สุริยเทพีหนีออกจากบ้าน - Apollo

ตอนที่ 5: Chapter 5: พันธมิตรใหม่ของเจ้าหญิง

👁️ 1 อ่าน
22px

หยดน้ำเกาะพราวบนผิวเนียนละเอียดดุจสำลีตัดกับเรือนผมดำขลับยาวสยาย ท่ามกลางหมอกไอน้ำจากถังไม้ใบใหญ่กลางห้องคือร่างบอบบางของหญิงสาวที่ดูน่าทะนุถนอมที่สุด งดงามประหนึ่งเครื่องแก้วล้ำค่า ลำพังเพียงแผ่นหลังก็มากพอให้หนุ่ม ๆ เลือดร้อนพากันคลุ้มคลั่งได้แล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องประหลาดอยู่ไม่น้อยสำหรับในยุคนี้ที่ความนิยมโดยทั่วไปนั้นจะชื่นชอบสตรีมีทรวดทรงองค์เอวชัดเจน แตกต่างจากหญิงสาวผู้ไม่ว่าจะแขนขาก็ดูจะผอมเพรียวเกินไป แล้วก็มีตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย แบบที่พอแค่รู้สึกว่ามีอยู่บ้างยามคลำหา

กระนั้นหญิงสาวก็ชื่นชอบร่างกายนี้ของตนที่สุด เธอคิดเสมอว่านี่คือความมหัศจรรย์อันสมบูรณ์แบบอย่างหนึ่ง

ตอนที่เดียร์ล็อต นิชคาลันก้าก้าวเข้ามาในห้องและพบกับภาพของสาวน้อยในถังอาบน้ำ หล่อนก็แทบลืมหายใจเลยทีเดียว ยิ่งเมื่อฝ่ายนั้นค่อย ๆ หันมาทางหล่อนช้า ๆ ดวงหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย นัยน์ตาโศกสีมรกต ปากนิดจมูกหน่อย เป็นความน่ารักหวานซึ้งปนเศร้าสร้อยชวนใจละลาย ทว่าแววเยิ้มฉ้ำวาววามราวกับจะมีหยาดน้ำตาไหลรินลงมาได้ทุกเมื่อกลับถูกแทนที่ด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ยามฝ่ายนั้นรับรู้การมาถึงของเดียร์ล็อต เกิดเป็นความร่าเริงและซุกซนน่าหลงใหลของสาวน้อยวัยแรกแย้ม

แน่นอนว่าต่อให้มีรอยช้ำสีม่วงรอบตาซ้ายประดับอยู่หนึ่งวง สาวน้อยก็ยังสวยอยู่ดี ส่วนรอยช้ำหลายแห่งบนร่างกายนั้น ไม่ว่าใครได้มาเห็นก็เป็นต้องปวดใจทุกรายไป

“เจ้าแปลกใจ...” หญิงสาวหันมาเผชิญหน้ากับเดียร์ล็อตโดยไม่มีทีท่าเคอะเขินแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นเจ้าของสถานที่อย่างหล่อนแทนเสียอย่างนั้นที่ไม่อาจทนมองเนินเขาเล็ก ๆ กับยอดปทุมมาสีแดงสดที่อวดโฉมชัดแจ้งโดยไม่รู้สึกกระดากได้ “เพราะข้าเป็นหญิงงั้นหรือ ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะมองออกแต่แรกแล้วซะอีก”

“ข้าไม่ได้ประหลาดใจเรื่องนั้น” เดียร์ล็อตกัดฟันตอบด้วยความเจ็บใจ รู้สึกเหมือนกับพ่ายแพ้ที่ตนเป็นฝ่ายเขินอายเสียอย่างนั้น ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่สาวน้อยไม่ประสีประสาอีกแล้ว ที่สำคัญฝ่ายนั้นยังเป็นผู้หญิงเหมือนกันด้วยอีกต่างหาก

วินาทีนั้นเดียร์ล็อตก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าข่าวลือเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่สิ เรื่องพวกนั้นหาใช่ข่าวลือไม่ แต่เป็นความจริงต่างหาก เมื่อไร้ซึ่งโคลนตมกับเครื่องสำอางถูก ๆ ที่คอยปิดบัง ความงามของคนผู้นี้ก็มากพอสะกดได้แม้ผู้หญิงด้วยกันเลยทีเดียว

“ข้าแค่ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นถึงคนผู้นั้น” เดียร์ล็อตเน้นแต่ละพยางค์ช้า ๆ ชัด ๆ “เจ้าหญิงอาร์พิน่า”

“เราเคยพบกันงั้นหรือ” อาร์พิน่าถามยิ้ม ๆ ค่อย ๆ ปีนออกจากถังอาบน้ำ

“ไม่” เดียร์ล็อตก้มหน้าหลบภาพร่างเปลือยในทันใด กระนั้นความเป็นมืออาชีพก็ทำให้หล่อนขยับเข้าไปหาและส่งผ้าเช็ดตัวที่เพิ่งนำเข้ามาให้โดยอัตโนมัติ “เรียกว่าเป็นสัญชาตญาณของอดีตนักรบมากกว่า”

“อ๋อหรือ ข้าคิดว่าเพราะความงามของข้าซะอีก”

“เจ้าหลงตัวเองเกินไปแล้ว” เดียร์ล็อตเบ้ปาก นึกหงุดหงิดขึ้นมา ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยังไม่รีบรับผ้าขนหนูไปเสียที “ผ้าขนหนู!” หล่อนเตือน

“เช็ดให้ข้า”

“อะ อะไรนะ!?!

“จงเช็ดให้ข้า” อาร์พิน่าว่าต่อ “ข้าสังเกตเห็นแววตาตอนที่เจ้าเห็นร่างเปลือยของข้าเป็นครั้งแรก มันบอกชัดเจนว่าเจ้าปรารถนาจะสัมผัสลูบคล้ำและครอบครองข้า

เดียร์ล็อตแทบไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ยะ ยายนี่... สมองหญิงสาวหยุดทำงานไปชั่วขณะ ใจหนึ่งก็นึกอยากถลึงตาข่มขู่ใส่ยายเจ้าหญิงจอมหลงตัวเองนี่ ทว่าก็รู้ดีว่าหากเผลอจ้องมองอีกฝ่ายตอนนี้ ตนต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเสียท่าด้วยการเปิดเผยความรู้สึกที่ไม่จำเป็นออกไปแทน

“ใครจะไปอยาก-” เดียร์ล็อตพึมพำเสียงสั่น จากนั้นความโกรธก็ปะทุวาบ หล่อนขว้างผ้าขนหนูใส่หน้าเจ้าหญิงที่กำลังฉีกยิ้มคล้ายหยอกล้อและเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมองตรง ๆ หรอก อย่างหล่อนแค่หางตาก็รู้ได้แล้ว “เช็ดเองเถอะย่ะ!!!

อาร์พิน่าระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น

เดียร์ล็อตกำหมัดแน่น เห็นได้ชัดว่าฝ่ายนั้นหาได้จริงจังไม่ ก็แค่กำลังล้อเลียนตนอยู่เท่านั้น “เจ้าอยากให้ข้าออกไปตามทหารหลวงกลับเข้ามาหรือไม่”

“แน่นอนว่าไม่” เสียงใส ๆ ของเด็กสาวคลอด้วยเสียงเนื้อผ้านุ่มถูไถผิวกายและเม็ดฝนกระทบหลังคาด้านนอก “แต่ถ้าเจ้าทำแบบนั้น เจ้าก็จะชวดรางวัลของเจ้านะ เลือกเอาดี ๆ เถอะ”

“ไม่แน่ว่าการส่งเจ้ากลับปราสาทอาจทำให้ข้าได้เลื่อนขั้นพรวดพราดก็ได้ ดีไม่ดีเจ้าชายแห่งอาณาจักรดินสีแดงอาจตบรางวัลให้ข้าด้วยตัวเองด้วยซ้ำ จากความชอบที่ช่วยจับว่าที่เจ้าสาวกลับไปให้”

“หืม ดูท่าข่าวจะแพร่สะพัดเร็วเกินไปแล้วนะเนี่ย” อาร์พิน่าพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ระหว่างพิจารณาเสื้อผ้าบนโต๊ะข้างถังน้ำที่เดียร์ล็อตเตรียมไว้ให้ แวบหนึ่งเธอนึกถึงใบหน้านาธาน ฟิลเลียนของเฮอร์มา สงสัยนี่ก็เป็นฝีมือหมอนั่นที่ตั้งใจจะบีบคั้นเธอจนถึงที่สุดด้วยสินะ ร้ายกาจ... ร้ายกาจเกินไปแล้ว กะทำให้เธอไม่เหลือสถานที่ให้หลบหนีเลยงั้นสิ “เชื่อเถอะว่าไม่คุ้มหรอก” เจ้าหญิงผู้เลอโฉมเริ่มสวมเสื้อผ้าอย่างว่องไว “เจ้ากำลังจะขายสมบัติชาติอย่างข้าให้กับหมูตอนน่าเกลียดคราวพ่อเลยเชียวนะ ไม่คิดว่าขาดทุนงั้นหรือ อีกอย่าง เทียบกันแล้ว คิดหรือว่าผลตอบแทนจากข้าจะด้อยกว่าอีตาหมูอู๊ด ๆ แห่งอาณาจักรดินสีแดงหรือต่อให้เป็นบิดาข้ากันน่ะ”

“ก็สำหรับเด็กหนีออกจากบ้านแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องสงสัยด้วยซ้ำ”

“เว้นเสียแต่ว่าเด็กคนนั้นสามารถชนะรางวัลที่หนึ่งของการแข่งขันและได้สิทธิในการควบคุมชีวิตตัวเองได้... เจ้ามองข้าได้แล้วละ คิดว่าไงบ้าง”

เดียร์ล็อตเงยหน้าขึ้น และพบว่าหนุ่มน้อยอพอลโลคนเดิมได้กลับมาแล้วถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เจ้าหญิงอาร์พิน่าแต่งกายด้วยชุดผู้ชาย เส้นผมส่วนใหญ่รวบเป็นหางม้า บางส่วนถักเปียพันรอบศีรษะซึ่งเป็นลักษณะทรงผมของชนชั้นสูงของอาณาจักรดาราพราว เสื้อผ้าเป็นชุดเก่าที่เดียร์ล็อตสวมใส่สมัยเพิ่งเข้าร่วมกองทหารลาดตระเวนตอนอายุสิบห้า ประกอบด้วยเสื้อแขนยาวผ้าป่านสีเขียวหม่นเข้ารูปทะมัดทะแมงกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลแก่ โชคดีที่รูปร่างค่อนข้างอัตคัดทรวดทรงองค์เอวช่วยให้ไม่ต้องตบแต่งอะไรมากก็ดูเป็นชายหนุ่มได้แล้ว กระนั้นเมื่อขาดเครื่องสำอางกับขี้โคลน ความงามอย่างเด็กสาวก็ยังถูกเปิดเผยออกมาหลายส่วน

ถึงอย่างนั้นการมีมีวงช้ำรอบตาก็ช่วยเพิ่มความขึงขังดุดันให้ไม่น้อย ต่อให้ไม่ถึงกับได้ภาพลักษณ์ของวัยรุ่นตัวปัญหาก็ตาม

“เจ้า... เอ่อ...” เดียร์ล็อตเผลออ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว

“หล่อเหลาเฉียบขาด? ดูดีอย่างร้ายกาจ?” อาร์พิน่ายิ้มกว้าง

เดียร์ล็อตกลอกตา หลงตัวเองเป็นบ้า! “ไม่เนียนเลยย่ะ!

“สถานการณ์ไม่เอื้อ ได้แค่นี้ก็พอแล้ว” เจ้าหญิงในคราบหนุ่มน้อยนามอพอลโลยักไหล่

“ไม่ทราบว่าเจ้าจะชำระหนี้สินให้ได้เมื่อไหร่เจ้าคะ” เดียร์ล็อตเปลี่ยนเรื่องพลางเหลือบมองกองเสื้อผ้าเปื้อนโคลนเหม็น ๆ จากเล้าหมูที่กองตรงมุมห้อง ดูท่าในนั้นคงไม่มีทรัพย์สินมีค่าอยู่เป็นแน่ ไม่งั้นคงไม่ถูกขยำ ๆ โยนทิ้งส่ง ๆ ไว้แบบนั้นหรอก “เจ้าติดข้าหนึ่งร้อยหกสิบเหรียญทอง กับอีกเจ็ดเหรียญทองแดงสำหรับค่าห้องพัก”

“ข้าต้องจ่ายเจ้าแน่ อย่ากังวลไปเลย”

“ในเมื่อเจ้ากำลังหลบหนีอยู่แบบนี้ แถมดูจากสภาพตอนนี้แล้ว ข้ายังสงสัยอยู่”

“เจ้าจะได้มากกว่าที่ขอเสียอีก หลังจากข้าชนะรางวัลที่หนึ่งของการแข่งขันข้ามทวีป”

เดียร์ล็อตนิ่วหน้า “ถ้าเจ้าชนะ...

“ข้าต้องชนะอยู่แล้ว”

“อย่างเจ้าเนี่ยนะ” เดียร์ล็อตจ้องรอยช้ำรอบดวงตาเจ้าหญิงเขม็ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาร์พิน่าต้องเสียสติไปแล้วที่คิดแบบนั้น

แต่ที่ดูจะบ้าบอยิ่งกว่าก็คือหล่อนที่ดันยอมให้ยายเจ้าหญิงเสียสตินี่ก้าวเข้ามาในโรงแรมของตนแต่แรก ทั้งยังตกลงต่อรองราคากันซะดิบดี ไม่ว่าจะมองมุมไหนยายนี่ก็ต้องชักดาบอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!?! ถ้าตัดตำแหน่งเจ้าหญิงทิ้งไป ยายนี่มันขอทานชัด ๆ ! แถมเป็นขอทานที่หลุดมาจากโรงพยาบาลบ้าอีกต่างหาก!!!

“ใช่แล้ว! อย่างข้านี่ละ!!!” อาร์พิน่าทุบอกตัวเองดังปุก ๆ “ข้าน่ะถูกกำหนดให้เป็นผู้ชนะในครั้งนี้แต่แรกแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไม มันก็เพราะว่าข้านั้นสมบูรณ์แบบน่ะสิ อย่างที่คนเขาพูดกันว่าอัจฉริยะไปที่ไหนก็ย่อมแตกต่างจากคนธรรมดา นี่ยังไม่ได้นับเรื่องที่ข้ารูปหล่อพ่อรวยเข้าไปด้วยเลยนะ”

“มีใครเคยบอกหรือเปล่าว่าเจ้ามันโคตรจะหลงตัวเองเลย”

“เป็นความจริงต่างหาก!

“เจ้าแค่วิวาทกับทหารชั้นล่างธรรมดายังโดนซ้อมซะขนาดนี้ไม่มีทางชนะที่หนึ่งหรอก แค่ติดอันดับหนึ่งในสิบข้าก็ว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว” เดียร์ล็อตร้องเฮอะอย่างดูถูก “แค่สมัครก็ยังทำไม่ได้ ต่อให้แต่งเป็นผู้ชายก็ยังชวนให้นึกอยากรังแก ทางเดียวที่เจ้าจะทำได้ก็คือต้องหาตัวแทนเข้าแข่งขันไม่ก็พกราชองครักษ์ทั้งกลุ่มเดินทางไปด้วยนั่นแหละ! แต่นั่นก็ยังไม่รับประกันด้วยซ้ำว่าเจ้าจะได้ที่หนึ่ง... เจ้าฟังข้าอยู่หรือเปล่า”

คำพูดนั้นกระตุ้นความคิดของอาร์พิน่า นัยน์ตาเขียวใสกลอกกลิ้งไปมา รอยยิ้มค่อย ๆ ฉีกกว้างออกพร้อมกับที่เธอส่งสายตาเจ้าเล่ห์วาววับไปให้กับเดียร์ล็อตซึ่งจู่ ๆ ก็นึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาดื้อ ๆ กระทั่งนักรบผู้เคยเข้าร่วมหน่วยบุกทะลวงแนวหน้ามาแล้วก็ยังอดไม่ได้ต้องถอยหลังไปสองก้าวด้วยความประหม่า

“ข้าคิดอะไรออกแล้ว” อาร์พิน่ากล่าวอย่างร่าเริง

1

“ข้าขอปฏิเสธ!” เดียร์ล็อตพูดเสียงแข็ง

อาร์พิน่าที่ไล่ตามหญิงสาวเจ้าของโรงแรมลงบันไดแคบ ๆ มืดสลัวและง่อนแง่นพยายามโน้มน้าว “ไม่เอาน่า! วิธีนี้ฟังดูดีมากเลยไม่ใช่หรือ เจ้าช่วยข้าตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นเจ้าก็ลอยชายไปพร้อมกับเงินมากมายที่ทำให้เจ้านั่ง ๆ นอน ๆ สบายตลอดชาติ”

“นั่นก็ต่อเมื่อเจ้าได้รางวัลที่หนึ่งเท่านั้น!” เดียร์ล็อตลงมาถึงชั้นหนึ่งหมุนตัวกลับไปกะทันหัน ถลึงตาใส่อีกฝ่ายที่พุ่งลงมาแบบเกือบหยุดเท้าไม่ทันราวกับจะบอกว่า ...ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!!!

“ขอเถอะ ข้าต้องชนะแน่ ๆ ตำแหน่งนั้นมันของข้า!

“เจ้ามันพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง!” เดียร์ล็อตกระทืบเท้า ทำเอาพื้นไม้ส่งเสียงแปลก ๆ จนเจ้าตัวสะดุ้งโหยงและรีบยกเท้าออก ท่าทีปวดใจ

“ฟังนะ ข้ามองออกว่าเจ้ากำลังต้องการเงินอย่างมาก” อาร์พิน่าเหลียวมองไปรอบ ๆ ทางเดินแคบ ๆ ค่อนข้างสกปรกไม่น้อย “ตั้งแต่เข้ามาในนี้ข้าก็ไม่รู้สึกถึงผู้เข้าพักคนอื่นเลย ห้องครัวเจ้าโสโครกแล้วก็มีแม่ครัวอยู่คนเดียวซึ่งนั่งหลับอยู่ในนั้น ขณะที่ส่วนบาร์ด้านหน้าก็แทบไม่มีใครนั่งดื่มอยู่เลยทั้งที่เวลาเย็นควรเป็นช่วงที่ร้านเหล้ามักแน่นขนัดที่สุด ข้าเผอิญเหลือบเห็นก่อนหน้านี้ตอนที่เจ้านำทางข้าขึ้นห้องน่ะ” เจ้าหญิงอธิบายสีหน้าตื่นตะลึงของเดียร์ล็อต “และข้าก็เชื่อว่าเจ้าของของโรงแรมนี้ก็คือเจ้า ข้าเข้าใจถูกไหม ทว่าเจ้าของโรงแรมอย่างเจ้าถึงกับยกอ่างน้ำร้อนมาบริการข้าด้วยตัวเอง ถ้านี่ไม่ใช่เพราะโรงแรมแห่งนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ข้าก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”

“บางทีข้าอาจเป็นเจ้าของที่ชื่นชอบบริการแขกด้วยตัวเองก็ได้” เดียร์ล็อตเถียง แม้หล่อนจะมีสีหน้าเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่ตนพูดออกมาเลยก็ตาม

“ขอเถอะ ข้ามองออกนะว่าเจ้ารังเกียจข้าขนาดไหน” อาร์พิน่ากลอกตา “ถึงอย่างนั้นทางรอดของเจ้าก็คือข้า ขอเพียงเจ้ายอมเป็นองครักษ์พาข้าไปจนถึงเมืองรัศมีทอง ช่วยข้ารวบรวมสัญลักษณ์ผ่านทางทั้งสาม ข้าสัญญาว่าเจ้าจะได้ความมั่งคั่งทั้งหมดมากอบกู้โรงแรมที่เจ้ารัก ถ้าเจ้าไม่มั่นใจละก็จะให้ทำหนังสือลงนามหรือกรีดเลือดสาบานก็ได้นะ”

“นั่นไม่ใช่ปัญหาสักหน่อย!” เดียร์ล็อตกัดฟัน “ข้าจำเป็นต้องอยู่เฝ้าโรงแรมของข้าที่นี่!

อาร์พิน่ากำลังจะโต้ ก็เป็นตอนนั้นเองที่เสียงโครมครามดังมาจากหน้าร้าน มีเสียงข้าวของหล่นแตก เสียงไม้หัก แล้วก็เสียงโหวกเหวกของผู้คน

ไอ้สารเลว!” เดียร์ล็อตสบถก่อนผละจากเจ้าหญิงแล้วพุ่งตรงไปทางด้านหน้า อาร์พิน่าหวังว่านั่นจะไม่ใช่คำที่หล่อนตั้งใจพูดกับเธอโดยเฉพาะพลางไล่ตามอีกฝ่ายไป

บริเวณชั้นล่างของโรงแรมคือร้านเหล้าขนาดเล็ก มีโต๊ะเก้าอี้อยู่สี่ตัวกับเคาน์เตอร์บาร์อีกหนึ่งแห่ง ทว่าจำนวนเครื่องดื่มบนชั้นวางด้านหลังกลับน้อยเสียจนน่าสงสาร ขณะที่ถังเบียร์ไม้ตรงมุมด้านในสุดของเคาน์เตอร์ฝุ่นจับหนาถึงขั้นมีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด บนผนังกระดำกระด่างมีร่องรอยกรอบรูปกับของประดับหลายชิ้นเคยจัดวางเอาไว้ เพียงแต่ยามนี้ข้าวของพวกนั้นกลับอันตรธานหายไปหมด

โอเค นี่ไม่น่าใช่สถานการณ์ย่ำแย่ธรรมดาแล้ว เธอคิดว่าที่นี่กำลังจะเจ๊งแล้วต่างหาก บอกตามตรงนะ เธอยังสงสัยเลยว่าโรงแรมนี้จะอยู่ถึงสิ้นเดือนนี้ได้หรือไม่

หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ไอ้พวกเลว!!!

อาร์พิน่าโผล่เข้ามาตอนที่เดียร์ล็อตกำลังตะเบ็งเสียงใส่ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สามคนที่กำลังล้มโต๊ะเก้าอี้ เธอทันเห็นแขกขี้เมาคนสุดท้าย(คิดว่าจริง ๆ ก็น่าจะมีตาลุงนี่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละ)วิ่งล้มลุกคลุกคลานหนีออกทางประตูหน้าไป

ออกไปจากร้านของข้าเดี๋ยวนี้นะ! ไม่อย่างนั้น-” เดียร์ล็อตพรวดพราดเข้าไปกระชากคอเสื้อหนึ่งในชายฉกรรจ์ซึ่งมีร่างกายเทอะทะอย่างไม่กลัวเกรง อาร์พิน่าตาโต หมอนั่นตัวใหญ่กว่าหญิงสาวเจ้าของโรงแรมเกือบเท่าตัว ดูจากท่อนแขน แค่ต่อยสักหมัดก็คงส่งเธอกลับบ้านเก่าได้แล้ว

“ไม่อย่างนั้นจะทำไม เจ้าของที่นี่คือข้าต่างหาก” เสียงเย็น ๆ เย่อหยิ่งดังขึ้นพร้อมกับชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในบาร์โรงแรม

ตั้งแต่แวบแรกที่อาร์พิน่าเห็นเจ้าหมอนี่ เธอก็บอกได้ทันทีว่าเขาต้องเป็น ตัวโกงจอมโฉด เขามีรูปร่างผอม ใบหน้าเสี้ยมจมูกงุ้มที่ทำให้ดูเหมือนแร้ง ดวงตาดำลึกโหลบ่งบอกความเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย ชายวัยสี่สิบกลางผู้นี้แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีดำอย่างดีทับด้วยโค้ทกำมะหยี่สีแดงกับผ้าพันคอสีขาว ซึ่งเมื่อมองเผิน ๆ จะทำให้เขาดูเหมือนพวกขุนนางขี้โอ่อะไรทำนองนั้น ทว่าในสายตาอาร์พิน่า เจ้านี่ก็เป็นแค่ของเลียนแบบเท่านั้น พวกเศรษฐีใจแคบทั่วไปที่คิดว่าตนเองมีอำนาจวาสนาเสียเต็มประดาที่พบได้ตามเขตชานเมือง ซึ่งไม่ว่าจะกิริยาท่าทางหรือการแต่งกายก็ล้วนแต่มากเกินไปทั้งนั้น

“คาลวิน” เดียร์ล็อตกำหมัด “เจ้าอย่าเพ้อเจ้อ! นี่เป็นร้านของข้า!

“อีกไม่นานหรอก” ชายหน้าเสี้ยมโบกมือสั่งชายฉกรรจ์ทั้งสามให้ถอยไปอยู่ทางด้านหลังมัน อาร์พิน่าคิดว่านั่นเป็นวิธีแสดงอำนาจบารมีประเภทหนึ่งของตัวโกง ทำนองว่า ข้าเป็นพวกเสร็จเร็ว แต่ข้ามีลูกกระจ๊อกมาเยอะแยะเลย ดังนั้นข้านี่ละแมนตัวจริง “เจ้าเป็นหนี้ข้าก้อนใหญ่ ในเมื่อไม่มีเงินจ่าย โรงแรมโกโรโกโสนี่จึงต้องเป็นของข้า”

“ก็เจ้าเล่นส่งคนมาทำตัวถ่อย ๆ แบบนี้ ใครที่ไหนจะกล้าเข้าร้านข้า!” เดียร์ล็อตคำราม ท่าทางคล้ายอยากพุ่งไปชกหน้าฝ่ายนั้นเต็มแก่

“สัญญาย่อมต้องเป็นสัญญา” คาลวินแสยะยิ้มกวนประสาท

“ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน เจ้ายังไม่มีสิทธิ”

“อ๋อหรือ สถานที่โทรม ๆ แบบนี้จะทำเงินได้มากมายแค่ไหนกันเชียว” คาลวินถ่มน้ำลาย “ที่ข้ามาวันนี้ก็แค่มาเตือนความจำเท่านั้น หรือถ้าไม่มีเงินจริง ๆ จะใช้ร่างกายของเจ้าแทนก็ได้นะ หน้าตาสวย ๆ อย่างเจ้าเนี่ยก็น่าจะเป็นที่นิยมได้ไม่ยาก แค่เจ้าต้องพยายามสักหน่อย เพราะมันก็เป็นเงินมากโขอยู่”

“ฝันไปเถอะ ไอ้ชาติชั่ว!

คาลวินกับพวกก้าวออกจากร้านก่อนกลืนหายไปในสายฝนที่เริ่มเบาบางลง เหลือเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันทิ้งเอาไว้ เดียร์ล็อตเดินคล้ายจะเซน้อย ๆ ไปทรุดตัวลงบนเก้าอี้ตรงมุมห้องซึ่งเป็นตัวเดียวที่ยังคงอยู่ในสภาพดี หล่อนนึกอยากคว้าเหล้าสักหลาย ๆ ขวดมาดื่มให้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย กระนั้นหญิงสาวก็รู้ดีว่าในสภาพถังแตกเช่นนี้ตนไม่ควรไปยุ่งกับสินค้าที่หลงเหลืออยู่ไม่มากเช่นนั้น

อาร์พิน่าเหลือบมองผ่านประตูหน้าที่บานประตูหลุดจากบานพับลงมากองกับพื้นอย่างไร้ค่า จากจุดนี้เธอสามารถเห็นโต๊ะลงทะเบียนเข้าร่วมแสวงบุญผ่านการแข่งขันเดินทางข้ามทวีปตั้งอยู่หน้าร้านเหล่าอีกฟากถนนได้ ไอ้ทหารบัดซบสองตัวนั่นกำลังนั่งดื่มสุรากันด้วยท่าทางมีความสุข เห็นแล้วชักอยากจุดระเบิดเพลิงขว้างใส่พวกมันเสียให้เข็ด แต่ไม่เป็นไร ยังไงเธอก็จำหน้าพวกมันได้แม่น หลังจากนี้ถ้าได้โอกาสเมื่อไหร่ เธอต้องเล่นงานให้ปางตายทั้งคู่เลย โทษฐานที่กล้ามาซ้อมเจ้าหญิงอย่างเธอคนนี้!

“เจ้าติดหนี้ไอ้คาลวินนั่นเท่าไหร่กัน” อาร์พิน่าเดินไปหาหญิงสาวที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยาก เมื่อครู่นี้เธอเห็นคาลวินหายเข้าไปในร้านเหล้าฝั่งตรงข้าม จากการคาดการณ์ของเธอ อาร์พิน่าสงสัยว่ามันคงเป็นเจ้าของที่นั่นและตั้งใจจะยึดที่ดินของเดียร์ล็อตเพื่อสร้างอาณาจักรผูกขาดของตัวเองบนถนนสายหดหู่แถบชานเมืองนี้

“สองหมื่นเหรียญทอง...”

“อะไรนะ มากขนาดนั้นเลยเรอะ!” อาร์พิน่าแทบกัดลิ้นตัวเอง “เจ้าไปทำอะไรมากันแน่”

“ไอ้สารเลวนั่นหลอกพ่อข้าให้ต้องเป็นหนี้ ถ้าตอนนั้นข้าไม่ติดภารกิจไล่ล่าโจรภูเขาอยู่ละก็ ตอนนั้นพ่อก็คงไม่...” เดียร์ล็อตถอนหายใจ

“เจ้าอยากให้ข้าจัดการมันให้ไหม” เจ้าหญิงทำท่าเชือดคอตัวเอง สีหน้าจริงจังที่ดูเป็นได้ทั้งหนุ่มน้อยหน้าหวานและสาวทอมบอยเจ้าเสน่ห์ทำให้เดียร์ล็อตรู้สึกดีขึ้นบ้างเล็กน้อย

“เจ้าทำได้หรือ”

“แน่นอนสิ ข้าเป็นเจ้าหญิงนะ ข้าอยากซ้อมใครก็ได้ทั้งนั้น”

เดียร์ล็อตส่ายหน้าในที่สุด “ไม่ดีกว่า ถึงข้าจะไม่ใช่ผู้ลาภมากดีอะไร แต่อย่างน้อยข้าก็มีเกียรติ” หล่อนยักไหล่ “ที่จริงคือหากข้าต้องการเอาชีวิตมัน ข้าก็ทำไปแล้วแต่แรก สมุนของมันมีแค่พวกโง่เง่า หยุดข้าไม่ได้หรอก”

เดียร์ล็อตก้มหน้าลงเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง

“ข้อเสนอของเจ้ายังอยู่หรือไม่” หลังเงียบงันอยู่พักใหญ่ หญิงสาวก็ถามขึ้นในที่สุด

“แน่นอนสิ ข้าสามารถยกเงินรางวัลทั้งหมดให้เจ้าได้เลยด้วยซ้ำ” อาร์พิน่าหัวเราะ

“แค่พอใช้หนี้ให้ข้าและสร้างโรงแรมขึ้นใหม่ก็พอ”

“งั้นเราก็ตกลงกันได้แล้วใช่ไหม”

“ใช่” เดียร์ล็อตพยักหน้า จากนั้นหล่อนก็ถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจนัก “เจ้าแน่ใจจริง ๆ หรือที่จะให้คนไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างข้าเป็นผู้ช่วยเจ้าน่ะ เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้ามีความสามารถพอหรือไม่”

“เจ้าเป็นทหารสังกัดหน่วยแนวหน้า ข้าสังเกตจากลักษณะท่าทางของเจ้า... การเคลื่อนไหวของเจ้ามีความเป็นทหารแฝงอยู่ชัดเจน แต่ที่มั่นใจจริง ๆ ก็จากเข็มขัดน่ะ หัวเข็มขัดมีสัญลักษณ์หน่วยสลักอยู่” อาร์พิน่าอธิบายสีหน้างุนงงของอีกฝ่าย “ท่านพ่อพูดเสมอว่าทหารหน่วยแนวหน้าเป็นหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุด เทียบเคียงได้กับราชองครักษ์เลยทีเดียว ดังนั้นข้าจึงมั่นใจว่าสตรีที่สามารถรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้อย่างเจ้าคงฝีมือไม่เลว ทว่าแค่ดวงซวยเท่านั้น” เธอบุ้ยใบ้ไปรอบ ๆ โรงแรมจะเจ๊งมิเจ๊งแหล่แห่งนี้ “ว่าไงล่ะ เจ้ามีฝีมือพอหรือไม่”

“มันแน่อยู่แล้ว!” เดียร์ล็อตลุกพรวด ท่าทางพึงพอใจกับคำชมของอีกฝ่ายไม่น้อย “กระนั้นข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าแค่ข้าคนเดียวจะเพียงพอให้เจ้าได้อันดับที่หนึ่งได้หรือไม่... บางทีข้าน่าจะติดต่อเพื่อนร่วมกอง-”

“ไม่จำเป็นหรอก แค่เจ้าก็พอแล้ว” อาร์พิน่ายื่นมือออกมา เดียร์ล็อตจ้องมือเนียนนุ่มข้างนั้นครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจยื่นมือไปจับตอบ “เยี่ยม!

“เจ้ารอที่นี่ก่อน เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมข้าวของแล้วก็เปลี่ยนเป็นชุดเดินทางที่ทะมัดทะแมงกว่านี้”

อาร์พิน่าหูผึ่งตอนที่ได้ยินคำว่า ไปเปลี่ยนชุด เธอเดินตามเดียร์ล็อตและเอ่ยถาม “ขอข้าดูด้วยได้ไหม”

“ดูอะไร?”

“เจ้าเปลี่ยนชุด” เธอตอบเรียบ ๆ ด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มใสซื่อ

วินาทีนั้นเดียร์ล็อตชักเริ่มเสียใจที่ตัดสินใจร่วมเดินทางกับยายนี่เสียแล้ว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!