ตอนที่ 7: มื้อเย็นที่ (ไม่) คาดฝัน
รถกระบะสีดำคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านไม้สองชั้นของซาลาเปา เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุม แต่สำหรับเปาแล้ว ความเงียบนี้ช่างดูน่าอึดอัดเสียเหลือเกิน เพราะนอกจากจะนั่งรถมากับ อาจารย์ประจำชั้น แล้วเธอยังต้องลุ้นอีกว่าแม่นิ่มกับพ่อเชียรจะทำหน้าอย่างไรถ้าเห็นเธอลงจากรถคันนี้
ยังไม่ทันที่เปาจะได้เปิดประตู แม่นิ่มที่เพิ่งนึ่งซาลาเปาล็อตเย็นเสร็จก็เดินเช็ดมือออกมาที่หน้าบ้านเพราะได้ยินเสียงรถ เธอคิดว่าเป็นลูกค้าขาประจำที่แวะมาซื้อซาลาเปาก่อนกลับบ้าน
“อ้าว... ลูกค้าหรือจ๊ะ... เอ๊ะ นั่นพ่อไทม์นี่นา” แม่นิ่มชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงก้าวลงจากรถฝั่งคนขับ
ไทม์ยกมือไหว้แม่นิ่มด้วยรอยยิ้มสุภาพอย่างที่ทำเป็นประจำ
“สวัสดีครับแม่นิ่ม พอดีผมเจอกับเปาที่ปากซอย เห็นเดินหน้ากลม ๆเลยเรียกให้ขึ้นรถมาด้วยครับ”
แม่นิ่มมองเปาที่ก้าวลงจากรถตามมาด้วยสายตาประหลาดใจ
“ตายจริง ขอบใจมากนะลูกนะ วันนี้พ่อเขาคงลูกค้าเต็มร้านแน่เลย แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังจ๊ะ พอดีแม่เพิ่งนึ่งซาลาเปาเสร็จใหม่ ๆ แถมเย็นนี้มีแกงส้มผักรวม ปลาทอดด้วย อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิลูก”
“แม่...” เปารีบทักท้วงเสียงหลง
“พี่ไทม์เขาเพิ่งเลิกงานคงเหนื่อย อยากพักผ่อนมากกว่ามั้งคะแม่”
เปารีบส่งสายตาปรามแม่นิ่ม เพราะแค่วันนี้ที่โรงเรียนเธอก็เกือบหัวใจวายตายเพราะอาจารย์ไทม์มามากพอแล้ว ถ้าต้องมานั่งกินข้าวกับเขาที่บ้านอีก เธอคงได้กลายเป็นซาลาเปาไส้ใจแตกแน่ ๆ
ไทม์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ สายตาเรียวคมเหลือบมองเด็กสาวที่กำลังทำหน้ายุ่ง
“ขอบคุณมากครับคุณน้า แต่ผมขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า เดี๋ยวรอคุณลุงเชียรกลับมาแล้วผมแวะมาหาครับ”
“ได้เลยจ้ะ งั้นเอาซาลาเปาไปทานรองท้องก่อน เย็นค่อยมากินข้าวที่บ้านน้านะพ่อไทม์” แม่นิ่มหยิบซาลาเปาลูกโต ๆ ใส่ถุงให้
"ขอบคุณครับคุณน้า" ไทม์ยกมือไหว้ขอบคุณ
เมื่อไทม์ขับรถออกไป เปาก็รีบถลาเข้าไปกอดแขนแม่นิ่ม
“แม่ทำไมไปชวนพี่เขาแบบนั้นะคะเปาเขินจะแย่”
“เขินอะไรล่ะลูก พี่เขาเป็นคนดี ขับรถมาส่งเราถึงบ้านเชียวนะ” แม่นิ่มลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปจัดโต๊ะอาหาร
เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงรถมอเตอร์ไซค์ก็เลี้ยวกลับเข้ามาที่ลานบ้านพ่อเชียรที่เพิ่งกลับจากร้านซ่อมรถพอดี ไทม์ที่อาบน้ำเสร็จเดินมาพอดี
"สวัสดีครับคุณลุง"
"เรานี่เองพ่อหนุ่มข้างบ้าน ใช้หรือเปล่า"
"ใช่ครับ"
"พ่อจ๋าเสด็จเข้าบ้านได้แล้วหรือจ๊ะ ลูกสาวคนสวยหิ๊วหิว จะกินขนมจีบของแม่หมดซึ้งแล้วเนี่ย" เปาเดินมาควงแขนออเซาะผุ้เป็นพ่อลืมมองว่ามีไทม์อยู่
ไทม์แอบหัวเราะในความทะเล้นของลูกศิษย์สาวข้างบ้านคนนี้
"ไปเถอะจ้า มากันครบแล้ว แม่ตั้งโต๊ะรอนานแล้วไปกินข้าวกัน ไปจ้าไทม์"
"ไปกินข้าวกันพ่อหนุ่ม" วิเชียรเอ่ยชวนไทม์
ทั้งสี่คนมานั่งรวมตัวกันที่โต๊ะไม้ตัวยาวใต้ถุนบ้าน กลิ่นแกงส้มรสจัดจ้านและซาลาเปาร้อน ๆ ลอยฟุ้งไปทั่ว
"แล้วนี่พ่อหนุ่มทำงานอะไรกันละ"
"ผมเป็นครูครับ คุณลุง "
"น่าจะข่าวลือในซอยมีครูหนุ่มหล่อย้ายมาใหม่ เรานี่เองสอนที่ไหนกัน"
"โรงเรียนประจำจังหวัดครับ"
“โรงเรียนประจำจังหวัดแล้วนี่ไทม์ สอนเจ้าตัวแสบของลุงด้วยไหม” พ่อเชียรเอ่ยถามพลางตักแกงส้มใส่จานให้ไทม์ ไทม์ยิ้มรับ
“ครับคุณลุง เพิ่งเริ่มงานวันแรกเลยครับ เหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกดี”
“แล้วเป็นครูสอนวิชาอะไรล่ะ” แม่นิ่มถามบ้าง
“ภาษาไทยครับ แล้วก็... เป็นครูประจำชั้น ม.5/2 ด้วยครับ” ไทม์ตอบพลางตักข้าวเข้าปาก
สายตาเหลือบไปมองเด็กสาวแก้มป่องที่นั่งก้มหน้าก้มตาเคี้ยวข้าวไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา
“อ้าว! ม.5/2 เหรอ” พ่อเชียรวางช้อนลงแล้วหันไปหาเปา
“นั่นมันห้องยัยซาลาเปาหน้ากลมไม่ใช่เหรอเปา”
เปาสะดุ้งโหยงสำลักน้ำแกงจนหน้าแดงก่ำ
“แค็ก ๆ พ่อ อย่าเรียกชื่อนั้นต่อหน้าคนอื่นสิคะ”
“โถ่... ไอ้นี่หนิ” แม่นิ่มขำพรืด
“นี่เปาเป็นลูกศิษย์ไทม์เหรอเนี่ย มิน่าล่ะถึงได้มาส่งถึงบ้าน สงสัยครูต้องคอยคุมประพฤติเด็กแสบแถวนี้สินะ” เปาเงยหน้าขึ้นทำตาโต
“เดี๋ยว ๆ ๆ พ่อแม่คะ ไอ้ที่หนูดูตื่นเต้น ๆ วันนี้ที่โรงเรียน ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ โถ่ไอ้เราก็นึกว่าพี่ไทม์ทำงานออฟฟิศทั่ว ๆ ไป ที่ไหนได้...เป็นครูประจำชั้นตัวเอง”
ไทม์แอบอมยิ้มกว้าง ก่อนจะแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบอาจารย์
“จะว่าไปวันนี้ในห้องมีนักเรียนคนหนึ่ง... ที่ขานชื่อตัวเองซะดังจนเพื่อนทั้งห้องหันมามองเลยนะครับ ไม่รู้ว่าเป็นใครเหมือนกัน...”
“พี่ไทม์” เปาโวยวาย หน้าแดงจัดจนหูแดงไปหมด
“ฮ่า ๆ” พ่อเชียรกับแม่นิ่มหัวเราะลั่นโต๊ะอาหาร
บรรยากาศเต็มไปด้วยความครื้นเครง พ่อเชียรเล่าเรื่องสมัยเด็กของเปาให้ไทม์ฟัง ทั้งเรื่องที่ชอบแอบไปปีนต้นมะม่วงบ้านเขา หรือเรื่องที่เปาเคยทำซาลาเปาไหม้จนควันโขมงทั้งซอย
“ตอนเด็ก ๆ เปาซนกว่านี้อีกค่ะพี่ไทม์... ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าอาจารย์ไทม์” เปาประชดประชัน
“ที่บ้านเรียกพี่ไทม์ก็ได้ครับ” ไทม์พูดพลางหันไปมองสบตาเปา
“แต่ถ้าที่โรงเรียน... ก็อย่าลืมส่งงานให้ตรงเวลาด้วยนะครับนางสาวเปมิกา” เปาทำหน้างอใส่ แต่ในใจลึก ๆ กลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มื้อเย็นมื้อนี้ไม่ได้มีแค่รสชาติของแกงส้มที่แสนอร่อย
หลังจากมื้ออาหารค่ำอันแสนครึกครื้นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะผ่านพ้นไป พ่อเชียรก็ขอตัวไปเก็บรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนแม่นิ่มก็เก็บซึ้งสำหรับนึ่งซาลาเปามาล้าง ทิ้งให้ซาลาเปานั่งเฝ้าโต๊ะไม้ตัวยาวใต้ถุนบ้านอยู่กับอาจารย์ไทม์สองต่อสอง
เปาแสร้งทำเป็นหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดโต๊ะอย่างขะมักเขม้นเพื่อหลบสายตาคมกริบของคนตรงหน้าที่กำลังนั่งจิบน้ำชาเงียบ ๆ
“เช็ดจนโต๊ะจะทะลุแล้วครับน้องเปา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พลางวางแก้วน้ำชาลงบนโต๊ะ
“หูย พี่ไทม์อ่ะ หนูกำลังทำความสะอาดบ้านช่วยแม่อยู่นะ เผื่อจะได้คะแนนจิตพิสัยเพิ่มจากอาจารย์ประจำชั้นบ้าง” เปาย่นจมูกใส่ ขยับผ้าเช็ดถูฟาดลงบนเนื้อไม้เสียงดัง แปะ
ไทม์หลุดขำเบา ๆ ในลำคอ นัยน์ตาเรียวคมคู่นั้นจับจ้องมาที่ใบหน้าหวานของเด็กสาวแก้มป่อง ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจับผิดอย่างรู้ทัน
“คะแนนจิตพิสัยน่ะมีให้แน่ครับ... แต่ก่อนจะถึงเรื่องนั้น พี่มีเรื่องอยากจะถามเราหน่อย”
“เรื่อง... เรื่องอะไรเหรอคะ” เปาชะงักมือที่เช็ดโต๊ะ แอบเลิ่กลั่กเล็กน้อย
“เมื่อตอนเย็นหลังเลิกเรียน... มีเด็กดื้อห้อง ม.5/2 คนไหนก็ไม่รู้ แอบเดินตามพี่ไปที่ตึกแถว ๆ หน้าห้องพักครูหมวดภาษาไทยหรือเปล่านะ” ไทม์แกล้งลากเสียงยาว สายตาคมคายจ้องลึกเข้ามาคล้ายจะคาดคั้น
“พี่ไทม์รู้ได้ไงอ่ะ” เปาตาโตเท่าไข่ห่าน อุทานลั่นจนลืมตัวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน
“พี่ไม่ได้แค่รู้นะครับ พี่เห็นเต็มสองตาเลยต่างหาก” ไทม์กอดอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางเหนือกว่า
“ตอนที่พี่ยืนคุยกับอาจารย์อาวุโสอยู่ พี่เห็นเงาหัวกลม ๆ แก้มป่อง ๆ ชะโงกหน้าออกมาจากหัวมุมระเบียง ตั้งใจจะเดินไปหาพี่ใช่ไหมล่ะ... แล้วทำไมอยู่ ๆ ถึงได้สับเกียร์หมาวิ่งหนีโครมครามลงตึกไปแบบนั้นล่ะครับ”
พอความลับแตกละเอียดยับเยินขนาดนี้ ซาลาเปาก็หน้าถอดสีทันที เธอลากเก้าอี้ไม้มานั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา ทรุดตัวกอดอกทำหน้ามุ่ยแก้มพองลม
“ก็... ก็หนูไม่ได้ตั้งใจจะวิ่งหนีนะ ถ้าไม่ติดว่าเจออาจารย์นางยักษ์หมวดภาษาไทยซะก่อน”
"นางยักษ์” ไทม์เลิกคิ้วหนาขึ้นด้วยความฉงน
“ก็อาจารย์รัชนีสารวัตรเสื้อสีกากีไงพี่ไทม์ โหดสุดในรุ่น โหดจนหนูคิดว่าถ้าโดนจับได้ตอนนั้น ชื่อ ‘เปมิกา’ คงโดนหักคะแนนความประพฤติทะลุปรอทแน่ ๆ ” เปาเบ้ปากเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ตอนหนูกำลังยืนแอบดูพี่ไทม์... เอ๊ย ดูอาจารย์ไทม์ยืนคุยอยู่ ยอมรับก็ได้ว่าหนูแอบตามไปกะจะไปดูลาดเลาเฉย ๆ ว่าพี่อยู่มุมไหนของห้องพักครู แต่จู่ ๆ กลิ่นน้ำมันมวยผสมยาหม่องตราถ้วยทองก็ลอยมากระแทกจมูกหนูดังควับ”
“น้ำมันมวย” ไทม์ทวนคำแล้วหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นจนเปาต้องรีบป้องปากดุ
“ชู่ส์ พี่ไทม์ เบา ๆ เซ่ เดี๋ยวแม่นิ่มได้ยิน” เปาดุตาเขียว
“กลิ่นยาหม่องอันเป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์รัชนีเลย แล้วเสียงส้นสูงแกนะ ตึก ตึก ตึก เดินดุ่ม ๆ มาข้างหลังหนู พร้อมตะโกนเสียงแหลมเปี๊ยวว่า ‘นั่นนักเรียนห้องไหน มายืนเก้ ๆ กัง ๆ แถวห้องพักครู’ วินาทีนั้นในหัวหนูมีคำเดียวเลยพี่ไทม์... ฉิบหาย”
ไทม์นั่งฟังเด็กสาวเล่าเหตุการณ์ด้วยท่าทางออกรสออกชาติ ทั้งยกไม้ยกมือประกอบท่าทางจนหน้าม้ากระจาย ยิ่งเห็นแก้มป่อง ๆ ของเธอกระเพื่อมตามจังหวะพูด ชายหนุ่มก็ยิ่งขำปนเอ็นดู
“แล้วยังไงต่อครับ วิ่งหนีเลยเหรอ”
“วิ่งดิพี่ ใครจะอยู่ให้โง่ล่ะ” เปาตบเข่าฉาด
“รีบวิ่งเท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับถังขยะพลาสติกข้างกำแพงดัง โครมใหญ่ หนูเกือบหัวคะมำหน้าทิ่มพื้นเลยนะพี่ไทม์ เจ็บเท้าชะมัด อาจารย์รัชนีแกเลยยิ่งได้ใจ ตะโกนไล่หลังมาอีกว่า หยุดนะ! ฉันจำหน้าเธอได้นะ ยัยเด็กแก้มป่อง! โห... นาทีนั้นหนูสับเกียร์หมาวิ่งลงบันไดตึกสามชั้นรวดแบบไม่คิดชีวิต หัวใจแทบจะกระดอนออกมานอกร่มผ้าเลย”
“หึ ๆ ... มิน่าล่ะ สภาพตอนลงจากรถเมล์ถึงได้ดูเหมือนเพิ่งไปฟัดกับใครมาโบหลุดลุ่ยไปหมด” ไทม์ส่ายหัวขำ พลางเอื้อมมือไปเคาะหน้าผากมนของเด็กสาวเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
“ดื้อจริง ๆ เลยเรา แอบตามพี่ไปแท้ ๆ แทนที่จะได้คุยกันดี ๆ กลับต้องมาวิ่งหนีอาจารย์หัวหน้าหมวดซะงั้น”
“ก็หนูกลัวนี่พี่ไทม์” เปายกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเอง หลบสายตาคมกริบของไทม์ที่ทอดมองมาด้วยความอุ่นซ่าน
“ตอนได้ยินเสียงถังขยะล้ม พี่กับอาจารย์คนอื่น ๆ ก็หันไปมอง พอพี่เห็นว่าเป็นเรากำลังวิ่งหางจุกตูดลงบันได พี่เกือบหลุดขำต่อหน้าอาจารย์รัชนีแล้วนะ ดีที่เก็บอาการทัน ไม่งั้นพี่คงโดนหักคะแนนความประพฤติอาจารย์ใหม่ไปด้วยแน่ ๆ”
“โห พี่ไทม์ใจร้ายอ่ะ เห็นหนูเดือดร้อนกลับแอบขำเหรอ” เปาทำหน้างอง้ำค้อนขวับ
“พี่ไม่ได้ใจร้ายครับ แต่เราน่ะหาเรื่องใส่ตัว” ไทม์เปลี่ยนสีหน้ามาเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มลึกเอ่ยเตือนอย่างอ่อนโยน
“ต่อไปนี้ไม่ต้องแอบตามพี่ไปที่ห้องพักครูอีกแล้วนะครับ มีอะไรอยากคุย อยากปรึกษา หรืออยากเคลียร์เรื่องเรียน รอมาคุยกันที่บ้านตอนเย็นแบบนี้ก็ได้ ปลอดภัยกว่าเยอะ ไม่ต้องวิ่งหนีใครจนเจ็บตัวด้วย... เข้าใจไหมครับ”
สายตาที่สะท้อนแสงไฟใต้ถุนบ้านเต็มไปด้วยความห่วงใยและอบอุ่นจนซาลาเปารู้สึกเหมือนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปอีกรบ เธอรีบพยักหน้ารับแก้มแดงปลั่ง
“ข... เข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปหนูจะไม่แอบตามพี่ที่โรงเรียนอีกแล้ว”
“ดีมากครับ... เด็กดี”
ไทม์ยิ้มกว้างจนตาปิด มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กสาวเบา ๆ สองสามทีอย่างเอ็นดู สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำเอาเปานั่งตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุด ความรู้สึกว้าวุ่นใจระลอกใหม่พุ่งเข้าชนเต็ม ๆ