ตอนที่ 9: แค่บอกว่าห้ามรัก...(ถูกเรียกว่าคนแก่)
แสงแดดระยิบระยับยามสี่โมงเย็นสาดแสงสะท้อนผืนถนนลาดยาง บ่งบอกถึงเวลาเลิกเรียนอันเป็นเวลาอิสรภาพของเหล่านักเรียนโรงเรียนประจำจังหวัด เสียงจ้อกแจ้กจอแจของกลุ่มเด็กวัยรุ่นพากันหลั่งไหลออกจากประตูโรงเรียนเพื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน
แต่วันนี้ รถกระบะสี่ประตูสีดำของอาจารย์ประจำชั้น ม.5/2 ได้เคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนเร็วกว่าปกติ ‘อาจารย์ไทม์’ ขับรถคู่ใจมาจอดนิ่งสนิทอยู่บริเวณไหล่ทางใกล้ปากซอยเข้าบ้านเช่าริมรั้ว ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์แต่สายตาเรียวคมคู่สวยกลับทอดมองผ่านกระจกหน้ารถไปยังป้ายรถเมล์ประจำทางอย่างจดจ่อ มือหนาเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะตามเสียงเพลงในใจ
เขารู้ดีว่ายัยเด็กแก้มป่องประจำห้องเรียน ม.5/2 อย่างเปมิกา จะต้องนั่งรถเมล์สายเดิมกลับมาลงตรงนี้แน่ ๆ และการปล่อยให้เด็กสาวเดินเข้าซอยเปลี่ยว ๆ คนเดียวในเวลาที่ฟ้าเริ่มสลัว เป็นสิ่งที่พี่ชายข้างบ้านอย่างเขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
ไม่นานเกินรอ รถเมล์เขียวสายประจำทางก็แล่นมาจอดเทียบท่า ร่างเล็กของซาลาเปาก้าวฉับ ๆ ลงจากบันไดรถเมล์ สภาพเสื้อนักเรียนหลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการเบียดเสียดกับผู้คนบนรถ มือบางกระชับสายกระเป๋านักเรียนแน่นพลางสาวเท้าเดินเข้าซอยบ้านไปเรื่อย ๆ ท่าทางดูเหนื่อยล้าจากสมรภูมิการเรียนคาบบ่าย
เมื่อเห็นเป้าหมายเดินเข้าซอยไปได้ระยะหนึ่งไทม์ไม่รอช้า รีบเอื้อมมือไปบิดกุญแจสตาร์ทรถยนต์ทันทีเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งขับตามหลังเธอเข้าไปในซอยอย่างเงียบเชียบ
รถกระบะสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาตีคู่ร่างเล็กอย่างรวดเร็ว ไทม์ลดกระจกฝั่งข้างคนขับลงพลางส่งเสียงเรียกเสียงเข้ม
“น้องเปา ขึ้นรถ”
เปาสะดุ้งโหยงหันขวับมามอง พอเห็นว่าเป็นใคร เด็กสาวก็เบรกเท้าเอี๊ยดมุ่ยหน้าแก้มป่องออกทันที
“อุ๊ย พี่ไทม์! หนูบอกแล้วไงคะว่าไม่ขึ้น ขืนคนในซอยเห็นเข้า...”
ปิ๊บบ! ปิ๊บบบ!
ยังไม่ทันที่เปาจะโวยวายจบ เสียงแตรจากรถคันใหญ่ที่ขับตามหลังรถของไทม์มาติด ๆ ก็ดังสนั่นลั่นซอยแคบ ๆ เนื่องจากรถของอาจารย์หนุ่มจอดขวางทางสัญจร ไทม์หันไปมองกระจกหลังเล็กน้อยก่อนจะหันมากดดันเด็กสาวต่อด้วยสายตาดุ ๆ
“เร็วเข้าเปา รถคันหลังเขาบีบแตรไล่แล้ว พี่จอดแช่ไม่ได้ รีบขึ้นมาเร็ว”
“โอย อาจารย์นี่” เปาสบถอุบอิบในใจอย่างขัดใจ แต่ด้วยความเกรงใจรถคันข้างหลังที่เริ่มบีบแตรไล่อีกรอบ สองเท้าเล็กจึงต้องยอมก้าวข้ามขีดจำกัด เดินไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับแล้วแทรกตัวขึ้นมานั่งบนเบาะหนังอย่างจำยอม
ปัง!
ประตูรถปิดลงพร้อมกับที่ไทม์เหยียบคันเร่งเคลื่อนรถออกไปอย่างรวดเร็ว เปาทรุดตัวลงนั่งกอดกระเป๋านักเรียนไว้บนตัก ทำหน้ามุ่ยแก้มพองลมจนคล้ายซาลาเปาโดนลมร้อน
“พี่ไทม์มัดมือชกหนูชัด ๆ เลยอะ แถวนี้คนยิ่งเยอะ ๆ อยู่ด้วย ขืนใครเอาไปฟ้องอาจารย์รัชนี หนูได้ไปนอนเฝ้าห้องฝ่ายปกครองแน่”
ไทม์ลอบมองอาการกระฟัดกระเฟียดของเด็กสาวข้างกายพลางหลุดยิ้มมุมปาก แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมและจริงจัง เขาลดความเร็วรถลงเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางซอยที่ค่อนข้างปลอดคน ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นงานเป็นการ
“เปา... ก่อนจะถึงบ้าน พี่มีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับเรา และเราต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” เปาหันขวับมามอง
“เรื่องอะไรอีกคะพี่ไทม์ ”
“เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของทั้งสองฝ่าย ต่อไปนี้เราต้องมีข้อตกลงร่วมกันในโรงเรียน” ไทม์กระชับพวงมาลัยแน่น นัยน์ตาคมคายทอดมองตรงไปข้างหน้า
“พี่ขอตั้งชื่อมันว่าข้างรั้วของเพื่อนบ้าน”
“กฎข้างรั้ว โห... มีตั้งกฎด้วย เว่อร์ไปไหมอาจารย์ใหม่ไฟแรง” เปาเบ้ปากแซวขำ ๆ
“ฟังพี่ก่อนเปมิกา” ไทม์ใช้น้ำเสียงอาจารย์ดุสยบความแก่นเสี้ยวของเธอทันที
"เธอห้ามบอกใครที่โรงเรียนเด็ดขาดว่าบ้านเราอยู่ติดกัน หรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทอย่างผักกาดหรือจิมมี่ก็ห้ามหลุดปากเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องเป็นความลับขั้นสุดยอด” เปาฟังแล้วก็แอบหงอยลงเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับแกน ๆ
“ค่ะ... ข้อนี้หนูเข้าใจ ดีเหมือนกัน หนูจะได้ไม่ต้องตอบคำถามใคร”
“เวลาอยู่ที่โรงเรียน ต้องเรียกพี่ว่าอาจารย์ไทม์ทุกคำ และทำตัวเหมือนครูกับลูกศิษย์ทั่วไป ห้ามแสดงท่าทีสนิทสนม ห้ามเดินมาป้วนเปี้ยนแถวโต๊ะทำงานพี่ และห้ามส่งสายตาแปลก ๆ ให้กันในห้องเรียนเด็ดขาด” ไทม์ร่ายมายาวเหยียดในมาดคุณครูประจำชั้นสุดเป๊ะ
ซาลาเปาฟังแล้วถอนหายใจฟู่ใหญ่ หน้าม้ากระจาย แอบบ่นพึมพำในใจ
"เชอะ... อาจารย์ใหม่ไฟแรงคนนี้ระเบียบจัดชะมัด ยิบย่อยเกินไปแล้วคุณพี่ แหม ทำเป็นมาดเข้มคุมประพฤติเด็ก ม.5 ยัยเสือรัชนียังไม่ระเบียบจัดเท่าพี่เลยมั้ง!" เธอพยักหน้ารับคำอย่างหงอย ๆ
“รับทราบค่ะอาจารย์ไทม์ หนูจะทำตัวเป็นอากาศให้มากที่สุดในห้องเรียนให้เลย พอใจยังคะ”
ไทม์เหลือบมองใบหน้าหวานที่งอง้ำสะบัดหนีไปทางกระจกข้าง ชายหนุ่มลอบอมยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู ทว่าเมื่อนึกถึงพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น ม.5 สมัยนี้ ที่มักจะปะปนความปลื้มใจในตัวครูหนุ่มสาวจนอาจส่งผลกระทบต่อสมาธิและการเรียน ไทม์จึงแกล้งหักพวงมาลัยเข้าจอดชะลอที่ริมรั้วต้นเข็มก่อนถึงตัวบ้านเล็กน้อยเขาหันหน้ามาหาเปมิกาตรง ๆ นัยน์ตาเรียวคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กสาวเพื่อเน้นย้ำกฎข้อสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม
“และ...ข้อสุดท้ายของพี่” ไทม์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบสะกดนิ่ง
“ห้ามรักอาจารย์เด็ดขาด”
คำประกาศกร้าวของชายหนุ่มทำเอาซาลาเปาชะงักกึกไปสามวินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบพาลเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง แต่พอสติสตังกลับมาครบถ้วน ความหมั่นไส้คิดว่าตัวเอง คงจะเป็นพระเอกละครของพี่ชายข้างบ้านคนนี้ก็พุ่งทะลุปอดทันที
"หน็อย... หลงตัวเองชะมัด! คิดว่าหล่อเบ้าหน้าฟ้าประทาน แล้วสาว ๆ ต้องพลีชีพให้ทุกคนหรือไงคะ"
เปาเหยียดยิ้มกว้าง ทันใดนั้นความแก่นเสี้ยวทะเล้นระดับตัวแม่ก็ทำงานทันที เด็กสาวแกล้งเอียงคอทำตาโตระริกยิ้มกริ่มเยาะเย้ยใส่คนขับอย่างกวนประสาท ก่อนจะสวนกลับขำ ๆ แบบไม่แคร์สื่อ
“โหย อาจารย์ค่ะ สบายใจหายห่วงได้เลยค่ะ หนูไม่ชอบคนแก่หรอกค่ะอาจารย์ สเปกหนูต้องเป็นรุ่นพี่ ม.6 หล่อใส สไตล์เกาหลีเฟี้ยว ๆ นู่นค่ะ คนแก่วัยทำงานแบบอาจารย์น่ะ... ไม่ใช่องค์ประกอบในหัวใจหนูแน่นอนค่ะ สบายใจได้เล้ย!”
ฉึก!
คำพูดแก่นแก้วปนเสียงหัวเราะใส ๆ ของซาลาเปาลอยกระทบหูของไทม์อย่างจัง ชายหนุ่มถึงกับหน้าชาชะงักนิ่งไปในทันที ความรู้สึกจุกแปลก ๆ ก่อตัวขึ้นในอกซ้ายอย่างบอกไม่ถูก ราวกับมีลูกศรคำว่า ‘คนแก่’ พุ่งมาปักกลางใจดังฉึก แววตาคมคายเบิกขึ้นเล็กน้อย มุมปากที่เคยจุดรอยยิ้มเหนือกว่ากลับแข็งค้างไปดื้อ ๆ
"คนแก่... นี่กูเพิ่งอายุยี่สิบห้าเองนะเว้ย" ไทม์กรีดร้องในใจด้วยความสับสน
“เออ ดีแล้ว พูดแล้วจำคำตัวเองไว้ด้วยละกัน” ไทม์กระแทกเสียงตอบประชดนิด ๆ ใบหน้าคมหล่อค้อนขวับกลับไปมองทางถนนทันทีพลางเหยียบคันเร่งส่งรถเข้าจอดหน้าบ้านเสียงดัง บรึ่่น!
“ถึงละ ลงไปเลยไป๊!” ไทม์ปลดล็อกประตูพลางโบกมือไล่ไล่ส่ง ๆ หน้าบึ้งตึงขึ้นมาซะเฉย ๆ
“ขอบคุณที่มาส่งค่ะคุณครูขา บ๊ายบายค่ะคนแก่” เปาหัวเราะคิกคักสะใจที่กวนประสาทเขาสำเร็จ เด็กสาวรีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งแจ้นเข้าบ้านของตัวเองทันที ทิ้งให้ข้าราชการครูหนุ่มไฟแรงนั่งกำพวงมาลัยแน่นหน้านิ่วคิ้วขมวด จมอยู่กับคำว่า ‘คนแก่’ ไปตลอดทั้งเย็น