ตอนที่ 8: หมายเรียกจากครูฝ่ายปกครอง
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในโรงเรียนประจำจังหวัดดูจะขมุกขมัวกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณลานอเนกประสงค์หน้าเสาธง หลังจากสิ้นเสียงเพลงชาติและสวดมนต์เสร็จสิ้น แทนที่นักเรียนทุกคนจะได้แยกย้ายขึ้นห้องเรียนตามปกติ เสียงประกาศจากไมโครโฟนที่ดังของอาจารย์รัชนี หัวหน้าหมวดภาษาไทยพ่วงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง ก็ดังขึ้นก้องไปทั่วบริเวณ
“นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทุกห้องเรียน ทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ ห้ามขยับเขยื้อนไปไหนทั้งสิ้น ให้อยู่จัดแถวหน้ากระดานเรียงตามเลขที่ ณ ที่เดิม”
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นในหมู่นักเรียนชั้น ม.5 ร่วมร้อยกว่าชีวิตทันที ทุกคนพากันหันซ้ายหันขวาเลิ่กลั่ก รวมถึง ‘ผักกาด’ และ ‘จิมมี่’ ที่ยืนขนาบข้างแถวของ ม.5/2 ต่างพากันบ่นอุบ
“อะไรวะเนี่ย แม่เสือสาวประจำโรงเรียนไปกินรังแตนมาจากไหนอีก ร้อยกว่าคนเลยนะเว้ยที่จะต้องโดนกักตัวเนี่ย” จิมมี่บ่นกระปอดกระแปด พลางยืดคอส่องดูสถานการณ์
“นั่นดิ แกสแกนหาใครหรือเปล่าวะมึง” ผักกาดหันมากระซิบกระซาบ แต่อยู่ ๆ ก็ชะงักไปเมื่อเห็นว่าพื้นที่ข้าง ๆ ตนเองนั้นว่างเปล่า
“อ้าว... แล้วยัยเปาไปไหนวะ เมื่อกี้ยังเห็นยืนเข้าแถวอยู่เลย”
ใช่... ซาลาเปาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เพราะก่อนหน้าที่จะมีการกักแถว ม.5 ทั่วทั้งสายชั้นเพียงไม่ถึงห้านาที ‘อาจารย์ไทม์’ ในชุดเชิ้ตเข้ารูปเนี้ยบกริบ ได้เดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาเธอที่ท้ายแถวในมาดอาจารย์ประจำชั้นผู้เคร่งครัด เขาเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดต่อหน้าเพื่อน ๆ ว่า
“นางสาวเปมิกา ขอแรงไปช่วยหอบปึกเอกสารและใบงานวิชาภาษาไทยจากห้องพักครู มาที่โต๊ะครูในห้องเรียน ม.5/2 ก่อนโฮมรูมหน่อยครับ”
"ค๊ะ ว่าไงนะคะ" ด้วยเสียงในสนามที่ดังมำให้เธอถามย้ำ
"ลุกมาเถอะนะ นางยักษ์จะจับกินอยู่แล้ว"
เสียงดุ ๆ ของไทม์ในแถวทำเอา เอาต้องรีบลุกแอบเดินตามไปช่วงที่น้อง ๆ ม.อื่นแยกแถว ทำให้ตอนนี้ ซาลาเปาผู้นั่งอยู่บนห้องเรียน ม.5/2 รอดพ้นจากลานประหารหน้าเสาธงไปได้อย่างหวุดหวิด
เด็กสาวลอบมองลงมาจากหน้าต่างชั้นสาม เห็นภาพอาจารย์รัชนีเดินหลังตรงแน่ว ถือไม้เรียวอันสั้นคู่ใจ เดินตรวจแถวนักเรียน ม.5 ทีละคน ทีละห้อง ราวกับตำรวจสืบสวนกำลังหาตัวคนร้ายอย่างงั้น แกเดินเข้าไปจ้องหน้าเด็กผู้หญิงที่ตัดผมม้าและติดโบสีน้ำเงินทีละคนจนเด็ก ๆ หน้าซีดเผือด
"ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ประวัติศาสตร์โรงเรียนชัด ๆ " เปายกมือทาบอก หัวใจเต้นตูมตาม
"ถ้าเมื่อกี้พี่ไทม์ไม่มาลากคอขึ้นมาบนห้อง มีหวังอีเปาโดนสารวัตรเสือตะครุบไปกินตับแน่ ๆ "
ช่วงเวลาอันแสนตื่นเต้นผ่านพ้นไปจนถึงเวลาพักกลางวัน เสียงออดดังขึ้นบอกเวลาพักเที่ยง
ณ โต๊ะหินอ่อนตัวยาวใต้ต้นหูกวางข้างโรงอาหาร ซาลาเปานั่งหน้าจ๋อยสนิท มือถือช้อนส้อมค้างไว้กลางจานข้าวผัดกะเพราไข่ดาวที่ยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง ท่ามกลางสายตาจับผิดสองคู่ของเพื่อนสนิทอย่างผักกาดและจิมมี่ ที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะสิงร่างเธออยู่รอมร่อ
“เอาละยัยตัวดี สารภาพบาปมาซะเมื่อเช้าแกหายหัวไปไหนมา” ผักกาดเปิดฉากกอดอกจ้องเขม็ง สายตาจิกกัดระดับตัวแม่
“พวกกู ม.5 โดนกักตัวยืนตากแดดหน้าเป็นเมือกกันร้อยกว่าชีวิต แต่อีคุณเพื่อนเปมิกากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มันยังไงไหนพูดมาดิ๊”
“เออใช่มะ” จิมมี่เคี้ยวลูกชิ้นทอดตุ้ย ๆ พลางพยักหน้าสนับสนุน
“เมื่อกี้ตอนเดินมาโรงอาหาร พวกห้องอื่นแอบเมาท์กันให้แซดเลยนะเว้ย ว่ามีคนไปก่อเรื่องงามไส้ไว้เมื่อวาน ยัยสารวัตรเสือรัชนีแกเลยกวาดล้างสายชั้นเราทีละคน หน้าแกตอนตรวจแถวนี่เหมือนจะงับหัวคนได้เลยนะมึง พวกกูระแวงจนฉี่เหนียว กลัวว่าใครในห้องเราไปแอบทำอะไรผิดไว้แล้วจะโดนหางเลขไปด้วยเนี่ย แล้วแกดันหายไปจังหวะโบ๊ะบ๊ะพอดี มีพิรุธนะจ๊ะยัยเปา”
เปากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ แอบเอานิ้วจิ้มแก้มตุ่ย ๆ ของตัวเองเลิ่กลั่ก พิรุธระเบิดระเบ้อเลยละมึงเอ๊ย ก็กูนี่แหละตัวต้นเรื่อง! แต่ใจหนึ่งก็ต้องเก็บทรงไว้สุดฤทธิ์ตามกฎเหล็กระยะร้อยเมตร
“พิรุธเหรอ พิรุธตรงไหนอะพวกมึง” เปาหัวเราะแห้ง ๆ พยายามปรับเสียงให้สูงดูใสซื่อ
“ก็... ก็เมื่อเช้าอาจารย์ไทม์เดินมาตามกูไปช่วยงานไง พวกมึงก็อยู่ตอนแกเรียกไม่ใช่เหรอ แหม... กูก็แค่โดนใช้แรงงานไปหอบเอกสารส่งงานของห้องเรานั่นแหละ จังหวะมันพอดีเฉย ๆ หรอก”
“จังหวะพอดีจริงเหรอวะ” จิมมี่หรี่ตาแคบ จ้องมองจับผิด
“ปกติอาจารย์ใหม่ระดับแดดดี้ขาหล่อลากขนาดนั้น จะเรียกใช้เด็กบ๊อง ๆ ท้ายแถวแบบมึงเนี่ยนะ ทำไมไม่เรียกหัวหน้าห้อง หรือไม่เรียกผักกาดรองหัวหน้าห้องคนสวยไปช่วยงานล่ะวะ มีเงื่อนงำ...”
“ใช่” ผักกาดตบโต๊ะดังปังจนเปาสะดุ้งโหยง
"แกไปทำอะไรใส่อาจารย์ไหมวะ ทำไมเรียกแกเปา"
“เสน่ห์ยาแฝดบ้าบออะไรของมึงยัยผักกาด” เปาโวยวาย หน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีมะเขือเทศสุก
“หน้ากูเหมือนคนทำเสน่ห์เป็นเหรอ วัน ๆ หน้ากูก็เหมือนซาลาเปาไหม้ในเตานั่นแหละ แกก็รู้ว่าลายมือดุ๊กดิ๊กของกูมันเด่นสะดุดตา อาจารย์แกคงแค่อยากได้คนไปจัดสมุดส่งงานแยกตามเลขที่เฉย ๆ หรอกน่า เลิกมโนเป็นซีรีส์เกาหลีได้แล้ว”
“เออ ๆ เถียงคำไม่ตกฟากจริงมึง” จิมมี่โบกมือปัดอย่างยอมแพ้ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นหวาดระแวงอีกครั้ง
“แต่กูก็ยังเสียวไส้ไม่หายเลยว่ะ แกคิดดูดิ อาจารย์รัชนีแกกักตัวพวกเราเพื่อสแกนหาเด็กผู้หญิงตัดผมม้าแล้วก็ติดโบสีน้ำเงินโดยเฉพาะเลยนะมึง เมื่อเช้ากูเห็นแกเดินไปจ้องหน้าเด็กห้อง ม.5/4 คนหนึ่งจ้องจนเด็กมันแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว โคตรน่ากลัว กูละเสียวว่าคนร้ายตัวจริงจะซ่อนอยู่ในห้องเราฉิบหาย ขืนโดนจับได้นะ ม.5/2 โดนทำโทษยกลังแน่ ๆ”
เปาที่ฟังอยู่แอบเสียวสันหลังวาบ มือไม้เริ่มสั่นจนต้องรีบวางช้อนส้อมลงแกล้งทำเป็นหยิบน้ำมาดูดดับความลนลาน
"ถ้าพวกมึงรู้ว่าคนร้ายตัวจริงนั่งหัวโด่งอยู่ตรงนี้ แถมโบน้ำเงินเส้นที่แกหาอยู่ก็ซุกอยู่ในกระเป๋านักเรียนกูนี่... พวกมึงคงจับกูส่งฝ่ายปกครองแน่ ๆ อีเปาเอ๊ย หวิดสิ้นชื่อคาโรงอาหารแล้วจริง ๆ
“เออน่า... ใครจะทำอะไรผิดก็ช่างเขาเหอะ พวกเราไม่ได้ทำสักหน่อย จะระแวงไปทำไมล่ะ” เปาพยายามเบี่ยงประเด็น พลางทำใจดีสู้เสือส่งยิ้มกว้างโชว์ฟันกระต่าย
“มันก็จริงของมึง แต่อย่าให้กูรู้นะว่าใครเป็นคนร้ายทำเรื่องงามไส้เมื่อวานจนพวกกูต้องมายืนตากแดดจนหน้ามืดนะ กวนตีนฉิบหาย” จิมมี่คาดโทษพึมพำ
ทันใดนั้น เสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง ตึก! ตึก! ตึก! แว่วมาจากทางด้านหลัง ทำเอาทั้งสามคนสะดุ้งโหยงจนตัวโยน จิมมี่แทบจะพ่นลูกชิ้นทอดออกจากปาก ส่วนผักกาดรีบเก็บโทรศัพท์มือถือลงใต้โต๊ะความไวแสง กลิ่นน้ำมันมวยผสมยาหม่องตราถ้วยทองโชยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับเรดาร์
“พวกเธอ ม.5/2 ใช่ไหม ทานข้าวเสร็จแล้วก็รีบเก็บจาน อย่ามานั่งจับกลุ่มคุยกันเสียงดัง”
เสียงแหลมสูงทรงพลังอันคุ้นเคยดังแหวกอากาศมาทันที ซาลาเปารู้สึกเหมือนวิญญาณเกือบจะหลุดออกจากร่าง เธอค่อย ๆ หันไปมองพร้อมเพื่อน ๆ ด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ หัวใจเต้นรัวเป็นกลองสะบัดชัย
อาจารย์รัชนี ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างโต๊ะหินอ่อน ในมือถือสมุดจดคะแนนความประพฤติเล่มหนา สายตาคู่นั้นกวาดมองเด็กนักเรียนทั้งสามคนอย่างดุดัน แต่ทว่า... แววตาที่เคยหรี่มองจับผิดของแกในวันนี้ กลับดูเลื่อนลอยและเพ่งมองแบบเบลอ ๆ แปลก ๆ แถมบนดั้งจมูกของแกยังว่างเปล่า ไร้กรอบแว่นสายตาหนาเตอะอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว!
"เฮ้ย... ยัยสารวัตรเสือไม่ได้ใส่แว่น" เปาแอบตะโกนก้องในใจด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น
“ส... สวัสดีค่ะ / ครับอาจารย์”
ทั้งสามคนรีบพนมมือยกขึ้นไหว้พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เปารีบก้มหน้าลงต่ำสุดขีด พยายามเอาหน้าม้าหนา ๆ ลงมาปิดบังใบหน้าแก้มป่องของตัวเองเอาไว้สุดฤทธิ์
อาจารย์รัชนีเพ่งสายตาที่มองเห็นโลกเป็นภาพเบลอระดับ Full HD 480p มองตรงมาที่กลุ่มเด็กนักเรียน แกหรี่ตาพยายามจะโฟกัสใบหน้าของเด็กสาวตรงกลาง แต่เพราะลืมเอาแว่นสายตามาจากห้องพักครูเนื่องจากรีบลงมาตรวจโรงอาหาร ทำให้แกเห็นหน้าซาลาเปาเป็นเพียงก้อนกลม ๆ เลือนรางเท่านั้น
“เออ... ไหว้พระเถอะ ยัยเด็กคนตรงกลางน่ะ หน้ากลม ๆ เหมือน...” อาจารย์รัชนีชะงักไป นิ้วชี้เรียวยาวชี้มาที่เปาจนเด็กสาวเสียวสันหลังวาบ
‘เหมือนยัยเด็กแสบเมื่อวานเลย’ เปานึกว่าแกจะพูดคำนี้ออกมาซะแล้ว
“เหมือนซาลาเปานึ่งใหม่เลยค่ะอาจารย์ แฮะ ๆ ใคร ๆ ก็ทักว่าหนูหน้าเหมือนของกิน” เปารีบชิงพูดแทรกทะเล้นใส่หน้าตาย หวังเบี่ยงเบนความสนใจ อาจารย์รัชนีขมวดคิ้วมุ่นสะบัดหัว
“ช่างเถอะ ๆ หน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้คงไม่ใช่ยัยเด็กซุ่มซ่ามเมื่อวานหรอก ยัยนั่นท่าทางกะล่อนกว่านี้เยอะ เอาล่ะ ๆ ทานเสร็จแล้วก็รีบแยกย้ายขึ้นตึกเรียนได้แล้ว”
“รับทราบค่ะ / ครับ”
อาจารย์รัชนีพยักหน้ารับแกน ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินนวดขมับตรวจโรงอาหารล็อกต่อไป เปา ผักกาด และจิมมี่ มองตามแผ่นหลังของหัวหน้าหมวดฝ่ายปกครองที่เดินห่างออกไปจนพ้นระยะดมกลิ่นยาหม่อง ทั้งสามคนพร้อมใจกันพ่นลมหายใจออกปากฟู่ใหญ่ราวกับเพิ่งรอดตายจากกรงเสือ
“เห้อ...รอดไปที วันนี้ยัยสารวัตรเสือลืมใส่แว่นว่ะมึง โชคดีของสายชั้นเราฉิบหาย ไม่งั้นแกสแกนหน้าพวกเราทะลุถึงตับไตไส้พุงแน่” จิมมี่ตบอกตัวเองเบา ๆ ด้วยความโล่งอก
“เออจริง... แกแกว่งไม้เรียวซะกูขนลุกไปหมด ไปเถอะพวกมึง รีบขึ้นห้องเรียนกันดีกว่า อยู่แถวนี้ต่อมีหวังหัวใจวายตายก่อนได้เรียนคาบบ่ายแน่ ๆ ” ผักกาดรีบชวนพลางสะพายกระเป๋าผ้า
เปาแอบอมยิ้มแก้มตุ่ยพลางปาดเหงื่อที่ขมับ ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณพี่ไทม์ที่ช่วยดึงเวลาเมื่อเช้า และขอบคุณความสายตาตายาวของอาจารย์รัชนีที่ลืมแว่นตาไว้บนตึก! อีเปารอดตายปาฏิหาริย์แล้วโว้ย! เด็กสาวกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ก่อนจะรีบกอดคอเพื่อน ๆ เดินกึ่งวิ่งหนีออกจากโรงอาหารมุ่งตรงสู่ตึกเรียน ม.5 ทันที!