ฉันเดินขึ้นมาถึงออฟฟิศด้วยอารมณ์ดีผิดปกติ พอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเสร็จ ก็เดินไปทักทายพี่เอ้ที่มาก่อนฉันทุกวันตามสไตล์มนุษย์ตื่นเช้า
“สวัสดีค่ะพี่เอ้” ฉันส่งเสียงใสเหมือนเปิดเพลงยามเช้าให้กับทีม
พี่เอ้เงยหน้าจากจอคอมพลางยิ้มให้ฉันแบบสุภาพตามสไตล์
“สวัสดีครับน้องพาย วันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะ”
ฉันยืนกะพริบตาปริบ ๆ อยู่หนึ่งวินาที ก่อนที่ปากจะไวกว่าความคิด
“พี่เอ้ เช้านี้หนูเจอหนุ่มในฝันด้วยค่ะ เขินจนหน้าแดงไม่ไหว”
พี่เอ้หลุดหัวเราะเบา ๆ ทันทีที่เห็นท่าทีตื่นเต้นของฉัน พอเห็นแบบนั้นฉันจึงเล่าต่ออย่างเก็บอาการไม่อยู่
“หนูเคยเจอเขามาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นเห็นแค่ด้านหลังวันนี้ได้เห็นหน้าเต็ม ๆ แล้วค่ะพี่ หล่อมาก ตรงสเปกที่สุด”
พี่เอ้เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“เห็นแค่ด้านหลัง แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นคนเดียวกันล่ะครับ”
ฉันเชิดคางเล็กน้อยแบบภูมิใจ
“กลิ่นค่ะ”
“กลิ่นหรอ” คราวนี้พี่เอ้ทำหน้างงกว่าเดิม
“ใช่ค่ะ หนูก็ไม่รู้ว่ามันเป็นน้ำหอมหรือกลิ่นอะไร แต่แบบ หนูจำได้เลยอ่ะพี่ กลิ่นนี้มันละมุนมาก ไม่รู้สิ แต่รู้ว่าคือเขา”
พี่เอ้มองหน้าฉันนิ่ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงเรียบแบบติดตลก
“ดีนะทีพี่ไม่ได้ฉีดน้ำหอม ไม่งั้นน้องพายอาจจะเผลอเข้าใจผิดไปแล้วก็ได้”
ฉันตาโตใส่เขาทันที
“พี่เอ้อ่ะ! แซวแรงมาก”
พี่เอ้หัวเราะเบา ๆ อีกรอบราวกับกำลังดูเด็ก ม.ปลายมาเล่าเรื่องผู้ชายที่ตัวเองชอบให้ฟัง แต่ฉันนี่สิ แก้มแดงจนแทบจะร้อนเป็นไฟอยู่แล้ว
สิบโมงตรง เสียงประตูห้องประชุมถูกเปิดออกพร้อมกับขบวนแก๊ง Dev1 ที่ทยอยเดินออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
ในทุก ๆ วันตอนเช้าทีม Dev จะมี Stand-up Meeting สั้น ๆ คุยงานและอัปเดตงานประจำวันกัน
แต่วันนี้ทำไมดูคนเยอะผิดปกตินะ
“พี่เอ้คะ วันนี้ทำไมคนเยอะจังเลยคะ” ฉันชะโงกหน้ามองอย่างงง ๆ นับแล้วเกือบสิบคนได้ ซึ่งฉันรู้จักเพียงแค่ครึ่งเดียวเอง
พี่เอ้มองตามแล้วตอบนิ่ง ๆ
“อาทิตย์ก่อนพี่ ๆ Senior Dev ไป workshop Agile2 กันหลายคน น้องพายเลยยังไม่เจอน่ะครับ”
ฉันกำลังจะพยักหน้าเข้าใจ แต่จังหวะนั้นเอง สายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับใครบางคนโดยบังเอิญ
ผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาเป็นลำดับท้าย ๆ
เสื้อยืดสีขาวเรียบง่าย รูปร่างสูงโปร่ง
กรอบแว่นใสที่ไม่บดบังตากลมโตคู่สวยที่ฉันจำได้ในทันที
‘เขา’ ผู้ชายในร้านกาแฟเมื่อเช้านี้ คนที่ทำให้ฉันหัวใจเต้นแรงในทันทีที่ได้เห็น ฉันยกมือทาบอกโดยไม่รู้ตัว
‘บ้าไปแล้วนี่มันพรหมลิขิตชัด ๆ’
ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะอยู่ใกล้ขนาดนี้ ใกล้จนฉันมองเห็นแม้กระทั่งรอยยิ้มบาง ๆ ที่ผุดขึ้นตอนเขาคุยกับเพื่อนร่วมทีม รอยยิ้มที่ทำให้เขาดูอ่อนโยนขึ้นอีกเท่าตัว และแน่นอนว่าทำให้ฉันยิ้มตามแบบไม่รู้ตัวเช่นกัน
“น้องพาย ๆ” พี่เอ้สะกิดฉันเบา ๆ
ฉันสะดุ้งกลับสู่ความจริง
“คะ”
“พี่แจงเรียกน่ะครับ”
โอ๊ย! ไม่นะ เดี๋ยวก่อน! ฉันยังตั้งสติไม่ทันเลย!
แต่ก็ต้องเดินเข้าไปหาพี่แจงที่ยืนอยู่ท่ามกลางหนุ่ม ๆ ทีม Dev และยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นดังขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจุดที่ต้องไปหยุดอยู่คือตรงหน้าเขา
พี่แจงยิ้มกว้างทำหน้าที่พิธีกรประจำทีม
“ทุกคน นี่น้องพายนะคะ ย้ายมาอาทิตย์ที่แล้ว หลายคนยังไม่เคยเจอเพราะไป Workshop กัน”
ฉันยิ้มอย่างสุภาพ ทว่าภายในหัวกลับมีเสียงกรี๊ดดังสนั่นจนแทบคุมไม่อยู่ พี่แจงหมุนตัวมาทางเขา
“ส่วนคนนี้ พี่เก่ง Dev มือหนึ่งของพี่เลย ถ้าน้องพายไม่เข้าใจระบบไหน ถามพี่เก่งได้เลยนะ”
‘พี่เก่ง’
นี่คือชื่อเขา ชื่อที่ฟังแล้วหัวใจถึงกับเต้นรัว
เขาหันหน้ามามองแล้วยิ้มบาง ๆ แบบสุภาพมาก และพูดด้วยเสียงนุ่มทุ้มแบบที่ฉันไม่พร้อมรับมือ
“สวัสดีครับ”
โอ้ยตายแล้ว!
แค่ประโยคเดียว หัวใจก็ละลายไปครึ่งหนึ่งแล้วค่ะพี่เก่ง!
พี่แจงยังแนะนำ Dev อีกหลายคน แต่สารภาพตามตรงว่าไม่มีคำไหนเข้าหัวฉันอีกเลย เพราะภาพของพี่เก่ง ดวงตากลมโตหลังแว่นใสกับเสียงนุ่ม ๆ นั้น ยังวนเวียนอยู่หัวไม่หยุด เหมือนระบบในหัวทั้งหมดของฉันถูกเปลี่ยนให้ Default3 ไปเป็น ‘โฟกัสที่พี่เก่งเท่านั้น’