เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านกาแฟดังกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ พร้อมกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ที่ลอยเข้ามาปะทะทันทีที่ฉันก้าวเข้าไป
ใครบางคนเคยบอกว่า ‘การเริ่มต้นวันด้วยกาแฟดี ๆ จะทำให้ ทั้งวันเป็นวันที่ดี’ และฉันก็หวังว่าจะจริง
โดยเฉพาะวันนี้ที่เป็นการเริ่มงานวันแรกของฉันกับทีมใหม่
คิวหน้าแคชเชียร์ไม่ยาวมากนัก แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันกลับทำให้เผลอหยุดมองจนไม่สามารถละสายตาไปได้เลย
เขาใส่เสื้อยืดสีดำเรียบ ๆ แต่ทว่าแผ่นหลังกว้างและไหล่ของเขา กลับดึงสายตาฉันไปโดยไม่ตั้งใจ เสื้อไม่ได้ฟิตจนเกินไปแต่กลับพอดีตัวจนเห็นได้ชัดว่าเขามีร่างกายที่ดูแข็งแรง
ไม่ใช่กล้ามแน่นแบบคนออกกำลังกายอย่างหนัก หากแต่เป็นสรีระของผู้ชายที่ดูแลตัวเองอย่างมีวินัยจนทำให้ชวนมองอย่างน่าประหลาด
เขายื่นมือไปรับแก้วกาแฟ นิ้วเรียวยาวขยับอย่างคล่องแคล่ว จนฉันแอบหยุดมองไปชั่วขณะ ท่าทางเรียบง่ายนั้นกลับมีเสน่ห์น่าดึงดูดอย่างอธิบายไม่ถูก
พอเขาขยับตัวเล็กน้อยกลิ่นน้ำหอมโทนสะอาด อบอุ่น แต่ไม่หวานเลี่ยนก็ลอยมาแตะปลายจมูกฉัน กลิ่นนั้นเบามากแต่ชัดเจนพอจะจำได้ทันที เหมือนกลิ่นตอนเปิดหน้าต่างรับลมตอนเช้าที่สงบ และอบอุ่น ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาหันข้างมารับแก้วกาแฟ แสงไฟในร้านสะท้อนเข้าที่แว่นตากรอบใสของเขา เผยให้เห็นเสี้ยวหน้าของเขาและเงาหนวดที่เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง ทั้งที่เหมือนว่าจะเพิ่งโกนมาไม่นาน กรอบคิ้วเข้มรับกับแววตาวาววับที่กำลังมองลงไปในแก้วกาแฟอย่างจดจ่อ เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น แต่เหมือนหัวใจของฉันสะดุดไปเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“ขอโทษนะครับ” เสียงทุ้มละมุนดังขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเขาเอ่ยปาก
ฉันมัวแต่มองเหม่อจนยืนขวางทางเขาอยู่นั่นเอง ฉันตอบกลับไปอย่างเสียจังหวะเล็กน้อย
“ขะ…ขอโทษค่ะ”
เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินออกไป
ประตูร้านเปิดออกพร้อมกับลมเย็นยามเช้าที่พัดเข้ามา กลิ่นน้ำหอมของเขาลอยย้อนกลับมาแตะจมูกอีกครั้ง ราวกับทิ้งความหอมเอาไว้ให้คิดถึง ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นจนกระทั่งเขาเดินลับสายตา ก่อนจะ หันกลับมาสั่งกาแฟของตัวเองพร้อมกับความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
‘เช้าแรกของทีมใหม่ ทำไมถึงเริ่มต้นด้วยสัญญาณอะไรแบบนี้กันนะ’
และความคิดทุกอย่างหยุดลงทันทีเมื่อเสียงพนักงานดังขึ้น
“คุณลูกค้าคะ รับอะไรดีคะ”
ฉันสะดุ้งเล็กน้อยราวกับถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาสู่โหมดมนุษย์ทำงานในเวลาเช้าอีกครั้ง
“เอ่อ…ขออเมริกาโน่น้ำส้ม กับแซนด์วิชทูน่าค่ะ”
ฉันตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
นี่คือเมนูโปรดที่สั่งซ้ำไม่มีเปลี่ยน
แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับเติมพลังในเช้าวันสำคัญได้แล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมา ออเดอร์เช้าของฉันก็เสร็จเรียบร้อย ฉันรับมื้อเช้าจากพนักงานแล้วเดินออกจากร้าน ลมเย็นยามเช้าพัดมาแตะผิวอีกครั้ง ทำให้รู้สึกตื่นเต็มตาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
หรือจริง ๆ แล้วมันเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อกี้กันแน่นะ
ฉันสลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไป ก่อนจะก้าวเข้าสู่อาคาร สำนักงาน จังหวะเดียวกับที่ลิฟต์ชั้นสูงกำลังเปิดออกพอดี
ฉันรีบก้าวเข้าไปกดปุ่มชั้นที่ 20 ซึ่งจะเป็นที่ทำงานของฉันนับจากนี้
ชั้นใหม่
ทีมใหม่
ผู้คนใหม่
ระบบใหม่ในชีวิตฉันกำลังจะเริ่มทำงานจริง ๆ
“ไม่รู้จะเป็นทีมที่เหมาะกับเราไหมนะ…”
ฉันพึมพำในลำคอเบา ๆ แล้วถอนหายใจหนึ่งครั้ง แต่สุดท้ายก็ยิ้มให้ตัวเองเล็กน้อย ในเมื่อเลือกแล้วจะกลัวไปทำไมกัน
สู้ดูสักตั้งนะ…ยายพาย ฮึบ!
ฉันให้กำลังใจตัวเองในใจ โดยที่ฉันไม่รู้สักนิดเลยว่าระหว่างที่ประตูลิฟต์กำลังเลื่อนออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า สัญญาณแรกในเช้าวันนั้นกำลังจะปรากฏอีกครั้ง แบบที่ชัดเจนกว่าเดิม ใกล้กว่าเดิมและไม่ใช่แค่กลิ่นน้ำหอมหรือแว่นกรอบใสอีกต่อไป