หลังจากสลัดหลุดจากการสะกดรอยของพวกบิ๊กไบค์ชุดดำได้อย่างหวุดหวิด พ.ต.ท. คิณหันต์ ในชุดลำลองก็ขับรถเข้ามาที่ผับนั่งยาง ซึ่งเป็นสถานบันเทิงหรูหราที่เขาแอบถือหุ้นอยู่เงียบๆ จุดประสงค์หลักในคืนนี้คือการเข้ามาสืบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเสี่ยกรณ์จากเพื่อนรัก ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาในร้าน บรรดาการ์ดและพนักงานต่างพากันยกมือไหว้ด้วยความเคารพยำเกรง
"เฮีย! สวัสดีครับ" ผู้จัดการร้านหนุ่มกุลีกุจอเข้ามาทักทาย
"เออ หวัดดี... แล้วเฮียมึงอยู่ไหน มันมาหรือยัง" คิณหันต์ถามหาไอ้เหมราชทันที
"มาแล้วครับเฮีย ตอนนี้อยู่บนห้องทำงานชั้นสองครับ"
คิณหันต์พยักหน้ารับรีบสืบเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเพื่อนสนิททันที ทว่าพอเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ เขาก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นไอ้เพื่อนตัวดีกำลังนั่งนัวเนียคลอเคลียอยู่กับเด็กดริ้งก์สาวสวยคาโต๊ะทำงาน
"ไอ้เวร! ห้องทำงานมึงก็ไม่เว้นนะ" คิณหันต์ด่าขัดจังหวะเสียงเรียบ เหมราชสะดุ้งโหยงรีบผละออกจากสาวงามพลางตวัดสายตาค้อนใส่เพื่อน
"มือนะไม่มีหรือไงวะ เคาะประตูไม่เป็นเหรอ มารยาทน่ะมีไหมไอ้รองผู้กำกับ... หนูออกไปก่อนไป ฉันมีธุระจะคุยกับมัน"
เมื่อเด็กสาวเดินหน้าแดงออกไป คิณหันต์ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวใหญ่หน้าโต๊ะทำงานด้วยท่าทางจริงจัง เหมราชเดินตามมานั่งฝั่งตรงข้าม
"มีอะไรด่วนวะ... ว่ามา"
"เรื่องที่ดินท้ายรีสอร์ท Jarawee Chills ที่มึงบอกกูว่าไอ้เสี่ยกรณ์มันใช้เป็นเส้นทางขนส่งของผิดกฎหมายออกนอกชายแดนน่ะ มันอยู่พิกัดไหนกันแน่"
"อ๋อ... ถัดจากหลังรีสอร์ทของคุณจาร์ไป จะเป็นเขตที่ดินส่วนบุคคลของเสี่ยมัน ตรงนั้นมันจะมีทางลัดลับ ๆ เลาะชายป่าออกสู่แม่น้ำโขงข้ามฝั่งได้ พวกมันใช้ขนของเถื่อนตรงนั้นแหละ แต่กูก็ยังไม่แน่ใจพิกัดที่ตั้งคลังสินค้าชัวร์ ๆ"
"แล้วเรื่องคดีความเก่า ๆ ทำไมไอ้เสี่ยมันถึงหลุดรอดเงื้อมมือตัวบทกฎหมายมาได้ทุกครั้งวะ ทั้งที่มีพิรุธเต็มไปหมด" คิณหันต์ขมวดคิ้วถามถึงคดีพ่อแม่จารวี
"เงินไงครับเพื่อน... เงินมา ความผิดก็หายหมด คนลงมือทำงานพลาดก็โดนสั่งเก็บปิดปาก กล้องวงจรปิดแถวนั้นก็บังเอิญพังพร้อมกัน เอาผิดมันไม่ได้เลย... เออ แต่สายรายงานกูมาว่า อาทิตย์หน้าพวกมันนัดส่งของล็อตใหญ่กันตรงแถวชายป่าท้ายรีสอร์ทนั่นแหละ เห็นว่าเป็นอาวุธสงครามร้ายแรงหลายกระบอกเลยด้วย"
"อืม... ขอบใจมากมึง ที่เหลือกูจัดการตามสืบต่อเอง" คิณหันต์ผุดลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า
"งั้นกูกลับก่อนนะ คืนนี้ว่าจะแวะไปนอนที่บ้านใหญ่ให้พ่อกับแม่เห็นหน้าหน่อย หายหัวไปนานเดี๋ยวโดนบ่น"
เวลา 22:00 น. ณ บ้านพักส่วนตัวหลังรีสอร์ท
จารวีเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวในชุดนอนเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวเอนกายลงบนเตียงกว้าง ทว่าสายตาคู่สวยกลับคอยชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่วางตา
"เหอะ ขอเบอร์ขอนามบัตรไปตั้งนานสองนานเพื่ออะไร... ป่านนี้ยังไม่โทรมาเลยฮะ ไอ้ท่านรองโรคจิตเอ๊ย! ดี... ไม่โทรมาก็ดี ฉันจะได้นอน!"
เธอเน้นเสียงประชดใส่ลมใส่แล้ง ก่อนจะหยิบมือถือมาเปิดซีรีส์เกาหลีดูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ดูไปดูมาดวงตาก็เริ่มปรือปรอยใกล้จะเข้าสู่นิทราเต็มที จู่ๆ หน้าจอมือถือก็สว่างวาบพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคาร
ติ๊ง! [มียอดเงินโอนเข้าบัญชี: 100,000 บาท]
จารวีเบิกตาโพลงสลัดความง่วงทิ้งทันควัน เด้งตัวขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงจ้องมองตัวเลขตาไม่กระพริบ
"เฮ้ย! ใครโอนเงินมาวะ เป็นแสนเลย"
ยังไม่ทันที่เธอจะกดเช็กรายละเอียด สายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยก็แผดเสียงดังขึ้นมาทันที หญิงสาวกดรับสายด้วยความระแวง
"สวัสดีค่ะ..."
"ผมโอนเงินค่าที่พักรายเดือนล่วงหน้าให้คุณไปแล้วนะ ได้รับหรือยังครับคุณจาร์" เสียงทุ้มต่ำปนทะเล้นของท่านรองคิณหันต์ดังเล็ดลอดออกมาตามสาย
"ยังไม่มีข้อความทางการเข้าเลยคุณ... นี่คุณโอนมาจริงๆ เหรอ" จารวีแกล้งทำเสียงแข็งตอบกลับไป
"ใช่ครับ" คิณหันต์ตอบสั้นๆ และในวินาทีนั้นเอง...
ติ๊ง! [มียอดเงินโอนเข้าบัญชี: 100,000 บาท]
ข้อความแจ้งเตือนเด้งซ้ำเข้ามาอีกหนึ่งยอดรวมเป็นสองแสนบาท! จารวีถึงกับอ้าปากค้าง
"เอ้า! เข้าแล้วค่ะ... เข้ามาสองยอดเลย คุณโอนซ้ำทำไมเนี่ย แล้วนี่คุณถึงบ้านพักแล้วเหรอคะ"
"ยังเลยครับ พอดีเพิ่งแวะออกมาจากผับ ขึ้นรถเสร็จปุ๊บก็รีบกดโอนเงินแล้วโทรหาคุณทันทีเลย... พอดีกลัวว่าจะมีคนแถวนี้ตั้งหน้าตั้งตารอสายผมจนนอนไม่หลับน่ะครับ"
"ใครจะไปรอคุณไม่ทราบ หลงตัวเองชะมัด เราไม่ได้สนิทกันสักหน่อยนะคะท่านรอง" จารวีแหวใส่แก้เขิน
"หึๆ ... แล้วคุณ... อยากสนิทกับผมให้มากกว่านี้ไหมล่ะครับ"
ปลายสายพูดไปยิ้มไปจนเสียงนุ่มนวลชวนใจสั่น ส่วนคนฟังทางนี้หน้าแดงแปร๊ด ล้มตัวลงนอนบิดหมอนข้างจนนวมแทบยับยู่ยี่ด้วยความขัดเขินโดยไม่รู้ตัว
"ไม่ดีกว่าค่ะ เอ่อ... แล้วคุณจะย้ายเข้ามาวันไหนคะ ฉันจะได้สั่งให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดรอ" จารวีรีบเปลี่ยนเรื่อง
"พรุ่งนี้ครับ" คิณหันต์ตอบด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี เพราะครั้งนี้ยัยตัวแสบไม่โวยวายขู่ฆ่าเหมือนทุกที
"ถ้างั้นวันพรุ่งนี้... ผมขออนุญาตพาคุณไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันได้ไหมครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงฉลองที่เราได้ขยับความสัมพันธ์มาสนิทกันมากขึ้น"
"ไม่ค่ะ! ฉันไม่ไป... แค่นี้นะคะ ขอบคุณมากสำหรับค่าที่พักสองแสนบาท!"
จารวีชิงตัดบทแล้วรีบกดวางสายทันที หัวใจรัวกระหน่ำจนแทบทะลุอก หญิงสาวมองตัวเลขยอดเงินในบัญชีแล้วพึมพำ
"หืม... เปย์หนักมากค่ะคุณมรึง กะจะโอนให้หมดตัวเลยหรือไง... แต่ก็ดี โอนมาเยอะ ๆ แม่จะยึดให้เรียบ!" หญิงสาวเปิดหนังดูต่ออีกสี่ห้านาที ก่อนจะต้านทานความเพลียไม่ไหวและเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด
ทางด้านคิณหันต์ที่โดนตัดสายใส่ ชายหนุ่มไม่ได้โกรธเลยสักนิด เขากลับระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นรถด้วยความเอ็นดู อันที่จริงเขาตั้งใจโอนเกินไปสองแสนนั่นแหละ พรุ่งนี้จะได้ใช้เป็นข้ออ้างหน้าด้านๆ แวะไปเคลียร์เงินและหาเรื่องเจอเธอถึงรีสอร์ท ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งบึ่งรถกลับบ้านใหญ่ทันที
ณ คฤหาสน์อัศรานุกรณ์กุล (บ้านใหญ่พระเอก)
คิณหันต์ขับรถเข้ามาจอดในโรงรถอย่างเงียบเชียบ ทว่าพอเปิดประตูจะก้าวเท้าเข้าบ้าน...หมับ!
"กลับบ้านได้ด้วยเหรอฮะ... พ่อลูกชายสุดหล่อของมี้"
คุณหญิงแม่เดินซุ่มมาจากมุมมืดแล้วยื่นมือมาบิดใบหูหนาของลูกชายตัวดีเต็มแรงจนคิณหันต์หน้าเหยเก
"โอ๊ยยย! คุณแม่ครับ เจ็บๆๆ หูผมจะขาดแล้วครับเนี่ย... ช่วงนี้ผมโหมงานหนักน่ะสิครับ ไป ๆ เข้าบ้านกันเถอะครับผมง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว" คิณหันต์รีบอ้อนกอดเอวคุณหญิงแม่เดินเข้าบ้านพัลวัน
"เฮ้ย ๆ ๆ ไอ้คิณ มึงเอามือออกจากเอวเมียกูเลยนะไอ้ลูกเวร" เสียงทรงพลังทักทายกวนประสาทสไตล์ชายชาติทหารของ 'พล.ต.อ. อดุลย์' อดีต ผบ.ตร. ผู้เป็นพ่อดังขัดขึ้นทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย
"โธ่พ่อ... นี่คุณแม่ผมเหมือนกันนะ ให้พ่อยืมกอดมาตั้งหลายวันแล้วป่ะ"
"ปล่อยเลยไอ้เสือ! อยากกอด... มึงก็รีบไปหาเมียเป็นของตัวเองสิวะ!" ผู้เป็นพ่อตะโกนไล่ส่ง
"ก็กำลังจะพยายามหามาให้กอดอยู่นี่ไงครับพ่อ..." คิณหันต์หลุดปากพูดความในใจออกไปเต็มเปา ก่อนจะรีบแก้เกี้ยว
"เอ่อ... ผมไปนอนดีกว่า ฝันดีครับ!"
"หือ กำลังจะมีเมียเหรอ! ตาคิณ! ตาคิณ! กลับมาคุยกับมี้ให้รู้เรื่องก่อน ใคร...ลูกเต้าเหล่าใครที่ไหน" คุณหญิงแม่หูผึ่งรีบตะโกนไล่หลัง
"ไว้ให้ผมจีบเธอติดก่อน แล้วผมจะพามาให้คุณแม่ทำความรู้จักเป็นทางการแน่นอนครับ" คิณหันต์ตะโกนตอบกลับลงมาจากชั้นสองของบ้านทันที คุณหญิงแม่ได้แต่นึกขำ หันไปมองสามีพลางส่ายหัว
"เฮ้อ... ได้พ่อมันมาจริงๆ ความกะล่อนหน้าเป็นเนี่ย"
"อ้าวคุณหญิง ลูกก็ส่วนลูกสิครับ อย่าเหมารวมผู้การเก่าสิ... ป่ะ ขึ้นห้องนอนดีกว่า" อดีตผบ.ตร.รีบตัดบทพากันขึ้นห้องพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน คิณหันต์ผุดลุกขึ้นนั่งบนที่นอนพลิกมือถือเปิดแอปพลิเคชันไลน์ แล้วกดส่งสติกเกอร์รูปหมีน่ารักๆ ทักทายไปหาใครบางคนทันที พร้อมข้อความ : ‘อย่าลืมนัดกินข้าวเที่ยงของผมนะครับคุณจาร์’
ผ่านไปห้านาที... เงียบกริบ ไม่มีข้อความตอบกลับ หึ สงสัยยัยตัวแสบยังไม่ตื่นแน่ๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวโชว์ซิกแพ็กเป็นลอนสวยแน่นหนั่นและแผงอกกำยำมาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เขาหยิบเครื่องแบบข้าราชการตำรวจ พ.ต.ท. เต็มยศสวมใส่จนหล่อเนี้ยบระเบียบกริบ ก่อนจะหยิบมือถือมาเช็กอีกรอบ... เธอก็ยังไม่ตอบ!
ชายหนุ่มรัวแป้นพิมพ์กวนประสาทส่งไปอีกชุด : ‘ตื่นได้แล้วคร้าบคุณหนูจารวี... จะนอนจำศีลไปถึงไหนกันคุณ’ (เรื่องความกวนนี่ถ้ามีโล่รางวัล คิณหันต์คงชนะระดับโอลิมปิกไปแล้ว)
เขารวบรวมสัมภาระและกระเป๋าเดินทางเตรียมย้ายเข้าขอนแก่น เอ๊ย! ย้ายเข้ารีสอร์ทริมน้ำ แล้วเดินลงมาที่โต๊ะอาหารชั้นล่าง ซึ่งผู้เป็นพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่แล้ว
"งานที่โรงพักใหม่เป็นยังไงบ้าง รองคิณ" ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามเสียงเข้มข้น
"ก็ดีครับท่านผู้การ... ทุกอย่างเรียบร้อยดี"
"แล้ว... ไอ้เสี่ยกรณ์นั่นล่ะ มึงเจอคดีมันบ้างหรือยัง" คิณหันต์ชะงัก ตาคมหรี่ลง
"พ่อ... พ่อรู้จักมันด้วยเหรอครับ"
"หึ... ตัวพ่อของความชั่วช้าเลวทรามเลยล่ะมัน น่ะ อดีตมันทำเรื่องสกปรกไว้เยอะ แต่กฎหมายเอามันลงไม่ได้"
"ครับ... ตอนนี้ผมกำลังสืบสวนและจับตาดูพฤติกรรมมันอยู่ครับพ่อ" คิณหันต์ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะขอตัวขยับลุก
"ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ"
"ระวังตัวด้วยนะไอ้รอง อย่าประมาทเด็ดขาด... ไอ้เสี่ยมันหมากัดไม่เห่า" ผู้เป็นพ่อเตือนสติด้วยความห่วงใย
"ครับพ่อ ไปละครับ"
"ตาคิณ ไม่ทานข้าวก่อนล่ะลูก" คุณหญิงแม่ทักขึ้นเมื่อเห็นลูกชายเดินลิ่วๆ ไปที่ประตู
"ไม่ทันแล้วคร้าบคุณแม่... เอาไว้ว่าง ๆ ผมจะพาลูกสะใภ้ตัวจริงเสียงจริงมานั่งทานข้าวเป็นเพื่อนคุณแม่นะคร้าบ"
ระหว่างที่เดินผิวปากอารมณ์ดีมาที่รถกระบะ เสียงสัญญาณไลน์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นถี่ๆ คิณหันต์รีบกดเปิดดู... ยัยตัวแสบตอบกลับมาแล้ว! โดยส่งเป็น สติกเกอร์รูปเด็กผู้หญิงถลึงตาโกรธจัดหัวฟูพ่นไฟลุกท่วมด้านหลัง ส่งมาให้เขาข้อหาไปกวนเวลานอน
ชายหนุ่มหลุดขำก๊ากรีบส่ง สติกเกอร์เด็กหนุ่มหัวเราะกวนประสาท สวนกลับไปทันควัน พร้อมพิมพ์ข้อความเผด็จการ: ‘เตรียมตัวแต่งตัวสวยๆ ไว้เลยนะครับ เที่ยงตรงเป๊ะ... ผมจะเข้าไปรับถึงหน้าร้าน’
จารวีสวนกลับทันควัน: ‘ไม่ว่างค่ะ! มีงานต้องทำ!’
คิณหันต์ยิ้มกริ่มพิมพ์ประโยคสุดท้ายปิดท้าย: ‘เดี๋ยวก็ว่างครับ... คนสวยของผม’
ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเบาะข้างคนขับด้วยหัวใจที่พองโตพกพาความมั่นใจไปเต็มกระเป๋า ก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์เหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระปรี้กระเปร่า... งานนี้ท่านรองสายเปย์และกระล่อนขั้นเทพได้เชื้อพ่อมาแรงเต็มร้อย การันตีความหน้าทนโดยคุณหญิงแม่ขนาดนี้ มีหรือที่แม่เสือสาวแห่งรีสอร์ท Jarawee Chills จะรอดเงื้อมมือไปได้!