22px

หลินเสี่ยวฮวาเดินมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว ถนนดินแคบ ๆ คดเคี้ยวผ่านทุ่งข้าวสาลีสีเขียวอ่อน สองข้างทางมีต้นหลิวทอดกิ่งไหวเอนตามแรงลม เดิมทีอากาศยามเช้ายังแจ่มใส ทว่าเพียงชั่วครู่ เมฆสีเทากลับค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วท้องฟ้า

สายลมเริ่มพัดแรงขึ้นหลินเสี่ยวฮวาเงยหน้ามองท้องฟ้า ถอนถอนหายใจ

"อย่าตกตอนนี้เลย..." ราวกับสวรรค์จงใจกลั่นแกล้ง สิ้นเสียงพึมพำ เม็ดฝนเม็ดแรกก็หยดลงบนหลังมือของเธอ

จากหนึ่งเม็ด กลายเป็นสองเม็ด ก่อนจะค่อย ๆ โปรยปรายลงมาถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หลินเสี่ยวฮวารีบยกสมุดเอกสารขึ้นบังไว้ในอ้อมแขน

"แย่แล้ว..." หากเอกสารเปียกเสียหาย คงไม่ต่างจากเธอไม่ได้เอามาส่ง เธอรีบก้าวเร็วขึ้น แต่ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากด้านหลัง

ครืนนน...หญิงสาวหันกลับไปมองรถจี๊ปสีเขียวเข้มคันหนึ่งกำลังแล่นมาตามถนนลูกรังอย่างไม่เร็วไม่ช้า ในหมู่บ้านแห่งนี้ รถยนต์มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย หลินเสี่ยวฮวาไม่มีเวลาคิดมาก รีบยกมือโบกสุดแขน รถจี๊ปค่อย ๆ ชะลอความเร็ว ก่อนหยุดลงตรงหน้าเธอ

กระจกฝั่งคนขับถูกลดลงช้า ๆ เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย หลินเสี่ยวฮวาก็ชะงักไปทันที

"...หัวหน้าเซี่ย?" คนที่นั่งอยู่ในรถมิใช่ใครอื่น แต่เป็นเซี่ยจิ้งเฉิง ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียวทหารแขนยาว ใบหน้าคมคายยังคงเรียบนิ่งดังเดิม เขาเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนตากฝนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะตกลงไปยังสมุดที่เธอกอดแนบอกไว้

"เธอมาทำอะไรที่นี่"

หลินเสี่ยวฮวารีบยื่นสมุดออกไป

"พี่...เอ่อ หลินซิ่วหลานลืมไว้ที่บ้าน" เธอเกือบหลุดเรียกอีกฝ่ายว่าพี่สาว ก่อนรีบเปลี่ยนคำกลางประโยค

"ฉันเห็นว่าเป็นเอกสารของโรงงาน น่าจะสำคัญ ก็เลยตั้งใจเอามาส่ง" เธอหันมองเม็ดฝนที่เริ่มตกหนักขึ้น พลางหัวเราะเจื่อน ๆ

"ไม่คิดว่าฝนจะตกเร็วขนาดนี้"

เซี่ยจิ้งเฉิงรับสมุดมาเปิดดูเพียงครู่ ก่อนพยักหน้า

"เป็นสมุดบันทึกการผลิต หากหาย คงลำบาก"

หลินเสี่ยวฮวายิ้มโล่งอก

"ดีแล้วที่ยังส่งทัน" เธอคิดจะโบกมือลาแล้วเดินกลับ แต่เสียงของเซี่ยจิ้งเฉิงกลับดังขึ้นเสียก่อน

"เธอจะเดินกลับหรือ"

"ใช่ค่ะ" หลินเสี่ยวฮวาพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

เซี่ยจิ้งเฉิงมองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ก่อนมองหญิงสาวที่ไหล่เริ่มเปียกฝน

"ฝนกำลังแรงขึ้น"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" หลินเสี่ยวฮวายิ้มบางแก้เขิน ก่อนพูดต่อ “อีกแค่สองกิโลกว่าเอง เดี๋ยวก็ถึง"

คำตอบนั้นทำให้เซี่ยจิ้งเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย สำหรับหญิงสาวในหมู่บ้าน ระยะทางสองกิโลกว่าท่ามกลางสายฝนไม่ใช่เรื่องสั้น แต่สีหน้าของหลินเสี่ยวฮวากลับดูสบายเสียจนเหมือนกำลังพูดถึงการเดินออกไปหน้าบ้าน หลินเสี่ยวฮวาเองเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากเกินไป จึงรีบหัวเราะกลบเกลื่อน

"หมายถึง...ตอนนี้ขาฉันหายดีมากแล้ว ระยะทางแค่นี้เดินไหวค่ะ"

เซี่ยจิ้งเฉิงไม่ตอบในทันที สายตาของเขาหยุดอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้า ตั้งแต่คืนวันนั้น หลินเสี่ยวฮวาทำให้เขาประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า

นางไม่เพียงเลิกไล่ตามเขา แต่ยังนำเอกสารสำคัญมาส่งให้พี่สาวต่างมารดาท่ามกลางสายฝน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้ดีว่าทั้งสองไม่เคยลงรอยกัน ยิ่งมอง เขาก็ยิ่งรู้สึกว่า หลินเสี่ยวฮวาในตอนนี้ แตกต่างจากหญิงสาวที่เขาเคยรู้จัก ราวกับเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง

เม็ดฝนยังคงโปรยลงมาไม่ขาดสาย ขณะที่ความเงียบระหว่างคนทั้งสองค่อย ๆ แผ่ขยาย ท่ามกลางถนนลูกรังที่ทอดยาวสู่โรงงานในยามเช้า สายฝนโปรยลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ละอองฝนที่เคยเบาบางกลับกลายเป็นเม็ดใหญ่ กระทบหลังคารถจี๊ปดัง เปาะ เปาะ ไม่ขาดสาย

เซี่ยจิ้งเฉิงมองหญิงสาวที่ยังยืนอยู่ข้างรถ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ขึ้นรถก่อน" เขาบอกทั้งที่สีหน้ายังคงเคร่งขรึม มองดูร่างบางที่เริ่มเปียกชุ่มขึ้นมาเล็กน้อย หลินเสี่ยวฮวาชะงัก ก่อนหน้านี้เขารังเกียจเจ้าของร่างเดิมเพียงใดทำไมเธอจะไม่รู้ ตอนนี้จะให้เธอขึ้นรถไปกลับเขาง่าย ๆ เพียงเพราะคำเชิญส่ง ๆ ของเขายังงั้นเหรอ

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเดินกลับ..."

"ฝนกำลังแรง " เขาตัดบทสั้น ๆ พลางหันไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร

หลินเสี่ยวฮวาหันมองท้องฟ้า เมฆดำปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า ราวกับพร้อมจะเทฝนลงมาได้ทุกเมื่อ เพียงไม่กี่อึดใจ เม็ดฝนก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ หากยังดื้อเดินต่อไป ไม่เพียงแต่ตัวเธอจะเปียกปอน แม้แต่เอกสารที่เพิ่งส่งคืนก็อาจเปียกเสียหายได้หากยังอยู่ในมือ

"ขอบคุณค่ะ" พูดจบหลินเสี่ยวฮวารีบยกมือขึ้นบังศีรษะ ก่อนวิ่งอ้อมไปยังอีกฝั่งของรถ ทันทีที่เปิดประตูขึ้นไปนั่ง ฝนก็เทกระหน่ำลงมาราวกับม่านน้ำ เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เสื้อผ้าผ้าฝ้ายสีอ่อนที่เธอสวมก็เปียกชื้นจนแนบลู่ไปกับเรือนร่าง

เนื้อผ้าซึ่งเดิมหลวมพอประมาณกลับแนบสนิทตามสัดส่วนจากความเปียกชื้น ทำให้หญิงสาวรีบกอดอกโดยไม่รู้ตัว เซี่ยจิ้งเฉิงเหลือบมองเพียงครู่เดียวก็เบนสายตาออกทันที สีหน้าของเขายังคงเรียบนิ่ง หากแววตากลับเคร่งขรึมกว่าเดิม ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อคลุมตัวนอก ก่อนยื่นไปให้เธอ

"คลุมไว้"

หลินเสี่ยวฮวาก้มมองเสื้อในมือ ก่อนรีบส่ายหน้า

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวก็..."

"รับไว้" น้ำเสียงของเขาสงบ แต่แฝงด้วยความเด็ดขาดจนไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

หลินเสี่ยวฮวาจึงได้แต่รับเสื้อมาคลุมไหล่ เสื้อของชายหนุ่มยังอุ่นจากไอร่าง กลิ่นสะอาดอ่อน ๆ ของสบู่ซักผ้าผสมกับกลิ่นไม้จาง ๆ ลอยมาแตะปลายจมูก ทำให้เธอรีบดึงชายเสื้อเข้าหากันมากกว่าเดิม เซี่ยจิ้งเฉิงจึงสตาร์ตรถแต่ยังไม่ทันออกรถ เขากลับเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

"แย่แล้ว"

หลินเสี่ยวฮวาหันมองอย่างสงสัย

"มีอะไรหรือคะ"

"ผมมีประชุมด่วนที่โรงงาน" เขาจับพวงมาลัยแน่น พลางกล่าวต่อ

"ถ้าวนไปส่งเธอที่บ้านก่อน คงไปไม่ทัน"

หลินเสี่ยวฮวารีบพยักหน้า

"ถ้าอย่างนั้นจอดให้ฉันลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ ฉันเดินกลับเอง..."

"เธอมีธุระที่อื่นหรือไม่" คำถามนั้นทำให้เธอชะงัก หลินเสี่ยวฮวาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า เซี่ยจิ้งเฉิงพยักหน้ารับ

"เช่นนั้นไปที่โรงงานกับผมก่อน รอให้การประชุมเสร็จผมจะไปส่งเธอกลับบ้าน" พูดจบ เขาก็เข้าเกียร์ทันที

รถจี๊ปค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากริมถนน ฝ่าสายฝนที่ตกกระหน่ำโดยไม่เปิดโอกาสให้หลินเสี่ยวฮวาได้เอ่ยปฏิเสธแม้แต่คำเดียว

ภายในห้องโดยสารจึงตกอยู่ในความเงียบมีเพียงเสียงสายฝนที่กระทบตัวรถ กับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสม่ำเสมอ พารถจี๊ปสีเขียวคันนั้นแล่นหายไปบนถนนลูกรัง ท่ามกลางม่านฝนที่หนาขึ้นทุกขณะ

รถจี๊ปสีเขียวเข้มแล่นผ่านประตูโรงงาน ก่อนค่อย ๆ หยุดลงบริเวณลานด้านหน้าอาคารสำนักงาน เวลานี้คนงานจำนวนไม่น้อยกำลังทยอยเข้าแถวเตรียมเริ่มงาน เสียงพูดคุยที่เคยอื้ออึงค่อย ๆ เงียบลง เมื่อทุกคนเห็นว่าเจ้าของรถคือเซี่ยจิ้งเฉิง

แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงยิ่งกว่า คือหญิงสาวที่เปิดประตูลงมาจากฝั่งผู้โดยสาร หลินเสี่ยวฮวาก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวัง มือยังคงกอดเสื้อคลุมของเซี่ยจิ้งเฉิงไว้แนบอก

แม้เสื้อผ้าด้านในจะแห้งขึ้นเล็กน้อยเพราะอยู่ในรถ แต่ชายกระโปรงยังเปียกชื้นจากสายฝนเมื่อครู่ ทันทีที่เธอปรากฏตัวสายตาของคนทั้งลานโรงงานก็หันมามองเป็นตาเดียว เสียงซุบซิบดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน

"นั่นหลินเสี่ยวฮวาไม่ใช่หรือ"

"ทำไมถึงมากับหัวหน้าเซี่ยกันละ"

"เมื่อคืนเพิ่งเกิดเรื่อง วันนี้กลับนั่งรถมาด้วยกันอีกแล้ว"

ไม่นานนัก หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างหลินซิ่วหลานก็โน้มตัวเข้าไปกระซิบเบา ๆ เธอชื่อเฉินเยว่หง เป็นเพื่อนสนิทของหลินซิ่วหลานตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เฉินเยว่หงเหลือบมองหลินเสี่ยวฮวา ก่อนลดเสียงลง

"ซิ่วหลาน..."

"นั่นน้องสาวเธอจริง ๆ ใช่ไหม" หลินซิ่วหลานหันไปมองโดยไม่ตอบ เฉินเยว่หงเม้มริมฝีปาก

"เธอ...มากับหัวหน้าเซี่ยดูท่าเธอคงจะวิ่งตามหัวหน้าเซี่ย จนได้นั่งรถมาด้วยกันแน่ ๆ" คำพูดนั้นทำให้หลินซิ่วหลานกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เธอเพียงมองหลินเสี่ยวฮวาเงียบ ๆ สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเคร่งขรึมกว่าเดิมหลายส่วน

ยังไม่ทันที่ผู้ใดจะพูดอะไรต่อ เซี่ยจิ้งเฉิงก็เดินตรงเข้ามาหาหลินซิ่วหลาน ชายหนุ่มยื่นสมุดปกสีน้ำเงินให้

"ของคุณ"

หลินซิ่วหลานรับมาอย่างงุนงง เมื่อเห็นตราประทับของโรงงานบนปก สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที

"สมุดบันทึก..."

เซี่ยจิ้งเฉิงพยักหน้า

"น้องสาวคุณเห็นว่าคุณลืมไว้ที่บ้าน เธอเลยตั้งใจจะเอามาให้”

เขาเหลือบมองสายฝนที่ยังตกพรำ ๆ ด้านนอก ก่อนกล่าวต่ออย่างเรียบเฉย

"ระหว่างทางฝนตก ผมจึงรับเธอขึ้นรถมาด้วย"

คำอธิบายของเขาสั้น กระชับ และไม่มีช่องให้ผู้ใดตีความเกินความจริง ผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ต่างพยักหน้ากันเบา ๆ หากเป็นเช่นนี้ ก็พอฟังขึ้น

หลินซิ่วหลานก้มมองสมุดในมือ ก่อนหันไปมองหลินเสี่ยวฮวา เวลานี้หญิงสาวอีกคนยังยืนอยู่หน้าประตูโรงงานศีรษะก้มต่ำสองมือกำชายเสื้อคลุมไว้แน่น ราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วกำลังรอผู้ใหญ่ตัดสิน เธอไม่กล้าสบตาใคร ยิ่งไม่กล้าหันมามองหลินซิ่วหลาน

หลินซิ่วหลานนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพหลินเสี่ยวฮวาในตอนนี้ แตกต่างจากคนที่นางรู้จักเหลือเกิน หากเป็นแต่ก่อน อีกฝ่ายคงฉวยโอกาสเดินมายืนข้างเซี่ยจิ้งเฉิง พร้อมอวดสายตาของผู้คนอย่างภาคภูมิใจ

แต่วันนี้ หลินเสี่ยวฮวากลับพยายามยืนห่างจากเขาเสียด้วยซ้ำหลินซิ่วหลานสูดลมหายใจลึก ก่อนเดินตรงไปยังหน้าประตูโรงงาน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า หลินเสี่ยวฮวาก็ยิ่งก้มหน้าลง

"พี่..." หลินเสี่ยวฮวายังไม่ทันพูดจบ หลินซิ่วหลานก็เอ่ยขึ้นก่อน

"ข้างในมีห้องพักพนักงานชั่วคราว เข้าไปรอที่นั่นก่อน" น้ำเสียงของนางยังคงเรียบเฉย

หลินเสี่ยวฮวาเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ หลินซิ่วหลานกล่าวต่อ

"หัวหน้าเซี่ยต้องเข้าประชุม ประชุมเสร็จ เขาคงไปส่งเธอกลับบ้าน"

หลินเสี่ยวฮวากะพริบตาปริบ ๆ เธอไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยอมพูดกับเธออย่างสงบเช่นนี้ รอยยิ้มบาง ๆ จึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า สดใสจนดวงตาโค้งงอเป็นเสี้ยวจันทร์

"ขอบคุณนะ...พี่" คำว่า พี่ ที่หลุดออกมาครั้งนี้ อ่อนโยนและจริงใจอย่างยิ่ง

หลินซิ่วหลานชะงักไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบือนสายตาไปอีกทางเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นความหวั่นไหวในแววตา ส่วนหลินเสี่ยวฮวารีบเดินเข้าไปในโรงงานตามทางที่อีกฝ่ายบอก

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!