นับตั้งแต่วันที่ได้เจอพี่เก่ง ฉันก็เฝ้านับวันถอยหลังรอวันพุธอย่างกับเด็กนับวันรอไปทัศนศึกษา ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่โอกาสแค่ไม่กี่วินาทีที่ได้ใกล้เขา ทำให้ฉันเผลอคิดถึงเขามากเกินกว่าที่ตั้งใจไว้เสียอีก
พี่เก่งเป็นคนพูดน้อย สุภาพ สุขุมเป็นแบบที่หาได้ไม่ยากในทีม Dev แต่ไม่รู้ทำไม เวลาเขาก้มหน้าทำงานหรือพูดตอบใคร ๆ ด้วยเสียงทุ้มนุ่ม ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนโดนดึงดูดเข้าไปเรื่อย ๆ แถมบางทีฉันยังแอบเห็น
‘ลักยิ้มข้างขวา’ ของเขา และนั่นแหละคือตัวการที่ทำให้ฉันละลายแบบไม่เป็นท่า
วันนี้ฉันเลยตื่นเร็วเป็นพิเศษ เพราะมันคือวันพุธ วันแห่งการเข้าออฟฟิศประจำสัปดาห์และวันแห่งการเจอหน้าเขาอีกครั้ง
ฉันใช้เวลาหน้ากระจกนานกว่าปกติหลายเท่า ลองแต่งหน้าแบบที่ทำให้หน้าดูหวานขึ้น ลองเปลี่ยนลอนผมให้ดูฟุ้ง ๆ เหมือนสาวเกาหลี ลองเลือกชุดจนกองเสื้อผ้าที่พื้นห้องกลายเป็นเนินเขาเล็ก ๆ แต่พอแต่งเสร็จและมองคอมพลีทลุคของตัวเองในกระจก ก็ดูไม่ต่างจากเดิมนี่นา
ฉันคงสวยได้เท่านี้สินะ
ฉันถอนหายใจเบา ๆ หนึ่งทีแล้วรีบคว้ากระเป๋าออกจากคอนโด ไม่งั้นมีหวังได้เข้าออฟฟิศสายแน่ ๆ
ฉันแวะร้านกาแฟก่อนเข้าออฟฟิศเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้ไม่เจอพี่เก่ง บอกตามตรงว่าผิดหวังนิดหน่อยนะ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวก็เจอที่ออฟฟิศอยู่ดี และพอประตูลิฟต์เปิดก็พบว่าพี่เก่งก็อยู่ที่โต๊ะแล้ว เขานั่งทำงานอย่างเงียบ ๆ มือเรียวยาวพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดเบา ๆ อย่างเป็นจังหวะ ฉันแอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
“สวัสดีค่ะพี่เก่ง วันนี้มาเช้าจังเลยค่ะ”
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มบาง ๆ แบบที่ทำให้ใจฉันเต้นแรงทันที
“สวัสดีครับ วันนี้พี่มาพร้อมน้องสาว เลยต้องออกเช้านิดนึง”
โอ้โห! ข้อมูลใหม่ พี่เก่งมีน้องสาวด้วย เก็บเข้าคลังข้อมูลทันทีค่ะ!
ฉันเหลือบเห็นแก้วกาแฟบนโต๊ะเขา อ้อ! วันนี้เค้าชงกาแฟมาเองสินะ เลยไม่เจอที่ร้านกาแฟ ฉันยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนเดินไปนั่งโต๊ะตัวเอง
แต่สิ่งที่คิดในใจคือ…
ต้องหาเรื่องคุยให้ได้มากกว่านี้แล้วล่ะ
เนื่องจากวันนี้พี่เอ้ลาป่วย ตอนพักเที่ยงฉันเลยไปกินข้าวกลางวันกับกลุ่มสาว ๆ BA ผู้เป็นศูนย์รวมขาเมาท์ยามเที่ยงที่แท้จริง ระหว่างนั่งกินข้าว ฉันทำเป็นก้มหน้ากินหมูทอดอย่างตั้งใจ แต่ความจริงคือหูฉันเปิดเรดาร์ประสิทธิภาพ 300% เพื่อรอฟังแค่หนึ่งชื่อ ‘พี่เก่ง’
“เออมุก แล้วเพื่อนมุกยังคุยกับพี่เก่งอยู่ไหมอ่ะ”
เสียงพี่แนน สาวลุคมั่นผมบ๊อบสั้นพูดขึ้น
ฉันชะงักช้อนค้างกลางอากาศ
พี่มุก Dev สาวหนึ่งเดียวของทีมเคี้ยวข้าวไปพลางตอบไปพลาง
“ยังคุยอยู่นะ ล่าสุดเห็นซื้อแก้วกาแฟให้พี่เก่งด้วย ใบที่พี่เก่งใช้เมื่อเช้าเลย”
เหมือนมีใครเอาหมอนมาฟาดหน้าฉันหนึ่งที
แก้วกาแฟเมื่อเช้าก็คือของคนนั้นสินะ
“นานนะคะคู่นี้ เดี๋ยวคงคบกันแล้วแหละ” พี่แนนแซวอย่างสนุกปาก
พี่นุ่น BA สาวอวบยิ้มสวยเงยหน้าขึ้นมาพูดบ้าง
“จริงค่ะ พี่ทำงานกับเขามาตั้งนานยังไม่เคยเห็นคบใครเลยนะ ถึงแม้ว่าจะมีคนคุยอยู่เรื่อย ๆ”
จากนั้นบทสนทนาก็ไหลไปอีกทาง แต่ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย เสียงในหัวฉันเงียบกริบ เหมือนโดนปิดสวิตช์ หัวใจที่กำลังพองฟูตั้งแต่เช้า ค่อย ๆ หุบลงเหมือนโดนราดน้ำเย็นใส่
เขามีคนคุยแล้ว
ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว แต่ทำไมมันถึงเจ็บขนาดนี้นะ
ตั้งแต่กลับมาจากพักเที่ยง ฉันยอมรับเลยว่าสมาธิของฉันคงเหลือไม่ถึง 30% เพราะหัวใจฉันยังหมุนวน อยู่กับประโยคเดิมซ้ำ ๆ
‘ยังคุยอยู่นะ…เห็นซื้อแก้วให้ด้วย’
มันทั้งช็อก ทั้งเจ็บ ทั้งสับสน แต่ฉันก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า เขายังไม่ได้คบกันนี่นา ฉันก็ยังไม่หมดหวังซะทีเดียวใช่ไหมล่ะ
ขณะที่กำลังจะตั้งสติใหม่อยู่พอดี
จู่ ๆ เสียงตะโกนก็ดังฝ่าความเงียบของออฟฟิศขึ้นมา
“SA ที่ชื่อ ภาริตา อยู่ไหน!!” ฉันสะดุ้งจนแทบทำปากกาหลุดมือ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นพี่นิว Dev สายหัวร้อนของทีมกำลังยืนโมโหหน้าแดงอยู่
“ฉันเองค่ะ…” ฉันตอบอย่างระวัง
เขาเดินตรงเข้ามาแบบไม่เบรกอารมณ์
“นี่! เธอออกแบบอะไรเนี่ย! Service1 ตรงนี้มันยังไม่มีนะ แล้วเธอก็ไม่ได้ให้ Manday2 มาด้วย พี่จะทำทันได้ยังไง!!”
พี่นิวเสียงดังจนทั้งชั้นเงียบลงทันที
ฉันสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนตอบ
“แต่เอกสาร Spec ตัวนี้ Lead Dev approved แล้วนะคะ”
“แล้วยังไง พี่เป็นคนทำ พี่ไม่โอเค!”
น้ำเสียงเขากวนประสาทแบบสุด ๆ จนฉันเริ่มตึงขึ้นมาบ้าง
“ถ้าอย่างนั้น พี่คงต้องไปคุยกับพี่หนุ่มเองนะคะ”
ฉันพยายามรักษาน้ำเสียงให้นิ่งที่สุดและอ้างถึง Lead Dev ที่ approve เอกสารนี้
แต่พี่นิวกลับชี้นิ้วใส่ฉัน
“แก้ Manday ให้พี่เลย แล้ว CC3 mail ไปด้วยนะว่า เธอทำผิด!”
อะไรของเขาเนี่ย! อยากโยนความผิดให้ฉันงั้นเหรอ
“เดี๋ยวก่อนค่ะ ส่วนนี้ไม่ใช่หน้าที่ของพายแล้วนะคะ”
ฉันเริ่มเผลอขึ้นเสียงนิดหนึ่งเพราะเริ่มไม่ไหวแล้ว จังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มนุ่มที่ฉันคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหลัง
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะ ทั้งสองคน”
ฉันและพี่นิวหันไปพร้อมกัน ก็เห็นพี่เก่งที่กำลังเดินเข้ามาอย่างสงบแต่สีหน้าดูจริงจังกว่าปกติ
“เย็นได้ไงล่ะพี่เก่ง! น้องเขาทำแบบนี้ผมจะเดือดร้อนนะพี่ ถ้าผมทำไม่ทันอ่ะ!!”
พี่เก่งถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง
“แต่น้องเขาพูดถูกนะนิว เรื่องนี้นิวต้องคุยกับพี่หนุ่มก่อน ไม่ใช่มาโวยแบบนี้”
น้ำเสียงเขาไม่ได้ดัง แต่หนักแน่นพอจะทำให้พี่นิวเงียบไป แต่ก็ยังอารมณ์ขึ้นอยู่นั่นแหละ
จังหวะพอดีกับที่พี่หนุ่มเดินเข้ามาถาม
“มีอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย”
พี่เก่งเลยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างเป็นกลางที่สุด พี่หนุ่มฟังแล้วก็พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า
“โอเค พี่เข้าใจแล้วนะ Service ตัวนี้พี่ทำเตรียมไว้แล้ว ส่วนที่พายยังไม่ได้ใส่ Manday เพราะพี่ยังไม่ได้คุยกับนิวเอง ถ้านิวไม่ติดอะไรเดี๋ยวเรามาคุยกันเลยแล้วกัน”
พี่หนุ่มอธิบายอย่างใจเย็นมาก ก่อนจะหันมาหาฉันด้วยสีหน้าเกรงใจ
“พี่ขอโทษนะน้องพาย พี่ยังไม่ได้แจ้งน้อง ๆ ในทีมเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ฉันตอบออกไปพลางยิ้มแห้ง ๆ เพื่อกลบเกลื่อน ทั้ง ๆ ที่ในใจตอนนี้รู้สึกเหนื่อยจนอยากหายตัวไปสักชั่วโมง
และหลังจากที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน
ส่วนฉันก็กลับไปนั่งที่ตัวเองอย่างหมดเรี่ยวแรง นี่มันวันอะไรกันนะ ตอนเที่ยงก็ช้ำใจ ตอนบ่ายก็โดนด่าเฉียดร้องไห้วันนี้คือ Bad Day เต็มรูปแบบจริง ๆ