My System ระบบรักนี้ เขียนให้เธอคนเดียว

ตอนที่ 6: Requirement Log #1 : ข้อมูลแรกของพี่เก่ง

👁️ 11 อ่าน
22px

บอกตามตรงว่าตั้งแต่ได้เจอเขาเมื่อเช้า สมาธิของฉันก็หลุดลอยไปพร้อมกับกลิ่นหอมละมุนและดวงตากลมโตคู่นั้น ต่อให้พยายามก้มหน้าทำงานแค่ไหน สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเหล่มองไปทางโต๊ะฝั่ง Dev อยู่ดี ทั้งแอบมอง และแอบฟังเสียง สภาพฉันตอนนี้เหมือนกับเด็กมัธยมที่แอบชอบรุ่นพี่ไม่มีผิด

พอถึงพักเที่ยง ความอยากรู้อยากเห็นก็พุ่งขึ้นสูงสุด ฉันเลยตัดสินใจเริ่ม get requirement1 แรก ด้วยการสืบข้อมูลจากพี่เอ้ ผู้เป็นเหมือน API Gateway ของทีมเรา

“พี่เอ้คะ พายขอถามเรื่องระบบ WUR หน่อยค่ะ ระบบนี้ใครดูแลอยู่เหรอคะ”

พี่เอ้ชะงักนิดหนึ่ง เหมือนรู้ทันอะไรสักอย่าง แต่ก็หันมาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“น่าจะพี่เก่งนะครับ”

อื้อหือ แค่ได้ยินชื่อใจฉันก็เต้นตุ้บ ๆ ในอก ฉันแอบอมยิ้มแบบไม่ให้ดูโจ่งแจ้งเกินไป ก่อนจะกวาดสายตาไปที่โต๊ะของเขาอีกครั้ง

“แล้วพี่เก่งอายุเท่าไหร่เหรอคะ ยังดูหน้าเด็กอยู่เลย”

พี่เอ้หัวเราะเบา ๆ เหมือนเริ่มจับท่าทีอะไรบางอย่างได้

“พี่เก่งอายุมากกว่าพี่นะครับ น่าจะสามสิบสาม สามสิบสี่ได้แล้วมั้ง”

โอ้โห ผู้ชายวัยสามสิบกว่า ๆ ดูดีขนาดนั้นเลยหรอ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฉันถึงใจสั่นตั้งแต่แรกเห็น

“น้องพาย สนใจพี่เก่งเหรอครับ” พี่เอ้ถามตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลยสักนิด

ฉันแทบสำลักน้ำลายตัวเอง

“ปะ เปล่าค่ะ! พายแค่ถามทั่ว ๆ ไปน่ะค่ะ”

อย่าพึ่งจับได้สิคะพี่เอ้

“แต่พี่เห็นถามถึงแต่พี่เก่งนะครับ”

โอ๊ย โดนแล้ว ฉันรีบตั้งหลักใหม่ทันที

“คือพายได้งานของระบบ WUR มาค่ะ เลยอยากรู้ว่าถ้ามีข้อสงสัยจะต้องถามใคร”

พูดจบฉันก็ยิ้มกลบเกลื่อนสุดชีวิต พี่เอ้เงียบไปสองวินาที ก่อนจะตอบสั้น ๆ ว่า

“อ๋อครับ”

แค่ ‘อ๋อครับ’

แต่ทำเอาฉันใจหายแว้บเลย แก้ตัวเนียนพอไหมนะ

 

เมื่อเลยเวลาเลิกงานมาได้สิบห้านาที พี่แจงก็เดินมาหาที่โต๊ะด้วยรอยยิ้มใจดีพร้อมบอกกับฉันว่า

“งั้นเดี๋ยวพวกพี่ไปที่ร้านก่อนนะคะ น้องพายไปพร้อมพี่เอ้ พี่เก่งแล้วกันนะ”

‘ไปพร้อมพี่เอ้ พี่เก่ง’

ฉันทวนประโยคนั้นในหัว ก่อนจะพยายามเก็บรอยยิ้มที่กำลังจะหลุดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“โอเคค่ะพี่แจง”

ตอนนั้นพี่เอ้กับพี่เก่งยังติดคุยงานกันอยู่ น่าจะเรื่อง UAT2 ที่ลากยาวมาตั้งแต่บ่าย ฉันเลยนั่งทำ API Spec3 รอไปเรื่อย ๆ แต่ในใจก็ภาวนาอยู่อย่างเดียวว่า

‘วันนี้ขอให้ได้ใกล้เขาอีกนิดก็ยังดีนะ’

ไม่นานนัก พี่เอ้ก็ลุกขึ้นพร้อมกับเรียกฉัน

“น้องพาย งานพี่เสร็จแล้วครับ ไปกันเลยเนอะ”

“เดี๋ยวนั่งรถพี่ไปก็ได้ครับ ร้านมีที่จอดรถอยู่” พี่เก่งพูดพลางเก็บโน้ตบุ๊กใส่กระเป๋าเป้

แค่เสียงทุ้มนุ่มนั้นดังขึ้น ฉันก็รู้สึกเหมือนหัวใจโดนเขย่าเบา ๆ อีกแล้ว

“ได้ค่ะ” ฉันตอบนิ่ง ๆ แบบพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด แต่ในหัวคือ ดีใจมาก เย่!

 

เมื่อมาถึงร้านชาบูซึ่งอยู่ไม่ไกลจากออฟฟิศเท่าไหร่ พอมาถึงแล้ว ฉันก็พบว่าทีมเราจับจองโต๊ะยาวด้านในสุดกันเรียบร้อย พี่แจงเห็นเราสามคนเดินเข้าไปจึงร้องเรียกทันที

“มาแล้วหรอจ๊ะ หนูสามคนนั่งด้วยกันด้านในสุดเลยจ้ะ”

พอดีเกินไปอีกค่ะพี่แจง แต่ดีเลยค่ะ หนูไม่ติดค่ะ!

ฉันนั่งข้างพี่เอ้ ส่วนพี่เก่งนั่งตรงข้ามพอดี เราสามคนได้เตาเดียวกัน ทุกอย่างคือพรหมลิขิตจัดวางชัด ๆ พี่เก่งเงยหน้ามาถามด้วยสีหน้าสุภาพแบบที่ทำเอาฉันหัวใจจะละลาย

“น้องพาย มีอะไรที่ไม่ทานไหมครับ”

“พายแพ้กุ้งค่ะ แต่พี่ ๆ ทานกันได้เลยนะคะ”

ฉันรีบตอบ แต่พูดยังไม่ทันจบประโยคดี พี่เก่งก็หันไปบอกพี่เอ้ทันที

“เอ้โอเคไหม หรือจะไปกินเตาเดียวกับมิกซ์ก็ได้นะ เตานี้พี่จะไม่ลงกุ้ง น้องพายแพ้กุ้ง”

ประโยคธรรมดา แต่ทำไมใจฉันถึงเต้นแรงแบบนี้นะ

“ได้ครับพี่เก่ง เอ้กินเตานี้ด้วยแล้วกันครับ" พี่เอ้เสริมด้วยรอยยิ้มใจดี

ฉันยิ้มตอบทั้งคู่

“ขอบคุณค่ะ”

และตลอดมื้อชาบูนั้น พี่เก่งคอยต้ม คอยตัก คอยคีบแบ่งให้ฉันราวกับเป็นน้องเล็ก ส่วนพี่เอ้ก็ช่วยคีบอาหารเพิ่มให้ไม่หยุด ฉันไม่เคยรู้สึกว่า ‘การกินบุฟเฟ่ต์’ จะเต็มอิ่มทั้งท้องและหัวใจขนาดนี้มาก่อนเลย

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!