วัยว้าวุ่น...อาจารย์คนใหม่ดันอยู่ข้างบ้าน

ตอนที่ 12: หลุดปากกลางห้องเรียน

👁️ 10 อ่าน
22px

 

ตอนที่ 12: หลุดปากกลางห้องเรียน

เช้าวันต่อมา แสงแดดจัดจ้าสาดส่องลงมาโรงเรียนประจำจังหวัด แต่ในห้องเรียนชั้น ม.5/2 กลับอบอวลไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ยังไม่เริ่มคาบเรียนแรก นักเรียนหลายกลุ่มนั่งจับเข่าคุยกันจ้อกแจ้กจอแจ ทว่าสำหรับ ‘ซาลาเปา’ วันนี้เธอกลับนั่งนิ่งเงียบผิดปกติ ตาหวานซึ้งทอดมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเรียน ใบหน้าหวานแก้มป่องวางศอกพิงโต๊ะ เอื้อมมือเท้าคางอยู่บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง

“อีเปา... มึงเป็นไรป่ะเนี่ย นั่งเหม่อเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอเพลงอกหักยุคเก้าศูนย์เลยนะมึง” จิมมี่ ที่กำลังควงปากกาเล่นหันมาสะกิดแขนเพื่อนสนิท

“เออจริง... ตั้งแต่เช้าละ ถามคำตอบคำ”  ผักกาด ผละสายตาจากกระจกพกบานจิ๋ว หันมาหรี่ตามองจับผิด 

“หรือว่า... มึงยังนอยด์เรื่องที่โดนอาจารย์ไทม์หักคะแนนท่องทำนองเสนาะเมื่อวานอยู่วะ”

“ฮะ อ๋อ... เปล่า ๆ กูไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยมึง” เปาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ รีบโบกไม้มือปฏิเสธพัลวัน แก้มสองข้างขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาทันที

ใครจะไปกล้าบอกเพื่อนล่ะว่า... สิ่งที่เธอกำลังคิดวนเวียนอยู่ในหัวจนสมองตื้อตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ใช่เรื่องคะแนนดิบในสมุดจด แต่เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนต่างหาก ภาพของพี่ไทม์คนข้างบ้านที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จุกจนพูดไม่ออกตอนถูกเธอใช้มาตรการนิ่งสนิทและเรียก อาจารย์ไทม์ ต่างหาก

"สะใจก็สะใจอยู่หรอก แต่อีกใจมันก็แอบกังวลแปลก ๆ แฮะ... " เปาคิดในใจพลางลอบถอนหายใจฟู่ใหญ่

“ถ้าไม่ได้คิดเรื่องอาจารย์ไทม์ แล้วมึงคิดเรื่องอะไรอยู่ล่ะฮะ ยัยซาลาเปาไหม้” จิมมี่แซว

“กู... กูแค่คิดถึงเรื่องขนมจีบ ซาลาเปาที่แม่นิ่มกำลังทำอยู่ที่บ้านต่างหากเล่า” เปาหาข้ออ้างดับกระหายความสงสัยของเพื่อนทันควัน 

“วันนี้แม่กูมีออเดอร์ใหญ่จัดเบรกงานแต่งตอนเย็น นึกถึงกลิ่นน้ำจิ้มขนมจีบแล้วกูหิวข้าวชะมัด อยากให้เลิกเรียนไว ๆ จะได้กลับไปกินในครัว”

“โถ่... ที่แท้ก็เรื่องของกิน อีตะกละ!” ผักกาดเบ้ปากใส่ขำ ๆ ก่อนจะหันกลับไปสนใจแต่งหน้าต่อเมื่อเสียงออดเตือนสัญญาณคาบเรียนที่ห้าดังขึ้น

ครืด...

ประตูไม้หน้าห้องเรียนถูกเลื่อนเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาในห้อง ‘อาจารย์ไทม์’ เดินถือแผงเอกสารและหนังสือวรรณคดีไทยเล่มหนาเข้ามาวางบนโต๊ะหน้าชั้นเรียน ทันทีที่แกก้าวเข้ามา สาว ๆ ในห้องก็พากันนั่งหลังตรง สลัดความง่วงเหงาหาวนอนช่วงบ่ายทิ้งไปในทันที

ชายหนุ่มกวาดสายตาคมคายคู่สวยไร้กรอบแว่นมองไปทั่วห้องเรียนเพื่อเช็กความพร้อมตามสัญชาตญาณครูประจำชั้น และแน่นอน... สายตาคู่นั้นสะดุดนิ่งอยู่ที่ยัยตัวแสบโต๊ะริมหน้าต่างแวบหนึ่ง แต่คราวนี้เปาแกล้งทำเป็นก้มหน้าหลบสายตาอย่างรวดเร็ว ทำทีเป็นเปิดหนังสือหาหน้าเรียนกวักมือทักทายเพื่อนข้าง ๆ แบบเนียน ๆ

"หึ... แกล้งทำเป็นไม่รู้จักใส่พี่ขนาดนี้เลยเหรอ" ไทม์กระตุกยิ้มมุมปากแวบเดียวก่อนจะปรับสีหน้าให้ขรึมตามบทบาทครู

“เอาล่ะครับนักเรียน เปิดหนังสือวรรณคดีวิจักษ์ หน้า 84 วันนี้เราจะขึ้นบทวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ของมัทนะพาธาต่อจากเมื่อวาน...” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังน่าฟังของอาจารย์หนุ่มเริ่มอธิบายบทเรียนอย่างไหลลื่น

แต่สำหรับซาลาเปา เสียงของอาจารย์ภาษาไทยตรงหน้ากลับค่อย ๆ กลายเป็นเสียงแฝงในฉากหลัง สมองของเธอไม่รับรู้วิชาการใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากความหิวข้าวเริ่มโจมตี ผนวกกับความคิดเรื่องซาลาเปาหมูสับ หมูแดง และขนมจีบไส้หมูที่แม่นิ่มกำลังนึ่งจนร้อนฉ่าลอยเด่นขึ้นมาแทนที่ ภาพไส้หมูนุ่มละมุน กลิ่นกระเทียมพริกไทยหอมฟุ้งลอยละล่องอยู่ในจินตนาการ จนเธอเผลอนั่งวางศอกพิงโต๊ะ เอื้อมมือเท้าคาง เหม่อลอยส่งสายตาว่างเปล่าออกไปนอกหน้าต่าง มองนกบินผ่านไปตัวแล้วตัวเล่า

ไทม์ที่กำลังเดินอธิบายเนื้อหาพร้อมชอล์กในมือ เดินทอดน่องมาตามช่องทางเดินระหว่างโต๊ะนักเรียน สายตาคมกริบของเขาคอยสังเกตพฤติกรรมเด็ก ๆ ไปด้วย และเขาก็เห็นเต็มสองตาว่า... เลขที่ 18 นางสาวเปมิกา กำลังนั่งถอดจิตออกจากร่างไปเรียบร้อยแล้ว หน้าตานิ่งเฉยแต่ดวงตาเยิ้มลอยเหมือนคนลืมพกสมองมาโรงเรียน

อาจารย์หนุ่มหยุดฝีเท้าลงข้างโต๊ะของเปา ชายหนุ่มอมยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะใช้นิ้วชี้เคาะลงบนโต๊ะไม้ของเธอเบา ๆ สามครั้งดัง ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เปายังไม่รู้สึกตัว

ไทม์เลยขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ก้มตัวลงเล็กน้อยจนระยะห่างลดลง เอ่ยถามเสียงเข้มขรึมทว่าทุ้มต่ำปนหยอกเย้า กระซิบข้างหู" 

“นางสาวเปมิกาครับ... ลองช่วยตอบครูหน่อยซิว่า บทประพันธ์ข้างต้นนี้เด่นด้านรสวรรณคดีใดมากที่สุด”

“...!!”

เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นในระยะประชิดบวกกับรังสีความร้อนจากร่างกายของร่างสูงทำเอาซาลาเปาสะดุ้งโหยงจนตัวลอย หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม สติสตังที่ลอยไปถึงขนมจีบซาลาเปาแตกกระเจิงบินกลับเข้าร่างอย่างรุนแรง และด้วยความตกใจลนลานขั้นสุดบวกกับภาพจำความสนิทสนมนอกโรงเรียนที่ตกค้างอยู่ในจิตใต้สำนึก สองริมฝีปากบางจึงเผลอโพล่งตอบกลับเสียงดังฟังชัดลั่นห้องเรียนโดยลืมรูดซิปปากตามกฎเหล็กทันที

“ค่ะ พี่ไทม์ ! ...เอ้ย!! อาจารย์ไทม์ค่ะ!”

กริบ...

สิ้นเสียงอุทานลั่นบวกสรรพนามต้องห้ามคำนั้น ห้องเรียน ม.5/2 ทั้งห้องที่เคยมีเสียงพลิกหน้ากระดาษเบา ๆ ก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับมีใครมากดปุ่มปิดเสียงสวิตช์ชั่วคราว เพื่อนร่วมห้องทั้งสามสิบกว่าชีวิตพากันหันขวับมามองที่โต๊ะริมหน้าต่างเป็นตาเดียว สายตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความช็อกและตกตะลึง

จิมมี่อ้าปากค้างจนปากกาแทบหลุดจากมือ ส่วนผักกาดหันขวับมาหรี่ตาแคบ จ้องมองซาลาเปาสลับกับอาจารย์ประจำชั้นด้วยสายตาจับผิดระดับนักสืบโคนันคอมโบเชอร์ล็อกโฮล์มส์

"ชิบหายแล้วอีเปา! ปากหนอปาก พูดอะไรออกไปวะเนี่ย!" เปาหน้าถอดสีทันที ซีดเผือดจนกลายเป็นซาลาเปาต้มสุก ความเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่หัวจรดเท้า

ฝั่งอาจารย์ไทม์เองก็ชะงักกึกไปเสี้ยววินาที นัยน์ตาเรียวคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงว่ายัยตัวแสบจะหลุดปากกลางห้องขนาดนี้ แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และชั่วโมงบินในการเก็บทรงที่สูงกว่า ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิท ขมวดคิ้วมุ่นแสร้งทำเป็นทำหน้าดุทันท่วงที

“เมื่อกี้เธอเรียกครูว่าอะไรนะเปมิกา” ไทม์ถามเสียงเรียบติดดุนิด ๆ แววตาคมคายฉายรังสีความเหินห่างสมบทบาทครูผู้ทรงเกียรติ

“ค... คือ... คือหนูบอกว่า ค่ะ... พิ... พิษไข้ ค่ะอาจารย์ ” เปาสมองหมุนติ้ว หมุนเร็วยิ่งกว่าล้อรถกระบะสี่ประตู รีบโบกไม้โบกมือหน้าดำหน้าแดง ละล่ำละลักแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ จนแทบกลั่นเป็นน้ำประปา 

“หนูจะพูดว่า... ค่ะ พิษไข้จากอาการหิวข้าวบวกกับหูฝาดมันทำหนูเบลอชวนจำชื่อผิดไปหมดเลยค่ะอาจารย์ไทม์ แฮะ ๆ”

“อีเปา มึงเรียกอาจารย์ไทม์ว่าพี่ไทม์ชัด ๆ กูนั่งอยู่ข้างมึงกูได้ยินเต็มสองรูหู” ผักกาดกระซิบแทรกขึ้นมาเสียงเข้ม สายตาจิกกัดไม่ปล่อยวางพิรุธ

“ไม่ใช่ซักหน่อยยัยผักกาด แกหูฝาดตามครูแล้ว” เปารีบหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้อาจารย์หนุ่มหน้าชั้น 

“คือ... คือหนูหมายถึงว่า หน้าอาจารย์ไทม์คล้าย ๆ กับ พี่คนนึงที่เป็นพี่ชายข้างบ้าน แถวบ้านหนูเฉย ๆ ค่ะ พอดีพี่คนนั้นแกชื่อคล้าย ๆ กัน หน้าตาแกก็... เอ่อ แก่ ๆ ระเบียบจัด กวนประสาทแบบนี้แหละค่ะ หนูเบลอ ๆ ท่องบทเรียนในหัวเพลินไปหน่อยเลยจำสับสนหลุดปากปนกันไปหมด ขอโทษค่ะอาจารย์ไทม์”

คำแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ พ่วงท้ายด้วยการแอบด่าประชดประชันประเด็น คนแก่ และ กวนประสาท กลางห้องเรียน ทำเอาอาจารย์ไทม์ถึงกับคิ้วกระตุกกึก แววตาคมคายวาวแววขึ้นมาแวบหนึ่ง ด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดูในความแถสีข้างถลอกของยัยแก้มป่อง

"ได้ทีแอบด่าพี่ต่อหน้าเด็กทั้งห้องเลยนะยัยตัวดี " ไทม์คาดโทษในใจ

ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นกระแอมไอเสียงดังหนึ่งทีเพื่อดึงบรรยากาศห้องเรียนให้กลับมาอยู่ในการควบคุม 

“อะแฮ่ม! เอาล่ะ ๆ ... เพ้อเจ้อใหญ่แล้วเปมิกา ในห้องเรียนมีแต่อาจารย์ฐาปกรณ์ ไม่มีพี่ข้างบ้านอะไรของเธอทั้งนั้น วันหลังถ้าใจลอยเหม่อลอยเรียกชื่อคนอื่นในคาบครูอีก ครูจะหักคะแนนความประพฤติเธอจริง ๆ ด้วย คราวนี้นั่งลงได้ และตั้งใจเรียนด้วยครับ”

“ข... ขอบคุณค่ะอาจารย์” เปารีบทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แทบจะทันที ยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความอับอาย หัวใจยังคงเต้นรัวพั่บ ๆ เหมือนกลองรบ

“แน่ใจนะมึงว่าแค่จำสับสน” จิมมี่ยื่นหน้าข้ามช่องว่างระหว่างโต๊ะมาถามกระซิบเสียงเบา 

“กูเห็นหน้าอาจารย์ไทม์ตอนมึงเรียกพี่ไทม์ แกดูเลิ่กลั่กแวบหนึ่งนะเว้ย มีเงื่อนงำชวนคิดลึกนะจ๊ะ”

“เงื่อนงำบ้าบออะไรล่ะ พวกมึงเลิกเพ่งเล็งกูได้แล้ว กูแค่หิวข้าวสติหลุดเฉย ๆ” เปาซุกหน้าลงกับกองหนังสือวรรณคดี พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้จะรอดพ้นจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมาได้ด้วยสกิลการแถระดับแถกเหงือก แต่สายตาจับผิดปนสงสัยของผักกาดที่ยังคงมองมาเป็นระยะ ๆ ก็ทำเอาซาลาเปารู้ซึ้งเลยว่า... ‘กฎเหล็กของเพื่อนบ้าน’ ข้อที่ 1 และ 2 เริ่มจะสั่นคลอนและส่อแววความลับจะแตกเข้าให้ซะแล้ว

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!