ยัยตัวแสบของท่านรอง

ตอนที่ 3: เข้ารับตำแหน่งใหม่

👁️ 44 อ่าน
22px

บทที่ 3: เข้ารับตำแหน่งใหม่

หลังจากที่ลูกน้องพาผมไปจัดการทำแผลที่โรงพยาบาลเสร็จ ผมก็สั่งให้พวกมันขับรถมาส่งที่บ้านทันทีโดยไม่ต้องอยู่เฝ้า แผลภายนอกไม่ได้รุนแรงอะไรมาก มีเพียงดวงตาข้างขวาที่ยังคงบวมแดงช้ำจากการโดนนิ้วเรียวสวยของ 'ยัยตัวแสบ' จิ้มพรวดเข้ามาเต็มแรง เกือบบอดคากองเช็ดชามแล้วไหมล่ะกู!

เวลาหมุนผ่านไปจนกระทั่งถึงวันที่ผมต้องเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ สภ.เมือง (สถานีตำรวจภูธร)

วันนี้ท่านผู้กำกับการได้เรียกประชุมสารวัตรและหัวหน้าชุดสืบสวนทุกนาย เพื่อแนะนำผมให้ทุกคนได้รู้จักอย่างเป็นทางการ แน่นอนครับ... ด้วยวัยเพียง 35 ปี แต่ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็น พันตำรวจโท คิณหันต์ อิศรานุกรณ์กุล ในตำแหน่ง รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปราม (รอง ผกก.ปป.) สายตาที่มองมาจึงมีทั้งความยินดี เลื่อมใส และสายตาเคลือบแคลงสงสัยที่คอยเหน็บแนมอยู่ลึกๆ

"แนะนำตัวกับพี่ๆ น้องๆ หน่อยครับท่านรอง" ท่านผู้กำกับเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม

ผมผุดลุกขึ้นเต็มความสูง 185 เซนติเมตร จัดเครื่องแบบสีกากีให้เรียบร้อยก่นจะก้าวออกไปข้างหน้าด้วยท่าทางสง่างามเด็ดเดี่ยว ผมก้มหัวให้ท่านผู้กำกับเล็กน้อยก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนาย

"ผม พ.ต.ท.คิณหันต์ อิศรานุกรณ์กุล ครับ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับท่านผู้กำกับ และพี่น้องข้าราชการตำรวจที่นี่ทุกนาย ผมขอเน้นย้ำเรื่องการทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สามัคคี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลักครับ"

เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงและทุกคนแยกย้าย ผมเดินเข้าไปหาท่านผู้กำกับเพื่อความเคารพ "ขอบคุณครับท่านผู้กำกับ ผมจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ครับ"

"ดีมากไอ้หลานชาย เห็นหน่วยก้านมึงแล้วคิดถึงพ่อมึงฉิบหาย ว่างๆ อาคงต้องหาเวลาเข้าไปเยี่ยมท่านบ้างแล้วล่ะ" ท่านผู้กำกับตบไหล่ผมเบาๆ ที่แท้ท่านก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องของพ่อผมเอง

"ตอนนี้คุณพ่อเกษียณราชการแล้วครับท่าน วันๆ อยู่แต่บ้านสวนกับคุณแม่ ไว้ผมจะแจ้งท่านให้นะครับว่าท่านผู้กำกับบ่นถึง"

"เออๆ งั้นอาไปก่อนนะ มีประชุมด่วนที่กองบังคับการจังหวัดต่อ"

ผมเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว มองป้ายชื่อ 'พ.ต.ท.คิณหันต์ อิศรานุกรณ์กุล' บนโต๊ะแล้วแอบถอนหายใจยาว เอาเข้าจริงผมยังชินกับการถูกเรียกว่า 'เฮียคิณ' ในคลับในผับมากกว่า แต่เพราะนี่คือความหวังของพ่อ และตัวผมเองก็ทุ่มเทลงพื้นที่เสี่ยงตายปราบปรามคดีใหญ่ๆ มาตลอด 5 ปีเต็ม ผลงานที่ผ่านมามันจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผมคู่ควรกับตำแหน่งนี้ ไม่ใช่เพราะนามสกุลอดีต ผบ.ตร. อย่างที่ใครเขาคิด

ทว่าพอเดินมาใกล้ประตูห้อง เสียงซุบซิบระงมจากด้านนอกก็ลอยผ่านเข้ามาให้ได้ยินชัดเจน

"รองคนใหม่นี่มาแรงฉิบหายเลยนะมึง" เสียง 'จ่าจ้อย' คนปากหมาประจำโรงพักเปิดประเด็น

"เหอะ... จะอะไรซะอีกละ ก็เด็กเส้นน่ะสิ ลูกชายอดีต ผบ.ตร. เชียวนะมึง เส้นใหญ่คับโรงพักอยู่แล้ว" 'จ่าหวัง' สมทบขยิบตาอย่างรู้กัน

ผมยืนกอดอกแอบฟังอยู่นอกประตู แหม... นินทากันระยะประชิดขนาดนี้ ถ้าไม่ติดว่ามาทำงานวันแรก ผมจะสั่งวิ่งรอบสนามยิงปืนให้ขาขวิดเลยทีเดียว ผมตัดสินใจเปิดประตูก้าวพรวดออกไปทันที

"จ่า! จ่า!" ผมเรียกเสียงเข้มดุดัน

จ่าทั้งสองคนที่กำลังนั่งหันหลังนินทาสะดุ้งโหยง ตัวโยนรีบลุกขึ้นยืนตรง แขนแนบชิดลำตัว หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษเพราะกลัวว่าผมจะได้ยินสิ่งเส็งเคร็งที่พวกมันพูดเมื่อครู่

"ครับท่านรอง!" ทั้งสองขานรับพร้อมกันเสียงสั่น

"ไปรวบรวมรายงานคดีทั้งหมดของปีที่แล้ว รวมถึงคดีสำคัญที่ยังปิดไม่ลงมาให้ผมที่ห้อง... บ่ายวันนี้ผมต้องได้เห็นแฟ้มวางอยู่บนโต๊ะ"

"รับทราบครับท่านรอง!" จ่าสองคนรีบตะกูลรับคำสั่งแล้ววิ่งแน่บไปยังห้องเก็บแฟ้มคดีทันที

ผมส่ายหัวขำๆ 'ตอนนินทากูล่ะสนุกปาก มินล่า... ยศถึงย่ำอยู่กับที่แบบนี้'

ผมเดินกลับเข้าห้อง นั่งอ่านสรุปคดีคร่าวๆ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดกับชื่อของ 'เสี่ยกรณ์' ชายผู้มีหน้ามีตาในสังคม ฉากหน้าเป็นพ่อพระใจบุญ ชอบบริจาคทุนการศึกษาและช่วยเหลือคนยากไร้ แต่ข้อมูลลับจากสายสืบระบุชัดเจนว่า ฉากหลังของมันคือมาเฟียขนของผิดกฎหมาย ล่าสัตว์ป่าหายากข้ามแดน

เห็นดังนั้นผมจึงต่อสายหา 'เหมราช' หุ้นส่วนผับของผมทันที รายนั้นถึงจะเป็นมาเฟีย แต่ก็เป็นสายขาวทำธุรกิจถูกต้องกฎหมายและมีหูตาที่กว้างขวาง

(ตื๊ด... ตื๊ด...) สัญญาณดังไม่นานปลายสายก็กดรับ

"มีอะไรให้กระผมรับใช้ครับ... ไอ้ท่านรองผู้กำกับ โทรมาแต่เช้าเชียวนะมึง" เสียงเหมราชกวนโอ๊ยตามสไตล์

"เช้าบ้านมึงดิ จะเที่ยงอยู่แล้วไอ้เหม" ผมด่ากลับ "เออ... กูมีเรื่องจะถาม มึงพอมีข้อมูลของ 'เสี่ยกรณ์' ไหมวะ"

ปลายสายเงียบไปอึดใจก่อนน้ำเสียงจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "เสี่ยกรณ์ เจ้าของคลับ K.Y.99 น่ะเหรอ... ถ้าไม่จำเป็น มึงอยู่ห่างๆ มันไว้หน่อยจะดีกว่า"

"ทำไมวะ?"

"ก็ไอ้เสี่ยฟอร์มดีคนนี้ มันเลวกว่าที่มึงคิดเยอะ ทั้งค้ามนุษย์ ส่งเด็กสาวไปฝั่งชายแดน ขายของเถื่อนทุกประเภท ที่มันยังรอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะอำนาจเงินมันหนา ซื้อผิดให้เป็นถูกได้ตลอด..." เหมราชถอนหายใจ "อ้อ... แล้วอีกเรื่อง คดีที่พ่อแม่ของ คุณจารวี ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อปีก่อน เสี่ยกรณ์คนนี้ก็เป็นอาของเธอ และเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งที่สายกูคาดว่าน่าจะเป็นคนบงการวายชนม์เพื่อหวังฮุบสมบัติรีสอร์ท"

"จารวี... ยัยเดรสสีดำคนนั้นเหรอ?" หัวใจผมกระตุกวูบ

"เออ คนนั้นแหละ แค่นี้นะกูจะนอน มีอะไรคืบหน้าเดี๋ยวกูส่งไฟล์ให้" มันกดตัดสายไปทันทีทิ้งให้ผมจมอยู่กับความคิด

ขณะเดียวกันที่ Jarawee Chills รีสอร์ท

ช่วงพักเที่ยง บรรยากาศในรีสอร์ทค่อนข้างประปราย แต่ที่ร้านกาแฟในสวนกลับคึกคักไปด้วยลูกค้าประจำ แถมช่วงนี้ยังมีบริการ Delivery ส่งถึงที่ในละแวกใกล้เคียงรวมถึงมหาวิทยาลัย โดยมี 'เจมส์' น้องชายตัวดีคอยช่วยทำการตลาดให้

"พี่จา! ผมไปเรียนก่อนนะเจ้" เจมส์ตะโกนบอกพี่สาวขณะคว้ากระเป๋าเป้

"อื้ม ตั้งใจเรียนล่ะ เออ... เจมส์ พี่ฝากแกเอาออร์เดอร์กาแฟไปส่งที่โรงพักหน่อยสิ สองแก้ว ทางผ่านแกพอดี" ฉันยื่นถุงกาแฟส่งให้

"ได้ครับ... คิดค่าส่งหนึ่งพันบาทถ้วน!" น้องชายตัวแสบแบมือทำหน้าทะเล้น

"ไอ้เจมส์! ขูดเลือดขูดเนื้อพี่สาวแท้ๆ นะแก"

"โหเจ้... โอนค่าน้ำมันให้หน่อยเหอะ ตังค์หมดบัญชีแล้วเนี่ย" เจมส์ทำตาละห้อยอ้อนวอนชวนน่าสงสาร

"เออๆ เดี๋ยวกูโอนให้ ใช้ประหยัดๆ หน่อย ฉันเป็นผู้จัดการรีสอร์ทนะยะไม่ใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย!" ฉันบ่นอุบแต่ก็กดโอนเงินให้มันอยู่ดี

ออร์เดอร์วันนี้มี อเมริกาโน่น้ำผึ้งมะนาว หวานน้อย ของลูกค้าลึกลับ และ เอสเพรสโซ่ร้อน เจมส์รับถุงกาแฟแล้วบิดมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจทันที

เมื่อมาถึงโรงพัก เจมส์ก็ร้องทักทายจ่าหวังและจ่าจ้อยที่ยืนเฝ้าเวรอยู่ด้านหน้า

"อ้าว... มาส่งกาแฟเหรอไอ้หนุ่ม" จ่าจ้อยทัก

"ครับ นำมาส่งให้หมวดณัฐครับ ไม่ทราบว่าแกอยู่ไหนเหรอจ่า"

"อ๋อ... อยู่บนห้องทำงานของท่านรองผู้กำกับนู่น เดินขึ้นไปได้เลย" เจมส์พยักหน้ารับ "ขอบคุณครับ ว่างๆ แวะไปทานกาแฟที่ร้านนะครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง"

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เจมส์เคาะประตูห้องรองผู้กำกับเบาๆ ก่อนที่หมวดณัฐกรจะลุกเดินมาเปิดประตู พร้อมถือเงินเตรียมจะจ่ายค่ากาแฟ "มาไวดีจังเลยนะเจมส์ จะรีบไปเรียนเหรอ"

"ครับพี่ณัฐ... นี่ครับกาแฟ ผมไปก่อนนะเดี๋ยวเข้าเรียนสาย" เจมส์ยื่นถุงกาแฟให้แล้วรีบวิ่งลงบันไดไป

หมวดณัฐกรเดินถือถุงกาแฟกลับเข้ามาในห้อง วางแก้วอเมริกาโน่น้ำผึ้งมะนาวลงบนโต๊ะของผม "กาแฟครับท่านรอง ร้านนี้อร่อยที่สุดในย่านนี้เลยครับ แหม... แต่วันนี้น่าเสียดาย ปกติ 'พี่จา' เจ้าของร้านจะมาส่งเองตลอด สงสัยวันนี้ลูกค้ารีสอร์ทจะเยอะ เลยใช้ให้ไอ้เจมส์น้องชายมาส่งแทน"

ผมที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับชะงักตาโต... 'พี่จา? เจมส์? รีสอร์ท? อย่าบอกนะว่า...'

"หึ... ตกลงคุณไปจีบเจ้าของร้านกาแฟเขาหรือไงหมวด อย่าให้เสียงานเสียการล่ะ" ผมแกล้งแซวกลบเกลื่อนอาการตื่นเต้น

"โอย... เธอไม่ชอบผมหรอกครับท่านรอง คุณจาเธอเคยอกหักจากแฟนเก่าขยาดความรักไปเลย แถมหลังจากนั้นไม่นานพ่อแม่เธอก็มาเสียชีวิตอีก ตอนนี้เธอเลยปิดใจยาวๆ มุ่งทำแต่งงานครับ"

"คุณจา... จารวี" ผมพึมพำชื่อเธอในใจพลาคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ โลกมันจะกลมเกินไปแล้วนะยัยตัวแสบ อยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง

"ผมล่ะอยากรู้จักเธอจริงๆ ซะแล้วสิหมวด" ผมเปรยขึ้นพร้อมแววตาเจ้าเล่ห์

"งั้นพรุ่งนี้เราไม่ต้องโทรสั่งดีไหมครับท่านรอง? ไปนั่งทานที่ร้านเธอเลย บรรยากาศดีมาก" หมวดณัฐกรเสนอไอเดีย ซึ่งแน่นอนว่า... มันตรงใจผมร้อยเปอร์เซ็นต์!

ตั้งแต่คืนนั้นที่ผับ ผมไม่เคยลืมสัมผัสเนื้อนุ่มนิ่มและฝากรอยแผลใจ (ที่ดวงตา) ของเหมือยลูกเสือตัวนั้นเลยสักวัน... คอยดูเถอะ พรุ่งนี้รองผู้กำกับคิณหันต์คนนี้จะไปทวงหนี้แค้น เอ๊ย! ไปทำความรู้จักอย่างเป็นทางการ

เตรียมตัวรับมือให้ดีล่ะ... ยัยตัวแสบ (เมียในอนาคตของผมแน่นอน จารวี)

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!