คลาร่ามักฝันถึงแม่กับน้องชายตัวน้อย
มันไม่ใช่ฝันดีอะไร ที่จริงแล้วความทรงจำครั้งนั้นเลวร้ายเทียบเท่ากับการตายของปีเตอร์เลยทีเดียว ตอนที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น เชื้อซอมบี้มาถึงย่านที่ครอบครัวเธออาศัยหลังจากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เสียงกรีดร้อง ผู้คนอพยพหนีตาย รถหุ้มเกราะกับกองทหารขนอาวุธออกมาตั้งค่ายตามท้องถน ฝูงซอมบี้ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นเท่าทวีภายในเวลาสั้น ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ชนิดต่าง ๆ
คลาร่าไม่มีวันลืมโฉมหน้ากับเสียงการเคลื่อนที่เหมือนเสียงเคาะไม้ของเจ้าเรดกูลได้เลย สิ่งมีชีวิตขนาดครึ่งหนึ่งของผู้ชายปกติ แคล่วคล่องว่องไวเหมือนลิง พวกมันปีนป่าย ย่องดอด โจมตีอย่างเฉียบขาด ใครก็ตามที่ถูกหนามบนตัวมันบาดจนเห็นเลือดก็จะกลายเป็นผู้ติดเชื้อในไม่กี่วินาที แล้วลองนึกภาพตัวประหลาดแดงเถือกนี่มากันสักครึ่งร้อยตัวในคราวเดียวดูสิ
เธอกับปีเตอร์รอดมาได้ด้วยรถของแฟนสาวของปีเตอร์ แองเจลา ซี ขณะที่แม่และน้องชายเธอถูกบังคับให้ต้องถอยกลับเข้าไปในบ้าน คลาร่าไม่มีโอกาสรู้ว่าทั้งคู่สามารถหนีออกจากที่นั่นตอนฝูงเรดกูลกับซอมบี้เข้าโจมตีเต็มอัตราได้หรือไม่ เธอคิดถึงเรื่องนี้เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ครั้งหลังจากนั้น และก็ได้แต่หวังว่าทั้งสองจะมีสติพอนึกถึงรถ CUV ในโรงรถที่น่าจะเป็นวิธีเดียวที่สามารถฝ่ากองทัพผู้ติดเชื้อได้อย่างฉิวเฉียด
1
“วิ่ง!!!” คลาร่าตะโกน ไม่จำเป็นต้องทำให้เงียบเชียบอีกต่อไปเมื่อสัญญาณเตือนถูกส่งถึงซอมบี้อีก 20 ตน(หรืออาจมากกว่านั้นถ้านับพวกที่อยู่บริเวณไกลออกไปด้วย) คนทั้งหมดทำตามคำสั่งของเธอทันที ต่างมุ่งหน้าตรงไปยังประตูร้านเบอร์เกอร์แท็งค์ตามที่ตกลงกันในทีแรก
ถ้าเข้าไปในร้านได้ พวกเขาก็พอมีโอกาสรอดจากซอมบี้พวกนี้ ส่วนเรื่องว่าจะเอายังไงต่อนั้นไว้ค่อยคิดอีกที
ซอมบี้สองตนเข้าถึงตัวคลาร่าจนได้ พวกมันหาใช่ศพคืนชีพขยับเขยื้อนเชื่องช้าเหมือนหลุดมาจากหนังซอมบี้ยุคเก่า แม้เปลือกนอกจะแห้งเหี่ยวขาดอาหารแต่กลับว่องไวเหลือเชื่อ และการที่พวกมันไร้ซึ่งความเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มความร้ายกาจเข้าไปอีก
คลาร่าคาดการณ์การโจมตีของพวกมันไว้แล้ว เธอชิงหยุดเท้าในจังหวะก่อนจะเข้าระยะใกล้เกินไปแล้วใช้ส่วนปลายท่อเหล็กอัดปากซอมบี้ทางขวามือ หญิงสาวปล่อยมือจากอาวุธก่อนออกหมัดตรงซัดหน้าผากซากศพมีชีวิตอีกตัวที่โถมมาจากด้านซ้าย ที่คลาร่าเล็งเล่นงานหน้าผากแต่แรกก็ด้วยมันเป็นจุดที่มั่นใจได้แน่ ๆ ว่าจะไม่เหลวเละเช่นเดียวกับส่วนอื่น ครั้งหนึ่งลุงเบนนี่เคยเล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับคนที่ชกใส่กลางหน้าซอมบี้แล้วทุกอย่างดันเละยุบเข้าไป ผลก็คือคน ๆ นั้นถูกปรสิตบางอย่างที่อาศัยในสมองเน่า ๆ ของซอมบี้ฝังตัวเข้าทางผิวหนังบริเวณนิ้วก้อย แล้วกลายร่างเป็นผู้ติดเชื้อที่เลวร้ายยิ่งกว่าศพมีชีวิตในเวลาต่อมา
ซอมบี้ถูกชกผงะถอยหลังตามแรงหมัดแล้วหงายหลังล้ม หญิงสาวเอี้ยวไปจับส่วนด้ามมัดด้วยสายหนังของท่อเหล็กที่ปักคาขากรรไกรเจ้าตัวที่ยืนเหมือนกำลังมึนงงอยู่จากนั้นหมุนตัวเหวี่ยงหัวมันอัดประตูรถสนิมเขรอะ ซอมบี้ตนนั้นค่อย ๆ ไถลลงในสภาพนั่งก้นโด่งหน้าเละติดข้างรถโดยไม่แสดงทีท่าว่าจะหวนกลับมาจู่โจมใครอีก
กระนั้นก็ไม่มีเวลาให้เธอพักหายใจหายคออยู่ดี
ซอมบี้ที่เหลือถาโถมประหนึ่งคลื่นระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม หนึ่งในพวกมันปีนขึ้นบนหลังคารถเก๋งแล้วกระโจนทิ้งตัวผ่านคลาร่าไปยังบิ๊กเจ ซึ่งฮิปปี้สิงห์นักบิดร่างยักษ์หวดสวนด้วยท่อนไม้ฝังตะปู เสียงดังโพละ คลาร่าไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็พอนึกภาพแตงโมที่แตกกระจายได้
คนทั้งกลุ่มวิ่งสุดฝีเท้าโดยปะทะกับซอมบี้ไปด้วย ประสบการณ์ต่อสู้เอาชีวิตรอดนับครั้งไม่ถ้วนหล่อหลอมทุกการเคลื่อนไหวทุกการตัดสินใจของคนในกลุ่มให้สอดประสานพร้อมเพรียง ทั้งสามารถพลิกแพลงตามการบุกรูปแบบต่าง ๆ ของซอมบี้ทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คลาร่าฟาดซอมบี้เด็กหญิงคอพับลงไปนอนกองและกระโจนข้ามแถวรถเข็นราวกับตัวเอกในหนังแอ็คชั่น เธอร่วงลงบนศพถูกกินค้างกำลังเน่าได้ที่พอดิบพอดี
ถ้าตรงนั้นเป็นหลุมกับดักก็คงมีหักตรงไหนสักแห่งเป็นแน่ แต่ศพเปื่อยยุ่ยก็ระยำพอกันในความคิดของหญิงสาว เธอเกร็งตัว การเคลื่อนไหวพริบตาต่อมาเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติล้วน ๆ ในชั่วเสี้ยววินาที คลาร่าเตะเท้าออกไปถีบโดนแถวรถเข็นหนักอึ้งเข้า แม้จะแค่เฉียด ๆ จนใส่แรงเข้าไปได้ไม่ถึงสามในสิบส่วนด้วยซ้ำ กระนั้นเธอก็สามารถเบี่ยงตัวหลบจากก้อนโปรตีนเหม็นเน่าบนพื้นคอนกรีตได้อย่างหวุดหวิด โอเค แจ็คเก็ตตัวนอกอาจโดนเข้าไปนิดหน่อย ซึ่งเธอมีแพลนจะถอดมันทิ้งทันทีที่-
เงาดำทาบลงมา หญิงสาวเงยขึ้นไปพบกับใบหน้าที่ผิวหนังกับกล้ามเนื้อแหว่งหายไปเผยกะโหลกกระดำกระด่าง ภายในหลุมจมูกมีหนอนแมลงวันอวบอ้วนผลุบ ๆ โผล่ ๆ
เวรละ- ไม่มีเวลาให้สบถด้วยซ้ำ คลาร่ากลิ้งตัวไปด้านข้างเพื่อลุกกลับขึ้นมาอยู่ในท่าพร้อมรับมือ แต่ก็รู้ดีว่าคงไม่ทันแน่ ๆ
เสียงฉัวะน่าสะอิดสะเอียนดังเต็มสองหู คลาร่าที่ใส่แรงมากเกินไปเสียหลักทว่าไม่ถึงกับล้มด้วยพื้นที่คับแคบ หญิงสาวไม่ใส่ใจกับความเจ็บปวดที่หลังศีรษะยกท่อนเหล็กขึ้นเพื่อป้องกันลำคอ กระนั้นการจู่โจมที่คาดการณ์อย่างเลวร้ายที่สุดกลับมาไม่ถึงเนื่องด้วยซอมบี้หน้ากระดูกตนนั้นไม่เหลือหัวประดับบนบ่าอีกต่อไป คลาร่ามองเลยคอกุด ๆ และพบกับลูซินด้ากำลังยืนหอบหายใจ ในมือถือมีดพร้าเปรอะเลือดดำปี๋หยดติ๋ง ๆ ไม่ไกลจากนั้นคือหัวที่หมุนคว้างแม้จะเริ่มแผ่วลงบ้างแล้วก็ตาม
“เกือบไปแล้วนะ” หญิงผมขาววัยกลางคนยิ้มให้อย่างหวาด ๆ
“ขอบคุณ” คลาร่ายิ้มแหย พยักหน้าตอบ ถึงจะเพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาหมาด ๆ ก็ยังไม่ลืมถอดเสื้อนอกเปื้อนน้ำศพเน่าทิ้งโดยอัตโนมัติ
“มาเถอะ” เกลที่วิ่งมาถึงผู้หญิงทั้งสองพูด จากนั้นก็วิ่งเลยเธอไปยังประตูร้านเบอร์เกอร์แท็งค์ห่างไปไม่มากนัก บิ๊กเจหยุดข้างลูซินด้า หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับซอมบี้อีก 10 กว่าตัวที่ยังคงมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
2
กลิ่นแปลก ๆ อบอวลในร้านเบอร์เกอร์ร้าง กลิ่นอับ กลิ่นราและกลิ่นวัตถุดิบบูดเน่ากักเก็บหมักหมมน่าจะตั้งแต่ภายหลังการระบาดรุนแรงไม่นาน โต๊ะเก้าอี้มีร่องรอยการนำมาใช้เสริมความแข็งแรงของทางเข้าออกต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายที่การป้องกันซอมบี้จากด้านนอกแต่ก็ถูกรื้อออกในเวลาต่อมา และข้อเท็จจริงที่ว่าพวกคลาร่าสามารถเปิดเข้ามาได้ง่าย ๆ ก็บอกเป็นนัยว่าการรื้อนั้นเกิดขึ้นเพื่อจะกลับออกไปข้างนอก ไม่ต้องเป็นอัจฉริยะก็บอกได้ว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอยู่ข้างในนี้ต่างหาก
ทั้งหมดตรงไปยังครัวเป็นอันดับแรกต่อไม่เชื่อว่าจะมีของกินอยู่ ซึ่งนั่นก็จริง แน่นอนว่าผู้รอดชีวิตกลุ่มก่อนหน้าต้องกวาดติดมือไปด้วยทั้งหมดอยู่แล้ว
ภายในห้างสรรพสินค้ามืดสลัวจนต้องใช้ไฟฉาย ความสงัดของที่แห่งนี้ไม่ใช่ความเงียบปกติ ทว่าประหนึ่งความตายอบอวลแทรกอยู่ในทุกอณูของสถานที่ คลาร่ารู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นดังกว่าตอนปะทะกับซอมบี้ข้างนอกเสียอีก ทุกย่างก้าวจำเป็นต้องระมัดระวังมากกว่า 100% ด้วยไม่รู้ว่าเสียงเพียงน้อยนิดจะนำมาซึ่งอะไร
พื้นเต็มไปด้วยฝุ่น มีรอยเท้าเก่า ๆ ให้เห็นประปราย ทว่ามีร่องรอยบนชั้นฝุ่นหนารูปแบบหนึ่งที่อธิบายไม่ได้ว่าอะไรถึงอย่างนั้นมันกลับคอยรบกวนจิตใจหญิงสาวตลอดเวลา รอยนั้นไม่ได้มากกว่าจุดวงรีสีเข้มขนาดหนึ่งนิ้วกระจัดกระจายไร้ระเบียบทั่วไป บางพื้นที่ก็ปรากฏเป็นกระจุกใหญ่ บ้างก็มีแค่ไม่กี่จุดประทับอยู่ห่าง ๆ กัน ที่สำคัญรอยนั้นไม่ได้ปรากฏแค่เฉพาะบนพื้นทางเดินเท่านั้น แต่บนเก้าอี้ เคาน์เตอร์ บนร่างหุ่นลองเสื้อที่ล้มคว่ำ คลาร่าลองเสี่ยงฉายไฟขึ้นเพดานบริเวณที่ต่ำกว่าส่วนอื่น ๆ ดู และพบว่ารอยจุดเหล่านี้ยังปรากฏบนกำแพงกับเพดานอีกด้วย มันมีสีน้ำตาลแก่เหมือนรอยเปื้อนสนิมอะไรทำนองนั้น
พวกเขาผ่านศูนย์อาหาร ปราสาทหลังเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยบ่อลูกบอลพลาสติกหลากสี ร่างแห้งเหี่ยวแทบไม่เห็นเนื้อหนังสวมเสื้อผ้าขาดนอนพาดหน้าต่างหอคอยราวกับเขาหรือเธอพยายามหนีจากปราสาทของเล่นแต่ก็ขาดใจตายเสียก่อน คลาร่าไม่แน่ใจว่าแขนซ้ายของศพหายไปเพราะกาลเวลาหรือถูกกระชากขาดกันแน่
วินาทีหนึ่ง เธอชะงักเนื่องจากเหมือนเห็นลูกบอลในบ่อขยับ ทว่าพริบตาต่อมาทุกอย่างกลับนิ่งสนิท
“มีอะไรหรือ” เกลกระซิบถาม
“ฉัน... น่าจะคิดไปเอง” คลาร่าตอบด้วยเสียงกดต่ำพอกัน
ทั้งหมดค่อย ๆ เคลื่อนขบวนออกจากศูนย์อาหารโดยไม่รู้เลยว่าหลังจากสายตาพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ปราสาทจำลองให้เด็กปีนป่ายแล้ว ท่ามกลางความมืดพลันปรากฎประกายสีเงินของนัยน์ตาเกือบสิบดวงวูบหนึ่ง จากนั้นบางสิ่งก็ขยับออกจากยอดหอคอยปราสาทที่ศพพาดอยู่อย่างรวดเร็วเกินกว่าจะทันเห็นหากไม่ตั้งใจมองแต่แรก
บริเวณแคชเชียร์ให้ความรู้สึกคล้ายปากทางเข้าสู่ห้วงมิติอันชั่วร้าย แต่ละเคาน์เตอร์ถูกห่อหุ้มด้วยเมือกแฉะ ๆ กับบางอย่างเป็นเส้นหนาราวกับเส้นเลือดของอาคารยังไงยังงั้น ฝุ่นหมอกลึกลับปกคลุมหนาแน่นทั่วทั้งโซนซูเปอร์มาร์เก็ตกระทั่งไม่สามารถมองทะลุไปยังชั้นวางสินค้าด้านในได้ แม้คลาร่าจะมีลางสังหรณ์ไม่ดีกับที่ตรงนี้เท่าไหร่ ทว่าพวกเธอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องผ่านบริเวณนี้เท่านั้น หญิงสาวส่งสัญญาณบอกคนอื่น ๆ ให้หยิบผ้ามาคาดปิดปากกับจมูก พร้อมสวมแว่นก๊อกเกิ้ลป้องกันดวงตา
เศษขยะเกลื่อนกลาดเป็นอุปสรรคต่อการก้าวเดิน ยิ่งกว่านั้นยังมีของเหลวยืด ๆ คอยดูดพื้นรองเท้าเพิ่มความยากที่จะไม่ทำให้เกิดเสียง คลาร่ากับพวกค่อย ๆ ฝ่าม่านหมอกเหม็นเน่าเข้มข้นจนไม่อาจเห็นไกลกว่าช่วงแขนตัวเองได้ ทั้งหมดลดระดับแสงไฟฉายลงต่ำสุดรวมทั้งส่องลงพื้นนิ่ง ๆ ด้วยกลัวจะเรียกความสนใจจากอะไรก็ตาม ทว่าถึงจะพยายามอย่างไร หญิงสาวก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกราวกับพวกเธอกำลังเปิดสัญญาณบอกตำแหน่งตัวเองทิ้งได้ เผลอ ๆ อาจถึงขั้นส่งข้อความว่า ‘มากินฉันสิ’ อย่างต่อเนื่องเสียด้วยซ้ำ
ชั้นวางสินค้าส่วนใหญ่ว่างเปล่า เกลเจอถั่วกระป๋องเหลือทิ้งไว้หนึ่งกระป๋องแต่พอจะเอื้อมไปหยิบก็ถูกบิ๊กเจจับบ่าห้ามเสียก่อน ชายชราฮิปปี้ร่างยักษ์ใช้ไม้หน้าสามเขี่ยให้กระป๋องกลิ้งเล็กน้อย เผยรูโหว่ขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้ ที่สำคัญสิ่งที่เกาะอยู่ข้างในนั้นยังเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนตัวทากอวบอ้วนมีรยางค์ยาวหนึ่งคืบงอกตั้งแต่หัวจรดหาง ผิวของมันเรืองแสงสีเหลืองกับเขียวราวกับสารกัมมันตภาพรังสียังไงยังงั้น
“ทากกรด” บิ๊กเจกระซิบ “เกือบพาพวกเราตายหมู่แล้วไหมล่ะ”
คลาร่าขนลุกซู่ ทากกรดเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ยังรอดชีวิตถึงปัจจุบันว่าเป็นหายนะระดับกวาดล้างคนทั้งตึก 100 ชั้นในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงมาแล้ว เล่าลือกันว่าเห็นพวกมันดูนิ่ง ๆ เฉื่อยชาแบบนี้ แต่เมื่อมันสามารถสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตอื่นได้ มันก็จะเปลี่ยนจากโหมดตัวสลอธแบบในอนิเมชั่นเรื่องซูโทเปียไปเป็นแมลงกินเนื้อจากมัมมี่ภาคแรกในชั่วพริบตา พิษกรดของมันจะฉีกผิวหนังและกล้ามเนื้อเหยื่อผู้โชคร้ายตอนที่มันมุดเข้าตัวเหยื่อและแย่งชิงการควบคุมของร่างกาย ระหว่างนั้นเหยื่อจะกรีดร้องด้วยความทรมานพลางวิ่งวุ่นตามหาสถานที่ที่ผู้รอดชีวิตอื่นรวมตัวกันอยู่ เป้าหมายหลักของมันหาใช่อะไรที่ยากเกินความเข้าใจ ทากกรดใช้ร่างกายเหยื่อเพื่อให้กำเนิดตัวอ่อน จากนั้นเมื่อเจอผู้รอดชีวิตรายอื่น มันก็จะระเบิดร่างโฮสต์ที่สิงอยู่ ปลดปล่อยเลือดกรดปริมาณมหาศาลพร้อมตัวอ่อนใส่ผู้รอดชีวิตในรัศมีสามถึงสี่เมตร
โฮสต์ของทากกรดจะถูกเรียกว่าสกรีมเมอร์เนื่องด้วยพฤติกรรมการกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา โดยร่างกายของสกรีมเมอร์จะพัฒนาจนต้านทานพิษกรดได้ รวมถึงสามารถผลิตกรดเป็นอาวุธได้ด้วย ที่น่าเศร้าก็คือกระบวนการทั้งหมดกระทั่งกลายเป็นระเบิดมีชีวิตนั้น เหยื่อยังคงสติครบถ้วน
ในบันทึกของกลุ่มอาลักษณ์วันสิ้นโลกฉบับแก้ไขครั้งที่สองจัดสกรีมเมอร์อยู่ในกลุ่มผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ โชคดีที่ร่างโฮสต์ของทากกรดมักมีชีวิตอยู่ไม่นาน ซึ่งเมื่อมันตายลงโดยไม่ได้ระเบิด ตัวอ่อนส่วนใหญ่จะฝ่อไปเอง เว้นแต่ส่วนน้อยที่สามารถมีชีวิตรอดในโลกภายนอกได้จนโตเป็นตัวเต็มวัย คงเพราะอย่างนี้ละมั้ง การแพร่กระจายของทากกรดจึงลดจำนวนลงกระทั่งแทบไม่เห็นพวกมันอีกในเวลาต่อมา
เมื่อถูกปกคลุมด้วยหมอกฝุ่นประหลาด โซนซูเปอร์มาร์เก็ตก็กลายสภาพเป็นเขาวงกตขนาดย่อมไปโดยปริยาย คลาร่ารู้ดีว่าคงไม่มีทางหาเสบียงเจอที่นี่แน่ส่งสัญญาณบอกทุกคนให้ช่วยกันมองหาประตูที่จะพาไปยังโกดังสินค้า ซึ่งเธออยากจะเชื่อว่าอย่างน้อยก็น่าจะยังมีอะไรเหลืออยู่บ้าง เพราะนับตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าทุกแห่งเท่าที่เธอรู้จักกลายเป็นกับดักแห่งความตายสำหรับผู้รอดชีวิตเป็นต้นมา หญิงสาวก็ได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับขุมทรัพย์อย่างอาหารและน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนที่รอคอยผู้กล้าบ้าบิ่นถึงขั้นเสียสติให้เข้ามาขนออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
ปัญหาคือพวกเธอไม่ได้เสียสติ ทว่าหลังชนฝาแล้วต่างหาก
มือสัมผัสกับผิวกระจกเย็น ๆ คลาร่าขยับเข้าใกล้มากขึ้นก่อนจะพบว่ามันคือตู้แช่เนื้อสัตว์ หมายความว่านี่เป็นบริเวณจำหน่ายของสดนั่นเอง! เธอเข้าใจว่าประตูโกดังส่วนใหญ่มักอยู่ใกล้กับพื้นที่ขายของสด หรือถ้าไม่ใช่ อย่างน้อยก็ต้องเป็นห้องครัวละ เนื่องด้วยสินค้าประเภทของสดนั้นมักรวมถึงอาหารกล่องที่ทางซูเปอร์ทำขายเองด้วยเช่นกัน
ใช้เวลาไม่นานนัก คลาร่าก็เจอประตูที่ว่าจนได้ ประตูสีเงินด้านสองบานไม่มีตัวล็อคที่สามารถผลักเปิดได้จากทั้งสองด้านเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน หญิงสาวพยายามมองลอดผ่านกระจกสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ฝุ่นจับหนาโดยไม่สนใจรอยเลือดรูปมือแห้งกรังหลายรอยที่กระจัดกระจายเต็มบานประตูก
ตอนที่หญิงสาวกำลังคำนวณว่าจะผลักเข้าไปอย่างไรดีถึงจะเงียบที่สุด หรือจะลองแง้มมองลอดเข้าไปก่อนดีหรือไม่ จู่ ๆ เธอก็พบว่าใครบางคนกำลังสะกิดแขนขวาของตนไม่หยุดมาพักหนึ่งแล้ว
“อะ... ไร... ...” คลาร่าหันกลับไปปัดมือเกลทิ้ง เตรียมจะบ่นใส่เขาด้วยซ้ำที่ทำให้เริ่มประสาทเสียขึ้นมาในเวลาตึงเครียดเช่นนี้ และเธอก็ได้พบ... กับสิ่งที่ทำให้สีเลือดหายไปจากใบหน้าของเกลกับคนอื่น ๆ ถึงขั้นเรียกว่าเป็นศพทั้งที่ยังไม่ตายเลยทีเดียว
ที่ใจกลางเขาวงกตโซนซูเปอร์มาร์เก็ต ราวกับม่านหมอกหนาถูกคลี่ออกทีละน้อย ค่อย ๆ เผยความน่าสะพรึงที่ซุ่มซ่อนอยู่ ของเหลวหนืดบนพื้นพวกนั้นหาใช่เมือกธรรมดาทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นประสาทความรู้สึกที่แตกแขนงจากเส้นใยหลักซึ่งถักทอเป็นรูปทรงไฮเพอร์โบลาแนวตั้งระหว่างพื้นกับเพดาน
ราวกับรู้ว่าเธอได้เห็นมันเข้าแล้ว เมื่อเส้นใยหลักเหล่านั้นเริ่มเปล่งแสงสีแดงเลือดเรืองรองคล้ายจังหวะชีพจร