วัยว้าวุ่น...อาจารย์คนใหม่ดันอยู่ข้างบ้าน

ตอนที่ 11: ป้ายที่รั้วข้างบ้าน

👁️ 10 อ่าน
22px

 

 เย็นวันนั้น หลังจากผ่านพ้นมหากาพย์ความเผือกในพุ่มไม้หลังอาคารเรียนมาได้อย่างหวุดหวิด ซาลาเปากลับมาถึงบ้านในสภาพอ่อนเพลียแต่หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่หาย 

เด็กสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้านสบาย ๆ สวมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น ก้าวขาฉับ ๆ ลงมาช่วยแม่นิ่มจัดเตรียมซึ้งนึ่งซาลาเปาสำหรับออเดอร์เช้าวันพรุ่งนี้

 ช่วงเวลาพลบค่ำ ลมพัดโชยเอาความเย็นสบายมาสู่ใต้ถุนบ้านไม้สองชั้น เปาเดินถือถังน้ำเปล่าจะเอาไปเทใส่ต้นไม้ข้างรั้ว แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาของใครบางคนกำลังย่องอยู่ตรงมุมรั้วไม้ไผ่ที่เชื่อมระหว่างบ้านของเธอและบ้านเช่าของเขา

 

"นั่นพี่ไทม์นี่นา ทำอะไรของแกวะ" เปาหรี่ตาเพ่งมอง ชายหนุ่มในชุดลำลองเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นกำลังก้ม ๆ เงย ๆ ใช้เชือกป่านผูกกระดานดำขนาดเล็กเข้ากับกิ่งต้นเข็มอย่างขะมักเขม้น 

ก่อนหน้านี้ตอนเขียนข้อความบรรทัดสุดท้าย เขาเคยหยุดชะงักมือครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วลังเลนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยืนยันไม่ลบออก ปล่อยให้ตัวอักษรนั้นฝังอยู่บนผิวกระดานดำตามเดิม พอทุกอย่างยึดติดแน่นดีแล้ว เขาก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่มือสองสามที 

ก่อนจะหันมาสบตาเข้ากับเปาที่ยืนถือถังน้ำค้างอยู่ ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่จุดรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ยักคิ้วหนาให้เธอหนึ่งทีแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านเช่าไปหน้าตาเฉย 

ด้วยความสงสัย เปารีบวางถังน้ำลงแล้วซอยเท้าถี่ ๆ เดินไปดูที่มุมรั้วทันที และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเอาเด็กสาวแก้มป่องถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหลุดขำกิ๊กออกมาเสียงดังลั่นจนตัวโยก 

มันคือ กระดานดำขนาดเล็ก ขอบไม้สีน้ำตาลสไตล์มินิมอลแบบที่ครูชอบใช้ บนผิวกระดานดำทึบถูกเขียนด้วยชอล์กสีขาว สะท้อนลายมืออันเนี้ยบกริบ เป็นระเบียบเรียบร้อย และตัวอักษรกลมดิกของอาจารย์ภาษาไทยเกียรตินิยม ข้อความบนนั้นระบุกฎสามข้ออย่างชัดเจนว่า

 

[กฎเหล็กของเพื่อนบ้าน]

ห้ามบอกใครที่โรงเรียนว่าบ้านอยู่ติดกันเด็ดขาด

อยู่โรงเรียนต้องเรียก "อาจารย์ไทม์" เท่านั้น

ห้าม... รักอาจารย์เด็ดขาด (เตือนแล้วนะ)

 

พออ่านถึงบรรทัดสุดท้าย แก้มที่เคยซีดเผือดพลันแดงก่ำขึ้นมาจนถึงใบหู มือบางเผลอกระแทกเบาๆ ลงบนขอบรั้วไม้ไผ่จนเสียงดังตึบ ทั้งที่พยายามขำกลบเกลื่อน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบล้นอก 

“โอย... คิดได้ไงเนี่ยคุณครูฐาปกรณ์ ลงทุนเอากระดานดำมาแขวนเตือนความจำเลยเหรอวะ มีความพยายามสูงลิ่ว” เปาขำจนไหล่สั่น มือบางรีบล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา กดเปิดกล้องแล้วถ่ายรูปป้ายกระดานดำนั้นเก็บไว้ในอัลบั้มทันที

 

จากที่ตอนแรกแอบรู้สึกหน่วง ๆ และเกร็ง ๆ กับระยะห่างที่โรงเรียน แต่พอเห็นกระดานดำประชดประชันอันนี้ ความรู้สึกกังวลก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นทันที เปาเริ่มรู้สึกสนุกที่จะได้เล่นเกมซ่อนหาความลับนี้กับอาจารย์ประจำชั้นหนุ่มสุดหล่อซะแล้ว

“อ้าว ยัยเปา ทำอะไรอยู่ตรงรั้วจ๊ะลูก ขำเสียงดังเชียว” 

เสียงแม่นิ่มที่เดินถือถาดไม้ตามออกมาทักขึ้นทำเอาเปาสะดุ้งโหยง รีบเอาตัวบังป้ายกระดานดำทันทีตามสัญชาตญาณคนมีความลับ

“ป... เปล่าค่ะแม่ หนูแค่มารดน้ำต้นไม้เฉย ๆ ค่ะ แฮะ ๆ”

“ไม่ต้องมาบังเลย แม่เห็นหมดแล้ว” แม่นิ่มเดินยิ้มกริ่มเข้ามา ดึงแขนลูกสาวออกเบา ๆ จนเห็นป้ายกระดานดำจิ๋วที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้ 

พอแม่นิ่มกวาดสายตาอ่านข้อความกวน ๆ สามข้อนั้นจบ แทนที่จะดุหรือสงสัย คุณแม่วัยกลางคนกลับหลุดหัวเราะชอบใจออกมาเสียงดังลั่นใต้ถุนบ้าน

“ฮ่า ๆ ตายแล้ว พ่อหนุ่มคนนี้... บทจะเคร่งครัดก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่ดีนะ แต่บทจะเล่นกวนประสาทก็นึกว่าเด็ก ๆ แกล้งกัน” แม่นิ่มลูบหัวลูกสาวพลางส่ายหัวขำ ๆ

“นี่เขาเอามาแขวนประชดเราใช่ไหมยัยเปา แหม... มีตั้งกฎห้ามรักอาจารย์ด้วยนะ พ่อไทม์เอ๊ย คลั่งระเบียบจนเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่าลูก”

“นั่นดิแม่ เขามั่นหน้ามากเลยอะ คิดว่าตัวเองหล่อลากดินจนหนูต้องวิ่งไปกราบร่องอกหรือไงก็ไม่รู้” เปาได้ทีรีบสมทบซ้ำเติมคนข้างบ้านหน้าระรื่น

“แต่แม่ว่า กฎพวกนี้ก็ดีนะลูก พ่อไทม์เขาคงห่วงเราจริง ๆ นั่นแหละ ไม่อยากให้เราโดนคนอื่นมองไม่ดีในโรงเรียน” แม่นิ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนเอ็นดู

“เอ้า... ถ่ายรูปเก็บไว้แล้วก็รีบเข้าบ้านไปกินข้าวกินปลาได้แล้วไป๊ ยัยซาลาเปาหน้ากลม”

“รับทราบค๊าคุณแม่” เปาขานรับเสียงใส เดินตามแผ่นหลังของแม่นิ่มเข้าบ้านไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับไปมองป้ายกระดานดำจิ๋วตรงมุมรั้วอีกครั้งด้วยสายตาระยิบระยับปนหมั่นไส้

"ก้าวเข้าสู่เลเวลต่อไปแล้วค่ะอาจารย์ไทม์... เตรียมตัวรับมือความแก่นเสี้ยวของหนูไว้ให้ดีเถอะ"

หลังจากเดินเข้าบ้านตามแม่นิ่มมาติด ๆ ซาลาเปาก็หอบร่างอันเหนื่อยล้าขึ้นมาบนห้องนอนชั้นสองของบ้านไม้ เด็กสาวเดินไปเปิดหน้าต่างบานพับไม้เปิดกว้างออกเพื่อรับลมเย็น ๆ ยามดึกที่พัดโชยเอาความสดชื่นเข้ามาซับความว้าวุ่นใจตลอดทั้งวัน 

เธอลากเก้าอี้ไม้ตัวเก่ามานั่งลงที่โต๊ะทำการบ้านมุมห้อง โคมไฟตั้งโต๊ะสีส้มอุ่นถูกเปิดขึ้น แสงไฟสว่างจ้าเผยให้เห็นปึกสมุดการบ้านวิชาคณิตศาสตร์และเอกสารภาษาไทยของ ‘อาจารย์ฐาปกรณ์’ ที่วางเด่นเป็นสง่า เปาถอนหายใจยาวเหยียด คว้าปากกาลูกลื่นมาเตรียมจะลงมือปั่นการบ้านให้เสร็จสรรพ

... พอก้มหน้าเขียนโจทย์ได้เพียงประโยคเดียว สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบผ่านช่องหน้าต่างไปยังฝั่งบ้านเช่าริมรั้วที่ห่างกันไปเพียงไม่กี่เมตร

บานหน้าต่างห้องทำงานฝั่งตรงข้ามถูกเปิดกว้างไว้เช่นกัน แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวส่องให้เห็นร่างสูงใหญ่ของไทม์ในชุดเสื้อยืดสีขาว เขากำลังนั่งหลังตรงเนี้ยบกริบอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มือหนาจับปากกาหมึกซึมจดระเบียบคะแนนหรือตรวจแผนการสอนอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ทุกครั้งที่ขยับหน้ากระดาษ เขาก็แอบเลื่อนม่านบางๆ เผยช่องว่างแคบๆ เพื่อแอบมองข้ามมาฝั่งนู้น หรือไม่ก็จัดแจงวางของเสียงดังเป็นระยะๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจโดยไม่รู้ตัว รอคอยเสียงโวยวายหรือใบหน้าแกล้งหยอกล้อของเด็กสาวเหมือนเช่นทุกคืน

 

แต่วันนี้... คำว่า กฎเหล็กของเพื่อนบ้าน ข้อที่ 3 ห้ามรักอาจารย์เด็ดขาด มันยังคงลอยวนเวียนอยู่ในสมอง ประกอบกับความหมั่นไส้ที่เขาลงทุนเอากระดานดำมาแขวนประชดตรงมุมรั้ว ซาลาเปาเลยตัดสินใจจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก

 "อยากให้ทำตัวห่างเหินนักใช่ไหมคะอาจารย์ไทม์... ได้ จัดให้ตามคำขอ"

เด็กสาวหันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเขียนการบ้านต่ออย่างขะมักเขม้น แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น ทำหูทวนลมกับทุกความเคลื่อนไหวฝั่งตรงข้าม เมินใส่แบบสามร้อยเปอร์เซ็นต์

ทางฝั่งของไทม์... ยิ่งเห็นเธอนั่งนิ่งสนิทไม่แม้แต่จะเหลือบมอง เขายิ่งนั่งไม่ติดเก้าอี้ ปากกาหมึกซึมในมือชะงักค้างไปดื้อ ๆ

"อะไรวะ... โดนเมินของจริงเหรอเนี่ย" ไทม์กะพริบตาปริบ ๆ เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจแปลก ๆ ในอก ไม่เคยเห็นยัยเปาเมินเขาได้นิ่งขนาดนี้มาก่อน

ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นกระแอมไอเสียงดัง “แค็ก ๆ!” หนึ่งทีเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ผลลัพธ์คือความเงียบ... ยัยซาลาเปายังคงไม่สนใจจดการบ้านต่อไปหน้าตาเฉย

เมื่อเห็นว่ามาตรการแรกไม่ได้ผล ไทม์เลยวางปากกาลง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ขอบหน้าต่างมากขึ้น ก่อนจะเอ่ยปากเรียกเสียงทุ้มต่ำข้ามฝั่งสลัวยามค่ำคืน

“เปา... ทำการบ้านอยู่เหรอครับ” เสียงทุ้มหวานละมุนลอยมากระทบหู แต่ซาลาเปายังคงท่องบทเรียนในใจ

"นิ่งไว้ลูกอีเปา นิ่งไว้ อย่าไปยอมแพ้คนมั่นหน้า" เธอทำเป็นไม่ได้ยิน หยิบไม้บรรทัดขึ้นมาขีดเส้นใต้สมุดดัง แกรก ด้วยท่าทางเฉยชาสุดขีด

“เปมิกา... พี่คุยด้วยอยู่นะครับ” ไทม์เริ่มเพิ่มระดับความเข้มของเสียง เลิกคิ้วหนาขึ้นมองท่าทางหยิ่งยโสของยัยเด็กแก้มป่อง

เปาแกล้งทำเป็นเพิ่งรู้สึกตัว ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาจากสมุด หันหน้ามามองสบตาด้วยสายตาราบเรียบ นิ่งสนิท และแฝงความห่างเหินระดับเป็นทางการขั้นสุดยอด

“อ้าว... อาจารย์ไทม์เรียกหนูเหรอคะ ขอโทษทีค่ะ พอดีหนูกำลังตั้งใจทำการบ้านวิชาภาษาไทยของอาจารย์อยู่ กลัวว่าจะส่งไม่ตรงเวลาแล้วโดนหักคะแนนประพฤตินะคะ” เปาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ความแก่นเสี้ยวทะเล้น

คำตอบที่เป็นการเป็นงานและรอยยิ้มแห้งแล้งนั้น ทำให้อาจารย์ไทม์ถึงกับสะอึกกึก ความรู้สึกจุกแปลก ๆ ผสมความนอยด์แล่นริ้วเข้ามาในใจทันที ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองใบหน้าหวานที่หันกลับไปสนใจสมุดการบ้านต่อทันทีโดยไม่คิดจะพูดคุยอีก

"เล่นแบบนี้เลยใช่ไหมยัยซาลาเปา ประชดประชันกฎเหล็กคืนได้เจ็บแสบชะมัด"

ไทม์กำหมัดแน่นหน้านิ่วคิ้วขมวด ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ ดูท่าว่าเกมนัดนี้... อาจารย์ใหม่ไฟแรงจะโดนเด็กแสบ ม.5 เอาคืนจนแต้มสติหลุดซะเองแล้ว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!