ตอนที่ 13: สายสืบผักกาด เริ่มสงสัยเปมิกา
บรรยากาศยามเย็นหลังสิ้นเสียงออดเตือนหมดคาบเรียนสุดท้ายของวัน ช่างแตกต่างจากทุกวันสำหรับซาลาเปาความกระปรี้กระเปร่าที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเหมือนมีเงาดำทมิฬคอยตามหลอกหลอนอยู่เบื้องหลังทุกฝีก้าว
ไม่ใช่ผีสางที่ไหน... แต่เป็น ‘ผักกาด’ เพื่อนสนิทร่วมห้องสายชั้น ม.5/2 นั่นเอง
ตั้งแต่เหตุการณ์หลุดปากกลางห้องเรียนวิชาภาษาไทยเมื่อช่วงบ่าย สายตาของผักกาดที่มองตรงมาที่ซาลาเปาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนสาวผู้ร่าเริงดั่งดาวติ๊กต็อกคนเดิม มันคือแววตาของสายสืบระดับพระกาฬที่พร้อมจะขุดคุ้ยความจริงทุกเม็ด ผักกาดคอยเดินประกบติดคอยจับจ้องทุกพฤติกรรม แม้กระทั่งตอนที่เปาเดินไปทิ้งขยะหลังห้อง หรือตอนที่ก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบ
“เปา... วันนี้กลับบ้านยังไงเหรอจ๊ะ” ผักกาดเอ่ยถามเสียงหวานหยด ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินสะพายกระเป๋านักเรียนลงมาจากอาคารเรียน ม.5
"ก็กลับรถเมล์สายเดิมแหละมึง ทำไมเหรอ” เปาตอบเลิ่กลั่ก พยายามปรับสีหน้าให้ดูซื่อตาใสและเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เปล๊า ไม่มีอะไรหรอกจ้า พอดีวันนี้ฉันกับจิมมี่ว่าง ๆ น่ะ เลยคิดว่าจะเดินไปส่งแกที่ป้ายรถเมล์ซะหน่อย” ผักกาดส่งยิ้มกว้างที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาคมหรี่ลงเล็กน้อยราวกับจะบอกว่า ‘กูจับพิรุธมึงได้แน่ ยัยตัวดี’ จิมมี่ที่เดินตามมาข้างหลังพยักหน้าหงึก ๆ
“เออดีมึง กูว่าจะไปหาซื้อโรตีหน้าปากซอยกินพอดี เดินไปด้วยกันหมดนี่แหละ สนุกดี”
ชิบหายของแท้แล้วอีเปา ซาลาเปาแอบร่ำร้องในใจดังลั่นราวกับระฆังรบ ถ้าปล่อยให้ผักกาดตามไปส่งจนถึงหน้าปากซอยเข้าบ้านมีหวังความลับแตกยับเยินแน่ เพราะป้ายกระดานดำ ‘กฎเหล็กของเพื่อนบ้าน’ ก็ยังห้อยต่องแต่งอยู่ตรงมุมรั้วไม้ แถมถ้ารถกระบะสี่ประตูสีดำคันหรูของอาจารย์ไทม์เลี้ยวเข้ามาจอดพรึ่บหน้าบ้านในจังหวะนั้น... อนาคตชีวิต ม.5 ของเธอได้จบเห่กลายเป็นข่าวดังแน่ ๆ
เมื่อก้าวพ้นประตูรั้วโรงเรียนมาได้ ซาลาเปาก็เริ่มปฏิบัติการ เดินอ้อมโลก เพื่อสลัดเห็บสายสืบกระโดดร่มออกจากตัวทันที
แทนที่จะเดินเลี้ยวขวาตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุดเพื่อต่อรถกลับบ้านตามปกติ เปากลับหักเลี้ยวซ้ายเดินดุ่ม ๆ มุ่งหน้าไปยังย่านตลาดโต้รุ่งฝั่งตรงข้าม ซึ่งห่างออกไปคนละทิศละทาง
“อ้าว... เปา มึงจะไปไหนวะ ป้ายรถเมล์ไปทางขวาไม่ใช่เหรอ” จิมมี่ทักขึ้นพลางขมวดคิ้วงง ๆ
“อ๋อ พอดีกูนึกขึ้นได้ว่าแม่นิ่มสั่งให้แวะซื้อแป้งสาลีตราพัดโบกที่ร้านขายส่งฝั่งตลาดน่ะมึง กูก็เลยต้องเดินไปฝั่งนู้นก่อน พวกมึงแยกย้ายกลับบ้านกันไปก่อนเลยก็ได้นะ ไม่ต้องเดินตามกูมาหรอก มันไกล” เปารีบอ้างคำสั่งของแม่นิ่มยกขึ้นมาบังหน้าหวังให้เพื่อนเปลี่ยนใจ
“ไม่เป็นไรจ้าเพื่อนรัก แป้งสาลีตั้งหลายกิโลกรัมหนักจะตาย เดี๋ยวฉันกับจิมมี่เดินไปเป็นเพื่อน ไปช่วยแกหิ้วด้วยไง” ผักกาดกอดแขนเปาแน่นหนึบ ส่งสายตาท้าทายราวกับรู้ทันแผนการ เปาลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ สองเท้าเล็กจำใจต้องก้าวเดินต่อไปตามถนนลาดยาง
จากตลาดโต้รุ่ง เดินทะลุซอยขายกิฟต์ช็อป วนออกไปทางวงเวียนน้ำพุกลางเมือง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมง แดดร่มลมตก แสงอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแก่สลัว ๆ ร่างกายของซาลาเปาเริ่มประท้วงด้วยความเหนื่อยล้า ขาของเธอเริ่มลากดินเพราะเดินอ้อมโลกมาไกลร่วมสามกิโลเมตร แต่ยัยสายสืบผักกาดก็ยังคงเดินตามติดหนึบเป็นตังเมไม่มีทีท่าว่าจะถอดใจย่อท้อเลยแม้แต่น้อย
“เปา... ฉันว่าแกเดินแปลก ๆ นะ” ผักกาดเอ่ยขึ้น ลากเสียงยาวข่มขวัญ
“ร้านขายส่งแป้งสาลีที่เราเดินผ่านมาเมื่อกี้ แกก็เดินผ่านไปเฉย ๆ ไม่เห็นแวะซื้อเลย แถมตอนนี้เรายังเดินวนกลับมาแถว... ทางเข้าซอยบ้านแกแล้วไม่ใช่เหรอ”
เปาสะดุ้งโหยงหันขวับมองรอบตัว เวรแล้ว ด้วยความเบลอและเหนื่อยล้าจากการเดินอ้อมโลก สุดท้ายเธอก็ดันเดินวนกลับมาโผล่ตรงทางฟุตบาทริมถนนใหญ่ ซึ่งห่างจากปากซอยบ้านเพียงไม่ถึงสองร้อยเมตร นั่งรถเมล์ก็เพียงแค่ 2 ป้ายรถเอง
“เอ่อ... คือ...” เปาอึกอัก หน้าม้ากระจาย ตัวลนลานขั้นสุด
“สารภาพมาซะดี ๆ ยัยเปา แกมีความลับอะไรซ่อนอยู่ใช่ไหม เรื่องอาจารย์ไทม์เมื่อกลางวันน่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องหูฝาดแน่ ๆ แกกำลังหลบเลี่ยงอะไรบางอย่างอยู่” ผักกาดชี้หน้าคาดโทษ แววตานักสืบฉายแสงเป็นประกายแห่งชัยชนะ จิมมี่เองก็เริ่มทำตาโตยืนลุ้นระทึก
ในวินาทีที่หลังของซาลาเปากำลังจะชนฝาและจวนเจียนจะความลับแตกยับเยินกลางฟุตบาท...
บรึ่นนนนนนนนน!
เสียงเครื่องยนต์ดีเซลครางกระหึ่มดุดันอันแสนคุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามา รถกระบะสี่ประตูสีดำขลับคันใหญ่โตดุดัน เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าเลียบทางฟุตบาทตรงจุดที่พวกเธอยืนอยู่พอดิบพอดี ฝุ่นตลบขึ้นเล็กน้อยก่อนที่กระจกฟิล์มดำฝั่งคนขับจะเลื่อนลงอย่างช้า ๆ
เผยให้เห็นใบหน้าคมคายเคร่งขรึมของ อาจารย์ไทม์ ในชุดข้าราชการครูสีกากีที่ยังคงดูเนี้ยบกริบ ชายหนุ่มวางแขนแกร่งไว้บนขอบหน้าต่างรถ สายตาเรียวคมกริบของซาลาเปาตวัดมองตรงมาที่คุณครูประจำชั้น ม.5/2 ทันที
“พวกเธอสามคน... เลิกเรียนตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่กลับบ้านกลับช่อง มายืนจับกลุ่มลับ ๆ ล่อ ๆ อะไรกันตรงฟุตบาทริมถนนใหญ่” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังและเต็มไปด้วยอำนาจของแกดังขึ้น ทำเอาผักกาดและจิมมี่สะดุ้งสุดตัว รีบพนมมือไหว้พัลวัน
“ส... สวัสดีค่ะ / ครับอาจารย์ไทม์”
เปาแอบชำเลืองมองคนบนรถกระบะด้วยสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือระดับสิบเต็มสิบ พี่ไทม์ ช่วยอีเปาด้วย ยัยผักกาดมันจะสิงร่างหนูอยู่แล้ว
ไทม์ลอบสังเกตเห็นแววตาซีดเซียวปนลนลานของเด็กสาวแสบข้างบ้าน ชายหนุ่มอ่านสถานการณ์ออกได้ในทันทีว่ายัยตัวดีกำลังโดนเพื่อน ๆ ต้อนจนมุมแน่ ๆ สมองระดับเกียรตินิยมของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็น อาจารย์ฝ่ายปกครองหน้าใหม่ผู้เข้มงวดและดุดันทันควัน เขาเปิดประตูรถกระบะก้าวขาลงมายืนเต็มความสูง กอดอกจ้องเขม็งมาที่ซาลาเปาตรง ๆ
“โดยเฉพาะเธอ... นางสาวเปมิกา” ไทม์กดเสียงต่ำดุจนน่ากลัว
“เมื่อกลางวันก่อเรื่องหลุดปากสติลอยในคาบเรียนของครูไม่พอ นี่ยังมาชวนเพื่อนเดินเตร็ดเตร่เถลไถลไม่ยอมกลับบ้านอีกงั้นเหรอ ครูเห็นเธอเดินวนไปวนมาแถววงเวียนตั้งนานแล้ว” ผักกาดกับจิมมี่ตาโต หันมามองเปาทันที
“ค... ครูเห็นหนูด้วยเหรอคะ” เปาแกล้งรับมุก ทำหน้าตาตื่นกลัวละล่ำละลักสมบทบาท
“เห็นสิ ครูขับรถไปส่งเอกสารที่เขตการศึกษามา ขากลับก็เห็นพวกเธอเดินเตร่ไปทั่ว นี่ก็ใกล้จะเย็นแล้วนะ” ไทม์แกล้งเดินเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าเข้ามาเน้นย้ำคำพูดต่อหน้าผักกาดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
“เปมิกา... ลายมืองานเขียนวิชาภาษาไทยของเธอก็แย่ คะแนนท่องจำก็เกือบตก ถ้าเธอยังไม่รีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน เอาแต่ชวนเพื่อนเดินเล่นเหลวไหลแบบนี้ ครูจะกักตัวเธอไว้ทำความสะอาดห้องหมวดภาษาไทยทุกเย็นตลอดทั้งสัปดาห์แน่”
คำขู่ฟ่อ ๆ ยาวเหยียดปนความดุดันไม่เกรงใจใครของอาจารย์ไทม์ ทำเอาผักกาดที่ยืนจับผิดอยู่ถึงกับหน้าถอดสี รีบปล่อยแขนออกจากซาลาเปาทันทีด้วยความผวา กลัวว่าตัวเองจะโดนหางเลขโดนทำโทษไปด้วย
“เอ่อ... อาจารย์ไทม์คะ คือพวกหนูไม่ได้ชวนกันเถลไถลนะคะ พอดีเปาเขาบอกว่าหาซื้อแป้งสาลีให้แม่ค่ะ หนูกับจิมมี่เลยแค่เดินมาเป็นเพื่อนเฉย ๆ ค่ะ” ผักกาดรีบแก้ตัวหน้าตื่น ลบภาพสายสืบโคนันเมื่อครู่ออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กนักเรียนหญิงผู้หวาดกลัวไม้เรียวฝ่ายปกครอง
“แป้งสาลีอะไรกัน ครูเห็นในมือเปมิกาก็ว่างเปล่า ไม่มีถุงอะไรซักอย่าง” ไทม์หรี่ตาจับผิด แสร้งทำเสียงแข็งดุใส่เปาอีกรอบ
“รีบกลับบ้านไปได้แล้วเปมิกา อย่าให้ครูต้องโทรแจ้งผู้ปกครองเธอเรื่องพฤติกรรมเตร็ดเตร่ยามเย็น ส่วนพวกเธอน่ะ... ผักกาด จิมมี่ แยกย้ายกันกลับบ้านได้แล้ว รีบไปไม่งั้นครูจะแจ้งผู้ปกครองของเธอทั้งสองคนด้วย ”
“ค่ะ/ครับอาจารย์! หนูไปก่อนนะคะ/ครับ”
ผักกาดและจิมมี่ขานรับคำสั่งตัวสั่น รีบหมุนตัวหันหลังสาวเท้ากึ่งวิ่งหนีออกไปทางป้ายรถเมล์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เพราะกลัวรัศมีอำมหิตสีกากีของอาจารย์ใหม่ไฟแรงคนนี้จะพ่นพิษใส่ ผักกาดหมดความสนใจในการจับผิดซาลาเปาทันทีในใจคิดเพียงแค่ว่า
‘ที่แท้อาจารย์ไทม์แกไม่ได้สนิทอะไรกับอีเปาเลยนี่หว่า ดุซะขนาดนี้ แถมหมายหัวอีเปาเป็นเด็กดื้ออีกต่างหาก กูเกือบโดนหางเลขไปด้วยแล้วไหมล่ะ’
เปายืนมองแผ่นหลังของเพื่อนสนิทสองคนที่วิ่งแน่บหายลับตาไปโค้งถนน เด็กสาวลอบพ่นลมหายใจออกปากฟู่ใหญ่ราวกับเพิ่งรอดชีวิตจากแท่นประหาร ร่างเล็กแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นฟุตบาทด้วยความโล่งอก
“เฮ้อ... รอดตายปาฏิหาริย์อีกแล้วกู” เปายกมือทาบอกหันไปส่งยิ้มกว้างโชว์ฟันกระต่ายให้ร่างสูงใหญ่ข้างกาย
“โห พี่ไทม์ แอ็กติ้งระดับรางวัลสุพรรณหงส์เลยนะคะ ดุซะหนูเกือบฉี่ราดแน่ะ ยัยผักกาดหน้าซีดวิ่งหนีเตลิดไปนู่นแล้ว”
ไทม์ที่ยืนกอดอกอยู่ คลายสีหน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุนปนเอ็นดูทันที ชายหนุ่มส่ายหัวน้อย ๆ พลางเดินไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับของรถกระบะสี่ประตูสีดำคันหรู
“เลิกเล่นทะเล้นได้แล้วครับยัยตัวยุ่ง เดินอ้อมโลกจนขาจะลากขนาดนั้นยังจะมีหน้ามาขำอีก... รีบขึ้นรถมาเร็วเข้า เดี๋ยวเพื่อนเธอหันกลับมาเห็นเข้าอีกรอบ พี่ช่วยไม่ได้แล้วนะ”
“ค๊าาาคุณครูขาาา” เปาขานรับเสียงใส รีบแทรกตัวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังหนานุ่มฝั่งข้างคนขับอย่างว่าง่าย
รถกระบะสี่ประตูสีดำคันงามเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งตรงเข้าสู่ตรอกซอยบ้านเช่าริมรั้วท่ามกลางแสงสลัวยามเย็น ความลับอันยิ่งใหญ่ของทั้งคู่ในโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งนี้... ยังคงปลอดภัยรอดพ้นวิกฤตสายสืบมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยแผนการเข้าชาร์จสุดระทึกใจของพี่ชายข้างบ้านคนดีคนเดิม!