วันนี้เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ฉันตื่นเช้าได้อย่างน่าแปลกใจ ทั้งที่เมื่อคืนฉันแทบไม่ได้นอน เอาแต่พลิกตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงเกือบทั้งคืน เหตุผลก็ไม่ซับซ้อนอะไร
เพราะวันนี้ฉันมีนัดกับพี่เก่ง
แต่ไม่ใช่การไปเดต เป็นการพาเขาไปดูคอนโดที่เพื่อนฉันประกาศขายไว้ต่างหาก
คอนโดนี้อยู่บนถนนลาดพร้าวตอนต้น การเดินทางสะดวกมาก รถไม่ค่อยติด ขับเข้าเมืองง่าย แถมตอนนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองผ่านแล้วด้วย เพื่อนฉันเพิ่งซื้อห้องนี้ได้ไม่นาน แต่ดันแต่งงานและมีลูกซะก่อน ทั้งที่ยังไม่ทันได้เข้าอยู่เลย ห้องจึงยังใหม่กริบแบบไม่ได้ผ่านการใช้งาน
เพื่อนฉันแจ้งนิติบุคคลไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะมีคนเข้ามาดูห้อง ฉันเลยนัดพี่เก่งให้มารับที่เซ็นทรัลลาดพร้าวตอนสิบโมงเช้า ก่อนจะเข้าไปที่คอนโดไปด้วยกัน
ฉันยืนรอตรงป้ายรถเมล์หน้าห้างได้ไม่นาน รถยนต์สีดำคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเผยให้เห็นหน้าคนที่ฉันกำลังรออยู่
‘พี่เก่งนั่นเอง’
ฉันรีบเปิดประตูด้านข้างคนขับขึ้นไปนั่ง พยายามข่มใจไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไป ทั้งที่สถานการณ์มันชวนให้คิดไปไกลเหลือเกิน ให้ความรู้สึกเหมือนแฟนมารับไม่มีผิด
วันนี้พี่เก่งมาในลุคสบาย ๆ เสื้อเชิ้ตยีนส์สีอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอก จับคู่กับกางเกงขาสามส่วนสีครีม หนวดเคราขึ้นครึ้มกว่าปกติเล็กน้อย สำหรับฉันลุคนี้ให้คะแนนเต็มพัน กระชากใจสุด ๆ เห็นแล้วอยากเรียกที่รักให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดต้องหยุดลงทันที เมื่อเสียงพี่เก่งดังขึ้น
“สวัสดีครับน้องพาย พี่ขับไปตามโลเคชั่นที่ห้องพายส่งให้เลยเนอะ” ฉันรีบตั้งสติก่อนจะตอบกลับไป
“ค่ะพี่”
พี่เก่งยิ้มรับก่อนจะขับรถไปตามโลเคชั่นที่ฉันส่งให้ตั้งแต่เมื่อคืน
พูดถึงเมื่อคืน…
นับเป็นครั้งแรกที่ฉันได้คุยไลน์กับพี่เก่ง เราคุยกันเรื่องรายละเอียดห้อง โลเคชั่น แล้วก็มีส่งรูปให้ดู พี่เก่งดูสนใจพอสมควร ฉันเลยช่วยเชียร์เต็มที่ทั้งเรื่องความสะดวกในการเดินทาง ห้องเพดานสูงโปร่ง ความเป็นส่วนตัว รวมถึงราคาที่ถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับคอนโดในทำเลใกล้เคียงกัน
สุดท้ายพี่เก่งก็เลยตัดสินใจมาดูห้องในวันนี้
ซึ่งเอาเข้าจริง บทสนทนาทั้งหมดก็วนเวียนอยู่แค่เรื่องคอนโดนั่นแหละ แต่ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวต้องมีโอกาสอีกแน่ ๆ
ขับรถมาไม่ถึงสิบนาทีเราก็มาถึง ที่นี่เป็นคอนโด Low rise สูงแปดชั้น มีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และสวนหย่อมเล็ก ๆ จำนวนห้องทั้งหมดมีแค่เจ็ดสิบกว่าเจ็ดยูนิตซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับคอนโดในย่านเดียวกัน
หลังจากแลกบัตรเรียบร้อย ฉันก็พาพี่เก่งขึ้นไปที่ชั้นสาม ไขกุญแจเปิดประตูห้องและค่อย ๆ อธิบายผังห้อง นำทางไปทีละโซน ก่อนจะปล่อยให้เขาเดินดูตามสบาย
คอนโดนี้ขายแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นยังห่อพลาสติกอยู่ครบ ห้องสะอาด ไม่มีฝุ่น เพราะเพิ่งทำความสะอาดไปไม่นาน
เขาเดินดูอย่างตั้งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาพูดกับฉัน
“พี่โอเคนะ พี่ชอบห้องสไตล์นี้อยู่แล้ว แล้วที่น้องพายเล่าให้ฟัง พี่ก็ว่าดี ทั้งการเดินทาง ความเป็นส่วนตัว ราคาก็สมเหตุสมผล”
“จริงเหรอคะพี่!”
ฉันตื่นเต้นจนเผลอพูดเสียงสูง หัวใจเต้นรัวราวกับเขาไม่ได้บอกว่าชอบห้อง แต่กำลังบอกว่าชอบฉันยังไงอย่างนั้น อาการของฉันตอนนี้ถือว่าเข้าขั้นเพ้อเจ้ออย่างหนัก
“ใช่ครับ” พี่เก่งยิ้ม
“พี่รบกวนน้องพายนัดเพื่อนเพื่อทำเรื่องซื้อขายให้หน่อยได้ไหม”
“ได้สิคะพี่ เดี๋ยวพายจะนัดให้เลยนะคะ ดีใจที่พี่เก่งชอบค่ะ”
ฉันตอบไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง
หลังจากดูคอนโดเสร็จ พี่เก่งเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนว่าอยากเลี้ยงมื้อกลางวัน สุดท้ายเราก็เลยวนกลับมาที่เซ็นทรัลลาดพร้าวอีกครั้ง
“น้องพายเลือกร้านเลยนะครับ”
พอได้ยินแบบนั้นฉันก็เริ่มคิดทันที มาทานข้าวด้วยกันสองคนครั้งแรกทั้งที จะเลือกร้านมั่ว ๆ ก็ดูยังไงอยู่ ต้องมีการสร้างภาพนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากให้ดูตั้งใจเกินไป
สุดท้ายฉันเลยเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นแนวร้านครอบครัว บรรยากาศสบาย ๆ ไม่หรู ไม่ทางการ
แต่ก็ดูเป็นมื้อที่ตั้งใจเลือกมากพอสมควร
พี่เก่งสั่งทงคัตสึ
ส่วนฉันเลือกข้าวหน้าแซลมอน
“ปกติพี่เก่งชอบทานอะไรเหรอคะ” ฉันถามขึ้นมา เหมือนเป็นคำถามธรรมดา แต่จริง ๆ แอบสืบข้อมูลนิดหน่อย และเพื่อไม่ให้เงียบกันเกินไป
พี่เก่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“พี่เหรอ…ก๋วยเตี๋ยวเรือมั้งครับ”
“อ้าว” ฉันเผลออุทาน “พี่เก่งน่าจะบอกพายก่อน งั้นเราเปลี่ยนร้านกันไหมคะ”
“ไม่เป็นไรครับ” เขารีบตอบ “พี่ทานได้หมดแหละ แค่นึกถึงก๋วยเตี๋ยวเรือเฉย ๆ”
แล้วเขาก็ส่งยิ้มมาให้ ยิ้มที่ไม่ได้ตั้งใจอ่อย แต่กลับทำให้ใจฉันละลายได้อย่างง่ายดาย
หลังจากนั้นบทสนทนาก็ค่อย ๆ ไหลไปเรื่อย ๆ ฉันเป็นฝ่ายชวนคุยตั้งแต่เรื่องงานอดิเรก แนวหนังที่ชอบ แนวเพลงที่ฟัง ไปจนถึงสีโปรด และจากที่คุยกัน สรุปคือพี่เก่งเป็นไทป์ Ambivert ที่ค่อนข้างติดบ้าน ชอบดูหนัง ฟังเพลง ใช้ชีวิตเรียบง่ายกว่าที่ฉันคิดไว้มาก
เขายังเล่าให้ฟังอีกว่า ซื้อรถมาเกือบสองปีแล้ว แต่เลขไมล์ยังไม่ถึงหมื่นกิโลด้วยซ้ำ
“…ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไหร่ครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
แต่สำหรับฉันมันกลับเป็นข้อมูลที่น่ารักอย่างประหลาด
เราสองคนมีส่วนที่คล้ายกันมากกว่าที่คิดและความคล้ายนี้ก็ช่วยให้บรรยากาศระหว่างเราค่อนข้างสบาย ๆ ไม่อึดอัด
หลังจากที่พี่เก่งจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จ เขาก็ถามขึ้นมา
“แล้วน้องพายจะไปไหนต่อไหม เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
ฉันลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
“พายว่าจะเดินซื้อของต่ออีกหน่อยค่ะ แล้วเดี๋ยวจะกลับรถไฟฟ้าเอง เพราะคอนโดพายอยู่ติดรถไฟฟ้าพอดีเลย”
ทั้งที่ในใจแอบหวังว่า เขาจะเสนอตัวไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันต่ออีกสักหน่อย
“โอเคครับ” พี่เก่งยิ้ม “งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะ วันนี้ขอบคุณน้องพายมากเลยนะครับ”
“พายก็ขอบคุณพี่เก่งที่เลี้ยงข้าวนะคะ” ฉันยิ้มตอบและมองเขาเดินจากไป
ทั้งที่ในใจแอบเสียดายนิดหน่อยแต่ก็พูดอะไรออกไปมากกว่านั้นไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่เก่งกำลังมีคนคุยอยู่ การที่เขาวางตัวแบบนี้ ไม่ให้ความหวัง ไม่ล้ำเส้น มันดูเป็นสิ่งที่ผู้ชายที่ดีควรทำ
ถึงฉันจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แต่ลึก ๆ แล้วกลับรู้สึกชื่นชมมากกว่า
‘ผู้ชายแบบนี้หาไม่ง่ายเลยจริง ๆ’