สุริยเทพีหนีออกจากบ้าน - Apollo

ตอนที่ 6: Chapter 6: ใครบางคนทำให้หล่อนต้องยืนจนขาแข็ง

👁️ 1 อ่าน
22px

เมืองขนปุยเป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรป่าอัคนี ที่จริงแล้วต่อให้ทางตอนใต้ไม่มีวิหารแห่งเกียรติยศของเทพีริชูตั้งอยู่ เมืองนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากบรรดาผู้ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงน่ารักทุกชนิดอยู่ดี ซึ่งก็เป็นไปตามชื่อเสียงเรียงนามของเมืองนี้นี่แหละ เมืองขนปุยเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ใหญ่อันดับหนึ่งบนแผ่นดินสามพฤกษชาติทางตะวันออก ตลอดทั้งปีผู้คนต่างหลั่งไหลมายังเมืองนี้เพื่อยลโฉมและหาซื้อสัตว์เลี้ยงน่ารัก สัตว์หายากไปจนถึงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชั้นดี เป็นที่เลื่องลือว่าม้าสายพันธุ์ดีที่สุดก็ถูกเพาะพันธุ์สำเร็จครั้งแรกที่นี่เอง

เทียบกันแล้ว วิหารแรกนั้นง่ายดายกว่าวิหารที่เหลืออีกสองแห่งมากนัก นั่นก็เนื่องด้วยระยะทางจากจุดลงทะเบียนบริเวณชานเมืองอาณาจักรธารพฤกษามายังวิหารนี้เพียงเดินเท้าสามวันเท่านั้น หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าร่วมจะพักแรมกัน ณ จุดลงทะเบียนนั้นเองเพื่อรอให้ถึงจันทร์ดวงแรกเต็มดวง จากนั้นการเดินทางก็จะเริ่มต้นขึ้น

สำหรับอาร์พิน่านั้นออกตัวช้ากว่าคนอื่น ๆ หลายชั่วโมง หนำซ้ำแทนที่จะเร่งทำความเร็วจนถนนแทบแตกอย่างผู้แข่งขันส่วนใหญ่กลับเป็นการเดินทางแบบกินลมชมวิวสุด ๆ เจ้าหญิงยืนกรานว่าจะไม่ขี่ม้าแต่ให้ใช้รถม้าแทนโดยไม่สนใจกับเดียร์ล็อตที่สติร่ำร่ำจะแตกอยู่หลายครั้ง ถึงตอนนี้หล่อนยิ่งกว่ามั่นใจขึ้นไปอีกว่ายายเจ้าหญิงเจ้าปัญหานี่เห็นทีจะไม่มีทางชนะรางวัลที่หนึ่งเป็นแน่

และหนี้ของหล่อนก็จะยังเป็นหนี้ต่อไป

กว่าสองสาวจะมาถึงวิหารแห่งเกียรติยศก็ปาเข้าไปเช้าวันที่สามของการแข่งขันเสียแล้ว

1

หยดเหงื่อผุดบนหน้าผากเม็ดแล้วเม็ดเล่าก่อนไหลย้อยลงมาตามผิวตกกระของดวงหน้าคมเข้ม เดียร์ล็อตและผู้คนอีกนับไม่ถ้วนต่างยืนขาแข็งกลางแดดจัดมาหลายชั่วโมงแล้ว แถวยาวเป็นกิโลเมตรตั้งแต่ลานหน้าวิหารของเทพีริชู คดเคี้ยวทั่วพื้นที่จัตุรัสกลางเมืองที่คึกคักด้วยร้านแผงลอยก่อนจะยาวไปตามตรอกซอกซอย ทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงบริการเช่าสัตว์เลี้ยงน่ารักเพื่อการผ่อนคลายต่างอาศัยโอกาสทองนี้กอบโกยเงินเข้ากระเป๋า มันก็แน่อยู่แล้ว คนนับหมื่นมารวมตัวกันในเมืองในคราวเดียว นี่น่ะขุมทองชัด ๆ

เพื่อให้ได้รับสัญลักษณ์ผ่านทางแรกจากวิหารแห่งเกียรติยศ ผู้เข้าร่วมต้องผ่านการทดสอบของนักบวชหญิงประจำวิหารเสียก่อน โดยสำหรับวิหารเทพีริชูในครั้งนี้เป็นการทายปัญหา ซึ่งผู้เข้าร่วมต้องตอบคำถามจำนวนสามคำถาม หากถูกสองในสามขึ้นไปก็จะได้รับสัญลักษณ์ผ่านทาง สำหรับคำถามนั้นครอบคลุมองค์ความรู้จากทุกศาสตร์ แม้แต่ปัญหาเชาว์ที่เด็ก ๆ ชอบเล่นกันก็ยังถูกนำมาถามด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้เข้าร่วมนั้น ๆ จะโชคดีในการสุ่มรับคำถามแค่ไหน

การเข้าทดสอบไม่ได้จำกัดจำนวนครั้ง เหตุผลหลักก็คือคำถามส่วนใหญ่นั้นค่อนข้างยาก ถึงขั้นมีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสบางคนคอยสอบถามทุกคนที่ก้าวออกจากประตูวิหารแล้วนำมารวบรวมไว้เป็นเล่มเลยทีเดียว

วิหารแห่งเกียรติยศสร้างจากหินทราย ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอียิปต์โบราณ จะเว้นก็เพียงรูปสลักตามผนังหาใช่เหล่าเทพเจ้าผู้มีศีรษะเป็นสัตว์ไม่ หากแต่เป็นงานศิลปะอย่างชาวนอร์ส โดยถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเทพีริชูนับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นบนดินแดนลึกลับอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร การเติบโตขึ้นท่ามกลางความอิจฉาริษยาระหว่างพี่น้องและถูกใส่ร้ายจนถูกขายเป็นทาส การผจญภัยนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเผชิญพายุจนเรือแตกติดเกาะร้าง จัดการกับยักษ์กินคนตอนอายุเพียงสิบสองปี ปลอมตัวเป็นชายเข้าร่วมกองทัพปราบเทพแห่งอสุรกายและได้พบกับเทพีชานดร้าในภาคมนุษย์ กระทั่งจบสงครามยี่สิบสองปีลง ริชูก็ได้รับความเป็นอมตะแล้วขึ้นเป็นเทพี โดยเชื่อกันว่าสถานที่ที่พระองค์ตั้งรกรากในฐานะของเทพีก็คือเมืองขนปุยแห่งนี้เอง

เดียร์ล็อตปาดเหงื่อแล้วปาดเหงื่ออีก ผ้าเช็ดหน้าชุ่มจนใช้หรือไม่ใช้ก็ไม่ต่างกัน ทันทีที่ถึงเมืองนี้ตอนตีสอง เธอก็มุ่งหน้ามายังวิหารทันทีก่อนจะตระหนักว่ามันมีผู้เข้าร่วมเรือนพันต่อคิวข้ามวันข้ามคืนอยู่ก่อนแล้ว คนที่มีเงินหน่อยก็จ้างชาวเมืองต่อคิวแทนไม่ก็ตั้งเต็นท์รอเวลาวิหารเปิดอีกครั้งยามแสงแรกของวันหวนกลับมาอีกครั้ง หลังจากตามหาปลายแถวซึ่งยาวถึงอีกฟากของเมืองจนเจอพร้อมสบถสาปแช่งยายเจ้าหญิงตัวดีผู้เป็นต้นเหตุให้เดินทางล่าช้าจนคิวยาวเหยียดขนาดนี้ ที่สำคัญยายอาร์พิน่ายังปฏิเสธทันควันที่จะเข้าคิวรออีกด้วย หล่อนพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับจะไปหาแมวสฟิงซ์กอดสักหน่อยแล้วหายตัวไปโดยเดียร์ล็อตไม่ทันคัดค้านสักคำ

เธอซึ่งหนี้ท่วมหัวจึงไม่อาจหลบเลี่ยงได้ จำต้องปิดปากเงียบเข้าคิวแทนอาร์พิน่าด้วยความคับแค้นใจเหลือแสน

เดียร์ล็อตไม่อยากคำนวณเลยว่าตั้งแต่ตีสองครึ่งถึงตะวันเลยหัว ตนต้องทนมานานเท่าไหร่ แถวเองก็ขยับทีละนิด กระนั้นสำหรับอดีตทหารที่เคยลำบากกว่านี้มาแล้วอย่างเธอ การอดทนรอกลางแดดจัดจึงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงนัก ที่เดียร์ล็อตกังวลจริง ๆ คือคำถามสามข้อต่างหาก หญิงสาวรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนฉลาด เทียบกับไหวพริบที่เจ้าหญิงแสดงให้เห็นก่อนหน้านี้แล้ว เธอเป็นมนุษย์จำพวกที่ใช้กำปั้นคุยแทนวาจามากกว่า

เพราะงั้นหากหล่อนจะรีบไสหัวกลับมาที่นี่ก็จะดีมาก! ยายเจ้าหญิงบ้ากาม!!! เดียร์ล็อตคิดในใจพร้อมก่นด่าเสียยาวเหยียดยิ่งกว่า เธอค่อนข้างแน่ใจว่าตนจะตอบผิดทั้งหมดและต้องกลับมาเข้าคิวใหม่อีกรอบอย่างไม่ต้องสงสัย!!! บ้าเอ๊ย! หายหัวไปไหนกันแน่นะ รีบๆ มาซะทีสิย้า! ข้าเข้าคิวแทนให้เจ้าจนจะได้เข้าวิหารแล้วนะ!!!

ผู้คนข้างหน้าเริ่มขยับ เบื้องหน้าเหนือศีรษะเดียร์ล็อตคือซุ้มประตูหินทรายสูงสี่เมตรทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบ ๆ เข้าได้ทีละสามคน นักรบประจำวิหารสวมชุดคลุมผ้าลินินสีขาวปิดตั้งแต่หัวจรดเท้ายืนถือง้าวเฝ้าทางเข้าด้านละคน ถัดจากซุ้มประตูเข้าไปเป็นพื้นที่กว้างระยะทางราวห้าร้อยเมตรกว่าจะถึงตัวอาคารวิหาร บริเวณลานหน้าวิหารนี้เองที่ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการทดสอบ เวทีขนาดใหญ่ตั้งโดยมีตัวอาคารกับรูปปั้นเทพีสูงสิบห้าเมตรเป็นฉากหลัง สายตาขององค์เทพีจับจ้องเหล่าผู้มาเยือนราวกับมองทะลุถึงภายในจิตใจก็ไม่ปาน ข่มขวัญผู้ใดก็ตามที่หาญกล้าคิดไม่ซื่อต่อการแสวงบุญผ่านการแข่งขันเพื่อมอบความบันเทิงแด่เหล่าเทพเจ้าในครั้งนี้

บนเวทีมีกล่องไม้สามใบ แต่ละใบบรรจุกระดาษคำถามจำนวนมากเอาไว้ โดยเมื่อผู้เข้ารับการทดสอบก้าวไปยืนในวงกลมแห่งการทดสอบ นักบวชคนแรกจะล้วงเข้าไปในกล่องเพื่อหยิบกระดาษคำถามออกมาหนึ่งใบ คำถามจะถูกส่งต่อให้กับผู้ตรวจสอบทั้งสามซึ่งคนหนึ่งถูกเลือกจากชาวเมือง อีกคนเป็นตัวแทนจากสภาปกครองแห่งอาณาจักรป่าอัคนี และคนสุดท้ายคือนักบวชจากวิหารแห่งสุริยันที่เดินทางมาเป็นสักขีพยานของการแข่งขัน จากนั้นผู้ชมคนหนึ่งจะถูกเชิญให้ออกมาเป็นผู้อ่านคำถามเพื่อความโปร่งใส

บริเวณลานกว้างเต็มไปด้วยผู้ชมที่พากันหอบเสื่อมานั่งชมการตอบคำถาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากว่าครึ่งย่อมต้องเป็นคนจากร้านที่คอยจัดทำหนังสือรวมคำถามวางขายแก่ผู้เข้าแข่งขันนั่นเอง

ทว่าตอนที่เดียร์ล็อตกำลังจะผ่านซุ้มประตูเข้าไปนั้น นักบวชหญิงวัยห้าสิบนางหนึ่งก็เร่งฝีเท้าตัดข้ามลานกว้างอันพลุกพล่านมา ก่อนจะประกาศว่าวันนี้ปิดรับผู้เข้ารับการทดสอบแล้ว ขอให้ทุกคนมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น โดยจะเปิดให้เริ่มเข้าคิวอีกครั้งตั้งแต่เวลาตีสองของวันใหม่

แน่นอนว่านี่ย่อมสร้างความไม่พอใจแก่คนที่เข้าคิวมามากกว่าครึ่งวัน ยิ่งเฉพาะเดียร์ล็อตที่คิวต่อไปก็เข้าวิหารได้แล้ว!!!

หญิงสาวต้องสะกดกลั้นความรู้สึกอยากต่อยหน้านักบวชหญิงคนนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอเชื่อว่าตนสามารถล้มนักรบเฝ้าประตูได้ กระนั้นถ้าขืนลงมือไปก็ย่อมหนีไม่พ้นต้องถูกตัดสิทธิไม่ต้องสงสัย

เดียร์ล็อตกัดฟันกรอด ๆ หมุนตัวกลับเดินหนีจากที่นั่นทันที ด้วยเกรงว่าไม่อาจคุมอารมณ์ได้อีก

บัดซบ!” หลังเดินออกมาไกลพอสมควร เดียร์ล็อตก็เตะกำแพงวิหารในบริเวณที่ไม่มีใครอยู่ แรงขนาดที่แม้สวมรองเท้าหนังหนา ๆ อยู่ก็ยังเจ็บ ความโกรธของเธอหาได้มีต่อนักบวชกับกฎบ้า ๆ ของพวกนั้น ยายงี่เง่าเอาแต่ใจอาร์พิน่าต่างหากที่เธออยากซัดให้หน้ายุบไปอีกด้านเสียเลย ก็ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อน เธอก็คงไม่ต้องมาทนยืนทรมานโดยไม่ได้อะไรแบบนี้หรอก

แต่ขณะที่เธอเตรียมอัดกำปั้นใส่กำแพงผู้โชคร้ายต่ออีกนั้น หญิงสาวพลันสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวไม่คาดฝัน ใครบางคนโผล่พรวดออกมาจากช่องแคบ ๆ หลังพุ่มไม้ใกล้เคียง เดียร์ล็อตเลื่อนมือแตะด้ามดาบโดยอัตโนมัติก่อนตระหนักว่านั่นเป็นนักบวชหญิงตัวเล็ก ๆ ใต้ผ้าคลุมมีฮู้ดสีน้ำเงินเข้มเท่านั้น

นักบวชผู้นี้วัยประมาณสิบสองสิบสาม เหงื่อเกาะเต็มใบหน้ากลมเกลี้ยงราวพระจันทร์ ลมหายใจหอบหนักแสดงให้เห็นว่าหล่อนน่าจะเพิ่งห้อเต็มฝีเท้ามา

“โชคดีที่ทันเวลา” นักบวชพูดกับตัวเอง จากนั้นจึงก้าวตรงมาหาเดียร์ล็อตสามก้าวและถอนสายบัวให้อย่างงดงาม “ไม่ทราบว่าท่านคือท่านผู้คุ้มกันสุดแกร่งเดียร์ล็อตใช่หรือไม่คะ”

“ผู้คุ้มกันสุดแกร่-” เดียร์ล็อตขมวดคิ้วงง ๆ ปล่อยมือจากด้ามจับดาบที่เอว กระนั้นก็ยังไม่ลดความระวังลง “ข้าไม่รู้เรื่องผู้คุ้มกันอะไรนั่นด้วยหรอกนะ แต่เดียร์ล็อตก็คือข้า”

“รบกวนขอนามสกุลด้วยค่ะ”

ถึงจะสงสัยไม่น้อย ทว่าเธอก็ยอมตอบออกไป “นิชคาลันก้า”

“นิชคาลันก้า... ใช่แน่ ๆ ” คราวนี้เป็นอีกเสียงดังขึ้น ก่อนนักบวชตัวน้อย ๆ อายุอานามไล่เลี่ยกับคนแรกชะโงกหน้าออกจากพุ่มไม้ หล่อนมีแก้มแดงสดใสน่าหยิกเป็นที่สุด “ว้าว พี่สาวเท่ชะมัดยาด!

“เวโรนิก้า! เจ้าไม่ควรพูดแบบนั้น!” นักบวชหญิงคนแรกรีบหันกลับไปว่า

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ที่นี่ก็มีแค่ข้ากับเจ้า ไม่มีใครได้ยินหรอก” นักบวชหญิงที่เพิ่งพูดว่า ชะมัดยาดโต้

เดียร์ล็อตคันปากอยากจะบอกไปว่าก็มีตนนี่ไงที่ได้ยิน แต่ก็เลือกไม่พูดออกไปและส่งสายตาสอบถามไปให้แทน

“ท่านโปรดตามพวกข้ามาเถิด” นักบวชหน้ากลมทำท่าทางราวกับตนเป็นผู้ใหญ่เสียเต็มประดา ผายมือเป็นเชิงให้เดียร์ล็อตตามหล่อนไปด้านหลังพุ่มไม้ตรงหน้านั้น

“พวกข้าได้รับคำขอร้องมาน่ะ” นักบวชแก้มแดงหัวเราะคิกคัก “จากพี่สาวที่ทำให้พวกพี่ ๆ ร้องครวญครางไม่เป็นภาษา”

เวโรนิก้า!

เดียร์ล็อตมองสองนักบวชตัวน้อยที่คนหนึ่งส่งสายตาพิฆาตให้อีกคนที่แลบลิ้นตอบกลับใส่อย่างไม่กลัวเกรง ความรู้สึกพิลึก ๆ บางอย่างผุดขึ้นในใจจากคำพูดล่าสุดของเวโรนิก้า นี่มันฟังอย่างกับ...

“นำทางข้าไป” เดียร์ล็อตเอ่ยขัดทั้งสองพลางพยักหน้า

2

มองจากด้านนอกแม้อาคารวิหารหินทรายแห่งนี้จะให้ความรู้สึกแห้งแล้งและร้อนระอุ(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเดียร์ล็อตผู้ต้องยืนตากแดดตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ) ทว่าทันทีที่ก้าวออกจากอุโมงค์ทางลับมาโผล่ในสวน ณ ใจกลางวิหาร เดียร์ล็อตก็ต้องประหลาดใจกับบรรยากาศราวกับมาโผล่อีกโลกหนึ่งยังไงยังงั้น

หากเธอไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่คือภายในเขตวิหารก็คงนึกว่าตนกำลังอยู่กลางป่าเสียแล้ว และไม่ใช่แค่ป่าทั่ว ๆ ไปที่เต็มไปด้วยความมืดทึบวังเวงด้วยนะ แต่เป็นสวนสวรรค์ที่สรรค์สร้างขึ้นโดยองค์เทพีด้วยพระองค์เองทีเดียว ต้นกฤษณาเติบโตยืนสูงสลับกับสนซีดาร์ ส่งผลให้บริเวณนี้อบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนจางของความบริสุทธิ์ช่วยสงบจิตใจอันกระวนกระวายลง เฟิร์นหลายพันธุ์เติบใหญ่เท่าที่มันจะทำได้ ไม่ไกลนัก สระน้ำใสแจ๋วสามารถเห็นฝูงปลาคาร์ฟสีสันสดใสแหวกว่ายระหว่างกอบัว รอบสระน้ำคือสวนหินเต็มไปด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ ช่อกระดิ่งจิ๋วของลิลลี่ภูเขา ปักษาสวรรค์สีส้มเจิดจ้า พุ่มไฮเดรนเยียสีม่วงอ่อน ดอกบลูเบลล์น้ำเงินเข้ม ดอกมิดเดิลมิสท์ พวงดอกสีมินท์ของเถาวัลย์หยก ความจริงแล้วที่แห่งนี้มีสายพันธุ์ไม้ดอกมากกว่านี้เยอะ เพียงแต่ด้วยความรู้อันอ่อนด้อยของเดียร์ล็อตรวมทั้งการต้องรีบไล่ตามนักบวชตัวน้อยทั้งสอง จึงทำให้หญิงสาวไม่อาจให้เวลากับบริเวณนี้ได้นานนัก

“เจ้าหมายความว่าไงที่อาร์พิน่าอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้าแล้ว” เดียร์ล็อตถามระหว่างก้าวฉับ ๆ ติดตามร่างเล็กในผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มไปบนโถงทางเดินหินอ่อน ด้านหนึ่งเป็นระเบียงไม้ซีดาร์ประดับแผ่นทองฉลุลายติดกับสวนป่าอันงดงาม

ระหว่างเดินอยู่ เดียร์ล็อตไม่เห็นนักบวชคนอื่นเลย กลับกัน เธอเห็นประชากรแมวสวนทางขวักไขว่ไปครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันก้าวส่ายอาด ๆ ไร้ความกลัวเกรงประหนึ่งเป็นเจ้าของวิหารก็ไม่ปาน

“ไม่ใช่เช้า ตั้งแต่ก่อนเช้าซะอีก สักประมาณตีสามตีนิด ๆ ได้มั้ง ข้าว่าน่าจะเป็นตอนที่ท่านพี่มีอาสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าใกล้ห้องภาวนาที่สิบสองอย่างเด็ดขาด” เวโรนิก้าหัวเราะคิกคัก “แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่าทุกคนเข้า ๆ ออก ๆ ที่นั่นแทบจะทุกสิบห้านาทีได้มั้ง ท่านพี่บางคนหลังจากเข้าไปแล้วก็หายไปเลยตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะกลับออกมาได้ แถมตอนออกมานะ สภาพยังดูอย่างกับ-”

“พอได้แล้วเวโรนิก้า! นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกเราสักหน่อย อย่าสอดรู้ให้มากจะดีกว่า!” นักบวชหญิงหน้ากลมนามเอวาขู่ฟ่อใส่เวโรนิก้าผู้มีแก้มแดงสดใส

“เจ้าเองก็อย่าทำตัวน่าเบื่อนักเลย! มันไม่มีกฎข้อห้ามเรื่องแบบนี้สักหน่อย”

“พูดงี้หมายความว่ายังไง!” เอวาถลึงตา ทำตัวพองฟูเหมือนแมวเปอร์เซียถูกเหยียบหาง ทว่าใบหน้ากลม ๆ ให้ความรู้สึกอ่อนโยนนั้นไม่อาจสร้างความข่มขวัญใด ๆ ได้เลย

“ก็หมายความแบบนี้ไงล่ะ!” จู่ ๆ เวโรนิก้าก็ถลันเข้าหาเอวาก่อนประทับริมฝีปากนุ่มของตนกับอีกฝ่าย กระทั่งเดียร์ล็อตผู้เดินตามเงียบ ๆ พยายามไม่พูดอะไรยังถึงกับผงะร้อง เฮ้ย!’ ออกมาเลยทีเดียว นี่ไม่ใช่ภาพที่มักได้เห็นกันเป็นปกติ แม้คนในวงการต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าสำหรับวิหารหญิงล้วนของบรรดาเทพีหลายองค์นั้น เรื่องทำนองนี้นับว่าเป็นเรื่องราวทั่วไปก็ตาม

เดียร์ล็อตรู้สึกราวกับตนไม่สมควรมาอยู่ที่นี่อย่างไรชอบกลขณะที่ตาค้างจ้องสองสาวดูดปากกันอย่างดูดดื่ม ที่จริงต้องบอกว่ามีแค่เวโรนิก้าเท่านั้นที่เป็นฝ่ายรุกฝ่ายเดียว ส่วนเอวาที่สีแดงแผ่ซ่านไปทั้งหัวทั้งหูก็โบกไม้โบกมืออย่างกับแมลงถูกจับหงายท้องได้แต่ส่งเสียงครวญครางเป็นทำนองให้ปล่อยตนเสีย หรือไม่หล่อนก็แค่กำลังเคลิ้มเท่านั้น

โอ้ ไม่หรอก

เอวาแทบถีบร่างอีกฝ่ายเลยทีเดียว เวโรนิก้าเซไปชนราวกั้นทางเดินกับสวนป่า ริมฝีปากบวมเล็กน้อยและชุ่มชื้นด้วยน้ำลายบิดเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกล

ทะ ทำ ทำอะไรของเจ้า!?!” เอวาใช้แขนยาว ๆ ของชุดคลุมเช็ดปากตัวเองไม่หยุด “แบบนี้มันผะ- ผิดนะ”

“ผิดตรงไหนกัน” เวโรนิก้าโบกมือราวกับนั่นเป็นสิ่งไร้สาระที่สุดที่เคยได้ยิน “ข้าก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่ามันไม่มีกฎห้ามสักหน่อย”

“ยายบ้า ก็กฎห้ามมีความสัมพันธ์ยังไงล่ะยะ!

“ตำราว่าด้วยสิ่งต้องห้ามหน้าที่สิบสอง ข้อสามสิบห้าวรรคที่สอง กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง” เวโรนิก้าย้อน “ข้าตรวจสอบเรื่องนี้มาแล้ว ทั้งสอบถามพี่มีอาด้วย เจ้าก็รู้ว่าท่านพี่เขาเคร่งครัดกฎระเบียบขนาดไหน”

“แต่ท่านพี่มีอาน่ะ...” เอวาตกใจกับข้อมูลที่แม่นยำผิดวิสัยเรื่อยเปื่อยตามอำเภอใจของยายเวโรนิก้าถึงกับลืมโกรธไปเลย “ท่านพี่เขาเป็นคนแรกเลยที่...”

“เจ้าเพิ่งรู้ตัวงั้นเรอะ” เวโรนิก้าตบไหล่สหายร่วมวิหารของตน เดียร์ล็อตคิดว่าท่าทางไม่สำรวมนั้นช่างไม่เหมาะสมกับการเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์รับใช้เทพีเอาเสียเลย “เจ้ารู้ไหม” เวโรนิก้าว่าต่อโดยลดระดับเสียงของตนลง ถึงกระนั้นสำหรับผู้เคยฝึกศาสตร์การดักฟังและรวบรวมข่าวสารอย่างเดียร์ล็อตก็ยังสามารถได้ยินชัดเจนอยู่ดี “พูดกันว่าที่จริงแล้วนี่เป็นความปรารถนาแท้จริงขององค์เทพีริชูเองเลยแหละ”

“เจ้าพูดเรื่องบ้าอะไร”

“ข้าเองก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน แต่ข้าได้ยินจากท่านพี่มีอาแบบนั้น แล้วท่านพี่เขาก็บอกว่าได้ฟังมาจากท่านย่าแล้วก็ท่านแม่อีกทีด้วย”

ทั้งสองเหลือบมองเดียร์ล็อต และเมื่อสังเกตว่าเธอกำลังฟังอยู่ พวกหล่อนก็ปิดปากเงียบทันที

“เชิญท่านผู้คุ้มกันไปต่อเจ้าค่ะ” เอวากลับมาอยู่ในท่าทางของ ผู้สูงส่งอีกครั้ง ผายมือเชื้อเชิญเดียร์ล็อตให้ติดตามหล่อนไปก่อนเริ่มเยื้องย่างอย่างสงบนิ่ง โดยมีเวโรนิก้าเม้มปากกลั้นหัวเราะตามอยู่ไม่ห่าง

เดียร์ล็อตส่ายศีรษะอย่างระอา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอกลับสลัดสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่ไปจากใจไม่ได้

...พูดกันว่าที่จริงแล้วนี่เป็นความปรารถนาแท้จริงขององค์เทพีริชูเองเลยแหละ

3

หน้าห้องภาวนาที่สิบสอง เดียร์ล็อตพบกับนักบวชระดับสูงกว่าผู้นำทางตัวน้อยจำนวนสองคนยืนเฝ้าอยู่ ไม่สิ จะว่าเฝ้าก็ไม่เหมือนเท่าไหร่เมื่อสังเกตจากสีหน้ากระวนกระวายของทั้งคู่ เธอรู้สึกอย่างกับว่าพวกหล่อนคล้ายอยากบุกเข้าไปข้างในเต็มแก่แล้ว ...ด้วยความปรารถนาล้วน ๆ

“พวกเจ้าทำอะไรน่ะ! เหตุใดจึงพาคนนอกเข้ามาในนี้!” นักบวชหญิงวัยยี่สิบปีแต่งกายด้วยชุดคลุมสีส้มแทนเจอรีนประดับดิ้นทองบริเวณชายแขนเสื้อและปกคนหนึ่งรี่หาเอวา ทว่าสายตากลับไม่ละจากใบหน้าเดียร์ล็อตแม้แต่น้อย ทำเอาอดีตนักรบสาวเกิดความอึดอัดแปลก ๆ ขึ้นในอก

“ท่านพี่โมนา” เอวากับเวโรนิก้าถอนสายบัวพร้อมกัน ก่อนผายมือมาทางเดียร์ล็อต “ท่านผู้นี้คือท่านเดียร์ล็อต นิชคาลันก้าที่เจ้าหญิงอาร์พิน่าต้องการตัวเจ้าค่ะ”

“ยะ อย่างนั้นเองหรือ” จู่ ๆ โมนาก็หน้าแดงแล้วหลบสายตาเดียร์ล็อต “ช่างเป็นหญิงสาวที่สง่างามเหลือเกิน”

“อาร์พิน่าอยู่ในนั้นหรือ” เดียร์ล็อตบุ้ยใบ้ยังประตูไม้ทรงโค้งที่ด้านบนมีป้ายเลขสิบสองในภาษาเก่าติดอยู่

“ใช่ค่ะ แต่ว่า...” โมนาอ้ำอึ้ง ทว่าตอนนั้นเดียร์ล็อตหาได้ใส่ใจกับท่าทีของหล่อน เธอก้าวฉับ ๆ ไปยังประตูบานนั้นทันที แบบที่ไม่ว่าจะโมนาหรือใครก็ไม่มีโอกาสตั้งตัวทันแม้แต่น้อย “เดี๋ยวก่อนค่ะ อย่าเพิ่ง-”

ช้าไปเสียแล้ว เดียร์ล็อตผลักประตูเข้าไป จากนั้นเธอก็ต้องชะงัก ลืมกระทั่งหายใจเลยทีเดียว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!