ยัยตัวแสบของท่านรอง

ตอนที่ 2: พบเจอกันครั้งแรก

👁️ 41 อ่าน
22px

บทที่ 2: พบเจอกันครั้งแรก

"มึงมองอะไรข้างล่างวะไอ้คิณ" เหมราชเอ่ยถามเพื่อนรักที่จู่ๆ ก็ละสายตาจากสาวสวยข้างกาย แล้วเอาแต่จ้องลงไปที่โต๊ะด้านล่างชั้นหนึ่งไม่วางตา

"เปล่า ไม่มีอะไร กูแค่ส่องดูความเรียบร้อยของร้านเฉยๆ มึงนี่ชอบจับผิดกูจริง"

"กูว่าไม่ใช่มั้ง... ไอ้ปรี ไอ้แดน มึงลองดูตามที่มือกูชี้ดิ" เหมราชสะกิดเพื่อนอีกสองคนให้มองตาม

ปรีชาเพ่งมองลงไปด้านล่างพอกระจ่างตาจึงร้องอ๋อ "อ้าว! นั่นน้องจา ลูกสาวน้าตฤณกับน้าดาราที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปเมื่อปีก่อนไงวะ"

"อ๋อ... เจ้าของรีสอร์ทกับร้านกาแฟ Jarawee Chills น่ะเหรอ ถัดจากโรงพักใหม่มึงไปไม่กี่กิโลเองนะไอ้คิณ" แดนช่วยบอกพิกัดเสริม

จารวี... Jarawee Chills งั้นเหรอ คิณหันต์เมมโมรีชื่อและพิกัดนี้ลงในสมองทันที

จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวร่างบางลุกออกจากโต๊ะและเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำด้านข้างผับ เขาจึงหันไปบอกเพื่อนๆ ในโต๊ะ "กูลงไปสูบบุหรี่ข้างล่างแป๊บนะ" พูดจบก็รีบก้าวขายาวๆ เดินตามลงไปทันที สายตาคมคุมเชิงตามหลังเธอไปเงียบๆ

ทางด้านจารวี หลังจากนั่งดื่มไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกหัวหมุน จึงหันไปสะกิดน้องชาย "เจมส์ เดี๋ยวพี่มานะ ไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว"

"ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมเจ้ ที่นี่คนเยอะ อันตรายรอบด้านนะ" เจมส์บอกด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เป็นไร พี่ไปได้ แค่นี้เอง นั่งรออยู่นี่แหละ มีอะไรเดี๋ยวโทรหา" ฉันโบกมือปฏิเสธแล้วรีบเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที

ทว่าเพราะความมึนหัวบวกกับแสงไฟที่วูบวาบ ระหว่างทางเดินที่ค่อนข้างแคบ ฉันดันเดินไปชนเข้ากับผู้ชายร่างยักษ์คนหนึ่งอย่างจัง จนขวดไวน์ราคาแพงในมือของมันร่วงลงพื้นแตกกระจาย!

เพล้ง!

"ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริงๆ นะคะ" ฉันรีบยกมือไหว้ รู้สึกผิดจริงๆ ที่ซุ่มซ่าม

"อีดอก! เดินยังไงของมึงวะ! ไวน์กู... ไวน์กูราคาตั้งเท่าไหร่!" ลูกค้าชายคนนั้นสบถด่าเสียงดังลั่นด้วยความโมโห

"จาขอโทษจริงๆ ค่ะ จายินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้เลยค่ะ" ฉันพยายามประนีประนอม แต่ไอ้บ้านั่นกลับไม่ฟัง มันคว้าไหล่แล้วผลักฉันเต็มแรงจนล้มกระแทกพื้นโต๊ะข้างๆ ความเจ็บแล่นพล่านขัดกับอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น... ยอมขอโทษดีๆ แล้วยังมาเล่นนักเลงใส่ฉีกหน้ากันอีกเหรอ!

พอตั้งหลักได้ ฉันอาศัยจังหวะที่มันกำลังยืนโวยวาย สวนเล็งเป้าแล้วเตะผ่าหมากเข้าที่กลางเป้ากางเกงของมันอย่างสุดแรงเกิด!

ปึก!

"อ๊ากกกกกก!" ชายร่างยักษ์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือสองข้างกุมน้องชายตัวเองไว้หน้าเขียวหน้าเหลือง

ฉันไม่รอให้ลูกน้องมันที่ยืนเอ๋ออยู่ได้ตั้งตัว รีบสับเกียร์หมาวิ่งหนีทันที!

"เฮ้ย! ตามจับอีคันนั้นมาให้กู! วันนี้กูไม่ได้เอาคืนกูไม่ยอมแน่!" เสียงนักเลงโตตะโกนไล่หลังมา พร้อมกับลูกน้องสองคนที่วิ่งไล่กวดฉันมาติดๆ

ฉันวิ่งเลี้ยวลดคดเคี้ยวหลบผู้คนมาได้สักพัก หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ทว่าจู่ๆ ก็มีมือหนาของใครบางคนเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้ ก่อนจะฉุดดึงเข้าไปในซอกทางเดินมืดๆ ซึ่งเป็นห้องเก็บถ้วยชามสำรอง

"อื้อออ!..." ฝ่ามือใหญ่รีบตะปบปิดปากฉันไว้แน่น ลำตัวแกร่งดันร่างฉันจนชิดกำแพง ใบหน้าของเราสองคนอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ

"ช่...ว...ย..." ฉันพยายามส่งเสียงลอดไรฟัน ตากลมโตถลึงมองไอ้คนแปลกหน้าอย่างเอาเรื่อง 'เอามือแกออกไปเลยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้!'

"เงียบๆ สิคุณ! เสียงดังขนาดนี้พวกมันก็หาเจอหรอก" คิณหันต์กระซิบบอกชิดใบหู เสียงฝีเท้าของพวกนักเลงสองคนวิ่งผ่านหน้าซอกตึกไปอย่างรวดเร็ว

"ปล่อย! บอกให้ปล่อยเดี๋ยวนี้!" พอเสียงฝีเท้าเงียบลง ฉันก็รีบสะบัดตัวประท้วง

เวลาเธอทำหน้าดุกระเง้ากระงอดใส่ ผมกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด มองดูแล้วเหมือนลูกเสือตัวน้อยๆ ที่ยังไม่มีเขี้ยวเล็บซะมากกว่า "ถ้าคุณไม่หยุดโวยวาย... ผมจะเปลี่ยนจากเอามือปิด เป็นใช้ปากปิดแทนแล้วนะ"

ผมขู่เสียงเข้มขรึม แต่ในใจแอบลอบยิ้ม ตัวเธอนุ่มนิ่มแถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้รู้สึกดีอย่างประหลาด ทว่าในความเคลิ้มนั้นเอง... ยัยตัวแสบก็ใช้ส้นสูงแหลมเปี๊ยบกระทืบลงบนหลังเท้าของผมเต็มเหนี่ยว!

อึก!

"โอ๊ย! คุณ ทำบ้าอะไรเนี่ย!" ผมหลุดอุทาน สะดุ้งโหยงด้วยความเจ็บจนต้องปล่อยมือ

"ไอ้พวกฉวยโอกาส! ไอ้โรคจิต!" ฉันตะโกนด่าแล้วเตรียมจะสะบัดหน้าหนี

แต่มีหรือที่คนอย่างคิณหันต์จะยอมสยบง่ายๆ ชายหนุ่มคว้าเอวบางแล้วดึงเธอกลับเข้ามาปะทะอกแกร่งอีกครั้ง ด้วยความกรุ่นโกรธบวกกับความรู้สึกท้าทาย เขาจึงก้มลงประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากบางของเธอทันที!

จารวีเบิกตาคว้กด้วยความช็อก ฉันพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ทว่ายิ่งดิ้น อ้อมแขนราวกับปลอกเหล็กของเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ทัน ในเมื่อสู้แรงไม่ได้... ฉันเลยแกล้งทำเป็นทิ้งตัวอ่อนแรงลงดื้อๆ ทำท่าเหมือนจะหมดสติ

"อุ้ย... คุณ! พอ... พอก่อน ฉันหายใจไม่ออก..." ฉันทำเสียงแหบพล่าระโหยโรยแรง

คิณหันต์เห็นท่าไม่ดีก็ตกใจ คิดว่าเธอจะหน้ามืดไปจริงๆ จึงรีบถอนริมฝีปากออกและคลายอ้อมกอดด้วยความห่วงใย

และนั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของเขา!

ฟึ่บ!

จารวีอาศัยจังหวะที่เขาเผลอ กางนิ้วชี้กับนิ้วกลางเป็นรูปตัววี แล้วจิ้มพรวดเข้าที่ดวงตาสองข้างของชายหนุ่มอย่างแม่นยำและรุนแรง!

"อ๊ากกกกกกกก!! ตาผม!" คิณหันต์ร้องลั่นเสียงหลง ยกรวมมือกุมตาสองข้างพลางก้มตัวร้องซี้ดด้วยความแสบสุดขีด

"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้โรคจิต! ไม่รับฝากเว้ย!" ฉันตะโกนสะใจ ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีออกมาจากซอกตึกนั้นทันทีสะใจเป็นบ้า!

ไม่นานนัก การ์ดของร้านที่เดินตรวจความเรียบร้อยก็รีบวิ่งเข้ามาดูตามเสียงร้อง พอเห็นสภาพหุ้นส่วนใหญ่นั่งย่อตัวพิงบาร์ มือสองข้างปิดตาร้องโอดโอยก็ถึงกับหน้าถอดสี "เฮ้ย! เฮียคิณ! เฮียเป็นอะไร ใครทำเฮียครับ!"

"ไอ้สัด... อย่าเพิ่งถาม พา...พากูไปโรงพยาบาลที กูแสบตาจะตายอยู่แล้ว!" คิณหันต์ร้องสั่งลูกน้อง น้ำตาไหลพรากด้วยความแสบระคาย ยัยเด็กนี่มือหนักเป็นบ้า!

"ให้พวกผมโทรบอกเฮียเหมไหมครับ"

"ไม่ต้อง! เดี๋ยวบานปลาย พากูไปเงียบๆ เดี๋ยวกูโทรไปบอกมันเองว่ากูรีบกลับไปเคลียร์งาน"

ทางด้านจารวี เมื่อวิ่งกลับมาถึงโต๊ะด้วยสภาพหอบแฮ่ก เธอก็รีบดึงแขนน้องชายทันที "เจมส์ กลับ! ชวนพวกนายพวกแบร์กลับเดี๋ยวนี้เลย"

"อ้าวพี่จา ไปทำอะไรมาเนี่ย ทำไมหน้าตาตื่น แถมปากเจ่อๆ แบบนั้นละ" เจมส์ถามพี่สาวด้วยความเป็นห่วง

"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ! รีบกลับเถอะ ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นมาดูรีสอร์ทแต่เช้าอีก" ฉันบ่นกลบเกลื่อน... จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่า 'จูบแรก' ที่อุตส่าห์เก็บไว้ให้เจ้าชายในฝัน ต้องมาเสียท่าให้ไอ้บ้ากามหน้าม่อที่ไหนก็ไม่รู้ในซอกตึก! ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย!

ในเวลาเดียวกัน บนรถยนต์ที่กำลังมุ่งหน้าพารองผู้กำกับป้ายแดงไปส่งโรงพยาบาล...

"ฮัดเช้ย!!... ฮัดเช้ย!!"

"อ้าวเฮีย หนาวเหรอครับ เดี๋ยวผมลดแอร์ให้" การ์ดที่เป็นคนขับหันมาถาม

"ไม่อะ... เหมือนมีคนกำลังยืนแช่งชักหักกระดูกกูอยู่ยังไงไม่รู้" คิณหันต์บ่นอุบ ตาก็บวมเจ็บ เท้าก็ระบมปวดร้าวจากรอยส้นสูง วันนี้มันวันวินาศสันตะโรอะไรของกูวะเนี่ย!

ครืด... ครืด... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงแผดเสียงดังขึ้น คิณหันต์กดรับสายเพื่อนสนิททันที

"นี่มึงหายไปไหนของมึงวะไอ้คิณ ลงไปสูบบุหรี่เป็นชาติเลย" เสียงเหมราชบ่นข้ามสายมา

"เออ กูกลับออกมาแล้ว พอดีมีธุระด่วนฉุกเฉินนิดหน่อย ตอนนี้ขับรถอยู่ แค่นี้นะมึง" คิณหันต์ตอบตัดบทเพราะเจ็บตาจนไม่มีอารมณ์จะคุย

"แน่ใจว่าธุระด่วน? หรือรีบตามสาวเดรสสีดำคนนั้นไปกันแน่วะ ฮ่าๆๆ" เสียงไอ้ปรีชาแว่วลอดเข้ามาแซวอย่างรู้ทัน

"ถ้ามึงไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกูนะ... กูจะขับรถกลับไปถีบปากมึงเดี๋ยวนี้แหละ แค่นี้นะมึง!" คิณหันต์กดวางสายอย่างหงุดหงิด

แม่งเอ๊ย... หล่อระดับเดือนโรงเรียนนายร้อยตำรวจอย่างกู หาว่าเป็นโรคจิตงั้นเหรอ? คอยดูเถอะ... อาทิตย์หน้าเปิดเรียนเอ้ยเปิดทำงานเมื่อไหร่ เจอฉันแน่ ยัยตัวแสบ!

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!