ฝ่าโลกสัตว์ประหลาดกับยัยปีศาจกลายพันธุ์ เล่ม 1

ตอนที่ 8: ตอนที่ 8: จอมพลัง

👁️ 1 อ่าน
22px

แล้วคลาร่าก็คิดออก สายตาเธอเลื่อนไปหยุดที่ห้องออฟฟิศของบริษัทแฮปปี้คลีนนิ่ง โดยไม่รอช้า หญิงสาวส่งกระบองตำรวจให้บิ๊กเจพร้อมกับพูดว่า “รอตรงนี้นะ” จากนั้นก็วิ่งสุดฝีเท้าตรงไปที่นั่นทันที

ห้องออฟฟิศมีขนาดไม่ใหญ่นัก เดาว่าคงใช้เป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์บริษัทอะไรทำนองนั้น เพียงแต่หลังจากถูกยึดครองโดยกลุ่มมนุษย์กินคนก็ถูกเปลี่ยนเป็นห้องเก็บของจำพวกเสบียง เครื่องครัวตามมีตามเกิดและเครื่องมือเครื่องใช้นอกเหนือจากอาวุธ

คลาร่าพบรถเข็นสี่ล้อคันที่ใช้ขนพวกเธอเข้ามาตอนแรกจอดอยู่ทางซ้ายมือของทางเข้า ทว่าแทนที่หญิงสาวจะรีบเข็นไปหาพวกลูซินด้าทันที เธอกลับถูกดึงดูดด้วยข้าวของหลังกรอบประตูเสียก่อน

ไม่กี่นาทีถัดมา คลาร่าก็กวาดอาหารกระป๋อง น้ำสะอาด ยาฆ่าเชื้อกับสารพัดเสบียงเท่าที่พอขนได้ใส่รถเข็น ยิ่งกว่านั้นเธอยังเจอชุดเครื่องมือช่างหนึ่งชุดแล้วก็หนังสือคู่มือการใช้เครื่องรับส่งวิทยุสื่อสารในหลืบสกปรกอีกด้วย

แต่ของที่คลาร่าคิดว่าน่าสนใจจริง ๆ ได้แก่แผนที่ซึ่งมีการทำสัญลักษณ์ต่าง ๆ เอาไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคำสั้น ๆ เขียนด้วยหมึกสีแดงว่า ประตูแห่งฮาเว่น(Gate of Haven)

ประตูแห่งฮาเว่น... นิทานปรัมปราในหมู่ผู้รอดชีวิตเกี่ยวกับฐานที่มั่นสุดท้ายของมนุษย์ที่ปลอดภัยจากซอมบี้กับผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์

ตอนที่ใครสักคนถูกโยนผ่านหน้าห้องเก็บของไปเสียงดังโครมสนั่น ไม่ว่าขณะลอยอยู่มันจะยังมีชีวิตหรือไม่ หากกระแทกกำแพงเสียงดังขนาดนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าป่านนี้เละไปแล้วละ เสียงนั้นดึงสติคลาร่ากลับมาจากตำนานเพ้อฝันของผู้ยังเหลือรอด เธอรวบแผนที่ปึกใหญ่ที่วางซ้อนกันบนโต๊ะพับจนเล็กที่สุดแล้วยัดแทรกลงในหนังสือคู่มือการใช้วิทยุสื่อสาร จากนั้นก็พุ่งออกจากห้อง เข็นรถเสบียงมุ่งไปหาพวกลูซินด้า

คลาร่ากับบิ๊กเจช่วยกันดามขาข้างที่หักของลูซินด้าด้วยเศษผ้า เทปกาวกับประแจก่อนช่วยกันยกร่างหญิงกลางคนขึ้นไปนั่งบนกองเสบียง

“ไปกันเลย!” คลาร่าให้สัญญาณบิ๊กเจออกแรงเข็น

หญิงสาววิ่งนำทางอยู่ด้านหน้าโดยรักษาระยะห่างกับรถเข็นไม่ให้ไกลเกินไป ทั้งสามผ่านเข้าประตูเขียนว่าสำหรับเจ้าหน้าที่เท่านั้นมายังทางเดินแคบ ๆ มืดสลัว คลาร่าส่งไฟฉายให้ลูซินด้าเป็นคนถือ และก็เป็นตอนที่แสงสว่างขึ้นนั่นเองที่ชายร่างสูงผู้ถูกถลกหนังหน้าตั้งแต่ใต้จมูกจนเห็นแค่เนื้อแฉะ ๆ ติดกระดูกขากรรไกรกระโจนใส่เธอจากประตูห้องพักพนักงานที่เปิดค้างอยู่ เธอทันเห็นคมมีดเพียงแวบเดียวก่อนที่มันจะฝังลงในแขน ไม่สิ พลาดต่างหาก ใบมีดเสียบผ่านช่องว่างระหว่างแขนกับลำตัว กระนั้นแรงปะทะผลักหญิงสาวล้มหงายชนกำแพง หัวกระแทกผนังหินอ่อนถึงกับลืมว่าตัวเองเป็นใครไปชั่วขณะ

คลาร่าพยายามลุก หรือที่จริงแล้วคือความเคยชินของร่างกายซึ่งไม่เคยปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาพไร้ทางสู้นานเกินไปที่ผลักดันให้ฝืนสู้กับความมึนงงทั้งที่ตอนนั้นไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ ทว่าไม่ว่าจะทำยังไง ร่างกายกลับไม่ตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็น

มนุษย์กินคนคว้าคอคลาร่าเตรียมปักมีดใส่เบ้าตาเธอ มันยกแขนขึ้นไม่ทันสุด ร่างกำยำของบิ๊กเจก็พุ่งชาร์จใส่มันอย่างหนักหน่วง แม้จะบาดเจ็บจนหน้ายู่ในทุกการเคลื่อนไหว แต่เขาก็มีแรงเหลือพอรับมือฝ่ายตรงข้ามได้ ยิ่งนี่เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องพวกพ้องของเขาด้วยนะ บิ๊กเจยึดศีรษะไอ้หน้าผีด้วยมือข้างถนัด จากนั้นก็ทุบลงกับพื้น หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง เขาอัดขมับมันกระทั่งแผ่นกระเบื้องเปียกโชก กะโหลกบุบบี้ไม่ต่างจากลูกบอลถูกปล่อยลม

พอได้แล้ว!” ลูซินด้าร้อง คลาร่ากระเสือกกระสนคลานไปเกาะข้างรถเข็นและค่อย ๆ ดึงตัวเองขึ้น สายตายังเห็นสลับภาพซ้อนพอบอกได้ว่าแววหวาดหวั่นทำให้ใบหน้าหญิงผมขาวยิ่งซีดเซียวเข้าไปใหญ่

“บิ๊กเจ...” เธอพึมพำเสริม “เราต้องรีบไปจากที่นี่”

“โอเค” ชายร่างใหญ่หยุดมือในที่สุด คลาร่าโบกมือให้เขารีบกลับไปประจำที่รถเข็นแทนการเข้ามาช่วยพยุงตน “เธอไม่เป็นไรนะ”

“ฉันยังไหว ไม่ต้องห่วง” คลาร่ากัดฟัน

ไม่นานทั้งสามก็ออกจากตัวอาคารจนได้โดยอาศัยความทรงจำกับความช่างสังเกตของคลาร่า เวลานั้นดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำแล้ว ความกังวลก่อตัวในท้องหญิงสาวเมื่อพบว่าแสงแดดได้สูญเสียความเจิดจ้ายามเที่ยงไป เธอมองเห็นสัญญาณของรัตติกาลที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า อาจสักสองถึงสามชั่วโมงก่อนที่ความมืดจะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง

ทั้งหมดตรงไปยังประตูกำแพงบังเกอร์ด้านหน้า ข่าวดีก็คือเส้นทางถนนสองเลนข้างอาคารนั้นปราศจากซอมบี้! จากจุดนี้ต่อให้ยังบอกไม่ได้ว่าอาคารบลูสกายบิลดิ้งตั้งอยู่ส่วนใดของย่านใจกลางเมือง แต่คลาร่าก็พอมั่นใจอยู่บ้างว่าด้วยความสามารถของพวกเธอรวมกันก็น่าจะพอคลำหาทางกลับที่หลบภัยได้ทันก่อนมืด หญิงสาวหวังเพียงให้เส้นทางที่เหลือปลอดโปร่งเช่นนี้ต่อไปเท่านั้น

เหตุผลที่เธอต้องรีบเผ่นให้เร็วยิ่งกว่าเร็วได้แก่เจ้าตัวประหลาดที่กำลังสนุกสนานกับเกมแมวจับหนูอยู่ในอาคารตอนนี้นั่นเอง ถึงจะสัญญาเป็นมั่นเหมาะแล้วก็เถอะ ทว่ายังไงนั่นก็เป็นสิ่งกระหายเลือดซึ่งไม่ได้ทรงพลังเพียงอย่างเดียว ความฉลาดเป็นกรดของมันคือคุณสมบัติที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้คลาร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันไม่มีแพทเทิร์นการโจมตีชัดเจน หญิงสาวไม่รู้จักเทคนิคการสังหารของมัน รู้แค่ว่ามันสามารถระเบิดสมองคนด้วยเสียงร้อง แล้วก็แข็งแรงจนเปลี่ยนร่างกายปกติให้กลายเป็นของเหลวเละ ๆ ด้วยการทุ่มเพียงครั้งเดียว ที่แน่ ๆ เธอไม่สามารถหลอกด้วยการหลบหลังถังขยะแล้วขว้างขวดให้เกิดเสียงเพื่อล่อมันไปอีกทางได้

ในเมื่อร้ายกาจเสียขนาดนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรักษาสัญญา บางทีมันอาจนึกสนุกถึงได้ยอมปล่อยให้เธอมีชีวิตรอดขึ้นมาถึงข้างบน ก็เหมือนกับมนุษย์กินคนพวกนั้นที่มันไม่ยอมฆ่าสักทีนั่นแหละ เป็นไปได้มากที่เธอจะเป็นของเล่นแก้เซ็งของมัน หลังต้องถูกกักขังตัวคนเดียวมาเนิ่นนาน

พอเริ่มมีความรู้สึกเหมือนจะโล่งอกได้บ้างเกิดขึ้นเท่านั้นแหละ คลาร่าก็โดนข่าวร้ายพุ่งสวนตีแสกหน้าเข้าอย่างจัง ทันทีที่ผ่านมุมตึกมายังลานจอดรถด้านหน้าอาคาร สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาหญิงสาวก็คือฝูงซอมบี้ที่ออกันมืดฟ้ามัวดิน

พวกมันมาตามเสียงเรียกของตัวประหลาดก่อนหน้านี้!

คลาร่ารีบถอยกลับแต่ก็สายเกินไป การเคลื่อนไหวของเธอเรียกความสนใจซากศพเด็กผู้ชายประมาณหกถึงเจ็ดขวบซึ่งอยู่ห่างไปสามเมตร เพียงแวบเดียวที่เจ้านั่นเห็นเธอด้วยนัยน์ตาขาวโพลน มันก็ร้องครวญครางออกมาสั้น ๆ เสียงเล็ก ๆ แม้ไม่ดังมากมาย แต่กับลานกว้างแออัดด้วยฝูงซอมบี้ เมื่อซอมบี้ไม่กี่ตัวถูกเรียกความสนใจเข้าเสียแล้ว มันก็แค่อึดใจเดียวเท่านั้นที่ซอมบี้อีกหกตัวข้างเคียงจะรู้ตัวว่าเหยื่อรายใหม่ได้ปรากฏขึ้นแล้ว

เท่านั้นไม่พอ บิ๊กเจดึงรถเข็นกลับช้ากว่าการเคลื่อนไหวฉับพลันของเธอ ส่งให้คลาร่าเสียหลักหน้าทิ่มลงไปในรถเข็นข้างลูซินด้า ความเลวร้ายของจังหวะนี้ก็คือทั้งสามยังคงเสนอหน้าต่อเหล่านักล่าไร้ชีพจรกว่าครึ่งร้อยที่บัดนี้ต่างหันมาเห็นพวกเธอเรียบร้อย

“ถอยก่อน” คลาร่ากระซิบ หากใครเห็นหน้าเธอตอนนั้นก็คงเข้าใจว่าหญิงสาวใกล้เป็นลมอยู่รอมร่อแล้ว

เสียงครวญครางดังสนั่นแบบที่พวกคลาร่าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต เหมือนกองเชียร์ฟุตบอลที่บ้าคลั่งจากโลกหลังความตายยังไงยังงั้น “ถอยยย!!!” หญิงสาวตะโกนลั่นแบบไม่ต้องเกรงใจใครจะได้ยินอีกต่อไป เธอพลิกตัวกระโดดลงจากรถเข็นวิ่งนำบิ๊กเจมุ่งหน้าย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าออกเดียวของอาคารที่เพิ่งใช้หนีออกมาได้ไม่นานเท่าไหร่ ชายวัยหกสิบปลายพุงพลุ้ยทว่ากำยำแข็งแรงกระชากรถเข็นถอยหลังตีวงเลี้ยวแรงจนลูซินด้าแทบร่วง หล่อนคว้าราวกั้นข้างแล้วกดตัวต่ำ ใช้ลำตัวป้องกันถุงอาหารกระป๋องไม่ให้หล่นจากรถ

ต่อให้วิ่งสุดฝีเท้า แต่ไหนเลยกำลังของมนุษย์มีเลือดเนื้อ ที่สำคัญคือรู้จักเหนื่อยจะสู้กับร่างไร้ชีวิตที่ไม่หลงเหลือความเจ็บปวดอีกต่อไปได้ ระยะห่างระหว่างบิ๊กเจในสภาพบาดเจ็บแถมต้องผลักรถเข็นหนักอึ้งไปด้วยกับซอมบี้เด็กที่ลงไปวิ่งสี่ขาแบบลิงลดลงฮวบฮาบทั้งที่ประตูทางเข้าอาคารยังอยู่ไกลลิบ

แต่อย่างกับอะไร ๆ ยังแย่ไม่พองั้นแหละ เมื่อจู่ ๆ นังแม่มดหนังเหี่ยวมารดาแห่งผองกับลูกสมุนมนุษย์กินคนอีกหนึ่งโผล่พรวดพราดออกมาจากประตูข้างหน้าพร้อมปืนกลในมือ หญิงชราผมกระเซิงเนื้อตัวเปียกชุ่มด้วยเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับถูกใครสักคนระเบิดตัวเองใส่หน้ามาก็ไม่ปาน

ฆ่านังสารเลวซะ!!!” มันกรีดเสียงสั่งสมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น มือเล็บดำปี๋ชี้หน้าคลาร่า

“ฉิบ-” ปฏิกิริยาตอบสนองสั่งให้คลาร่าชะงักเท้าและกลับตัวหันหนีในจังหวะที่ลำกล้องปืนขยับเล็งมาทางเธอ แต่แล้วหญิงสาวก็นึกได้ว่าข้างหลังตนตอนนี้ก็มีกองทัพผีดิบไล่ตามมานี่หว่า ผลก็คือเธอสะดุดขาตัวเองล้ม อีกแค่นิดเดียวก็จะถูกรถเข็นวิ่งเสยหัวเสียแล้วถ้าบิ๊กเจหยุดไม่ทัน

ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะโดนรถเข็นชนหัวบี้หรือไม่ จะข้างหน้าหรือข้างหลังก็ยังเป็นความตายอยู่ดีนั่นแหละ

คลาร่าคล้ายได้ยินเสียงกลไกในปืนทำท่าจะทำงานชั่วพริบตาก่อนที่มนุษย์กินคนหุ่นไม้เสียบผีจะเหนี่ยวไก กระนั้นมันก็ยังไม่ได้เหนี่ยวไกจริง ๆ หรอกตอนที่เสียงคำรามฟังดูก็รู้เลยว่าเป็นของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กระหึ่มทำผืนดินสั่นไหวและกระชากความสนใจเจ้าของปืนไปจากคลาร่าในเสี้ยววินาทีสุดท้ายของสุดท้าย กระสุนระเบิดจากรังเพลิงอย่างน้อยสองนัด หนึ่งในนั้นแฉลบโครงเหล็กด้านหน้ารถเข็นไป ขณะที่อีกนัดเจาะหน้าผากซอมบี้ตัวหนึ่งพอดิบพอดี

แต่จะบอกว่าโชคดีที่มีเสียงดังช่วยก็ไม่ถูกนัก เนื่องจากอึดใจถัดมา กำแพงคอนกรีตสูงส่วนหนึ่งก็ถล่มลงจากพลังมหาศาล ตามด้วยร่างหนาล่ำสูงเกือบสี่เมตรกระโจนฝ่าม่านบาง ๆ ของฝุ่นที่ฟุ้งกระจายมายืนจังก้าบนถนนสองเลนข้างตัวอาคารบลูสกายบิลดิ้ง

โซลิด มัสเซิล คือชื่อของมัน บันทึกกลุ่มอาลักษณ์วันสิ้นโลกฉบับแก้ไขครั้งที่สองกล่าวถึงผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ชนิดนี้ในฐานะหน่วยหน้าของกองทัพวันสิ้นโลก เนื่องด้วยพละกำลังอันมากมหาศาลและความทนทานต่ออาวุธทำลายล้างเกือบทุกชนิดของมนุษย์ หากไม่ใช่บังเกอร์ที่สร้างจากเหล็กกล้าหนาตั้งแต่สี่นิ้วขึ้นไปแล้วจะไม่อาจหยุดยั้งมันได้เลย

ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของโซลิด มัสเซิล ผู้รอดชีวิตที่เคยพบเห็นให้ข้อมูลว่าพวกมันมีนิสัยรักสันโดษ ชื่นชอบการออกล่าอย่างโดดเดี่ยว โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากนิสัยกินดะไม่เลือกนั่นเอง ไม่ว่ามนุษย์ ซอมบี้ไปจนถึงผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ขนาดเล็กกว่าก็ล้วนตกเป็นเหยื่อของมันทั้งสิ้น คาดว่าโซลิด มัสเซิลอาจกินกระทั่งพวกเดียวกันเองด้วยซ้ำ

ลักษณะเด่นของโซลิด มัสเซิลคือผิวหนังหนากระสุนเจาะไม่เข้ากับรูปร่างที่เหมือนอวัยวะบางส่วนเติบโตเร็วเกินไปกลายเป็นซูเปอร์เนื้องอก จากคำบอกเล่าของทหารผู้รอดชีวิต พวกเขาจำเป็นต้องใช้ปืนใหญ่รถถังเพื่อล้มโซลิด มัสเซิลสักตัว แต่โชคไม่ดีนักที่การโจมตีระลอกใหญ่ครั้งนั้นเป็นการบุกอย่างบ้าคลั่งของผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์แทบทุกชนิด ทำให้พวกเขาเสียกองพันรถถังทั้งหมดในเวลาไม่นาน

ปัจจุบันไม่ค่อยมีบันทึกการพบเห็นโซลิด มัสเซิลมากนัก มีทฤษฎีว่าไม่พวกมันกินกันเองจนเหลือไม่มากก็คงเป็นช่วงจำศีลของพวกมัน ทว่าคำแนะนำกรณีบังเอิญเจอกับโซลิด มัสเซิลเข้า ก็จงอย่าได้ถูกท่าทีเอื่อยเฉื่อยเลื่อนลอยกับรูปร่างเบี้ยว ๆ บูด ๆ ไม่น่าจะเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วหลอกตา เพราะยามมันกระหายเลือดขึ้นมา โซลิด มัสเซิลจะว่องไวมาก เอาเป็นว่าผู้รอดชีวิตหลายรายต่างพูดตรงกันว่าพวกเขารอดมาได้ด้วยการซ่อนตัวขณะที่เพื่อนร่วมทางของพวกเขาตกเป็นอาหาร

ไม่มีทางเลยที่จะวิ่งหนีหรือซ่อนตัวหากมันเห็นคุณแล้ว ข้อความบันทึกไว้เช่นนั้น มันจะไล่ตามคุณไปสุดหล้าฟ้าเขียว หรือในกรณีนี้สุดหล้าของคุณน่าจะไม่เกิน 20 เมตร อย่างมากที่สุดละนะ

ที่คลาร่ารู้ว่าเจ้าตัวประหลาดหลังค่อมนี่คือโซลิด มัสเซิลก็เนื่องด้วยจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ของมันนั่นเอง ผิวหนังสีเทากระด้างไม่ต่างจากหินมีเส้นเลือดหนาเท่าไส้กรอกเต้นตุบ ๆ ร่างกายใหญ่โตของมันให้ความรู้สึกไม่สมประกอบจากแขนซ้ายกับขาข้างขวาที่บวมใหญ่ราวกับโดนสารเร่งโตเข้าไปเฉพาะจุด ทว่าต่อให้เป็นอวัยวะส่วนที่ลีบเล็กที่สุดก็ยังดูกำยำบวมปูดอยู่ดี

ศีรษะของมันส่วนหนึ่งเล็กส่วนหนึ่งใหญ่ พูดง่าย ๆ ก็คือซีกซ้ายทั้งซีกมีขนาดใหญ่กว่าซีกขวาถึงสามเท่า และนั่นก็ทำให้ทุกอย่างบิดเบี้ยวคลาดเคลื่อนไปหมด

ราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่งชั่วขณะ ทั้งพวกคลาร่า นังแม่มดแก่กับสมุนของมัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ กระทั่งซอมบี้ที่เกือบถึงตัวบิ๊กเจก็ยังชะงักแข็งทื่อ(คลาร่าไม่แน่ใจว่าเวลานั้นเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเหมือนกัน) ได้แต่ปล่อยให้เจ้าตัวประหลาดกล้ามเนื้อพิจารณาเหยื่อจำนวนมากข้างหน้าอย่างสงสัยใคร่รู้

แล้วเจ้ามนุษย์กินคนผอมซูบก็ทำพลาดเป็นคนแรก อาจเพราะมันคิดว่าตัวเองมีปืนกลอยู่ในมือก็ได้ละมั้ง ความกลัวสั่งให้มันกรีดร้องสุดเสียงพร้อมสาดกระสุนเป็นตับใส่สัตว์ประหลาดที่เพิ่งโชว์พลังมหาศาลโดยการวิ่งทะลุกำแพงออกมา

เห็นได้ชัดว่าหมอนี่ไม่เคยอ่านบันทึกของกลุ่มอาลักษณ์วันสิ้นโลกมาก่อน แต่ถึงกลุ่ม ‘บิดาแห่งโลกาวินาศ’ จะมีบันทึกในครอบครองแล้วยังไงล่ะ หญิงสาวไม่คิดว่าพวกมันส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือออกด้วยซ้ำ เอาเป็นว่ากระสุนทั้งหมดกระเด้งจากผิวหนังหนาประหนึ่งเหล็กกล้า ไม่มีนัดไหนสามารถสร้างบาดแผลให้มันได้เลย และเจ้าสัตว์ประหลาดบ้าพลังก็ตอบแทนมันโดยการตบด้วยมือใหญ่ยักษ์เสียเละติดพื้น

คลาร่าตะลึงกับความเร็วการเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติของมัน ยังไม่ทันที่มันจะยกมือชุ่มเลือดขึ้นจากพื้น โซลิด มัสเซิลก็ใช้มืออีกข้างคว้าร่างผอมบางของมารดาแห่งผองไปโบกเสียแล้ว เสียงครวญครางแฝงด้วยความกลัวของเหล่าซอมบี้เรียกความสนใจจากหญิงสาว ซึ่งพอหันไปมอง คลาร่าก็พบว่าฝูงซอมบี้ที่ไล่ตามเธอมามืดฟ้ามัวดินในตอนแรกกำลังแข่งกันวิ่งหนีด้วยความเร็วมากกว่าเวลากระหายเนื้อมนุษย์เสียอีก

ช่วยด้วยยย!!!” หญิงชราร้องลั่น ทว่าหล่อนก็ทำได้แค่นั้นเอง “ช่วย-

ตาถลนจากเบ้า เลือดเนื้อเครื่องในแข่งกันทะลักจากร่างเหี่ยวย่นราวกับไม่อยากอยู่ใต้ผิวหนังอัปลักษณ์นั้นอีกต่อไป คลาร่าได้ยินเสียงกรอบแกรบจากนั้นก็เสียงระเบิดน่าสะอิดสะเอียนเต็มสองหู ความสยดสยองยังไม่หยุดเท่านั้น ตอนที่โซลิด มัสเซิลอ้าปากบิดเบี้ยวของมันแล้วฉีกกระชากซากเละเทะร่องแร่งด้วยฟันทื่อ ๆ ซี่ใหญ่เท่าฝ่ามือ กลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย

พวกคลาร่าได้แต่ยืนอึ้ง เสียวสยองกับฉากดื่มกินของสัตว์ประหลาดตรงหน้าทั้งที่เวลานี้ควรวิ่งหนีตามซอมบี้พวกนั้นไปได้แล้ว กระนั้นก็ไม่อยากพูดให้สิ้นหวังหรอกนะ ทว่าจากเนื้อหาบันทึกกลุ่มอาลักษณ์วันสิ้นโลก เป็นไปได้ว่าเวลาตายของพวกเธอกำลังใกล้เข้ามาแล้ว

“พวกเธอหนีไปซะ!” ลูซินด้ากระซิบอย่างหวาด ๆ หล่อนคงกลัวว่าการพูดหรือทำอะไรปุบปับอาจกระตุ้นเจ้าสัตว์ประหลาดกล้ามเนื้อให้หันมาฆ่าพวกเธอเร็วขึ้น

“พูดอะไรน่ะ! ลูซ!” บิ๊กเจกระซิบตอบ

“พวกเราไม่มีทางรอด ไม่ใช่แบบนี้” ลูซินด้ากดเสียงต่ำลงอีก “ฉันรู้สภาพตัวเองดี สภาพของฉันมีแต่จะถ่วงพวกเธอ ทิ้งฉันไว้ที่นี่เถอะ ให้ชีวิตแก่ ๆ มีประโยชน์ต่อพวกเธอเป็นครั้งสุดท้าย”

“ไม่นะ เธออย่าคิดแบบนี้-” คลาร่าแย้ง

ทว่าลูซินด้ายัดอาหารกระป๋องใส่มือเธอกับบิ๊กเจ “ไป!!!” หล่อนตะโกน “เฮ้ย! ไอ้โง่บัดซบ กินแค่นั้นก็อิ่มแล้วหรือไง!!!

ลูซินด้าปิดตายโอกาสปฏิเสธของคลาร่ากับบิ๊กเจในครั้งเดียว แถมยังกลัวว่าการร้องโวยวายจะไม่พอบีบพวกเธอให้ตัดสินใจเลือกการหนีเอาตัวรอดไปกันแค่สองคน หล่อนคว้ากระติกน้ำโลหะที่ว่างเปล่าขว้างใส่หัวโซลิด มัสเซิล

เออ ฉันพูดกับแกนั่นแหละ! ไอ้สมองกล้ามเนื้อ! มาสิ มากินฉันนี่!!!

กลับเป็นบิ๊กเจที่เป็นฝ่ายคว้าข้อมือคลาร่าซึ่งได้แต่ยืนช็อกตาโต แวบหนึ่งเธอเห็นสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวของเขาก่อนที่ชายวัยเลยกลางคนจะหันหน้าไปทางอื่นและออกแรงลากหญิงสาวให้วิ่งตาม

โซลิด มัสเซิลคำรามกราดเกรี้ยว ไม่รู้เพราะเข้าใจคำพูดลูซินด้าหรือแค่หงุดหงิดที่ถูกขว้างกระติกน้ำใส่กันแน่ มันโยนเศษซากมารดาแห่งผองทิ้ง มนุษย์กินคนที่ถูกตบเละติดพื้นไม่มีส่วนไหนเหลือเป็นก้อนเนื้อให้เห็นเลย มีแค่คราบสีเข้มเปื้อนฝ่ามือใหญ่โตเท่านั้น เจ้าสัตว์ร้ายมุ่งตรงมาทางพวกเธอ หรือก็คือลูซินด้าบนรถเข็นเสบียงนั่นเอง

เสียงกระจกแตกดังจากเหนือศีรษะ จากนั้นตัวประหลาดผอมแห้งผมสังกะตังก็ทิ้งตัวลงมาแล้วใช้กรงเล็บคมกริบเฉือนข้อมือซึ่งหนาพอ ๆ กับลำตัวแรด ร่างบอบบางแทรกกลางระหว่างลูซินด้ากับโซลิด มัสเซิลก่อนออกหมัดซัดเจ้ากล้ามเนื้อใหญ่ยักษ์ปลิวหงายกลิ้งไปหลายตลบ

“นี่สิถึงจะเป็นการเปิดตัวแบบอลังการงานสร้าง!” ตัวประหลาดพูดพลางเลียเลือดสีเขียวของโซลิด มัสเซิลบนปลายเล็บตน

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!