สาวใช้ตัวน้อยเดินถือตะกร้าเข้ามาในราชอุทยาน ยามเช้าอันสดใส ใบไม้อาบน้ำค้าง บรรยากาศสงบร่มรื่นเย็นสบาย ขณะที่หล่อนก้าวสวบ ๆ ไปบนทางเดินหินกรวดสีเทาขนาบด้วยต้นไม้ล้ำค่าหายาก เพื่อตรงไปยังสวนดอกไม้ด้วยตั้งใจจะเก็บกลีบกุหลาบจูเลียตมาทำแยมให้กับเจ้านายของตน
ทว่าความเงียบสงัดกลับเผยสรรพสำเนียงแปลกประหลาดดึงความสนใจสาวใช้ผู้นั้น ความอยากรู้อยากเห็นทำให้หล่อนออกจากเส้นทางทันที ไล่ตามเสียงน่าสงสัยนั้นไป
ที่นั่น ตรงต้นไม้ต้นหนึ่งริมทะเลสาบ สองร่างกระหวัดรัดรึง แนบชิดกันชนิดแทบหลอมละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกันเลยทีเดียว ฝ่ายหนึ่งเรือนร่างอวบอัด ส่วนที่ควรใหญ่ก็ใหญ่โต ส่วนควรคอดกิ่วก็อ่อนช้อยงดงาม แม้เครื่องแต่งกายจะหลุดลุ่ยจนไม่อาจปิดบังผิวผุดผาดส่วนใหญ่ได้อีก ถึงอย่างนั้นสาวใช้ตัวน้อยก็มองออกว่าเป็นเครื่องแบบหญิงรับใช้ในปราสาทเช่นเดียวกับตน
ที่สำคัญหญิงสาวนางนั้นยังเป็นพี่เอลล่า สาวใช้อาวุโสรุ่นพี่ของเธออีกด้วย!!!
การมีเรื่องราวบัดสีบัดเถลิงเช่นนี้เกิดขึ้นในรั้วปราสาทไม่ใช่เรื่องแปลก ถึงสาวใช้ตัวน้อยจะเพิ่งเข้าทำงานได้ไม่นาน ทว่าเธอก็ได้ยินได้ฟังเรื่องเหล่านี้มาแล้วไม่น้อย ที่บรรดาหญิงรับใช้ต่างแอบจับคู่กันในบางโอกาสตามสถานที่ต่าง ๆ จะด้วยความเครียดหรืออะไรก็ตามเถอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวใช้ประจำปีกปราสาทส่วนประทับของเจ้าหญิงอาร์พิน่าที่มีกฎห้ามผู้ชายย่างกรายเข้าอย่างเข้มงวดด้วยแล้วนับว่าถูกกล่าวถึงในแง่นี้เป็นพิเศษ
แต่เธอก็ไม่คาดคิดว่าแค่เริ่มงานได้ไม่นานก็จะได้มาเป็นประจักษ์พยานข่าวลือที่โด่งดังที่สุดด้วยตาตัวเองเสียแล้ว อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องที่ใครต่อใครต่างรู้ดีกันอยู่แล้วละ เพียงแต่สำหรับเธอ มันก็ยังค่อนข้างยากที่จะเชื่อ...
ก็ฝ่ายที่กำลังกอดจูบลูบคลำ ไล่รุกล้ำรุ่นพี่เอลล่าอยู่ตอนนี้น่ะหาใช่ใครที่ไหน ทว่าคือเจ้าหญิงอาร์พิน่าผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ว่าชื่นชอบ ‘สาวงาม’ มากน่ะสิ
สาวใช้ตัวน้อยตัวแข็งทื่อ ตาค้าง หูผึ่งกับเสียงครางสลับหอบหายใจอย่างสุขสมของสาวใช้รุ่นพี่ผู้เข้มงวดในยามปกติระหว่างที่เจ้าหญิงเคลื่อนไหวมือเรียวงามอย่างหยาบคายไปตามร่างกายของเอลล่า เรียวปากบ้างก็ประกบสนิท บางครั้งก็ดูดลิ้นซึ่งยื่นออกมาสลับขบกัดริมฝีปากกันและกัน น้ำลายไหลยืดย้อยหยดลงบนทรวงอกมหึมาของสาวใช้รุ่นพี่ ที่เจ้าหญิงทั้งบีบทั้งเคล้น
เธออ้าปากพะงาบ ๆ ด้วยไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ไม่ใช่ว่าต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นหรือถึงจะทำให้สตรีบ้าคลั่งเร่าร้อนเช่นนี้ได้น่ะ ต่อให้ใจหนึ่งจะไม่เชื่อ ทว่าเจ้าหญิงอาร์พิน่าก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความสามารถของหล่อนมากมายเพียงใด ด้วยไม่นานนักหล่อนก็ทำให้ทั้งเนื้อทั้งตัวของสาวใช้เอลล่าสั่นระริก ตามด้วยเสียงร้องคล้ายจะขาดใจ
แต่นั่นหาใช่จุดจบไม่ เมื่อเอลล่าซึ่งขาอ่อนยวบทรุดลงนั่งบนพื้นหญ้า นัยน์ตาวาววามหวานเชื่อมผิดกับความดุดันเจ้าระเบียบตามปกติดูเลื่อนลอยพิกล ทันทีที่เจ้าหญิงเห็นดังนั้น หล่อนก็ถกกระโปรงขึ้น รอยยิ้มฉายบนดวงหน้าสวยเข้มตอนที่หล่อนเอื้อนเอ่ยออกมา
“ตาเจ้าบ้างแล้ว” อาร์พิน่าว่า
“เจ้าค่ะ” เอลล่ารับคำ ก่อนจรดเรียวปากกับส่วนที่อ่อนนุ่มและเยิ้มฉ่ำตรงหน้า จากนั้นจึงเริ่มดูดกลืนรสชาติหวานหอมของเจ้าหญิงเข้าไป
สาวใช้ตัวน้อยแทบถือตะกร้าเปล่าเอาไว้ไม่อยู่ เธอกลับหลังหันวิ่งหนีทันที
โดยไม่รู้ตัวสักนิดว่าทุกการเคลื่อนไหวของตนนั้นล้วนอยู่ในสายตาของเจ้าหญิงอาร์พิน่าทั้งสิ้น
1
“กล้าขวางราชาของเจ้างั้นหรือ!!!” สุรเสียงทรงพลานุภาพสนั่นโถงทางเดินแบบที่ไม่ว่าประตูจะหนาแค่ไหนก็ขวางกั้นไม่ได้ เสียงฝีเท้าสลับสับสนของผู้คนมากมาย โดยดังที่สุดนั้นย่อมเป็นของผู้ที่กำลังโทสะสูงเทียมฟ้าอย่างไม่ต้องสงสัย
จากนั้นประตูห้องบรรทมก็ถูกกระแทกเปิดเข้ามาอย่างแรง
“เจ้าหญิงเพคะ!” สาวใช้ในเครื่องแบบสีน้ำตาลแทบทะยานตรงไปยังเตียงผ้าสีม่วงมันเลื่อมด้านในสุดเลยทีเดียว “ทรงรีบตื่นบรรทมเถิดเพคะ องค์ราชา-”
“อาร์พิน่า!!!” องค์ราชาคำราม
“อะ อะไรน่ะ!?! แผ่นดินไหวเรอะ! ฟ้าถล่ม! สึนามิ! หรือซูสส่งอุกกาบาตลงมา!?!” เจ้าหญิงกระเด้งตัวพรวดขึ้นทันที หันรีหันขวางไปรอบ ๆ ทว่าสายตายังไม่อาจจับโฟกัสใด ๆ ได้
“เจ้าหญิงเพค้า...” สาวใช้เฝ้าประตูเอ่ยเสียงอ่อย สีหน้าลำบากใจราวกับจะบอกว่า ‘ความซวยสุดขีดได้มาเยือนพระองค์แล้วเพคะ ทรงเตรียมพระศอไว้ได้เลย’
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้เป็นวันอภิเษกสมรสของพี่สาวเจ้า ทั้งที่อีกไม่กี่ชั่วโมงพิธีก็จะเริ่มแล้ว แต่เจ้ากลับ-” ราชาจ้ำพรวดนำหน้าข้าราชบริพารเข้ามาถึงกลางห้อง ก่อนจะชะงักกึก “อาร์พิน่า! นี่เจ้า-”
ไม่ว่าจะราชา ราชินี บรรดาพี่ ๆ น้อง ๆ ที่เตรียมรอชมเรื่องสนุกไปถึงข้าราชบริพารต่างจ้องค้างลูกตาแทบหลุด เมื่อวินาทีนั้นเอง นอกจากจะพบว่าอาร์พิน่ากำลังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าแล้ว บนเตียงยังมีหญิงสาวกลุ่มใหญ่ในชุดวันเกิดค่อย ๆ สะลึมสะลือตื่นขึ้น สังเกตจากเครื่องแบบสาวใช้กับขวดไวน์เปล่าราวสองโหลกองเกลื่อนกลาดรอบเตียงแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อคืนเจ้าหญิงผู้ฉาวโฉ่องค์นี้คงจัดปาร์ตี้ตอบแทนเหล่าสาวใช้อย่างหนักหน่วงเป็นแน่
โดยในกลุ่มนี้ก็มีสาวใช้ตัวน้อยผู้มาใหม่อยู่ด้วยเช่นกัน
“อ้าว ท่านพ่อนี่นา” อาร์พิน่าเอ่ยทักเสียงใส เค้นรอยยิ้มซื่อบริสุทธิ์อันไร้ประโยชน์ออกมาใช้ทันที
“ออก-” เพิ่งจะเริ่มอ้าปากเท่านั้น ทั้งราชินี เจ้าชายเจ้าหญิงกับขุนนาง รวมไปถึงเหล่าสาวใช้ไม่ว่าจะเปลือยหรือไม่ ทั้งหมดพร้อมใจกันแตกฮือหนีออกจากห้องรวดเร็วยิ่งกว่าลมสลาตัน ไม่ถึงสองวินาทีด้วยซ้ำ ห้องบรรทมเจ้าหญิงอาร์พิน่าก็พลันว่างเปล่าเสียแล้ว “ไป!!!”
กระทั่งองค์ราชาก็ดูจะงุนงงกับการหนีตายครั้งนี้ไม่น้อย พระองค์กะพริบตาปริบราวกับโง่งมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโทสะจะกลับคืนมาอีกครั้ง
“เจ้า!” ราชาคล้ายอยากจะพูดบางอย่างแต่ก็อับจนถ้อยคำ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ อย่างน่าหวาดเสียว
ทว่าในที่สุดพระองค์ก็สามารถเอ่ยออกมาได้โดยไม่เป็นลมไปเพราะความโกรธเสียก่อน “เจ้า... เจ้า... ท้องพระโรง เดี๋ยวนี้!!!”
2
เหล่าขุนนางก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้จะหายใจ ราชินีไม่ยอมโผล่มานั่งข้างบัลลังก์กษัตริย์ด้วยซ้ำ ขณะที่เหล่าพี่น้องเตลิดหายไปกันหมด เหลือเพียงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในวันสำคัญวันนี้อย่างพี่สาวคนโต เจ้าหญิงเซฟาริน่าเท่านั้นที่ไม่สามารถหลบหนีไปด้วยได้ จำต้องมาทนร่วมฟังเสด็จพ่อระบายความเกรี้ยวกราดออกมาถึงสี่สิบห้านาทีเต็มทั้งที่กำลังอยู่ในชุดแต่งงาน ขณะที่ยายตัวการน่ะหรือ ก็ยืนคอตกม่อยกระรอกหลับสนิทหน้าบัลลังก์ไปแล้วน่ะสิ
จะมีก็องค์ราชาที่เอาแต่ร่ายยืดยาวไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเท่านั้นแหละที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาเสียเลยว่าพระราชธิดาองค์สุดท้องแวะเวียนไปเยี่ยมเทพความฝันตั้งแต่นาทีแรกแล้วเรียบร้อย
“ทั้งที่วันนี้เป็นวันอภิเษกของพี่สาวเจ้าแท้ ๆ แต่เจ้ากลับทำตัวเหลวแหลกไม่ต่างจากชาวบ้านร้านตลาด แถมยังเป็นพวกตาแก่มักมากตัณหากลับอีก!” องค์ราชาตบพนักวางแขนบัลลังก์พลางวนซ้ำคำพูดเดิมเป็นครั้งที่สี่สิบ ไม่สิ อาจจะห้าสิบได้มั้ง ขุนนางหลายคนสะดุ้งเฮือก ไม่รู้เพราะเสียงทุบหรือจากเนื้อหาที่เจ้าเหนือหัวตนเอ่ยออกมากันแน่ “มีเจ้าหญิงที่ไหนกันบ้างที่วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นกับสาวใช้ไม่ก็สาวชาวบ้าน! ไม่รู้จักคิดหาสวามีเพื่อสืบสันติวงศ์!!!”
ราชาเหมือนจะสังเกตเห็นบางอย่าง “นี่เจ้าฟังอยู่หรือเปล่า!?!”
“เอ้อ! เจ้าค่ะ ฟังอยู่เจ้าค่ะ ข้าฟังอยู่!” ดูยังไงก็เห็นชัดว่าอาร์พิน่าเพิ่งสะดุ้งตื่น
“งั้นข้าเพิ่งจะพูดอะไร”
“เอ่อ... อะไรสักอย่างเกี่ยวกับความหมกมุ่นกับสาวใช้ แล้วก็ให้สามีออกลูก ไม่ใช่สิ หาสามีเพื่อออกลูกต่างหาก...” อาร์พิน่ากลอกตาเบื่อ ๆ
องค์ราชาหันขวับไปมองเจ้าหญิงเซฟาริน่าที่รีบเก็บท่าทางแล้วก้มหน้าลงทันที ใช่แล้ว เมื่อกี๊หล่อนเพิ่งส่งสัญญาณปากให้น้องสาวตัวดีของตน
“แล้วเจ้าเข้าใจความหมายหรือไม่” ราชาถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“ข้าเข้าใจ...” อาร์พิน่าลอบเบ้ปาก องค์ราชาคล้ายกำลังจะมีรอยยิ้มโผล่ให้เห็นบ้างแล้วกลับแปรเปลี่ยนเป็นหน้าเขียวคล้ำทันทีที่ได้ยินคำพูดถัดมาของหล่อน “ว่าหน้าที่นั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งข้าก็ได้ไม่ใช่หรือ พี่ ๆ น้อง ๆ ของข้าก็มีตั้งเยอะแยะ ต้องขอบคุณในความพยายามของท่านพ่อกับท่านแม่จริง ๆ นั่นแหละ เพราะงั้นปัญหาว่าจะไม่มีผู้สืบทอดบัลลังก์ก็เป็นอันตกไป ส่วนเรื่องอุ้มหลาน ท่านก็ลุ้นเอาจากพี่ชายใหญ่ก็ได้ รายนั้นน่ะไวไฟอย่างกับกระต่าย ท่านต้องได้เห็นสีหน้าเขาเวลาเจอสาวชาวบ้านที่นมแบบ-”
อาร์พิน่าทำมือเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างผลเมล่อนสองผลหรืออะไรทำนองนั้น
ในที่สุดอาร์พิน่าก็สังเกตเห็นแววตักเตือนจากเซฟาริน่าเสียที หล่อนถลึงจนตาแทบหลุดออกมาแล้ว
‘หยุดนะยายบ้า ไม่เห็นหรือไง ครั้งนี้ท่านพ่อเอาจริงแล้วนะ!’
‘อะไรกัน อย่างท่านพ่อน่ะหรือ ไม่เอาน่า’ อาร์พิน่าลอบยิ้มเยาะ
“ดี... ดีมาก... นังลูกตัวดี” เคราสีดำขลับขององค์ราชาสั่นระริกด้วยความโกรธ “ดูเหมือนที่ผ่านมาข้าจะใจอ่อนกับเจ้าเกินไปสินะ เอาล่ะ! ข้าตัดสินใจแล้ว ในอีกครึ่งปีข้างหน้า ยามจันทราทั้งสองดวงปรากฏกลางฟากฟ้า เจ้าจะต้องแต่งงานกับเจ้าชายแห่งอาณาจักรดินสีแดง!”
“อะไรนะ!?!” อาร์พิน่าเงยหน้ามององค์ราชาและบิดาตนตรง ๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มาถึงท้องพระโรง
“เจ้าได้ยินข้าแล้ว! เจ้า! อภิเษกกับเจ้าชายแห่งอาณาจักรดินสีแดง!!!” ราชาตะเบ็งเสียงลั่นกลบเสียงตะโกนของธิดาเจ้าปัญหาของตน
“ข้าไม่แต่งเด็ดขาด!!!” ถ้าในมือมีเมล่อนอยู่จริง ๆ ละก็ อาร์พิน่าคงขว้างใส่หัวอีกฝ่ายไปแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เจ้าชายอาณาจักรดินสีแดงอยู่ในวัยห้าสิบกว่าด้วยซ้ำ เจ้าหมูตอนพุงพลุ้ยนั่น! แต่จะให้เธอไปแต่งงานกับ... ผู้ชายได้ยังไงกัน ก็ในเมื่อ...
“เจ้าไม่มีสิทธิปฏิเสธ! นี่คือราชโองการ! หากเจ้าไม่ทำก็จงเลิกเป็นเจ้าหญิงเสีย! และต่อให้ไม่ได้เป็นเจ้าหญิง เจ้าก็ยังต้องแต่งอยู่ดี!!!” องค์ราชาตวาด
วินาทีนั้น อาร์พิน่ารู้สึกราวกับหัวเธอกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ