“ฉันไม่ฆ่าเธอหรอก” ตัวประหลาดพูดพลางรวบเอวยกร่างหญิงสาวขึ้นพาดบ่าของมัน คลาร่าเข้าใจถูกแล้วเรื่องความแข็งแรงผิดจากรูปลักษณ์ภายนอก “เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
“อะ อะไรนะ” หลังนิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดเธอก็ละล่ำละลักได้เพียงแค่นั้น
“ต้องรีบไปช่วยเพื่อนไม่ใช่หรือไง” เสียงแหบพร่าถูกกลบด้วยเสียงเสียดสีเอี๊ยดแหลมสูงเมื่อเจ้าตัวประหลาดใช้มืออีกข้างที่ว่างผลักแผ่นเหล็กเปิดทางออกให้กว้างขึ้น “ฉันรอขึ้นไปข้างบนแทบไม่ไหวแล้ว”
สิ้นเสียง สายลมพัดหวีดหวิว คลาร่ารู้สึกราวน้ำหนักตัวหายวับไปตอนที่ตัวประหลาดเริ่มออกวิ่งด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ มันแทบไม่หลบหลีกอะไรเลย สิ่งกีดขวางต่างหากที่เป็นฝ่ายกระเด้งกระดอนออกประหนึ่งฝูงหนูแตกตื่นยามเจอแมวปีศาจพุ่งใส่ หลายครั้งที่ตัวประหลาดหลีกเลี่ยงประตูซึ่งถูกปิดตายจากเพดานที่ถล่มลงมาขวางอีกด้านด้วยการเอียงตัวหันหัวไหล่พุ่งกระแทกใส่ผนังไม่ก็กระจกกันกระสุนบริเวณใกล้เคียงแล้วทะลุผ่านไปเลย
มันสามารถรับรู้ได้ว่าตรงไหนผ่านได้หรือไม่ได้โดยไม่มีชะงักเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ
เส้นทางที่ใช้เวลาเป็นชั่วโมงลดเหลือไม่กี่นาที ตอนที่คลาร่าใกล้ควบคุมสติไม่อยู่แล้วนั้น จู่ ๆ เธอก็ถูกโยนทิ้งพื้นดังแอ้ก หญิงสาวไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในท่านั้นนานนัก ต่อให้สมองจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ใดเลย เธอก็กลิ้งตัวพลิกกลับมาในท่าหมอบระวังภัย สอดส่ายสายตาเก็บข้อมูลรอบตัวโดยอาศัยแสงไฟฉายและแสงสีแดง...
โอ้
คลาร่าเงยหน้าขึ้น เห็นตากลมโตแดงก่ำประกอบด้วยลูกนัยน์ตาเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนกำลังจับต้องตนอยู่ ใบหน้าที่เหมือนแสยะยิ้มตลอดเวลาราวกับว่ามันกำลังคิดจะควักอวัยวะภายในเธอออกมา
“ตรงปากทางด้านบนมีอยู่ 2 คน” ตัวประหลาดเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากหญิงสาว
คลาร่าครุ่นคิดครู่หนึ่ง “นั่น... ไม่ใช่พวกของฉัน...” เธอหยุดแค่นั้นด้วยแน่ใจว่าอีกฝ่ายเข้าใจความหมายแฝงเป็นอย่างดี
“โอเค” ตัวประหลาดโคลงศีรษะ ย่อตัวลงก่อนมุดหายเข้าไปในปล่องลิฟต์ คลาร่าตระหนักว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยที่ชั้น B3 ต่อให้เจอกับตัวมาหมาด ๆ ก็ยังไม่น่าเชื่ออยู่ดี ที่เจ้าตัวประหลาดใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำกับการเส้นทางวกวนที่กินเวลาเธอมากกว่าชั่วโมง โดยที่มันไม่แม้แต่จะชะงักหรือเลือกเส้นทางผิดสักครั้ง
ปลดปล่อยออกมาได้ไม่ทันไร ความรู้สึกว่าตนตัดสินใจผิดพลาดต่อมนุษยชาติที่หลงเหลืออยู่ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นในระดับก้าวกระโดดเลยทีเดียว
ไม่นานห้วงความคิดของหญิงสาวก็ถูกขัดจังหวะจากการเสียงแกรกกรากเหมือนแมงมุมมหึมากำลังดิ้นในที่แคบ จากนั้นแสงสีแดงคุ้นตาก็สว่างขึ้นเมื่อแขนลีบยาวเก้งก้างกับมือเล็บคมกริบยื่นโผล่จากช่องลิฟท์ส่งของ ตัวประหลาดไม่ได้ปีนออกมาทั้งตัว มันแค่ยื่นศีรษะผมกระเซิงลงมาราวกับผีอาฆาตตามหนังสยองขวัญ ยากจะบอกความแตกต่างระหว่างการแยกเขี้ยวส่งข้อความทำนองว่า ‘ขอฉันดึงกระดูกสันหลังเธอสักข้อได้ไหม’ กับการฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตร ไม่สิ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีความเป็นมิตรใด ๆ จากปีศาจแบบนี้หรอก ถึงอย่างนั้นคลาร่าก็สามารถสัมผัสความรู้สึกพึงพอใจได้จากอีกฝ่าย
“ทางโล่งแล้ว” มันพูดด้วยปากเลอะเลือด ใบหน้าเลียนแบบมนุษย์อย่างผิดธรรมชาติเปรอะเปื้อนหยาดโลหิตกับเศษเนื้อเละเทะ
“เดี๋ยวฉันปีนตามไปเองทีหลังแล้วกัน” คลาร่ามองมือเคลือบของเหลวสีเข้มที่กำลังโบกหยอย ๆ แล้วกลืนน้ำลาย
“ไร้สาระน่า” ตัวประหลาดว่า จากนั้นโดยไม่คาดฝัน แขนของมันยืดยาวพรวดมาถึงตัวเธอในคราวเดียว คลาร่าโดนคว้าข้อมือจากนั้นก็ถูกลากหายเข้าปล่องลิฟท์ส่งของแคบ ๆ ไป ตกใจจนลืมร้องกรี๊ดไปเลย
1
หญิงชราผู้นำฝูงมนุษย์กินคน ‘บิดาแห่งโลกาวินาศ’ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากเสียงฝีเท้าเชื่องช้าที่ดังข้ามโถงชั้นแรกของอาคารบลูสกายบิลดิ้ง มันนั่งบนเก้าอี้บัลลังก์ซึ่งนำเอาเศษกระดูกมนุษย์และสัตว์เหลือจากการกินมาติดกาวกับโซฟาหนังขาดวิ่นตัวใหญ่
หญิงชราไม่ขยับจากท่านั่งหลังตรงประหนึ่งรูปปั้นน่าเกรงขามขณะสมาชิกกลุ่มผู้ไม่สมประกอบคนอื่น ๆ ต่างตอบสนองต่อคลาร่าด้วยการหยุดการกระทำอะไรก็ตามที่พวกมันกำลังทำอยู่แล้วมุ่งตรงมาทางเธอ ท่าทางตื่นเต้น กระสันและคุกคาม พวกมันหายใจแรง บ้างส่งเสียงขู่คล้ายหัวเราะต่ำในลำคอ ไอ้หมูตอนร่างยักษ์ลูบท้องกลมโตของมัน มือวนเวียนแถวเข็มขัดไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงอยากปลดกางเกงทิ้งเต็มแก่แล้ว
“คิดว่าแกจะกลับขึ้นมาไม่ทันซะอีก” หญิงชราว่า คลาร่าไม่ตอบอะไร จ้องเขม็งกลับไปอย่างมุ่งร้าย แต่ฝ่ายนั้นไม่ให้ค่ากับท่าทีของเธอสักนิด “ว่าไง มันคืออะไรกันแน่”
“อะไรที่ว่าคืออะไร” คลาร่าถาม ชำเลืองมองมนุษย์กินคนนับสิบทั้งชายและหญิงที่ใกล้เข้ามา ไม่ช้าก็ถึงตัวเธอแล้ว
“เสียงนั่น มันคืออะไร”
“อ๋อ เสียงนั่นเอง” คลาร่ามองเล็บมือตัวเอง แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งทว่าข้างในกลับปั่นป่วนแทบบ้า
“มันคืออะไร”
“เอ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
หญิงชรานิ่วหน้า “งั้นแกหยุดมันได้ยังไง”
“อยากรู้หรือ” เธอถามกลับ
“อย่ามาเล่นลิ้นนะ!” มันกระแทกไม้เท้ากับพื้นโครมพร้อมลุกพรวด “ในเมื่อชีวิตแกเป็นของข้าแล้วยังกล้าปากเก่งอีกเรอะ! รู้ไว้ด้วยว่าข้าสามารถทำให้แต่ละวันจากนี้ของแกทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตกนรก! แกคิดว่าสภาพนังถุงโคลนนั่นคือแย่แล้วหรือ เอาไว้ได้เห็น-”
“แกสัญญาแล้วไม่ใช่เรอะ รักษาสัญญาด้วย” อยู่ ๆ คลาร่าก็เอ่ยขึ้นตอนที่มือเจ้าอ้วนยื่นมาหวิดจะแตะถูกไหล่แล้ว และก็เป็นนาทีนั้นเองที่เธอทนรับความสะอิดสะเอียนที่บรรดามนุษย์กินคนนำมาให้ไม่ไหวอีกต่อไป
“นี่คือสิ่งที่เธอต้องการสินะ” เสียงแหบแห้งที่เหล่ามนุษย์กินคนคุ้นเสียยิ่งกว่าคุ้นบาดลึกเข้าในใจผู้ได้สดับดังอย่างไร้ที่มาที่ไป ก้องสะท้อนทั่วทุกตารางนิ้วของห้องโถงอาคาร “...การเปิดตัวอย่างอลังการ”
มีเพียงคลาร่าเท่านั้นที่งุนงงกับคำพูดนี้ระหว่างที่มนุษย์กินคนพากันตื่นตระหนกแทบเสียสติ แต่ไม่ทันไร ร่างสูงปรี๊ดผอมเป็นไม้เสียบผีก็ร่วงจากเงามืดบนเพดานลงมายืนหลังหญิงสาว เอาจริง ๆ นะ ถึงจะมีคำสัญญาปากเปล่ารวมทั้งความจริงที่มันอุตส่าห์พาขึ้นมาถึงข้างบนทั้งที่สามารถฉีกเธอเป็นสองท่อนได้ตั้งแต่หน้าห้องขังแล้วก็ไม่ได้ช่วยลดความน่ากลัวของตัวประหลาดลงเท่าไหร่ ลำพังสายลมจากการเคลื่อนไหวก็สร้างความเสียวสะท้านจากกลางกระหม่อมถึงเล็บเท้าได้แล้ว ดั่งคมมีดนับไม่ถ้วนกำลังเลื่อนไปมาบนผิวหนังทั้งตัวก็ไม่ปาน
“ในเมื่อแกอยากรู้นักหนาว่าอะไรคือต้นกำเนิดของเสียงปริศนาที่คอยหลอกหลอนพวกแกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะงั้นทำไมไม่ทำความรู้จักกันให้ถึงเนื้อถึงกระดูกไปเลยล่ะ” คลาร่าจ้องหญิงชราหน้าบัลลังก์โซฟาอย่างชิงชัง
“ถึงเนื้อถึงกระดูกงั้นหรือ ฉันชอบแฮะ” ตัวประหลาดหัวเราะ จากนั้นกระโจนใส่ชายพุงโลเครารุงรังที่ส่งเสียงร้องออกมาเป็นคนแรกพร้อมหันหลังวิ่งหนี ซึ่งก็เข้าใจได้ไม่ยากด้วยนักล่าที่แข็งแกร่งจริง ๆ มักถูกดึงดูดโดยเหยื่อสติแตกมากกว่า ตัวประหลาดตวัดกรงเล็บทีเดียวแขนขวาของชายคนนั้นก็ขาดร่องแร่ง เลือดฉีดเป็นสายไปทุกทิศทาง
ความโกลาหลเริ่มขึ้นทันที คลาร่ากดตัวต่ำมุ่งหน้าไปยังลานข้างบันไดเลื่อนที่พรรคพวกทั้งสองถูกจับตัวไว้ขณะที่สมาชิกกลุ่ม ‘บิดาแห่งโลกาวินาศ’ แตกฮือกันคนละทิศละทาง หญิงสาวเห็นนังแม่มดแก่หน้าซีดเป็นไก่ต้มจากความหวาดกลัวที่ไม่คาดฝัน ผู้นำมนุษย์กินคนผงะเหมือนถูกตีแสกหน้า จวนเจียนจะล้มหงายหลังรอมร่อ แววฉลาดเฉลียวน่าเกรงขามระเบิดหายไปไม่เหลือ มีเพียงความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง
นี่ล่ะ สิ่งที่เธอรอคอยจะเห็น วินาทีที่ความโอหังถูกทุบทิ้งไม่มีชิ้นดี
ความจริงคลาร่าก็อยากอยู่ดูสีหน้าทำอะไรไม่ถูกให้ชัดกว่านี้อยู่หรอก ถึงอย่างนั้นความพึงพอใจชั่วครู่นี้อาจนำมาซึ่งหายนะจากผลลัพธ์ที่พลิกผัน เป็นเธอเองที่ขอร้องตัวประหลาดไม่ให้ชิงบุกออกมาไล่เชือดทุกคนแต่แรก ทว่าให้รอจนเธอได้พบกับมารดาแห่งผองอีกครั้งเสียก่อนจึงค่อยลงมือ ก็น่าประหลาดใจเหมือนกันที่ฝ่ายนั้นดันยอมตามเธอง่าย ๆ ทั้งที่หากคิดจากมุมว่ามันไม่ได้กินอะไรมานานมาก(จนผอมหนังหุ้มกระดูก)แล้ว ปกติก็ควรหน้ามืดตามัวไล่ฆ่าไม่หยุดหย่อนโดยไม่สนใจว่ากินหมดหรือไม่ใช่ไหมล่ะ บางทีไม่แน่ว่าการรองท้องด้วยมนุษย์สองคนอาจช่วยให้มันใจดีขึ้นมาบ้างก็ได้มั้ง
แทนที่ตัวประหลาดจะปลิดชีพเจ้ามนุษย์หน้าขนพุงโตทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด มันกลับปล่อยหมอนั่นนอนจมกองเลือดร้องครวญครางอยู่กับแขนที่เกือบขาด จากนั้นหมุนตัวถลันตามหญิงหัวโล้นเย็บลวดเหล็ก ผิวกายขรุขระด้วยแผลเป็นจากไฟไหม้ครึ่งตัว คลาร่าไม่ทันเห็นว่ามันลงมืออย่างไร เนื่องด้วยจังหวะนั้นบางสิ่งพุ่งวาบมาทางหางตา กะทันหันเสียจนไม่เหลือเวลาให้สงสัยด้วยซ้ำ หญิงสาวพลิกนอนหงายทิ้งตัวกับพื้นทันพอดิบพอดี สิ่งนั้นคือกระดูกท่อนเบ้อเริ่มของสัตว์ขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่มนุษย์ และเจ้าคนที่เพิ่งเหวี่ยงกระดูกหมายจัดการเธอนั้นก็คือ
ไอ้อ้วนหมูตอนที่เกือบล่วงเกินเธอในทีแรกนั่นเอง
อย่างกับโชคชะตากำลังล้อเลียนคลาร่าที่ทำให้ไอ้สวะสารเลวเลือกจู่โจมเธอแทนที่จะสนใจแต่การหนีเอาชีวิตรอดดังเช่นมนุษย์กินคนตัวอื่น แล้วมันยังดันไม่ใช่เป้าหมายของตัวประหลาดทั้งที่ตัวใหญ่บังตาขนาดนี้อีกต่างหาก ขนาดเหยื่อที่กำลังถูกบดกระดูกอยู่ตอนนี้ยังตัวเล็กกว่ามันมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ หรือตัวประหลาดจงใจปล่อยไอ้อ้วนนี่ไว้ให้จัดการกับเธอกันนะ
นั่นไง มันผิดตั้งแต่แรกแล้วที่คิดไว้ใจสัตว์ประหลาดที่ฉลาดพอยับยั้งชั่งใจต่อการฆ่าเหยื่อทันทีที่เห็นได้ ชัดเลยว่ามันสนุกที่ได้ปั่นหัวเหยื่อ จากนั้นค่อยเชือดทีหลัง
ไม่มีเวลาคิดเล็กคิดน้อย คลาร่ากลิ้งตัวหลบกระดูกซึ่งเปลี่ยนทิศทางฉับพลันเป็นฟาดลงมาและอาศัยแรงผลักดีดตัวขึ้นคุกเข่า เธองอแขนรับลูกเตะอีกฝ่ายแล้วใช้กำลังของมันกระโดดถอยกลับมายืนอีกครั้ง เธอพยายามไม่ใส่ใจกับอาการชาแปลบ คว้ากระบองตำรวจที่เหน็บกางเกงด้านหลังออกมาถือ แรงเตะของมันทำหญิงสาวบังคับมือซ้ายไม่ได้ชั่วครู่ แต่โชคดีที่เธอถนัดทั้งสองข้าง
คลาร่ากระโจนใส่มันทันที ท่อนกระดูกเฉียดศีรษะอีกครั้งตอนหลบฉากไปทางซ้ายพร้อมฟาดกระบองโดยมีเป้าหมายที่หัวเข่า ทว่าการเล็งเป้าขณะอะดรีนาลีนกำลังท่วมร่างไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กระบองกระทบตำแหน่งสูงกว่าที่ตั้งใจไว้ สร้างผลลัพธ์แค่ฝ่ายตรงข้ามชะงักนิดหน่อย และเพิ่มความเกรี้ยวกราดเป็นเท่าตัว
“ข้าจะถลกหนังแก!” มันคำราม เอื้อมมือใหญ่โตตามมาจะคว้าคอหญิงสาว
คลาร่าข่มความหวาดหวั่นแล้วบุกอีกครั้ง เธออาศัยจังหวะที่มันพลาดคว้าจับอากาศเล็งข้อพับขาข้างเดิม ซึ่งครั้งนี้หญิงสาวประสบความสำเร็จ เธอได้ยินเสียงดังเป๊าะก่อนที่เจ้านั่นจะทรุดลงมือกุมเข่าร้องโหยหวน คลาร่ากำลังจะกลับไปซ้ำให้แน่ใจว่ามันจะไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ ต่อการหลบหนีของเธออีก ก็เป็นตอนที่หญิงตาเดียวผิวหนังออกเขียวพุ่งมารวบตัวเธอจากทางซ้าย ทั้งคู่ล้มไถลไปด้วยกัน กำปั้นโดยสัญชาตญาณของคลาร่ากระแทกกรามหยุดอีกฝ่ายไม่ให้สามารถกัดส่วนหนึ่งส่วนใดบนใบหน้าตนได้ หญิงผิวเขียวจมูกแหว่งพยายามปีนขึ้นคร่อมเธอ เล็บมือแหลมยาวเกี่ยวเสื้อผ้าและบาดผิวหนังคลาร่านับครั้งไม่ถ้วนระหว่างที่มันโรมรันกับเธอบนพื้น
“อ๊า! อ๊า! อ๊า! อ๊า! อ๊า! อ๊า! อ๊า!” เสียงกรี๊ดเสียดแทงเข้ามาในหูครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ไม่มีพลังทำลายล้างเช่นของตัวประหลาด ถึงอย่างนั้นการถูกตะเบ็งใส่ในระยะประชิดย้ำ ๆ ก็สร้างความงุนงงให้เธอได้อยู่ดี
“ถอย... ไป... นะ!” คลาร่ากัดฟันกรอด ทำได้เพียงปัดป้องการโจมตีของหญิงเสียสติที่ดูจะมาจากทุกทิศทาง เล็บมือดำปี๋พวกนั้นสามาถควักลูกตาได้เลยหากไม่ระวังให้ดี
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงฉัวะดังขึ้น แล้วน้ำหนักที่กดทับลงมาก็อันตรธานไปดื้อ ๆ คลาร่าไม่รีรอรีบยันตัวขึ้น ซึ่งก็ไม่ต้องมองหาให้วุ่นวายเลย เมื่อเบื้องหน้าเธอคือร่างสูงชะลูดของตัวประหลาดที่มือข้างหนึ่งจับศีรษะหญิงผิวเขียว ส่วนมืออีกข้างเสียบทะลุตำแหน่งกระเพาะอาหาร ยกร่างพิกลพิการเต็มไปด้วยแผลเน่า ๆ ลอยเท้าเหนือพื้นไม่ต่างจากของจำลองประดับวันฮาโลวีน มันส่งยิ้มวิปลาสมาให้อย่างล้อเลียน ก่อนเด็ดหัวเหยื่อออกในคราวเดียว
มันเป็นคำขู่ชัด ๆ ! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นคำขู่!!!
คลาร่ามุ่งไปหาลูซินด้ากับบิ๊กเจ ตราบเท่าที่มันยังรักษาสัญญา พวกเราจะไม่เป็นอะไร เธอพร่ำบอกตัวเองระหว่างวิ่งจี๋สุดฝีเท้าข้ามโถงกว้าง เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด จากนั้นก็ตามด้วยปืนกลเป็นตับ เธอได้ยินนังแม่มดแก่มารดาแห่งผองกรีดเสียงสั่งใครสักคนหรือหลาย ๆ คนให้รีบ ๆ ฆ่ามันเสีย หวังว่ามันที่หล่อนพูดถึงจะไม่ใช่เธอหรอกนะ
ลูซินด้ากับบิ๊กเจถูกล็อคกุญแจมือกับขาเก้าอี้เหล็กยาวหนักอึ้ง แม้ม้านั่งจะไม่ได้ถูกยึดกับพื้นแน่นหนานัก กระนั้นคนทั้งสองก็ไม่ได้อยู่ในสภาพแข็งแรงพอดิ้นรนได้ ยิ่งเข้าใกล้พวกเขาเท่าไหร่ คลาร่าก็พบว่าสามีภรรยาคู่นี้ซีดเซียวและย่ำแย่เพียงใด
“ยังไหวหรือเปล่า” คลาร่าไถลไปหยุดตรงหน้าคนทั้งสอง
“คลาร่า!” ลูซินด้ามีสีหน้าอิดโรยเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน สายตาจับจ้องเหนือศีรษะหญิงสาว
คลาร่าที่คอยอยู่แล้วทิ้งตัวม้วนหน้าก่อนท่อเหล็กยาวครึ่งเมตรจะฟาดลงตรงจุดที่เธอยืนราววินาทีที่แล้ว สิ่งมีชีวิตแคระแกร็นหลังค่อมหน้าตาเหมือนซากศพนำมาประกอบเข้าด้วยกันเพิ่งกระโจนจากบันไดเลื่อนซึ่งถูกบดบังด้วยพุ่มทรงกลมของต้นไม้พลาสติก คราวก่อนที่หญิงสาวได้พบกับมันก็เป็นตอนที่นังแม่มดแก่แนะนำมันในฐานะตากล้องโรคจิตนั่นเอง
เจ้านั่นคำรามลอดไรฟัน เดือดดาลที่เหยื่อรอดเงื้อมมือไปได้ คลาร่าหันไปเผชิญกับมันด้วยกระบองตำรวจ เธอคาดการณ์ล่วงหน้าแต่แรกแล้วว่าคงมีการลอบโจมตีในจุดนี้แน่นอน ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีจุดอับสายตาแล้วยังตัวเบี่ยงเบนความสนใจอย่างลูซินด้ากับบิ๊กเจอีก สมมติว่าถ้าคลาร่าตั้งใจจะเก็บใครสักคนละก็ เธอเองก็เลือกวิธีซุ่มตรงนี้เช่นเดียวกัน
เธอรู้ว่ามันรวดเร็วทว่าก็ไม่คาดคิดว่าจะว่องไวขนาดนี้ กระบองไม่แม้แต่เฉียดอีกฝ่ายด้วยซ้ำ มนุษย์กินคนร่างเล็กดีดตัวกระเด้งกระดอนประหนึ่งกระสุนในห้องปิดตาย ทีแรกเธอเห็นมันไกลออกไป จากนั้นพริบตาถัดมามันก็ยืนอยู่ทางซ้ายในระยะใกล้กว่าเดิม และเมื่อหญิงสาวจู่โจมทางขวา นอกจากจะไม่โดนเป้าหมายแล้ว เจ้านั่นยังมาโผล่ข้างหลังพร้อมกับฟันแหลม ๆ ที่ฝังลงบนแขน
แค่เกือบน่ะ
ร่างไร้ศีรษะพุ่งด้วยความเร็วสูงมากระแทกมนุษย์กินคนเตี้ยค่อมหวุดหวิดฟันจะสัมผัสแขนคลาร่าแล้ว กระนั้นกว่าหญิงสาวจะตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก็หลังจากที่มันจบไปแล้วนั่นแหละ เธอทันรับรู้เพียงคลื่นลมกระแทกผ่าน จากนั้นก็มีเสียงตูมใหญ่ ซึ่งพอมองตามไปแล้วก็พบกับเศษเนื้อกระจายเละติดเป็นส่วนหนึ่งของเสาที่แตกร้าว
คลาร่าเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ต้องพิจารณาร่างแหลกเหลวสองร่างนั่นตรง ๆ ที่สำคัญเธอก็ไม่อยากทำเช่นนั้นด้วย มีเพียงสิ่งเดียวในที่แห่งนี้ที่ทรงพลังพอทำเรื่องเหนือมนุษย์น่าสะอิดสะเอียนนี่ได้ หญิงสาวรี่ไปหาสหายต่างวัยทั้งคู่ของตน
“ลูซินด้า! บิ๊กเจ!” คลาร่าเน้นเสียงยามเรียกคนหน้าซีดจนเกือบเขียวทั้งสอง “เราต้องไปแล้ว!”
“โอ๊ะ! โอเค!” บิ๊กเจเป็นคนแรกที่หลุดจากภวังค์ เขาพยายามกระชากกุญแจมือสองสามครั้ง ทว่าก็ไม่ได้ผล
“ลองยกม้านั่งขึ้นดูได้ไหม” ลูซินด้าได้สติจากเสียงกระแทกโกร่งกร่าง
ทั้งสามช่วยกันพลิกม้านั่ง ซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นนัก ที่จริงมันมีไว้แค่ขัดขวางลูซินด้ากับบิ๊กเจไม่ให้ทำอะไรโง่ ๆ ได้เท่านั้นมากกว่า กุญแจมือถูกใส่กับข้อมือเพียงข้างเดียวส่วนอีกด้านคือขาม้านั่ง ฉะนั้นปัญหาที่มีก่อนหน้านี้จึงเป็นแค่มนุษย์กินคนทั้งฝูงกำลังเฝ้าจับตาพวกเขาด้วยแววหิวกระหายสุดขีด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต่อให้ยังไม่ถึงเส้นตายที่นังแม่มดแก่ขีดให้คลาร่า ฝูงวิปลาสนี้ก็พร้อมฉีกกินพวกเขาทันทีที่แสดงท่าทางว่าจะหลบหนี
“นี่เอาไว้ทีหลังแล้วกัน” บิ๊กเจว่าพลางโบกกุญแจมือที่ยังห้อยต่องแต่งติดข้อมือตน
“พอลุกไหวหรือเปล่า” คลาร่าถามลูซินด้า ตามองขาข้างที่หักของอีกฝ่าย “ไม่หรอก ไม่มีทางอยู่แล้วในสภาพนี้”
ลูซินด้ามีสีหน้ารู้สึกผิด
“ผมสามารถแบกเธอได้” บิ๊กเจเสนอ
“อาจจะ...” คลาร่าใช้ความคิดอย่างหนักท่ามกลางเสียงปืนสลับกับเสียงกรีดร้องระงมรอบตัว การที่ตัวประหลาดไม่รีบฆ่าทุกคนให้หมดเช่นนี้สร้างความยุ่งยากให้เธอไม่น้อย ถึงอย่างนั้นนี่ก็อาจถือเป็นโชคดีแล้วก็ได้ “ฉันคิดว่าพวกเราต้องการ...”