกกดขี่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต ทั้งยังได้ครองรักกับพระเอกผู้แสนเพียบพร้อม หากสวรรค์เมตตาให้มาเกิดใหม่เป็นเธอเอกก็คงดี แต่น่าเสียดาย สวรรค์กลับชอบเล่นตลกยิ่งกว่าเดิม ร่างที่เธอเข้ามาสิงกลับเป็น หลินเสี่ยวฮวา ชื่อเดียวกับเธอ น้องสาวต่างมารดาของนางเอก ตัวร้ายอันดับต้น ๆ ของเรื่อง ผู้เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา คิดแย่งทุกสิ่งทุกอย่างจากพี่สาว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เงินทอง ชื่อเสียง หรือแม้แต่ชายหนุ่มที่พี่สาวรัก
หญิงสาวผู้นี้เป็นลูกสาวติดภรรยาใหม่ของบิดานางเอก ได้รับการตามใจจากผู้เป็นมารดาจนกลายเป็นคนเอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว และใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดเพื่อเหยียบย่ำพี่สาวต่างมารดา ผลลัพธ์สุดท้ายช่างน่าเวทนา ถูกคนทั้งหมู่บ้านประณาม ถูกครอบครัวทอดทิ้ง ถูกชายหนุ่มที่หลงใหลรังเกียจ และจบชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไร้ผู้เหลียวแล
‘ชะตาแบบนี้ ใครจะอยากได้กัน’ หลินเสี่ยวฮวาหลับตาลงพลางถอนหายใจยาว นับจากวันที่ลืมตาขึ้นในร่างนี้ เวลาก็ผ่านมาร่วมครึ่งเดือนแล้ว
น่าแปลกที่เหตุการณ์ก่อนเจ้าของร่างเสียชีวิตกลับคล้ายคลึงกับชีวิตของเธออย่างประหลาด ทั้งสองต่างประสบอุบัติเหตุรถชนในช่วงเวลาเดียวกัน ราวกับชะตาฟ้าลิขิตให้ดวงวิญญาณของเธอข้ามผ่านกาลเวลามาแทนที่เจ้าของร่างเดิม
ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หลินเสี่ยวฮวาแทบไม่กล้าทำสิ่งใดผลีผลาม เธอเฝ้าทบทวนเนื้อเรื่องทั้งหมดที่ยังจำได้ พร้อมประเมินสถานการณ์ของตนเองอยู่เงียบ ๆ โชคยังดี เวลานี้เนื้อเรื่องเพิ่งเริ่มต้น
หลินเสี่ยวฮวาตัวร้ายในนิยายยังไม่ได้ลงมือแย่งคู่หมายของพี่สาว ยังไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่ที่ยากจะแก้ไข นั่นหมายความว่า เธอยังมีโอกาสเปลี่ยนชะตากรรมของตนเอง หญิงสาวกำผ้าห่มแน่น แววตาที่เคยสับสนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่ ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
"ในเมื่อฉันได้มีชีวิตอีกครั้ง...ครั้งนี้ ฉันจะไม่เดินซ้ำรอยของหลินเสี่ยวฮวาคนเดิมเด็ดขาด"
หลินเสี่ยวฮวาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงขอบเตียง อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าของเธอดีขึ้นมากแล้ว แม้ยามก้าวเดินยังมีอาการปวดหน่วงอยู่บ้าง แต่ก็พอจะลุกไปไหนมาไหนได้ เพียงต้องอาศัยไม้เท้าไม้ไผ่ค้ำยันทุกย่างก้าว
หลังจากนอนพักอยู่ในห้องเกือบครึ่งเดือน วันนี้นับเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ออกมาพบหน้าผู้คนในบ้านอย่างเป็นทางการรวมถึงพี่สาวต่างมารดาที่เป็นนางเอกของนิยายเรื่องนี้
เสียงหัวเราะดังแว่วมาจากลานหน้าบ้าน หลินเสี่ยวฮวาค่อย ๆ ประคองตัวเดินออกจากห้อง ก่อนหยุดยืนอยู่ใต้ชายคา ดวงตาทอดมองภาพตรงหน้าอยู่เงียบ ๆ หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน ถักเปียยาวสองข้าง กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย ใบหน้าของเธองดงามสะอาดตา รอยยิ้มอบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ เพียงมองก็ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจนั่นคือ หลินซิ่วหลาน พี่สาวต่างมารดา นางเอกผู้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขชีวิตของตนเอง
ส่วนชายหนุ่มข้างกายเธอรูปร่างสูงสง่า ไหล่กว้างสมส่วน ใบหน้าคมเข้ม แววตาลุ่มลึกดุจผืนน้ำยามค่ำคืน แม้สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีเขียวทหารที่ผ่านการซักจนสีซีด กับกางเกงผ้าฝ้ายธรรมดา แต่กลับมีบุคลิกน่าเกรงขามโดยธรรมชาติเขาคือ เซี่ยจิ้งเฉิง อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ผู้สร้างผลงานในกองทัพจนได้รับบาดเจ็บ และปลดประจำการ ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยผลิตของหมู่บ้านตั้งแต่อายุยังน้อย ในนิยายเขาเป็นทั้งชายหนุ่มที่หญิงสาวมากมายหมายปอง และเป็นว่าที่สามีของหลินซิ่วหลาน
หลินเสี่ยวฮวาเม้มริมฝีปากเบา ๆ วันนี้เป็นวันเกิดของหลินซิ่วหลาน และก็เป็นวันที่นางเอกที่กลับชาติมาเกิดใหม่วางแผนจะเปลี่ยนชะตาของทุกคน ตามเนื้อเรื่อง หลินเสี่ยวฮวาจะอาศัยงานเลี้ยงวันเกิด แอบผสมเหล้าขาวให้เซี่ยจิ้งเฉิงดื่มจนเมามาย ก่อนสร้างสถานการณ์ให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง เพื่อบีบบังคับให้เขาต้องรับผิดชอบ
เหตุการณ์ในคืนนั้นเอง คือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมดชื่อเสียงของหลินซิ่วหลานถูกทำลายเพราะแผนการสองแม่ลูกตัวร้าย สร้างสถานการณ์ทำให้นางเอกต้องเสียความบริสุทธิ์ในงานวันเกิดตัวเอง จนต้องไปแต่กับนักเลงใหญ่ของหมู่บ้าน ก่อนที่นางเอกจะถูกสามีนักเลงทำร้ายจนเสียชีวิตและเธอก็ได้โอกาสย้อนกลับมาแก้ไขอดีต ก็คือครั้งนี้
หลินเสี่ยวฮวาถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา เพราะรู้ดีว่านางเอกที่ย้อนเวลากลับมากำลังจะกลับมาแก้ไข แต่เรื่องทั้งหมดนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก เพราะคนที่ยืนอยู่ในร่างนี้ ไม่ใช่หลินเสี่ยวฮวาคนเดิม ในเวลาเดียวกันหลินซิ่วหลานซึ่งมีความทรงจำจากชาติที่แล้วก็เหลือบมองน้องสาวต่างมารดาอยู่เงียบ ๆ ในหัวของเธอ ภาพเหตุการณ์ในอดีตยังคงชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน คืนนี้น้องสาวต่างแม่จะลงมือ ต่อให้ต้องถูกเข้าใจผิด หรือต้องทำให้ทุกคนไม่พอใจ เธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้แผนการนั้นสำเร็จอีกเป็นครั้งที่สอง
สองพี่น้องสบตากันเพียงชั่วครู่ฝ่ายหนึ่งคิดหาทางขัดขวางไม่ให้โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นอีก ส่วนอีกฝ่ายกลับคิดเพียงวิธีเดียว อยู่ให้ห่างจากเซี่ยจิ้งเฉิงให้มากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเธอว่าการเข้าใกล้ชายหนุ่มผู้นี้แม้เพียงก้าวเดียว ก็อาจทำให้เส้นเรื่องทั้งหมดหวนกลับสู่จุดจบเดิมอีกครั้ง
หลินเสี่ยวฮวาใช้มือข้างหนึ่งจับไม้เท้า อีกข้างยันกรอบประตู ก่อนค่อย ๆ ประคองตัวออกมาจากห้องด้านใน ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างเชื่องช้า ข้อเท้าที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บยังคงปวดหน่วงจนต้องกัดริมฝีปากอดทน กระทั่งเดินมาถึงลานหน้าบ้าน เธอจึงนั่งลงข้างหลี่ชุนฮวาผู้เป็นมารดาอย่างเงียบ ๆ
ทันทีที่นั่งลง หลินเสี่ยวฮวาก็ก้มหน้าลงทันที สายตาของเธอจับจ้องเพียงพื้นดิน ไม่แม้แต่จะเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในเมื่อรู้ตอนจบของนิยายดีอยู่แล้ว วิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเซี่ยจิ้งเฉิง ไม่สร้างโอกาสให้เกิดความเข้าใจผิดแม้แต่น้อย
เซี่ยจิ้งเฉิงมองหญิงสาวที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งแววตาลุ่มลึกฉายความประหลาดใจบางเบา หากเป็นก่อนหน้านี้ เพียงเธอเห็นหน้าเขาก็คงรีบปรี่เข้ามาพูดคุย ส่งยิ้มหวาน หรือหาเรื่องนั่งใกล้ ๆ แล้ว แต่วันนี้เธอกลับทำราวกับเขาไม่มีตัวตน หลังจากนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"อาการบาดเจ็บ...ดีขึ้นแล้วหรือ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นกะทันหัน ทำให้หลินเสี่ยวฮวาชะงักเล็กน้อย
เธอเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ ก่อนสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มเต็ม ๆ เพียงเสี้ยววินาทีนั้น เธอก็รีบเบือนสายตาหนีอีกครั้ง
"ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาเบาราวเสียงกระซิบ
หลี่ชุนฮวาซึ่งนั่งอยู่ข้างกันเห็นดังนั้น ก็รีบใช้ข้อศอกสะกิดลูกสาวเบา ๆ
"เสี่ยวฮวา! หัวหน้าเซี่ยถามแกอยู่นะ" หลี่ชุนฮวาตวาดเสียงไม่ดังนัก เมื่อเห็นลูกสาวยังทำท่าก้มหน้าพูด นางก็รีบหันไปยิ้มให้เซี่ยจิ้งเฉิง
"หัวหน้าเซี่ย ถ้าไม่ได้คุณช่วยพาเสี่ยวฮวาส่งสถานีอนามัย วันนั้นลูกสาวฉันคง..." หลี่ชุนฮวาถอนหายใจยาว สีหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
"...คงไม่มีโอกาสได้นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว บุญคุณครั้งนี้ ครอบครัวพวกเราจะไม่มีวันลืม" ขณะพูด ดวงตาของหลี่ชุนฮวายังมองเซี่ยจิ้งเฉิงอย่างพินิจพิเคราะห์ รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นเรื่อย ๆ ชายหนุ่มทั้งรูปงาม มีหน้าที่การงานมั่นคง แถมยังเป็นหัวหน้าหน่วยผลิตของหมู่บ้าน อนาคตย่อมก้าวหน้าไกลหากได้มาเป็นลูกเขย คงนับเป็นวาสนาของครอบครัว เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลี่ชุนฮวาจึงรีบเอ่ยต่อ
"เสี่ยวฮวา เจ้ายังไม่รีบ..."
"ขอบคุณค่ะ" หลินเสี่ยวฮวาชิงพูดขึ้นเสียก่อน
พูดจบ เธอก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง ราวกับเพียงกล่าวขอบคุณเสร็จก็หมดเรื่องที่จะพูด หลี่ชุนฮวาถึงกับอ้าปากค้าง คำพูดที่เตรียมไว้ถูกกลืนกลับลงคอทั้งหมด ส่วนเซี่ยจิ้งเฉิงนั้น แม้สีหน้าจะยังเรียบนิ่งดังเดิม แต่แววตาลุ่มลึกกลับจับจ้องหญิงสาวตรงหน้าอยู่นานกว่าปกติ หลินเสี่ยวฮวาในวันนี้ ช่างแตกต่างจากคนที่เขาเคยรู้จักเสียจนทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ หรือว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น นอกจากจะทำให้นางบาดเจ็บแล้ว ยังทำให้นิสัยของนางเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนด้วยหรืออย่างไร