ณ ห้องอาหารหรูหราของคฤหาสน์อัศรานุกรณ์กุล (ฝั่งเสี่ยกรณ์) บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดริปราคาแพง แต่ว่าอารมณ์ของเจ้าของบ้านกลับขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด เสี่ยกรณ์นั่งไขว่ห้างหน้าบึ้งตึงนึกถึงเหตุการณ์ที่โดนรองผู้กำกับป้ายแดงหักหน้าปฏิเสธเงินสินน้ำใจเมื่อวันก่อน
"คนของเราที่คอยเฝ้าหน้าพื้นที่รายงานมาว่า ตอนนี้ท่านรองคิณหันต์เดินทางไปที่รีสอร์ทของคุณจารวีครับเสี่ย"
ครามลูกน้องคนสนิทรีบสืบเท้าก้าวเข้ามาสไลด์หน้าจอมือถือส่งรายงานทันทีที่ได้รับข้อมูลใหม่ เสี่ยกรณ์ชะงักมือที่กำลังจับแก้วกาแฟ แววตาเหี้ยมเกรียมตวัดมองลูกน้อง
"หือ มันแวะไปที่นั่นทำไม... หรือว่ามันสนิทชิดเชื้อกับยัยจาร์สายเลือดทรยศนั่นแล้ว"
"ผมดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะไม่ถูกกันมากกว่าครับเสี่ย ทะเลาะกันลั่นร้านกาแฟจนลูกค้าคนอื่นกระเจิงเลยครับ" ครามพูดพลางยื่นคลิปวิดีโอแอบถ่ายจากสายสืบให้เสี่ยใหญ่ดู ในคลิปปรากฏภาพเมื่อวานที่จารวีถือไม้กวาดไล่หวด พ.ต.ท. คิณหันต์ จนมาดตำรวจยศใหญ่แทบพังทลาย
"หึ ๆ ... มีปากเสียงอะไรกันรุนแรงขนาดนั้น แกรู้เรื่องไหมไอ้คราม" เสี่ยกรณ์หัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพชหลานสาวแท้ ๆ ของตัวเอง
"ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดครับเสี่ย แต่ผมว่าเราประมาทไอ้รองคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ประวัติมันไม่ธรรมดา... เสี่ยต้องระวังตัวด้วยนะครับ"
"เออ! กูรู้แล้ว แผนงานขนของล็อตใหญ่เดือนนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด..." เสี่ยกรณ์ผุดลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้า
"ไปเตรียมรถให้กูที วันนี้กูจะเข้าบ่อนคลายเครียดสักหน่อย"
"ครับเสี่ย" ครามค้อมหัวรับคำสั่ง
ตัดกลับมาทางด้าน พ.ต.ท. คิณหันต์
วันนี้ผมเข้าสถานีตำรวจเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากเคลียร์งานเอกสารประจำวันเสร็จ ผมก็หยิบแฟ้มคดีเก่าเก็บที่เคยถูกแช่แป้งเอาไว้ขึ้นมาเปิดอ่านอย่างละเอียด สายตาของผมไปสะดุดเข้ากับคดีหนึ่งที่น่าสนใจและมีเงื่อนงำอย่างประหลาด... มันคือคดีอุบัติเหตุของ 'คุณพ่อและคุณแม่ของคุณจารวี'
ในสำนวนระบุว่า รถยนต์ของพวกท่านถูกตัดสายเบรคจนทำให้สูญเสียการควบคุมพุ่งชนขอบทางตกแม่น้ำเสียชีวิต แต่คาดว่าสิ่งที่เป็นพิรุธและถูกมองข้ามไปคือ ผลการตรวจทางนิติเวชวิทยาของแพทย์ที่ระบุว่า
'พบสารแปลกปลอมที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางในร่างกายของคุณพ่อจารวีก่อนเกิดอุบัติเหตุ'
"สรุปคือ... ถูกวางยาจนสะลึมสะลือลวงไปฆ่าอำพรางคดีงั้นเหรอ" ผมพึมพำกับตัวเองเสียงเครียด แววตาคมกริบวาบแสงน่ากลัว
ผมค่อนข้างมั่นใจในข้อสันนิษฐานนี้ ประกอบกับข้อมูลที่ไอ้เหมราชเพื่อนสนิทของผมเคยเปรยให้ฟังว่า เสี่ยกรณ์มีส่วนรู้เห็นและอยู่เบื้องหลังการตายครั้งนี้อย่างแน่นอน... ช่างเหี้ยมโหดผิดมนุษย์แท้ ๆ ทำไมคนเราถึงต้องฆ่าแกงได้กระทั่งพี่ชายและพี่สะใภ้ร่วมสายเลือดตัวเองเพียงเพื่อผลประโยชน์มหาศาลกันนะ
หลังเลิกงานยามเย็น ผมจัดการเก็บเอกสารคดีเก่าและแฟ้มคดีจับกุมบ่อนไพ่เมื่อสองวันก่อนยัดใส่กระเป๋าเพื่อเอากลับไปทบทวนต่อที่บ้าน
ผมขับรถกระบะสี่ประตูคู่ใจออกจากโรงพักมาได้สักระยะ สัญชาตญาณตำรวจที่ฝึกฝนมาอย่างดีก็เริ่มทำงาน เมื่อกระจกมองหลังสะท้อนให้เห็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่สีดำทึนทึก คนขับสวมชุดหนังสีดำมิดชิดและหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำสนิทขับทิ้งระยะห่างคอยตามรถของผมมาตลอดทาง... หึ มีหน่วยเหนี่ยวรั้งสะกดรอยตามกูตั้งแต่วันแรกๆ เลยนะไอ้เสี่ยกรณ์
ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ขับรถเรื่อยเปื่อยจนมาเลี้ยวเข้าจอดเทียบหน้ารีสอร์ท Jarawee Chills ของยัยตัวแสบ จุดประสงค์หลักคือผมต้องการหาโอกาสเข้ามาสืบคดีและพูดคุยหาเบาะแสเรื่องพ่อแม่จากเธออย่างเงียบ ๆ นั่นแหละ
ผมก้าวลงจากรถเดินเข้าไปในส่วนต้อนรับของรีสอร์ท ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมครึ้ม ลมเย็นๆ พัดผ่านมา ร้านกาแฟปิดไฟเงียบเชียบแล้ว
"เอ่อ ขอโทษนะครับ ร้านกาแฟปิดบริการแล้วเหรอครับ" ผมเดินเข้าไปเอ่ยถามพนักงานต้อนรับสาวที่เคาน์เตอร์เช็กอิน
"ใช่ค่ะร้านกาแฟปิดบริการตอน 17:30 น. แล้วค่ะ... ไม่ทราบว่าคุณตำรวจมาติดต่อเรื่องอะไรคะ" พนักงานสาวถามอย่างสุภาพ แอบมองเครื่องแบบสีกากีเต็มยศบนตัวผมตาเป็นประกาย
"คุณจารวีอยู่ไหมครับ พอดีผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย"
"อ๋อ... ไม่ทราบว่าได้นัดคุณจาร์ไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าคะ"
ผมแอบขำในใจคนเดียว
(โธ่เอ๊ย... ใครจะไปกล้านัดล่ะครับคุณน้อง วันก่อนเพิ่งโดนพริกไทยยกสวน แสบคอยังไม่หายดีเลย )
"นัดไว้ครับ... รบกวนบอกคุณจาร์ทีว่าผมชื่อคิณจะมาติดต่อเรื่องขอเช่าห้องพักรายเดือนน่ะครับ" ผมใช้ข้ออ้างบังหน้า
"อ๋อ ได้ค่ะ งั้นเชิญคุณคิณนั่งรอที่โซนรับรองแขกด้านนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูโทรแจ้งคุณจาร์ให้ค่ะ" พนักงานสาวผายมืออย่างกระตือรือร้น พร้อมกับส่งเด็กฝึกงานนำน้ำเย็นมาเสิร์ฟให้ ผมรับมาดื่มพลางกล่าวขอบคุณสุภาพ
คล้อยหลังพนักงานเดินออกไป พวกลูกน้องพนักงานสองสามคนก็แอบกระซิบกระซาบกันเองหน้าเคาน์เตอร์นินทาเจ้านายสาวเสียงใสลอยมาเข้าหูผมเต็มๆ
"แก ๆ ... แฟนพี่จาร์หรือเปล่าวะ หล่อลากไส้ในชุดข้าราชการมากเลยแก อิจฉาคุณจาร์จังมีตำรวจหล่อ ๆ มาหาถึงที่"
"จะบ้าเหรอแก เมื่อวานฉันยังเห็นพี่จาร์เอาด้ามไม้กวาดไล่ตีเนรเทศคุณตำรวจนี่อยู่หน้าร้านอยู่เลย... รีบโทรตามพี่จาร์ด่วน ๆ ก่อนร้านจะพัง"
หลังจากพนักงานต่อสายตรงรายงานเจ้านายสาว ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ เสียงเครื่องยนต์รถกอล์ฟก็ดังขึ้น พร้อมร่างเล็กของจารวีที่ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องโถงรับรอง เธอเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่ผมกำลังนั่งหันหลังให้พลางปรับเสียงเป็นทางการ
"สวัสดีค่ะ... เห็นพนักงานบอกว่ามาติดต่อขอเช่าห้องพักรายเดือนใช่ไหมคะ..."
"ครับ... เชิญคุณจาร์นั่งลงคุยกันก่อนสิครับ" ผมเอ่ยเสียงนุ่มทว่าไม่ยอมลุก แอบยกยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ที่มุมปาก ก่อนจะรีบหุบยิ้มปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมทันทีที่หันไปเผชิญหน้ากับเธอ
"คุณ...! ไอ้... ไอ้ท่านรองโรคจิต! มีธุระอะไรไม่ทราบย้ายมาจองเวรฉันถึงที่นี่คะ!" จารวีสะดุ้งโหยง อุทานลั่นเมื่อเห็นใบหน้าคมคายภายใต้เครื่องแบบเต็มยศชัดๆ
"หยุดก่อนครับคุณจารวี... วันนี้ผมมาดี และขอประกาศสงบศึกกับคุณชั่วคราวก่อนนะครับ" ผมยกมือห้ามพลางส่งสายตาคาดโทษและหมั่นไส้ใส่เธอแกมหยอก
'ฝากไว้ก่อนเหอะยัยตัวแสบ ตอนนี้ฉันยังแสบร้อนคอไม่หายเลยนะ '
"แล้วคนระดับคุณ... จะมาติดต่อขอเช่าบ้านพักรายเดือนที่นี่ทำไมไม่ทราบคะ" จารวีกอดอกกึ่งจับผิด
"อ้าว... ก็บ้านส่วนตัวของผมมันอยู่ในตัวเมืองใหญ่ มันไกลจากสถานีตำรวจที่นี่มากขับรถไปกลับเหนื่อยทุกวันไม่ไหวหรอกคุณ ขอย้ายมาอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานดีกว่า" ผมตลบแตลงหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
"บ้านพักข้าราชการตำรวจไงคะ ระดับรองผู้กำกับหนุ่มไฟแรง ลูกอดีต ผบ.ตร. หลวงเขาคงจัดสรรบ้านเดี่ยวติดแอร์อย่างดีรองรับให้อยู่แล้วมั้ง" เธอประชดเสียงเขียว
"ผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงน่ะครับ... ชอบออกมาหาที่อยู่แบบเงียบ ๆ สงบ ๆ พักผ่อนสมอง"
"แต่เสียใจด้วยค่ะ... ที่ Jarawee Chills ของเราไม่สงบ และที่สำคัญบ้านพักรายเดือนเต็มทุกหลังแล้วค่ะ เชิญป้ายหน้า" จารวีไม่อยากให้ไอ้ตำรวจเจ้าเล่ห์คนนี้เข้ามาอยู่ใกล้ตัว เลยแกล้งพูดปดคำโตออกไปหน้าตาเฉย
"พี่จาร์ บ้านพักรายเดือนเต็มที่ไหนล่ะพี่ ตอนนี้ยังเหลือบ้านพักหลังใหญ่ริมน้ำว่างอยู่หลังนึงไงพี่จาร์ที่เพิ่งรีโนเวทเสร็จน่ะ"
เสียงของ 'น้องเบล' พนักงานต้อนรับตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความหวังดีกะจะช่วยปิดยอดขาย ทำเอาเจ้าของอย่างเธอถึงกับหน้าตึง หันไปแยกเขี้ยวส่งสายตาอาฆาตใส่ลูกน้องตัวเองทันควัน
โอ๊ย...! ไอ้ลูกน้องหน้าเงิน พังแผนกูหมด!
"ฮั่นแน่... นั่นไงครับว่างอยู่" ผมหัวเราะหึๆ สะใจ
"เอางี้ผมเอาหลังริมน้ำนั่นแหละ เท่าไหร่ครับ คิดค่าเช่ารายเดือนมาได้เลย ผมพร้อมจ่าย"
"แสนนึงค่ะ เดือนละหนึ่งแสนบาทขาดตัว" จารวีเชิดหน้าตอบราคาขูดรีดหวังให้ผมถอยทัพ
"จะบ้าเหรอคุณ! แสนนึงเลยเหรอ เงินเดือนข้าราชการตำรวจของผมยังไม่ถึงสามหมื่นห้าเลยนะคุณจาร์ โหดร้ายไปไหม" ผมแกล้งทำหน้าโอดครวญ
"โอ้โหคุณ... ระดับท่านรองคิณหันต์ อิศรานุกรณ์กุล ทายาทมหาเศรษฐีตระกูลดัง ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องแค่นี้เหรอคะ แสนนึงถ้าไม่มีปัญญาจ่าย... ก็เชิญเดินหันหลังออกไปจากรีสอร์ทของจาร์เลยค่ะ!" หญิงสาวผายมือไล่อย่างสะใจ
"โอเค ๆ จ่ายก็จ่ายครับ แต่พอดีวันนี้ผมไม่ได้พกเงินสดติดตัวมาเยอะขนาดนั้น... เอางี้ ขอเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของคุณ หรือ ID Line หน่อยสิครับ เดี๋ยวผมโอนให้" ผมส่งมุกเนียนขอคอนแทกต์
"เบล หยิบเครื่องรูดบัตรกับสแกนคิวอาร์โค้ดแอปธนาคารมาให้พี่ทีซิ!" จารวีรู้ทันตวัดเสียงสั่งลูกน้อง
"งั้นคุณก็ใช้มือถือคุณเปิดแอปสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายตอนนี้เลยค่ะ ไม่ต้องใช้เบอร์"
"อ๋อ... แบตเตอรี่มือถือผมเพิ่งหมดไปเมื่อกี้พอดีเลยครับคุณจาร์ ดับสนิทเลยเนี่ย... ขอเบอร์คุณนั่นแหละง่ายดี"
ผมใช้ข้ออ้างสารพัด ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ยื้อเวลาและส่งสายตากรุ้มกริ่มกดดันอยู่ตั้งนานสองนาน จนสุดท้ายจารวีทนความหน้าหนาของผมไม่ไหว กระชากกระเป๋าหยิบนามบัตรส่วนตัวฟาดลงบนโต๊ะตรงหน้าผมอย่างกระฟัดกระเฟียด
"อ่ะ เอาไปแล้วก็กลับไปได้แล้วค่ะ"
ผมหยิบนามบัตรเคลือบทองอย่างดีขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเครื่องแบบตรงตำแหน่งหัวใจพลางยกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ
"ขอบคุณครับ... คืนนี้ถึงบ้านแล้วผมโทรหานะครับ"
"ถามจริงเถอะท่านรอง... นี่คุณกำลังคิดจะ 'จีบ' จาร์อยู่หรือไงคะ" จารวีหรี่ตามองตรงๆ อย่างท้าทาย
ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง ก้มหน้าลงไปกระซิบเสียงทุ้มชวนขนลุก
"แล้ว... จีบได้ไหมครับ"
"หึ... ถ้าคุณไม่อยากแก่ตายคากองเลือด... ก็ลองดูแล้วแต่จะกรุณาค่ะ!" จารวีตอกกลับหน้านิ่ง แฝงความโหดตามสไตล์แม่เสือสาว
"หึ ๆ งั้นผมไม่กวนคุณแล้ว คืนนี้ถึงบ้านแล้วผมโทรหาคุณนะ..." ผมบอกลา
"เหอะ... เหมือนโดนเทเลยแฮะ ได้ของที่ต้องการแล้วก็สะบัดตูดไปทันทีเลยนะคุณ" จารวีบ่นอุบอิบพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเรื่องนามบัตร
ทว่าหูตำรวจของผมมันดีเกินไป ผมหลุดหัวเราะก๊ากออกมาเสียงดังลั่นกับความคิดและคำพูดประชดประชันของเธอ
"ฮ่าๆๆ อะไรของคุณเนี่ยคุณจาร์ คิดไปถึงไหนแล้ว ผมไปจริงๆ ละครับ"
ผมเดินผิวปากอารมณ์ดีออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่ก้าวพ้นเขตสายตาคน สัญชาตญาณก็กลับมาตื่นตัว สายตาของผมตวัดไปมองที่พุ่มไม้ห่างออกไปราว 2-3 เมตร... มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ชุดดำคันเดิมยังคงจอดซุ่มสตาร์ตเครื่องรออยู่จริงๆ
ทันทีที่ผมขับรถกระบะเคลื่อนตัวออกจากรีสอร์ท พวกมันก็บิดคันเร่งขับไล่กวดตามมาติดๆ ทิ้งระยะห่างอย่างมีชั้นเชิงเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต โดนสะกดรอยตามของจริงแล้วสิ... แต่หน้าที่การงานของผมมันแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลาอยู่แล้ว มีทั้งคนดีที่รักและคนเลวที่เขม่นเกลียดขี้หน้า ในเมื่อมันอยากตาม... กูก็จะจัดชุดใหญ่ให้มันตามให้ทันละกัน!
เมื่อขับมาจนใกล้จะถึงสี่แยกไฟแดงข้างหน้า สัญญาณไฟจราจรกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มและแดงในอีกไม่กี่วินาที ผมแสยะยิ้มเหี้ยม กระทืบคันเร่งมิดไมล์จนเครื่องยนต์แผดเสียงสนั่น รถกระบะพุ่งทะยานผ่านเส้นขาวตัดหน้าไฟแดงไปอย่างหวาดเสียวด้วยความเร็วสูงชนิดที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างบนท้องถนน
เอี๊ยดดด!
ส่วนพวกบิ๊กไบค์สะกดรอยตามชะงักกึก จำใจต้องเบรกรถจนล้อปัดติดไฟแดงสนิท ประกอบกับจังหวะนั้นมีรถพ่วงและรถยนต์จากอีกสองฝั่งข้างทางขับสวนวนกันเข้ามาบดบังทัศนวิสัยพอดิบพอดี ทำให้บิ๊กไบค์ชุดดำคันนั้นคลาดสายตาและตามผมไม่ทันหลุดรอยไปในที่สุด
ผมขับรถมาแวะจอดที่ปั๊มน้ำมันใหญ่ข้างหน้า เดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนจากชุดเครื่องแบบตำรวจสีกากีเต็มยศ มาเป็นชุดลำลองเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมสบายๆ เพื่อพรางตัวมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง ไปที่ 'ผับนั่งยาง' ทันที เพราะคืนนี้ผมนัดรวมตัวกับพวกแก๊งเพื่อนสนิทอย่าง ไอ้เหมราช ไอ้แดน และไอ้ปรีชา เอาไว้ อยากหาที่นั่งดื่มเหล้าเฮฮาปลดปล่อยอารมณ์กับเพื่อนฝูงหลังจากไม่ได้เจอกันมาร่วมเดือน
ผมกดเปิดดูนามบัตรในมือ พลางนึกถึงข้อความสุดท้ายที่หยอดเธอไว้ในใจ...
'อ้อนน้องให้รักต้องทำยังไงดีน้า... หรือกูต้องหอบผ้าหอบผ่อนย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บ้านพักริมน้ำในรีสอร์ทของยัยตัวแสบเลยดีไหมหว่า? หึๆ คราวนี้แหละ คดีก็จะได้สืบ... เมียในอนาคตก็จะได้จีบ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเห็นๆ!' รองผู้กำกับหนุ่มคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องก่อนจะตบเกียร์เร่งเครื่องมุ่งหน้าสู่ความบันเทิงยามค่ำคืน