วัยว้าวุ่น...อาจารย์คนใหม่ดันอยู่ข้างบ้าน

ตอนที่ 10: ความลับไม่มีในโลก (แต่มีในพุ่มไม้)

👁️ 11 อ่าน
22px

หลังจากเหตุการณ์คำว่าคนแก่พ่นพิษใส่หัวใจข้าราชการครูหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีจนหน้าชาไปทั้งแถบ เช้าวันต่อมาบรรยากาศรอบรั้วบ้านเช่าก็ดูจะเงียบเหงาลงถนัดตา ซาลาเปาไม่ได้ยินเสียงสตาร์ทรถกระบะสี่ประตูสีดำคันหรูดุดันคันนั้นในเวลาเดิม เพราะเธอตั้งใจตื่นสายกว่าปกติห้านาทีเพื่อหลบเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะทำให้ใจสั่น

แต่ว่า... ความพยายามในการหนีอาจารย์ประจำชั้นในโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีพื้นที่จำกัดนั้น บอกได้คำเดียวเลยว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันชัด ๆ

“พวกแก... วันนี้คาบสี่วิชาภาษาไทย อาจารย์ไทม์แกจะเก็บคะแนนการอ่านทำนองเสนาะวรรณคดีไทยนะเว้ย ใครยังไม่ได้ซ้อมระวังโดนหักคะแนนจิตพิสัยจนเหลือศูนย์” ผักกาดกางสมุดจดพลางทำหน้าหวาดผวา ขณะที่พวกเธอกำลังนั่งเล่นกันอยู่ตรงม้านั่งหินอ่อนข้างอาคารเรียน ม.5

“จริงเหรอวะ โห... กูยังท่องบท ‘มัทนะพาธา’ ไม่ได้เลยมึง” จิมมี่เกาหัวตัวเองจนผมเผ้ายุ่งเหยิง 

“ยัยเปา แกท่องได้ยัง ลายมือแกยิ่งอ่านยาก ๆ อยู่ อาจารย์แกยิ่งเพ่งเล็งแกเป็นพิเศษด้วย”

เปาที่กำลังนั่งใช้ยางลบถูโต๊ะเล่นชะงักงัน สลัดภาพผู้ชายหน้านิ่งบนรถกระบะสี่ประตูเมื่อเย็นวานออกไปแทบไม่ทัน 

“ก็พอได้แหละมึง แต่กูว่ากูจะแกล้งป่วยขอไปนอนห้องพยาบาลตอนคาบสี่ดีกว่าว่ะ”

“แกล้งป่วยเป็นหนุ่มสาวโรงงานหรือไงมึง ขาดเรียนคาบอาจารย์ไทม์ระวังโดนหมายเรียกถึงผู้ปกครองนะจ๊ะ” ผักกาดเบรกหัวทิ่ม

ในขณะที่สามสหายกำลังถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด สายตาของผักกาดก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของอาจารย์ไทม์ในชุดข้าราชการสีกากีเนี้ยบกริบกำลังเดินหอบแฟ้มงานผ่านลานกิจกรรมมุ่งตรงไปยังตึก 2 ท่าเดินที่ดูสง่างามและใบหน้าหล่อคมคายแบบไม่มีกรอบแว่นสายตามาบดบัง สะดุดสายตานักเรียนสาว ๆ และคุณครูฝึกสอนจนต้องเหลียวหลังมองกันเป็นตาเดียว

“กรี๊ดมึง... ดูอาจารย์ไทม์ดิ หล่อแดดดี้ขยี้ใจชะมัด ขนาดเดินถือแฟ้มงานธรรมดายังเหมือนเดินแบบบนรันเวย์ปารีสแฟชั่นวีคเลยอะ ใครได้เป็นแฟนนะกูจะยอมกราบเช้ากราบเย็นเลย” ผักกาดทำตาเชื่อมละเมอเพ้อพบคู่ไป

เปาลอบมองตามสายตาเพื่อน พลางนึกถึงคำพูดกวนประสาทที่ตัวเองพูดใส่เขาบนรถกระบะเมื่อวาน

"หนูไม่ชอบคนแก่หรอกค่ะ สบายใจได้ " พอนึกถึงสีหน้าจุกจนพูดไม่ออกของพี่ชายข้างบ้านแล้ว เด็กสาวก็แอบขำคิกคักในลำคอจนแก้มป่อง ๆ ขยับ

“ขำอะไรของมึงยัยเปา” จิมมี่หันมาถามจับผิด

“เปล่า ๆ ... กูแค่คิดว่า ถ้าอาจารย์แกหล่อขนาดนี้ ทำไมยังไม่มีแฟนซะทีล่ะ หรือว่าแกจะเรื่องมากระเบียบจัดจนไม่มีใครเอา” เปาแกล้งแหย่ส่ง ๆ

“ปากเสียนะมึง หล่อระดับนี้สาว ๆ ในเมืองต่อแถวกันยาวไปถึงปากซอยบ้านแกนู่นแหละ” ผักกาดหันมาตีแขนเพื่อนสนิทเบา ๆ

บรรยากาศในห้องเรียน ม.5/2 เงียบสงัดราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของอาจารย์ไทม์ที่ดังขึ้นขานชื่อนักเรียนทีละคนให้ออกไปยืนท่องทำนองเสนาะหน้าชั้นเรียน ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะครู สายตาเรียวคมกริบกวาดมองสมุดคะแนนพลางเช็กความเป๊ะของน้ำเสียงและจังหวะจะโคนอย่างเคร่งครัด

“...ลำดับต่อไป เลขที่ 18 นางสาวเปมิกา กมลดวงใจ”

เสียงเรียกชื่อทำเอาซาลาเปาสะดุ้งโหยงจนตัวลอย เพื่อน ๆ ในห้องพากันหันมามองลุ้น ๆ เปาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ถือหนังสือวรรณคดีก้าวขาฉับ ๆ ออกไปยืนหน้าชั้นเรียน ระยะห่างระหว่างเธอกับอาจารย์ไทม์เหลือเพียงไม่ถึงสองเมตร สายตาคมคายคู่นั้นตวัดขึ้นสบประสานนิ่งสนิท แฝงกระแสความกดดันแปลก ๆ ราวกับจะเอาคืนเรื่องเมื่อเย็นวาน

“เริ่มได้ครับเปมิกา” ไทม์พูดเสียงเรียบ มาดอาจารย์ฐาปกรณ์ผู้เคร่งครัดมาเต็มพิกัด

เปากลืนน้ำลายเอื๊อก เริ่มเปล่งเสียงท่องทำนองเสนาะบทประพันธ์อย่างตั้งใจ แม้น้ำเสียงจะสั่นเครือเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ด้วยความที่เธอแอบซ้อมท่องมาบ้างทำให้น้ำเสียงเริ่มไหลลื่นท่วงทำนองถูกต้อง  

จังหวะที่เธอกำลังจะท่องจบประโยคสุดท้าย สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปชนกับสายตาคมกริบของคนหลังโต๊ะครู เขาจ้องมองมาตรง ๆ แบบไม่วางตาเลย

 แววตาคู่นั้นดูเข้มข้นและมีพลังทำลายล้างสูงจนเปาสติหลุด หลุดคีย์เสียงหลงดัง ‘เพี้ยน!’ ออกมาดังลั่น เพื่อนทั้งห้องหลุดขำพรืดทันที จิมมี่เอามืออุดปาก ส่วนผักกาดแอบกุมขมับ

เปาหน้าแดงแปร๊ดจนถึงใบหู รีบก้มหน้าหลบสายตาด้วยความอับอายขายหน้าสุดขีด ไทม์ไม่ได้ขำ ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มมุมปากขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเก็บทรงกลับมานิ่งสนิท เขาจรดปากกาลงในสมุดคะแนนก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ท่วงทำนองและจังหวะดีครับ... แต่มาตกม้าตายตอนจบเพราะสติหลุด หักคะแนนความเป๊ะไปหนึ่งคะแนน ไปนั่งที่ได้ครับ”

“ขอบคุณค่ะอาจารย์...” เปาตอบเสียงอ้อมแอ้ม เดินคอตกกลับมาที่โต๊ะริมหน้าต่าง พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันคาดโทษชายหนุ่มในใจ 

"แกล้งใช้สายตาพิฆาตจ้องจนกูสติหลุดชัด ๆ ไอ้คุณครูใจร้าย ไอ้คนเจ้าคิดเจ้าแค้น คืนนี้นะถ้ามานั่งส่องไฟตรงหน้าต่างอีก อีเปาจะเปิดหน้าต่างไปพ่นไฟใส่เลยคอยดู"

หลังจากผ่านพ้นความอับอายในคาบเช้า ช่วงเวลาเย็นหลังเลิกเรียนก็มาถึงอย่างรวดเร็ว วันนี้ซาลาเปามีเวรทำความสะอาดห้องเรียน ม.5/2 ทำให้นักเรียนคนอื่น ๆ ทยอยกลับบ้านกันไปจนเกือบหมดตึก เหลือเพียงเธอ ผักกาด และจิมมี่ที่ช่วยกันกวาดพื้นและยกเก้าอี้ขึ้นวางบนโต๊ะ

“โอย... เหนื่อยฉิบหาย วันนี้กูขอกลับบ้านไปนอนอืดเป็นหมูเลยนะมึง” จิมมี่บ่นพลางสะพายกระเป๋า

“เปา... พวกกูกลับก่อนนะเว้ย แกเคลียร์ขยะหลังห้องเสร็จก็รีบกลับล่ะ อย่ามัวแต่เดินเอ้อระเหย เดี๋ยวโดนสารวัตรเสือจับตัดคะแนนอีกรอบ”

“เออ ๆ พวกมึงไปเหอะ เดี๋ยวขยะถังนี้กูเอาลงไปทิ้งข้างล่างแล้วก็จะกลับเหมือนกัน” เปาโบกมือลาเพื่อนสนิททั้งสองคน

หลังจากเพื่อน ๆ เดินลับตาไป เด็กสาวแก้มป่องก็หิ้วถุงขยะดำใบใหญ่เดินลงบันไดอาคารเรียนยามเย็น บรรยากาศบนตึกเรียนเริ่มเงียบสงัด แสงแดดสีส้มสาดส่อง เงาทอดยาวดูน่ากลัวแปลก ๆ เปารีบเดินนำถุงขยะไปทิ้งที่ถังขยะรวมด้านหลังอาคาร 2 ซึ่งเป็นจุดอับสายตาและมีพุ่มเข็มหนาทึบขึ้นปกคลุม

ในขณะที่เธอกำลังจะหมุนตัวเดินกลับ สายตาของเธอก็ดันเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตาของอาจารย์ไทม์ กำลังยืนคุยอยู่กับครูสาวฝึกสอนคนสวยคนหนึ่งตรงทางเดิน ท่าทางของครูสาวเขินอายหน้าแดงระเรื่อพลางยื่นกล่องเล็ก ๆ ผูกโบสีชมพูหวานแหววไปให้อาจารย์หนุ่มรูปหล่อ

"โอ้โห ... ซีนรักในรั้วโรงเรียนของแท้ อาจารย์ใหม่โดนสาวสารภาพรักว่ะ"

 ความเผือกในสายเลือดเด็กรุ่นใหม่ทำงานทันที เปารีบกระโดดตัวลอยพุ่งเข้าไปแอบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบข้าง ๆ ทันทีโดยลืมเรื่องกฎของไทม์ไปจนหมดสิ้น เด็กสาวชะโงกหน้ากลม ๆ ผ่านซอกใบไม้ แอบเงี่ยหูฟังบทสนทนาอย่างตื่นเต้น หัวใจเต้นระทึกปนความรู้สึกแปลก ๆ ในอกที่อธิบายไม่ถูก

“คือ... อาจารย์ฐาปกรณ์คะ พิมพ์ทำขนมคุกกี้มาให้ค่ะ... เห็นอาจารย์เพิ่งย้ายมาใหม่พิมพ์เลยตั้งใจทำมาให้ลองทานดูค่ะ” ครูสาวฝึกสอนเอ่ยเสียงหวานหยดตาเชื่อม

ไทม์มองกล่องขนมตรงหน้านิ่งสนิท ใบหน้าคมคายไม่มีรอยยิ้มเย้าหยอกแบบที่เคยทำกับซาลาเปา มีเพียงความสุภาพและระยะห่างที่ชัดเจนในมาดข้าราชการครู ชายหนุ่มยกมือขึ้นรับกล่องขนมตามมารยาทพร้อมพยักหน้าน้อย ๆ 

“ขอบคุณมากครับคุณครูพิมพ์ คราวหลังไม่ต้องลำบากเอามาให้ก็ได้ครับ ผมเกรงใจ”

“ไม่ลำบากเลยค่ะ พิมพ์เต็มใจ... เอ่อ คือว่า วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ อาจารย์ฐาปกรณ์มีแพลนไปไหนหรือยังคะ พอดีพิมพ์อยากจะชวนไป...”

ยังไม่ทันที่คุณครูสาวจะพูดจบประโยค ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อมรอบข้างก็ไม่เป็นใจ เนื่องจากยัยตัวดีที่แอบอยู่ในพุ่มไม้ดันขยับตัวแรงไปหน่อย เท้าเจ้ากรรมของซาลาเปาไปเหยียบเข้ากับกิ่งไม้แห้งบนพื้นจนดัง แกร๊ก! แถมตัวเธอยังเสียหลักลื่นไถลพุ่งทะลุพุ่มเข็มโผล่พรวดออกมาประจันหน้า

“อุ๊ย แม่เจ้า” เปาร้องอุทานลั่นพยายามทรงตัว ใบหน้าหวานเหวอสนิทเมื่อเห็นว่าอาจารย์ไทม์และครูสาวหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว ครูพิมพ์เบิกตาขว้างด้วยความตกใจ 

“อุ๊ย! นักเรียนห้องไหนคะเนี่ย มาแอบทำอะไรในพุ่มไม้คะ”

เปาเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก สมองอันน้อยนิดหมุนติ้ว ๆ หาทางรอดวิกฤตความเผือกแตกครั้งยิ่งใหญ่ เธอกวาดสายตาเลิ่กลั่กก่อนจะแกล้งทำท่าก้มลงมองหาของบนพื้นหญ้า หัวเราะแห้ง ๆ แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง 

“เอ่อ... คือ... หนูมาหาปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินค่ะอาจารย์ พอดีทำหล่นหายแถวนี้ แฮะ ๆ จังหวะมันพอดีเลยพุ่งทะลุพุ่มไม้มา... ขอโทษที่รบกวนเวลาโรแมนติกนะคะ หนูไปก่อนละค่ะ”

พูดจบ ยัยตัวแสบก็เตรียมจะหมุนตัวสับเกียร์หมาวิ่งโกยอ้าวหนีความผิด แต่แล้ว...เสียงทุ้มต่ำทรงพลังและเฉียบขาดของอาจารย์ประจำชั้นก็ดังขึ้นทันควันราวกับเสียงฟ้าผ่า

“นางสาวเปมิกา... หยุดเดี๋ยวนี้ครับ”

เท้าของเปาเบรกเอี๊ยดติดกับพื้นหญ้าทันที เธอค่อย ๆ หันหน้ากลับมาส่งยิ้มแห้งแล้งระดับทะเลทรายซาฮาร่าให้อาจารย์ไทม์ที่ตอนนี้ ยืนกอดอก จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาเรียวคมกริบที่ปนความคาดโทษและขำขันระคนเอ็นดูในความแสบซุ่มซ่ามของลูกศิษย์คนนี้อย่างปิดไม่มิด

“ปากกาตกหายในพุ่มไม้ลึกขนาดนี้เลยเหรอครับ” ไทม์เลิกคิ้วถาม น้ำเสียงนุ่มนวลปนกดดัน 

“คุณครูพิมพ์ครับ เดี๋ยวเด็กคนนี้ผมจัดการตักเตือนเรื่องระเบียบวินัยเองครับ คุณครูกลับก่อนได้เลยครับ”

“เอ่อ... ค่ะอาจารย์ฐาปกรณ์” ครูพิมพ์ มองเปาด้วยสายตาระแวงปนงง ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้สองเพื่อนบ้านยืนประจันหน้ากันสองต่อสองหลังอาคารเรียนยามเย็น

เมื่อปลอดคน ไทม์ก็คลายมือที่กอดอกออก ชายหนุ่มก้าวขาขยับเข้ามาใกล้เด็กสาวแก้มป่องอีกสองก้าว สายตาเรียวคมกริบคู่นั้นไร้กรอบแว่นจ้องลึกเข้ามาคล้ายจะจับผิด 

“ไหนพูดซิครับ... กฎเหล็กของเพื่อนบ้านข้อที่ 2 ว่ายังไงนะเปมิกา ห้ามทำตัวสนิทสนม ห้ามเดินมาป้วนเปี้ยน... แล้วนี่แอบมามุดพุ่มไม้ดูพี่โดนสาวสารภาพรักเนี่ยนะ แสบจริง ๆ เลยเรา”

“ก็... ก็หนูไม่ได้ตั้งใจแอบดูสักหน่อย” เปาเถียงหน้าดำหน้าแดง แก้มสองข้างพองลม จนเป็นซาลาเปา 

“หนูแค่เอาขยะมาทิ้ง จังหวะมันพอดีเฉย ๆ หรอก แหม... พี่ไทม์นี่เสน่ห์แรงชะมัด มีครูสาว ๆ เอาขนมมาประเคนให้ถึงที่ คนแก่วัยทำงานนี่เนื้อหอมจังเลยนะคะ"

ได้ยินคำประชดประชันประปรายเรื่องคนแก่อีกรอบ ไทม์ก็หลุดขำออกมาเสียงดังลั่น ชายหนุ่มส่ายหัวน้อย ๆ ด้วยความขบขัน ท่าทางเคร่งขรึมในห้องเรียนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงพี่ชายข้างบ้านแสนดีคนเดิม

“หึงพี่หรือไงครับน้องเปา” ไทม์แกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขยับยิ้มมุมปากเย้าหยอก

“บ้าเหรอ ใครหึงพี่ไทม์กัน หนูบอกแล้วไงว่าหนูชอบรุ่นพี่ ม.6 หล่อใส สไตล์เกาหลีเฟี้ยว ๆ นู่น” เปาโวยวายเสียงหลง หน้าผ่าวร้อนแดงแปร๊ดจนถึงใบหู รีบยกมือขึ้นดันอกเสื้อสีกากีของเขาไว้ไม่ให้ขยับเข้ามาใกล้เกินระยะร้อยเมตร

ไทม์มองท่าทางลนลานแก้มแดงปลั่งของเด็กสาวแสบข้างบ้าน มือที่แอบกำแน่นอยู่ข้างลำตัวกระตุกนิดหน่อย ชายหนุ่มหัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านผสมปนเปจนแยกไม่ออก ความลับของพวกเขาในโรงเรียนดูเหมือนจะเริ่มซับซ้อนและควบคุมยากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยัยตัวแสบหน้ากลมคนนี้ยังคอยมาป้วนเปี้ยนและสั่นคลอนหัวใจอาจารย์ประจำชั้นหนุ่มคนนี้อยู่ทุกวัน!

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!