ฝ่าโลกสัตว์ประหลาดกับยัยปีศาจกลายพันธุ์ เล่ม 1

ตอนที่ 4: ตอนที่ 4: เสียงปริศนาจากชั้นใต้ดิน

👁️ 1 อ่าน
22px

ตอนที่คลาร่าคิดว่าเหตุการณ์คงไม่แย่ไปกว่านี้อีกแล้ว โลกทั้งใบก็ราวกับพังทลายลงตรงหน้าเธออีกครั้งหนึ่ง

เบื้องหน้าหญิงสาวคือบิ๊กเจที่นอนไม่ได้สติ จมูกหักปากแตกตาบวมปิด ผิวหนังเปรอะทั้งเหงื่อและเลือด ต่อให้เป็นมนุษย์โง่เง่าที่สุดก็ดูออกว่าเขาถูกซ้อมมาอย่างหนัก ขณะที่ลูซินด้าแม้จะมีสภาพดีกว่ามาก หล่อนเพียงดั้งจมูกเบี้ยวเสียรูป เลือดกำเดายังไหลเนื่องจากโดนฟาดด้วยด้ามไม้แข็ง ๆ ปัญหาใหญ่ก็คือลูกซองวินเชสเตอร์ที่กำลังจ่อติดศีรษะหล่อน ขอแค่ขยับเล็กน้อย มันก็พร้อมระเบิดสมองทันที

พวกมันเป็นกลุ่มนักล่าที่เรียกตัวเองว่า บิดาแห่งโลกาวินาศ

หลายครั้งที่คลาร่ามีโอกาสได้ติดต่อกับผู้รอดชีวิตอื่น ๆ ทั้งนักเดินทางที่พบเจอโดยบังเอิญไม่ก็ผ่านทางข้อความในจดหมายที่ถูกทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ เธอมักได้ยินและได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ที่เอาตัวรอดโดยการทำร้ายมนุษย์ด้วยกันซึ่งถูกเอ่ยถึงในฐานะ นักล่า โลกหลังโลกาวินาศบีบบังคับให้มนุษย์ที่หลงเหลือบางส่วนเสียสติจากการลงมือทำสิ่งเลวร้ายเพื่อการอยู่รอด เมื่อความป่าเถื่อนกลายเป็นเรื่องปกติ การรวมตัวของกลุ่มคนโหดร้ายแปรเปลี่ยนเป็นความวิปลาส ยามนั้นเหล่านักล่าก็ถือกำเนิดขึ้น

นักล่ากลายเป็นเสมือนสิ่งมีชีวิตอีกสปีชีส์อยู่ใต้ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์อีกที พวกมันออกล่าผู้รอดชีวิตและนักล่าที่อยู่ต่างฝูงกันอีกที โดยนักล่านั้นมีตั้งแต่กลุ่มโจรปล้นข้าวของทั่ว ๆ ไป จนถึงกลุ่มที่บริโภคเนื้อมนุษย์เป็นหลัก

ทำให้มันเงียบสักที!” ชายผมกระเซิงหนวดเครารุงรังตะโกนถึงขั้นเรียกว่าแทบจะกรีดร้องเลยทีเดียว ภาษามนุษย์ของมันอ้อแอ้ยากจะฟังเข้าใจได้ 100%

เวลานั้นภายในอาคารร้างกังวานด้วยเสียงโหยหวนเย็นยะเยือกที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบแม้แต่กับมนุษย์กินคนอย่าง บิดาแห่งโลกาวินาศ ก็ตาม เสียงนั้นดังประหนึ่งซึมออกมาจากพื้น ผนังและเพดานราวกับอาคารสำนักงานขนาดสี่ชั้นแห่งนี้กำลังครวญครางด้วยความทุกข์ทรมานอย่างต่อเนื่องยังไงยังงั้น เกือบ 15 นาทีแล้วที่เสียงยังคงดังไม่หยุดและดูจะดังยิ่งขึ้นทีละน้อยอีกด้วย พวกมันทั้งหลายมองหน้ากันและกัน ลึกลงไปในความฮึกเหิมบ้าคลั่งกลับแฝงประกายประหวั่นพรั่นพรึง ความเสียวสยองก่อขึ้นในใจทีละคนสองคนจากนั้นแพร่กระจายไปไม่ต่างจากโรคติดต่อ

ทำให้มันเงียบสักที! ทำให้มันเงียบสักที! ทำให้มันเงียบสักที! ทำให้มันเงียบสักที!

หุบปาก!!!” หญิงชราผมขาวหน้าเหี่ยวย่นราวกับมีสเอวาในร่างจริงจากภาพยนตร์เรื่องเดอะวิชช์ฉบับปี 1990 เอ่ย(ขาดก็แค่จมูกแหลมไม่เท่าแล้วก็สั้นไปหน่อยเท่านั้น) ถึงหล่อนจะไม่ได้ตะเบ็งแข่งกับชายโสโครก ทว่าเสียงแหบต่ำไม่ดังหรือเบาเกินไปก็ทรงพลังพอสยบอาการแตกตื่นของเหล่านักล่าได้

สมาชิกกลุ่มนักล่า บิดาแห่งโลกาวินาศต่างเรียกแม่มดแก่นางนี้ว่าแม่ ขณะที่ตัวหล่อนเองประกาศว่าตนคือ มารดาแห่งผอง ต่อหน้าพวกคลาร่า ช่างเป็นเรื่องย้อนแย้งเหลือเกินที่กลุ่มชื่อว่าบิดาซึ่งดูจะให้ค่าความแข็งแกร่งของนักล่าเพศผู้เป็นหลักกลับมีผู้นำเป็นหญิงชราหลังค่อมรูปร่างผอมบางในชุดที่เหมือนพรมเก่าปุปะไม่เหลือเค้าเดิมว่าเคยเป็นเสื้อผ้าหรือพรมจริง ๆ มาก่อนกันแน่

ถึงอย่างนั้นก็เป็นความจริงที่มารดาแห่งผองคือผู้นำ นอกจากท่าทางพินอบพิเทาที่สมาชิกกลุ่มทั้งหมดมีต่อแม่มดแก่นางนี้แล้ว คลาร่าก็ได้เรียนรู้ถึงความจริงข้อนี้จากการที่มันเป็นผู้ตัดสินใจอนุญาตให้เธอได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมนุษย์กินคนฝูงนี้ แต่ก็ต้องหลังจากเข้าพิธีกรรมวิปริตของมันเสียก่อนนะ

หนึ่งคือเธอจำเป็นต้องมีลูกกับผู้ชายคนใดก็ได้ในกลุ่มของมัน และอย่างต่อมาได้แก่เธอต้องเปลี่ยนอาหารหลักเป็นเนื้อมนุษย์ ซึ่งงานฉลองมื้อแรกก็จะเป็นเนื้อของบิ๊กเจกับลูซินด้านั่นเอง!?!

ทีแรกคลาร่าถูกลากเข้าไปในห้องอดีตออฟฟิศของบริษัททำความสะอาดโดยชายฉกรรจ์โสโครกสุดหน้าตาบิดเบี้ยวอัปลักษณ์หกคน โดยในตอนที่เธอกำลังถูกฉีกทิ้งเสื้อผ้าอยู่นั้นเองก็เป็นจังหวะที่เสียงร้องโหยหวนประหลาดดังขึ้นพอดี ไม่รู้เรียกว่าเป็นโชคดีได้หรือไม่ที่แม้จะแค่ชั่วคราวทว่าอย่างน้อยพวกมันก็เลิกสนใจเธอ กระนั้นการมีชีวิตในโลกหลังโลกาวินาศก็หาใช่ง่าย ๆ ไม่ ด้วยทุกสิ่งย่อมมีราคาของมัน และราคาของอิสรภาพจอมปลอมต่อให้เล็กน้อยเพียงใดก็ยังถือว่ามหาศาลอยู่ดี

“นังนี่จะเป็นคนลงไปจัดการ!” หญิงชราผู้ถูกเรียกขานว่ามารดาชี้คลาร่าซึ่งถูกสวมกุญแจมือล่ามติดกับก้อนคอนกรีตป้องกันการหลบหนี

“แม่!” ชายอ้วนใหญ่หน้ามันเยิ้มแย้ง มันเป็นหนึ่งในคนชุดแรกที่เกือบได้ล่วงเกินเธอ เพราะงั้นก็แน่นอนอยู่แล้วที่มันจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของผู้นำกลุ่มพวกตน กระทั่งเวลานี้ที่สถานการณ์ภายในค่ายมนุษย์กินคนดูจะเริ่มไม่สู้ดีนักแล้ว คลาร่าก็ยังสัมผัสถึงสายตาหื่นกระหายโดยไม่ปิดบังจากผู้ชายกว่าสิบห้าชีวิตทั้งหนุ่มและแก่ได้ชัดเจน “แต่นังหมูตัวเมียนี่เป็นของพวกเราแล้ว!

หรือแกจะลงไปข้างล่างนั่นเองล่ะ!” มารดาแห่งผองตวาด กวาดสายตาไปรอบลานกว้างชั้นหนึ่งของอาคารสำนักงาน ถลึงตาเกรี้ยวกราดดุดันมองใบหน้าเสียโฉมของสมาชิกกลุ่มแต่ละคนจนครบ กลับกันไม่มีพวกมันตัวไหนเลยที่กล้าจ้องตอบสายตานั้น หรือยายแก่อัปลักษณ์นี่เป็นแม่มดจริง ๆ กันนะ “ถ้าพวกแกตัวไหนกล้าลงไปดูว่ามีอะไรอยู่ข้างล่างนั่นล่ะก็ ข้าจะยกนังนี่ให้แบบไม่ต้องแบ่งใช้กับใครเลยเอาไหม!

หัวใจคลาร่าเต้นระรัวสูบฉีดความกลัวบ้าคลั่งท่ามกลางความเงียบงัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ส่วนเธอเองก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าด้วยเกรงว่าหากเผลอสบตากับใครเข้าก็อาจไปกระตุ้นสมองส่วนล่างของเดนมนุษย์เพศผู้เหล่านั้นจนพวกมันตัดสินใจด้วยความกระสันและทำให้สถานการณ์กลับมาย่ำแย่อีกครั้งหนึ่ง

ราวกับกลั้นใจรอเป็นปี ๆ กว่าเธอจะได้ยินเสียงพ่นลมอย่างดูถูกจากมารดาแห่งผองต่อกลุ่มของมัน ไม่ว่าจะตกเป็นสมบัติของคนเพียงคนเดียวหรือเป็นเมียของคนทั้งฝูงสำหรับคลาร่าแล้วก็ล้วนเป็นชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างกัน เจ้าพวกนี้... เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังสามารถเรียกว่า มนุษย์ หรือ คน ได้หรือเปล่า แน่นอนว่าสมาชิกกลุ่มนักล่า บิดาแห่งโลกาวินาศยังคงมีรูปร่างเฉกเช่นมนุษย์ ยังเข้าใจภาษา ยังรู้จักหวาดกลัวได้อยู่ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะย่ำแย่ราวกับคนไร้บ้านที่กลายพันธุ์เพราะกัมมันตภาพรังสีก็ตาม

กลุ่มนักล่า บิดาแห่งโลกาวินาศ ทั้งชายและหญิงต่างดูจะลืมเลือนไปนานแล้วว่าคำว่า สุขลักษณะส่วนบุคคล คืออะไร ความสกปรกหมักหมมกระทั่งผิวหนังเปลี่ยนสภาพเป็นแผ่นแข็งตะปุ่มตะป่ำด่างดวงอย่างกับโรคติดต่อ มันเยิ้มเป็นชั้นหนาต่อให้ขัดด้วยน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำก็ไม่แน่ว่าจะล้างออก หลายคนใบหน้าแหว่งวิ่น แผลเป็นประหนึ่งก้อนเนื้อเละ ๆ แปะอยู่ยังไงยังงั้น

ทว่ามันก็มีองค์ประกอบบางอย่างนอกเหนือจากรูปลักษณ์น่าขยะแขยงซึ่งส่งผลให้ฝูงนักล่ากลุ่มนี้ออกห่างจากความเป็นมนุษย์อยู่ด้วยเช่นกัน แขนงเส้นเลือดแดงก่ำล้อมรอบม่านตาสีเหลืองสะท้อนสิ่งเดียวได้แก่ความกระหาย ลองนึกภาพตัวเองเดินเข้าไปในห้องที่คนในนั้นล้วนคิดว่าคุณเป็นอาหารรสเลิศดูสิ ที่ว่าอาหารก็หมายความตามตัวอักษรเป๊ะ ๆ เลยนะ และการฉีกยิ้มอวดฟันเหลืองอ๋อยแต่ละครั้งก็หาใช่การส่งมอบรอยยิ้มอีกต่างหาก

ฟันแหลมแบบจระเข้กับเล็บหักบิ่นสีดำสนิทยาวหนึ่งถึงสองนิ้วคือการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปได้ว่าเกิดจากการล่ากินเนื้อมนุษย์เป็นเวลานาน และมันก็เกิดกับสมาชิกทุกคนที่นี่ แน่นอนว่าอนาคตของเธอด้วยเช่นกันหากไม่ทำอะไรสักอย่าง อย่าว่าแต่การให้กำเนิดปีศาจคลั่งเนื้อมนุษย์สักตนเลย แค่ความคิดว่าต้องใกล้ชิดกับสิ่งผิดธรรมชาติน่าขยะแขยงก็ทำให้คลาร่าอยากกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด หากเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงละก็ หญิงสาวก็ตั้งใจจะแลกชีวิตตัวเองกับการฆ่าพวกมันให้ได้มากที่สุด

“ทำไมไม่เก็บหล่อนไว้แล้วให้อีแก่นั่นลงไปแทนล่ะ” เสียงแหลม ๆ เสียดหูดังจากเจ้าตัวพุงป่องผมกระเซิงผิวหนังเขียวราวปกคลุมด้วยตะไคร่ หากไม่นับมารดาแห่งผองที่ดูเหมือนซากศพเก่าเก็บจากพิพิธภัณฑ์แล้ว หล่อนก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่คลาร่าเข้าใจเป็นผู้หญิงจำนวนน้อยนิดในกลุ่มนักล่า บิดาแห่งโลกาวินาศไม่รู้เพราะสังคมมนุษย์กินคนนั้นโหดร้ายต่อพวกหล่อนมากหรือเปล่า เพราะนอกจากจะมีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ร่างกายก็ยังพิกลพิการเต็มไปด้วยแผลเป็นมากกว่ามนุษย์กินคนเพศชายเกือบเท่าตัว

คลาร่าชำเลืองมองผู้พูด หญิงผิวสีออกเขียวถลึงตามุ่งร้ายมาทางเธอ หล่อนมีตาข้างซ้ายข้างเดียว ขณะที่อีกข้างเป็นหลุมกลวงโบ๋ชัดเจน และเนื่องด้วยจมูกแหว่งหายไปกว่าครึ่งจึงส่งผลให้หล่อนไม่ต่างจากซอมบี้ในบางมุม

คลาร่าตระหนักทันทีว่าหากต้องกลายเป็นพวกเดียวกับเจ้าพวกนี้ ตนต้องอยู่ในจุดรองมือรองเท้าของยายหน้ากะโหลกผีนี่แน่นอน

“ถ้าไม่ใช่เพราะใครบางคนดันไปหักขามันซะก่อน ข้าคงเลือกให้มันลงไปแล้วละ!” มารดาแห่งผองถ่มน้ำลาย เหวี่ยงแขนผอมแห้งกำหมัดแกว่งไกวระหว่างโขยกเขยกไปหาลูซินด้า เจ้าคนสักหน้าเป็นลายหัวกะโหลกลุกเป็นไฟซึ่งยืนจ่อปืนขู่มาตลอดถอยเปิดทางให้

มารดาแห่งผองเจ้าของใบหน้าเหี่ยวเหมือนอยู่มาแล้วสักสองศตวรรษใช้ไม้เท้าเบี้ยว ๆ ฟาดขาข้างที่งออย่างผิดปกติของหญิงผมขาวผู้มีพระคุณของคลาร่า นังแม่มดแก่แสยะยิ้มผู้ชนะออกมาพร้อมส่งสายตาพึงพอใจที่เห็นคลาร่ามีปฏิกิริยาเมื่อได้ยินเสียงร้องทรมานของลูซินด้า ทว่าแววกระหยิ่มยิ้มย่องก็คงอยู่ไม่นานยามผู้นำกลุ่มมนุษย์กินคนต้องแสดงอำนาจต่อเหล่าปีศาจร้ายใต้การปกครอง “หรือข้าควรสั่งให้แกลงไปแทนดีล่ะ นังถุงโคลนโสโครก!

หญิงผิวเขียวตาเดียวผงะตัวงอราวกับถูกชกท้อง ร่างกายเกือบเปลือยปกคลุมด้วยฝีหนองลงไปคุกเข่าสั่นระริก “อภัยด้วยท่านแม่!

“คนมากก็หมายถึงปากท้องที่มากขึ้น” มารดาแห่งผองย่นจมูกด้วยความรังเกียจพลางชี้มือไปยังสมาชิกแต่ละคนของกลุ่มนักล่ากระทั่งมาหยุดที่คลาร่า “ข้ามีหน้าที่ปกป้องฝูงสวะสารเลวหน้าผีอย่างพวกแกทุกตัว แต่นังนี่ไม่ใช่ มันยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝูงอย่างถูกต้อง มันไม่ใช่พวกเรา เพราะงั้นนังนี่ต้องลงไป”

“แต่เรายังพอมีเวลาทำให้นังนี่กลายมาเป็น-” ชายอ้วนไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ มันมองเรือนร่างคลาร่าอย่างเสียดาย สำหรับมันแล้วนี่เป็นโอกาสเพียงหนึ่งในร้อยล้านในโลกหลังโลกาวินาศก็เป็นได้ที่จะเจอตัวเมียสภาพดีถึงเพียงนี้ ผิวคลาร่าเนียนกว่าเหยื่อทุกตัวที่มันเคยประสบมา เนื้อหนังแน่นเต่งตึง ยิ่งกว่านั้นยังสะอาดสะอ้านน่าเคี้ยวเป็นที่สุด ต่อให้ยืนห่างขนาดนี้มันก็ยังได้กลิ่นหอมหวานโชยจากร่างผอมบางชัดเจน ไม่ว่ามันหรือพรรคพวกในที่นี้ต่างก็ไม่เคยลิ้มรสเพศเมียอายุน้อยเช่นคลาร่ามาก่อน ดูอย่างนังถุงโคลนสิ ตอนที่พวกมันจับหล่อนมาได้ หล่อนก็ผ่านช่วงวัย 50 มาได้พักใหญ่แล้ว และนี่ก็ถือเป็นเหยื่ออ่อนเยาว์ที่สุดแล้วนะ

ไม่! เราไม่มีเวลา!!! ถ้ารอจนถึงกลางคืนละก็ แกคิดว่าเสียงบัดซบนี่จะดึงดูดอะไรมาที่นี่บ้าง หา! หรือแกอยากเป็นกระดูกให้หมาปีศาจพวกนั้นแทะเล่นแทนล่ะ!!!” นังแม่มดแก่คำรามเกรี้ยวกราด กระแทกไม้เท้ากับพื้นฝุ่นหนาเตอะดังตึง

ถึงกระนั้นความน่าเกรงขามของหล่อนก็ไม่อาจข่มเสียงโหยหวนปริศนาที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้สักนิด และคลาร่าก็แน่ใจว่ามันเองก็คงตระหนักเรื่องนี้เช่นกัน

ต้องบอกว่าการเคลื่อนไหวของนังแม่มดชราผิดกับรูปลักษณ์ความโรยราไร้เรี่ยวแรงลิบลับ ไม่ทันที่ชายอ้วนพุงมันแผล็บจะทันอ้าปากตอบโต้ ร่างแห้งเหี่ยวก็ถลันไปหยุดตรงหน้ามันเรียบร้อยแล้ว มนุษย์กินคนทั้งสองมีส่วนสูงแตกต่างกันประหนึ่งเด็กกับผู้ใหญ่เลยทีเดียว ทว่าในชั่วพริบตา คลาร่ากลับเห็นประกายหวาดกลัวฉายวาบในดวงตาชายอ้วนใหญ่ และแทนที่หมอนั่นจะออกอาการยิ่งใหญ่อย่างที่มันเคยอวดเก่งยามคร่อมเหนือร่างเธอก่อนหน้านี้ ปฏิกิริยาแรกของมันคือผงะ จากนั้นตอนที่กำลังจะถอย หญิงแก่ก็สะบัดมือ สาดผงระยิบระยับบางอย่างใส่หน้า

ชายอ้วนกรีดร้อง ลงไปกลิ้งเกลือกมือปิดหน้าที่เริ่มมีควันแทรกออกมาตามซอกนิ้ว

“มีใครอยากค้านการตัดสินใจของข้าอีกไหม” แม้คำพูดของหญิงชราจะโดนทั้งเสียงร้องลึกลับจากใต้พื้นข้างล่างและเสียงกรีดร้องของชายอ้วนดังกลบ กระนั้นก็บารมีที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ก็สามารถข่มขวัญเหล่ามนุษย์กินคนชายหญิงที่เหลือได้ชะงัด คราวนี้ไม่มีใครกล้าสบตามารดาอีกแล้ว “เจ้า ไอ้หน้าผี ปล่อยนังนั่นเสีย”

ชายสูงโย่งซึ่งเอกลักษณ์คือไร้ผิวหนังตั้งแต่ใต้จมูกลงมา ทำให้ฟันแหลม ๆ ทั้งบิ่นทั้งแหว่งหลอกับเหงือกชุ่มน้ำหนองแล้วก็กระดูกขากรรไกรล่างโผล่อวดโฉมโลกภายนอกอย่างอัปลักษณ์ไม่เป็นสองรองใคร มันค่อมศีรษะโค้งตัวรับคำสั่งก่อนล้วงลูกกุญแจสำหรับปลดกุญแจมือออกจากเสื้อกั๊ก

คลาร่ากลั้นหายใจ กลิ่นเหม็นเนื้อเน่าผสมไม่อาบน้ำสัก 10 ปีมีอำนาจทะลวงชอนไชรุนแรงทำจมูกดับได้ทั้งที่ไม่ต้องสูดเข้าไปด้วยซ้ำ หญิงสาวรู้สึกว่าเจ้านั่นฉวยโอกาสสูดกลิ่นเธอขณะไขกุญแจมือให้ คลาร่าเข้าใจว่าอาการสั่นเทาเล็กน้อยต่อเนื่องของมันเป็นไปได้มากว่าเกิดจากความพยายามยับยั้งตัวเองไม่ให้พุ่งกระโจนเข้ามาจัดการกับเธอ สังเกตจากสายตาจ้องเขม็งจนน่ากลัวมายังบาดแผลกุญแจมือบาดนั่นเป็นต้น

“อย่าคิดหนีล่ะ แกก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์” นังแม่มดหนังเหี่ยวกระย่องกระแย่งมาหาเธอ คลาร่าเหมือนตกอยู่ใต้มนตร์สะกดบางอย่างที่ทำให้ตัวแข็งทื่อราวกับลูกหนูเจอเสือสมิง สัมผัสจากมือแห้งผากคล้ายถูกลูบไล้ด้วยกระดาษทรายทว่าน่าขยะแขยงยิ่งกว่าหนอนแมลงวัน เล็บแตกหักคมกริบราวกับจะกรีดทะลุผิวเข้ามาแล้วช่วงชิงใบหน้าจากเธอก็ไม่ปาน

หญิงสาวขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

“อย่าลืมว่าแกเลือกได้ ว่าจะให้เจ้าพวกนี้ตายอย่างไร” มารดาแห่งผองบีบแก้มคลาร่าแรงจนน่าจะได้เลือดและผลักให้หันไปทางลูซินด้ากับบิ๊กเจ “ลูก ๆ ของข้าสามารถชำแหละพวกมันจนเหลือแต่กระดูกโดยที่ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายวัน เรียกว่ายังไงดีล่ะ เอาเป็นว่า... พวกข้าชอบของที่ยังสดใหม่ ...ร้องได้ดิ้นได้

เสียงโห่ร้องฮึกเหิมดังจากมนุษย์กินคนรอบ ๆ

“และเผื่อแกกลัวพลาดฉากเด็ดไปก็ไม่ต้องกังวล” หญิงชราแสยะยิ้ม เขี้ยวแหลมมากพอฉีกกินเนื้อได้อย่างง่ายดาย “ลูกชายข้าคนหนึ่งชื่นชอบการใช้อุปกรณ์บันทึกซับซ้อนพวกนั้นไม่น้อย”

ตั้งแต่แรกคลาร่าก็เห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตผอมหนังหุ้มกระดูกหน้าตาอย่างกับกอลลัมที่เกิดจากการนำเอาชิ้นส่วนศพแห้ง ๆ มาเย็บประกอบเข้าด้วยกัน หลังของมันค่อมและแขนขาไม่เท่ากันทว่าการเคลื่อนไหวปกติกลับคล่องแคล่วกว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในฝูง นัยน์ตากลอกกลิ้งแสดงถึงบุคลิกตัวโกง กระนั้นสิ่งที่สร้างเอกลักษณ์ให้มันที่สุดก็เห็นจะเป็นกล้องวีดีโอกับอุปกรณ์เสริมทั้งหลายที่ห้อยติดตัวไม่ต่างจากส่วนหนึ่งของร่างกาย และก็มันนี่เองที่ได้รับหน้าที่เก็บภาพยามเธอจะต้องถูกย่ำยีโดยกลุ่มมนุษย์กินคนทั้งหลายก่อนหน้านี้อีกด้วย

“ตัวเมีย!” ตากล้องหลังค่อมหัวเราะฮี่ ๆ ขณะคลานด้วยสองขากับแขนอีกข้างมาหาคลาร่าเพื่อจ่อกล้องวีดีโอบันทึกภาพเธอในระยะประชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า มันถือโอกาสยื่นหน้ามาสูดจมูกฟุดฟิดแถว ๆ สะโพกเธออีกด้วย จากนั้นจึงค่อยผละไปเพื่อเก็บภาพขาขวาที่ผิดรูปของลูซินด้ากับร่างเลือดท่วมของบิ๊กเจต่อ “หิว!!! ข้ากินเจ้าสองตัวนี่ได้หรือยัง!

“แย่หน่อยที่เจ้าต้องรอไปก่อนลูกข้า” หญิงชราเคาะไม้เท้ากับพื้นหนึ่งครั้งเป็นสัญญาณสั่งให้เจ้าตัวผอมกะหร่องคายนิ้วบิ๊กเจก่อนที่มันจะออกแรงกัดเข้าจริง ๆ “แต่ก็ไม่นานนักหรอก” นังแม่มดแก่หันมาตบแก้มคลาร่าเบา ๆ ทว่าในลักษณะหยาบคายที่สุด “เจ้ามีเวลาถึงแค่ก่อนตะวันลับฟ้าที่จะหาสาเหตุและจัดการทำให้เสียงโหยหวนนี่เงียบให้ได้ ...แล้วข้าจะพิจารณาชะตากรรมของเพื่อน ๆ เจ้าใหม่อีกครั้ง ไม่แน่ว่าบางทีข้าอาจยอมปล่อยพวกมันให้มีชีวิตรอดก็ได้”

คลาร่าจ้องเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายและตระหนักในนาทีนั้นว่านังมนุษย์กินคนหงำเหงือกนี่ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ต่อให้หล่อนยอมไว้ชีวิตลูซินด้ากับบิ๊กเจ แต่ใครจะรู้ละว่าพวกเขาจะอยู่ในสภาพไหนกัน ไม่แน่ว่า...

ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับเท่านั้น

แล้วค่อยหาโอกาสตลบหลังพวกมันซะ!

แววตาคลาร่าสะท้อนประกายแข็งกร้าวออกมาวูบหนึ่ง แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแอบซ่อนเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นจากนัยน์ตาคมกริบของมารดาแห่งผองได้

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!