วัยว้าวุ่น...อาจารย์คนใหม่ดันอยู่ข้างบ้าน

ตอนที่ 14: ของฝากของแม่นิ่ม

👁️ 5 อ่าน
22px

 

หลังจากรถกระบะสี่ประตูสีดำคันหรูของอาจารย์ไทม์เลี้ยวเข้าซอยบ้านเช่าริมรั้วได้อย่างปลอดภัยไร้ร่องรอยของสายสืบผักกาด ทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเองเพื่อพักผ่อนจากสงครามประสาทที่โรงเรียน

ซาลาเปาก้าวขาเตาะแตะเข้ามาในบ้านไม้ด้วยสภาพขาเปลี้ยกวนใจ เสียงหอบน้อย ๆ ดังขึ้นขณะที่เธอวางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะกินข้าว กลิ่นหอมฉุยของแกงกะทิเข้มข้นผสมกลิ่นแป้งนึ่งร้อน ๆ อบอวลไปทั่วทั้งชั้นล่างของบ้าน

“อ้าว... ยัยเปา กลับมาถึงก็ทำหน้าเหมือนอย่างกลับไปวิ่งมาราธอนร้อยเมตรมาอย่างนั้นแหละ ไม่ได้กลับพร้อมพ่อหนุ่มข้างบ้านเหรอลูก” แม่นิ่มในชุดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เอ่ยทัก พลางใช้ทัพพีคนแกงเขียวหวานไก่ในหม้อดินเผาใบโตส่งเสียงดัง ซู่ซ่า ชวนน้ำลายสอ

“โอ๊ยแม่... หนูยิ่งกว่าวิ่งมาราธอนอีกค่ะ วันนี้เดินอ้อมโลกสลัดพวกสายสืบจนขาจะขวิดกันเป็นเลขแปดอยู่แล้ว” เปาบ่นอุบอิบ พลางเดินไปเกาะขอบโต๊ะครัว มองถ้วยตาไก่ใบใหญ่ที่ใส่ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่เนื้อแน่น ๆ มะเขือกรอบ ๆ ราดน้ำกะทิแตกมันสีเขียวสวย ปรุงรสเข้มข้น น่ากินขั้นสุด ยอดชะอมและใบโหระพาพูนถ้วย แถมข้าง ๆ กันยังมีเข่งไม้ไผ่เล็ก ๆ บรรจุ ‘ซาลาเปาไส้หมูแดง’ ร้อน ๆ ควันฉุยสองลูกใหญ่ ปากจีบสวยงามตามตำรับแม่นิ่มเป๊ะ ๆ

"โหกับข้าวน่ากินจังแม่" เปาเอามือแอบหยิบขนมจีนใส่ปาก

“มาก็ดีแล้วเปา แม่จะตักแกงเขียวหวานกับซาลาเปาสองลูกนี้ใส่ปิ่นโต ให้แกเอาไปให้อาจารย์ประจำชั้นข้างบ้านหน่อย” แม่นิ่มสั่งการคล่องแคล่ว เปาตาโตทันที

“ห๊ะ... ให้พี่ไทม์เนี่ยนะแม่ ทำไมต้องให้ด้วยละคะ”

“เอ้า ยัยลูกคนนี้นี่ ถามมาได้ อาจารย์เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ตัวคนเดียว จะหุงหาอาหารกินเองสะดวกได้ยังไง อีกอย่าง... เขาเป็นครูประจำชั้นของแกด้วยนะเปมิกา แม่เกรงว่าถ้าเดินไปชวนเขามานั่งกินข้าวบ้านเราบ่อย ๆ เขาจะเกรงใจไม่กล้ามา หรือกลัวคนอื่นมองไม่ดี เอาใส่ปิ่นโตไปหิ้วไปให้ที่บ้านนั่นแหละดีที่สุด เดินไปแป๊บเดียวเอง” แม่นิ่มจัดการปิดฝาปิ่นโตชั้นบนชั้นล่างดัง คลิก! แล้วยื่นหูหิ้วให้ลูกสาวหน้าตาเฉย

“แม่... แต่หนู...” เปาทำอ้ำอึ้ง หน้าเลิ่กลั่ก

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น รีบเอาไปให้ซะ ก่อนแกงจะเย็นหมด อ้อ บอกอาจารย์ด้วยนะว่าขนมจีนแป้งหมักอย่างดี ซาลาเปาหมูแดงสูตรเด็ดแม่นิ่มเอง” แม่นิ่มดันหลังลูกสาวออกไปทางประตูหลังครัวอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

ซาลาเปาจำใจหิ้วปิ่นโตสเตนเลสทรงสูงหนักอึ้ง เดินออกจากประตูบ้านมุ่งตรงไปยังแนวรั้วไม้เตี้ย ๆ ที่กั้นระหว่างสองบ้าน สายตาแลมองป้ายกระดานดำ ‘กฎเหล็กของเพื่อนบ้าน’ ที่ยังคงแขวนห้อยต่องแต่งอยู่ตรงมุมรั้วอย่างหมั่นไส้

เหอะ... กฎข้อที่สอง รักษาระยะห่าง ในฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์... แต่แม่กูให้ส่งปิ่นโตแกงเขียวหวานข้ามรั้วเนี่ยนะ จะรักษาระยะห่างยังไงไหวฮะพี่ไทม์” เปาบ่นพึมพำกับตัวเองเสียงกระซิบกวนประสาท ล้อเลียนข้อความบนป้ายกระดานดำจนครบถ้วน ปากบิดเบี้ยวมองป้ายด้วยความหมั่นไส้ผสมขำขันในใจ

“อาจารย์คะ... อาจารย์ แม่ให้เอากับข้าวมาให้ค่ะ” เปายืนเกาะขอบรั้วตะโกนเรียกเสียงดังพอประมาณ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับหรือเงาคนเดินออกมาจากตัวบ้านแม้แต่นิดเดียว

เปาเรียกซ้ำอีกสองสามครั้ง จนเริ่มกังวลว่าอาจจะออกไปข้างนอกหรือเปล่า กระทั่งเสียงน้ำพุ่งกระทบพื้นปนเสียงเสียดสีของฟองน้ำกับตัวรถลอยลอดมาให้ได้ยินชัดเจนจากอีกมุมของรั้ว เธอจึงแอบมองแวบผ่านช่องแผ่นไม้ เห็นร่างสูงกำลังสวมเสื้อยืดสีขาวแขนกุดกับกางเกงขายาวสีเทา ยืนถือสายยางฉีดน้ำล้างรถกระบะสีดำคันคุ้นเคยอยู่ที่ลานจอดหน้าบ้าน กำลังหันหลังให้ทางรั้วจึงไม่ได้ยินเสียงเรียก

ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์เสียงแหลมคุ้นหูก็ดังลอยเข้ามาจากในซอยของถนนที่ทะลุออกไปยังอีกถนนหนึ่ง เปาหันไปมองพร้อมกับใจหวั่นไหว... ไม่ใช่ใครที่ไหน อาจารย์รัชนีหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยกำลังขี่รถเวฟสีแดงคันเดิมแล่นช้า ๆ เข้ามาในซอย ก่อนจะจอดเทียบทางเดินตรงหน้าบ้านของไทม์พอดี

ซาลาเปารีบหมอบตัวต่ำลงทันที มือแนบแน่นกับแผ่นไม้รั้ว ก่อนจะค่อย ๆ ปีนข้ามรั้วอย่างระมัดระวังที่สุด เท้าแตะพื้นบ้านอีกฝั่งเบาเสมอขนนก แล้วค่อย ๆ เดินหลบหลังพุ่มไม้ประดับเรียงรายขอบกำแพง ค่อย ๆ แอบมองออกมาจากหลังกิ่งก้านใบไม้ที่บังตาได้สนิท

“โอ๊ย! อาจารย์ไทม์... กำลังล้างรถอยู่เหรอคะ” เสียงแหลมคมดังขึ้น พร้อมกับเสียงดับเครื่องยนต์และเสียงก้าวลงจากรถ ไทม์หันขวับมอง รีบวางสายยางลงอย่างรวดเร็ว 

“อ้าว สวัสดีครับอาจารย์รัชนี ผมเพิ่งว่างเลยออกมาล้างรถ ๆ ครับ มีอะไรรึเปล่าคะ กลับบ้านหรือครับ"

“ค่ะ แวะกลับบ้านทางนี้พอดี เห็นรถคุ้น ๆ คิดว่าต้องใช่อาจารย์ที่โรงเรียน เลยแวะมาทักทายหน่อย” อาจารย์รัชนียืนคุยด้วยท่าทีเป็นกันเอง มือสะบัดผ้าคลุมไหล่เบา ๆ ขณะที่เปายืนแน่นอยู่หลังพุ่มไม้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมาจากอก มือยังกุมหูหิ้วปิ่นโตแน่นหนึบ คิดในใจเพียงอย่างเดียวว่า... อย่าให้เห็นหนูนะคะอย่าให้เห็นเลย

“โอ้โห ขยันล้างรถจังเลยนะคะเนี่ย อากาศเริ่มร้อนขึ้นทุกวันแล้วด้วย” อาจารย์รัชนีพูดคุยไปเรื่อยเปื่อย เธอนั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ มองไปรอบ ๆ บ้านเช่าหลังใหม่ด้วยความสงสัยเล็กน้อย

 “แล้วที่นี่เงียบสงบดีไหมคะ อาจารย์ไทม์ ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักที่อยู่ใหม่ของคุณเท่าไหร่นะ”

“ครับ อากาศดีมาก เงียบสงบดีครับ เหมาะกับการทำงานและพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง” ไทม์ตอบกลับด้วยเสียงราบเรียบ มือหนึ่งกำผ้าขนหนูไว้แน่น อีกมือวางพักขอบฝากระบะรถ คอยมองออกไปทางรั้วเป็นระยะ ๆ ด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเด็กข้างบ้านจะเดินออกมา แล้วมาเจออาจารย์หัวหน้าระดับชั้น

“เพิ่งย้ายมาสองสามวันนี้เองครับ ยังจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ครบถ้วนดี”

“อย่างนั้นเหรอคะ ถ้ามีอะไรขัดข้องหรือต้องการความช่วยเหลืออะไร ก็บอกได้เลยนะคะ พวกเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันอยู่แล้ว” อาจารย์รัชนียิ้มให้ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอ่อน 

“ใกล้จะมืดแล้ว  งั้นดิฉันขอตัวกลับบ้านก่อนดีกว่านะคะเดี๋ยวมืดเสียก่อน เป็นห่วงสภาพถนนในซอยนี้เหมือนกัน ถ้าคืนนี้ฝนตกก็จะลื่นไปอีก”

“ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับอาจารย์รัชนี ขับรถระวังด้วยนะครับ” ไทม์พนมมือไหว้ตามระเบียบวินัยเคารพอาจารย์รุ่นพี่

“ขอบคุณค่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนนะคะ” เสียงลอยล่องพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ติดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่รถเวฟสีแดงจะแล่นช้า ๆ เลี้ยวหายไปต้นทางซอย จนกระทั่งเสียงเครื่องยนต์ดังจางหายไปสิ้นในที่สุด

ไทม์ถอนลมหายใจยาวออกมาอย่างเบา ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดมาตลอดช่วงคุยกัน เขาหันกลับมาจับผ้าขนหนูเช็ดคราบน้ำที่กระเซ็นตามตัวถังรถอย่างช้า ๆ ความเงียบสงบกลับคืนสู่ซอยบ้านเหมือนเดิม มีเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้และเสียงน้ำหยดจากขอบหลังคา

เปาที่ยืนแนบเนียนอยู่หลังพุ่มไม้มาตลอด ตอนนี้เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว ก็ค่อย ๆ ก้าวออกมาจากที่ซ่อนอย่างช้า ๆ มือยังคงกุมหูหิ้วปิ่นโตแน่นหนึบ ก้าวเท้าเบา ๆ เหมือนลอยละล่องตามพื้นดิน มองร่างสูงของคนที่กำลังหันหลังให้อยู่ด้วยความโล่งอกปนอายจนหน้าแดงก่ำ

“พี่ไทม์...” เสียงใสกระซิบแผ่วเบาจากข้างหลัง ทำเอาไทม์สะดุ้งเฮือก หันขวับกลับมาทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจจนผ้าขนหนูในมือแทบจะหลุดมือ

“เปา เธอ... เธอออกมาจากไหนเมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่รู้ตัวเลย” เขาพลางรีบกวาดสายตาตรวจสอบร่างกายเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะตระหนักว่าตนเองกำลังใส่เสื้อยืดแขนกุดเปียกชื้นแฉะ แขนกล้ามเนื้อเปิดเผยชัดเจน ผมสั้นเปียกหยดน้ำลงตามลำคอจนถึงอก เสื้อผ้าบางเฉียบติดแนบเนื้อไปหมด

หน้าชายหนุ่มพลันแดงฉานขึ้นมาทันที รีบหันหลังบังตัวเล็กน้อย มือตะกุกตะกักหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่แขวนไว้บนราวตากผ้ามาสวมใส่โดยเร็วที่สุด

“ก... ก็แอบอยู่ตรงนี้นี่แหละค่ะ... กลัวอาจารย์รัชนีเห็นหนู” เปาตอบตะกุกตะกัก หน้าแดงก่ำกว่าเดิมเมื่อสังเกตเห็นสภาพเนื้อตัวของพี่ชายข้างบ้าน สายตากะพริบ พยายามมองหนีไปทางอื่นแต่ดูเหมือนจะยากเหลือเกิน 

“แม่ให้เอาขนมจีนกับซาลาเปามาฝากค่ะ... เรียกพี่ตั้งนานแล้วไม่ได้ยิน”

“ขอโทษทีครับ... เพิ่งจะได้ยินเสียงตอนที่อาจารย์รัชนีขับรถผ่านไป” ไทม์พูดเสียงต่ำลงเมื่อสวมเสื้อเรียบร้อยแล้ว หันกลับมามองหน้าเด็กสาวที่ยืนก้มหน้าลงเล็กน้อย ปิ่นโตในมือยังมีไอน้ำลอยจาง ๆ แสดงว่ายังไม่ทันเย็น 

“เอามาฝากถึงบ้านเลย”

ไทม์เอื้อมมือรับปิ่นโตมาถือไว้อย่างทะนุถนอม รู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่ยังส่งผ่านมาถึงฝ่ามือ พร้อมกับกลิ่นหอมละมุนของเครื่องแกงและแป้งนึ่งที่ลอยฟุ้งออกมา

“กลิ่นหอมชวนกินขนาดนี้ เดี๋ยวผมกินหมดแน่ครับ” เขายิ้มละมุนจนตาหยี มองหน้าเด็กสาวที่ยืนก้มหน้าเลี่ยงสายตา 

“ฝากขอบคุณแม่นิ่มด้วยนะครับที่เมตตา”

“ค่ะ... งั้นหนูกลับบ้านก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่รออยู่” เปาตอบเสียงแผ่ว รีบหมุนตัวเดินกลับไปทางรั้วอย่างรวดเร็ว แก้มยังคงร้อนผ่าวจนแทบจะจุดไฟติด

“ระวังเดินด้วยครับยัยตัวดี พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียน” เสียงทุ้มต่ำลอยตามหลังไป ก่อนที่ร่างสูงจะยืนมองจนเด็กสาวลอดหายเข้าไปในบ้านข้างรั้วอย่างปลอดภัย

ค่ำคืนนี้ นอกจากกับข้าวอร่อย ๆ แล้ว ยังมีความผูกพันเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ แน่นแฟ้นขึ้นท่ามกลางความลับที่ทั้งคู่ต้องช่วยกันปกป้อง... และพรุ่งนี้เช้าคงจะมีเรื่องราวสนุก ๆ รออยู่แน่ ๆ

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!