หลังจากวันนั้น ราเมศวรก็ยังไปนั่งเล่นกับสีดาที่ริมรั้วทุกวัน
จนคนงานสองไร่เริ่มชินกับภาพพระรามคนเปรตถือถ้วยน้ำชาของเล่นด้วยสีหน้าเหมือนกำลังประชุมธุรกิจพันล้าน
เขาไม่ข้ามรั้ว
ไม่แตะตัวเด็กเกินจำเป็น
และไม่พูดคำหยาบต่อหน้าสีดา
แต่ก็ไม่ถอย
ยิ่งทศทัศน์ระแวง เขายิ่งไป
เอาให้รู้กันไปเลยว่า พระรามไม่ต้องข้ามรั้วก็ทำให้ยักษ์อกแตกตายได้
ฝั่งศิลาธาร พี่เลี้ยงยังรายงานสั้น ๆ ทุกเย็นว่าคุณรามไม่ได้ทำอะไรเกินเลย
ทศทัศน์เพียงตอบว่า
“อืม”
ไม่ห้าม ไม่ไล่ และไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
เพียงแต่ทุกครั้งที่สีดาเล่าเรื่องพี่ยาม สีหน้าของเขามักนิ่งกว่าปกติอยู่เสมอ
หลายวันต่อมา เรื่องดูตัวที่แม่เคยพูดไว้ก็กลับมาอีกครั้ง
หลังเห็นลูกชายเลิกเมา กลับมากินข้าวเช้า และอยู่บ้านมากขึ้น แม่ของราเมศวรก็เหมือนมีความหวัง
“ราม”
“ครับ”
“เรื่องหนูลูกน้ำ...”
ราเมศวรวางแก้วกาแฟลง
“แม่ยังไม่เลิกคิดอีกเหรอครับ”
“แม่ก็แค่คิดว่า ถ้ามีคนดี ๆ อยู่ข้างแกอาจจะดี”
เขาเกือบปฏิเสธตามนิสัย
แต่ไม่รู้ทำไม ใบหน้าของทศทัศน์ตอนถามว่า
*มึงคิดจะทำอะไร* กลับผุดขึ้นมาในหัว
น่ารำคาญฉิบหาย
ถ้าอีกฝ่ายยังคิดว่าเขาเป็นเด็กเปรตที่ชีวิตวนอยู่กับเรื่องเดิม ๆ เขาก็อยากรู้นักว่าจะทำหน้ายังไงถ้าเห็นว่าเขามีชีวิตของตัวเองเหมือนกัน
“นัดมาก็ได้ครับ”
แม่ชะงัก
“รามพูดจริงเหรอลูก”
“ครับ ลองดูก็ได้”
เขาหยิบกาแฟขึ้นจิบ
“เผื่อเจอคนที่ไม่มองผมเป็นตัวร้ายบ้าง”
อีกสองวันต่อมา ราเมศวรก็ไปกินข้าวกับครอบครัวของลูกน้ำ
เธอหน้าตาน่ารัก ผิวขาว ตากลม เวลายิ้มมีลักยิ้มเล็ก ๆ
พูดตามตรง เธอตรงสเปกเขาอยู่ไม่น้อย
และดูไม่อยากแต่งงานพอ ๆ กับเขา
พอพ้นสายตาผู้ใหญ่ ลูกน้ำก็วางแก้วลง
“คุณรามคะ ฉันขอพูดตรง ๆ ได้ไหม”
“เชิญครับ”
“ฉันยังไม่อยากแต่งงานค่ะ”
ราเมศวรนิ่งไป ก่อนหัวเราะ
“ตรงดีนะครับ”
“รับนัดเพราะตัดรำคาญแม่ค่ะ”
“เหมือนกันเลย”
ลูกน้ำยิ้ม
“งั้นเราน่าจะร่วมมือกันได้”
“ร่วมมือ?”
“คบกันบังหน้าสักพัก ให้ผู้ใหญ่เลิกกดดัน แล้วค่อยหาทางจบสวย ๆ”
ราเมศวรมองเธออย่างสนใจ
“แน่ใจเหรอครับว่าจะเอาชื่อไปผูกกับผม ข่าวผมไม่ค่อยดีนะ”
“ทราบค่ะ แม่ฉันกำชับว่าถ้าอยู่กับคุณสองต่อสอง อย่าดื่มอะไรที่คุณยื่นให้”
เขาหัวเราะทันที
“แม่คุณรอบคอบดี”
“มากค่ะ”
ลูกน้ำยิ้ม
“แต่เท่าที่คุย คุณก็ไม่ได้แย่อย่างข่าวลือทั้งหมด”
“แปลว่ายังแย่อยู่?”
“หลายส่วนค่ะ”
ราเมศวรหัวเราะอีกครั้ง
เขาชอบความตรงของเธอ
เธอไม่ได้อยากได้เขา
เขาก็ไม่ได้อยากได้เธอ
เหมาะจะร่วมมือกันที่สุด
“ตกลงครับ”
ลูกน้ำยื่นมือมาจับมือเขา
“ตกลงค่ะ”
ข่าวคุณรามมีแฟนแพร่ไปทั่วอำเภอแทบจะทันที
คนงานไร่แสงอรุณดีใจกันเหมือนกำลังจะได้เจ้าสาวเข้าบ้านจริง ๆ บางคนถึงขั้นบอกว่าถ้าคุณรามเลิกมีเรื่องได้ด้วย จะถวายหัวหมูแก้บน
ส่วนสี่ยอดกุมารส่งข้อความมาอย่างรวดเร็ว
บอม : มึงคบกับคุณน้ำจริงดิ
พีท : เห็นคนบอกมึงไปดูหนังกับสาว
เคน : ถ้าจริงก็ดีแล้ว
ราม : เออ
บอม : มึง move on แล้วจริงดิ
พีท : กูควรจุดพลุไหม
เคน : ดีใจด้วย
ราเมศวรจ้องคำว่า *ดีใจด้วย* อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ
ราม : ขอบใจ
บอม : แล้วมึงยังไปเล่นกับลูกคุณยักษ์อยู่ไหม
พีท : นั่นสิ
เคน : แน่ใจนะว่าไปเล่นกับลูก ไม่ได้ไปเล่นกับพ่อ
ราเมศวรกัดฟัน
ราม : มึงเห็นกูโง่ขนาดจะกลับไปให้มันหลอกฟันอีกรอบหรือไง
กลุ่มเงียบไปชั่วครู่
บอม : แน่ใจนะว่าคุณยักษ์หลอกฟันมึง
บอม : ไม่ใช่มึงหลอกฟันเขา
ราม : เชี่ยบอม
พีท : คนเปรต
เคน : คนเหี้ย
บอม : เรียกเหี้ยยังสงสารเหี้ย
ราเมศวรโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง
พวกเวร
ข่าวเดียวกันไปถึงไร่ศิลาธารในวันนั้น
ทศทัศน์ได้ยินจากคนงานระหว่างตรวจแปลงองุ่น
“ได้ยินว่าคุณรามมีแฟนแล้วนะครับ”
มือที่กำลังพลิกดูใบองุ่นหยุดไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนทำงานต่อ
“อืม”
“ลูกสาวเพื่อนนายหญิงครับ ชื่อคุณลูกน้ำ เหมาะกับคุณรามดีนะครับ”
ทศทัศน์ยืดตัวขึ้น
“แปลงนี้ให้คนงานตัดแต่งต่อได้เลย”
“ครับคุณยักษ์”
เขาหมุนตัวเดินออกไป สีหน้าเรียบสนิทจนไม่มีใครอ่านอะไรได้
หลายวันต่อมา ลูกน้ำแวะมาที่ไร่แสงอรุณ
ราเมศวรพาเธอเดินเล่นไปเรื่อย ๆ จนมาถึงทางแยกท้ายไร่
ลูกน้ำชี้ไปทางแนวรั้วสีขาว
“ทางนั้นไปไหนคะ”
“ไปดูไหมล่ะ”
เธอมองเขาอย่างรู้ทัน
“มีอะไรน่าสนใจเหรอคะ”
“มีเด็กอยู่คนหนึ่ง”
“เด็ก?”
“อืม น่ารำคาญมาก”
ลูกน้ำเลิกคิ้ว
“คุณยิ้มตอนพูดว่าน่ารำคาญนะคะ”
“คุณตาฝาด”
ยังไม่ทันถึงต้นมะม่วง เสียงเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น
“พี่ยาม!”
สีดายืนอยู่ฝั่งศิลาธาร มือหนึ่งถือกระบะของเล่น อีกมือโบกแรง ๆ
พอเห็นลูกน้ำ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง
“พี่คนฉวย”
ลูกน้ำหัวเราะ
“ชมพี่เหรอคะ”
สีดาพยักหน้า
“ค่ะ ก็พี่ฉวย”
ลูกน้ำย่อตัวลงใกล้รั้ว
“หนูชื่ออะไรคะ”
“เด็กหญิงณดาค่ะ ชื่อเล่นน้องดา หรือหนูดา แต่ปู่กับย่าชอบเรียกฉีดา”
“ชื่อเพราะจังเลยค่ะ”
เด็กหญิงยิ้มกว้าง
“พี่คนฉวยมาเล่นมั้ยคะ”
ราเมศวรกำลังจะบอกว่าแค่เดินผ่านมา แต่ลูกน้ำกลับนั่งลงเสียก่อน
“เล่นสักหน่อยก็ได้ค่ะ”
เขาถอนหายใจ แล้วนั่งลงตาม
“วันนี้เล่นพ่อแม่ลูกกันค่ะ” สีดาประกาศ
ราเมศวรเลิกคิ้ว
“ทำไมต้องพ่อแม่ลูก”
“เพราะมีสามคนค่ะ”
“มีเหตุผลดี”
ลูกน้ำหัวเราะ
“งั้นใครเป็นอะไรคะ”
สีดาชี้เธอ
“พี่น้ำเป็นแม่ค่ะ”
แล้วชี้ราเมศวร
“พี่ยามเป็นพ่อ”
สุดท้ายชี้ตัวเอง
“ฉีดาเป็นยูก”
ราเมศวรชะงักไปนิดหนึ่ง
พ่อแม่ลูก
กับลูกสาวของทศทัศน์
ตลกร้ายดี
ลูกน้ำเหลือบมองเขา แต่ไม่ได้ถามอะไร
“คุณพ่อคะ ลูกแดดร้อนแล้วค่ะ”
ราเมศวรปรายตามอง
“เล่นจริงจังไปไหม”
“ต้องสมบทบาทสิคะ”
เขาหยิบหมวกของสีดาส่งลอดรั้วไปให้ลูกน้ำ
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ”
“อย่าเรียกแบบนั้น”
“ทำไมคะ คุณพ่อ”
สีดาหัวเราะคิกคัก
ราเมศวรถอนหายใจเหมือนรำคาญนักหนา
จนเห็นเงาร่างสูงของใครบางคนเดินออกมาจากบ้านฝั่งศิลาธาร
มุมปากเขาก็ยกขึ้นทันที
“คุณแม่ครับ ลูกอยากดื่มน้ำหรือเปล่า”
ลูกน้ำเหลือบมองตามสายตาเขาเพียงแวบเดียวก็เข้าใจ
“คุณพ่อก็ถามลูกสิคะ”
“ลูกคะ อยากดื่มน้ำไหม”
สีดาพยักหน้าแรง ๆ
“อยากค่ะ”
ราเมศวรเปิดขวดน้ำส่งให้ลูกน้ำ ก่อนเธอจะส่งต่อให้สีดา
เสียงหัวเราะของทั้งสามดังอยู่ริมรั้ว
และทศทัศน์หยุดมองอยู่ไม่ไกล
ผู้หญิงสวย อ่อนโยน นั่งอยู่ข้างราเมศวร
สีดาหัวเราะอยู่ตรงกลาง
ส่วนราเมศวรกำลังยิ้ม
ไม่ใช่ยิ้มประชด
ไม่ใช่ยิ้มเยาะ
แต่เป็นรอยยิ้มสบาย ๆ ที่เขาไม่ได้เห็นมานาน
ทศทัศน์เบือนหน้าหนีเล็กน้อย ก่อนปรับสีหน้ากลับมาเรียบเหมือนเดิม
สีดาหันมาเห็นพอดี
“ปะป๊า!”
ราเมศวรกับลูกน้ำหันตาม
ลูกน้ำรีบลุกขึ้นไหว้
“สวัสดีค่ะ”
ทศทัศน์พยักหน้า
“ครับ”
ราเมศวรลุกขึ้นช้ากว่าเล็กน้อย
“ลูกน้ำ แฟนกู”
ลูกน้ำเหลือบมองเขานิดหนึ่ง ก่อนยิ้มสุภาพ
“ขอโทษที่รบกวนนะคะ น้องน่ารักมากเลยขอมาเล่นด้วย”
“ตามสบายครับ”
น้ำเสียงของทศทัศน์เรียบจนไม่มีร่องรอยอะไร
“ผมขอตัวไปทำงานก่อน”
ลูกน้ำมองนาฬิกา
“พวกเราก็คงต้องกลับแล้วค่ะ เดี๋ยวไม่ทันไปกินข้าว”
ราเมศวรหันมอง
“หิวแล้ว?”
“นัดไว้แล้วค่ะ อย่าให้ผู้หญิงรอนาน”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ได้ครับ เจ้าหญิง”
“เล่นใหญ่เหมือนกันนะคะ”
“เมื่อกี้ก็เล่นเจ้าหญิงกันอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“งั้นเจ้าชายต้องรีบพาเจ้าหญิงไปกินข้าวค่ะ”
“รับทราบครับ”
สีดาที่เกาะรั้วอยู่รีบเงยหน้าขึ้น
“ถ้างั้นหนูเป็นอะไรคะ”
ราเมศวรมองเด็กหญิงตรงหน้า ก่อนยกมุมปาก
“สีดาก็เป็นเจ้าหญิงค่ะ”
เด็กหญิงยิ้มทันที
“เจ้าหญิงเหมือนพี่น้ำเหรอคะ”
“ไม่เหมือน”
“ทำไมคะ”
ราเมศวรเหลือบมองทศทัศน์เพียงเสี้ยววินาที
“พี่น้ำเป็นเจ้าหญิงของพี่ราม”
ลูกน้ำหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ได้แก้
สีดารีบถามต่อ
“แล้วหนูล่ะคะ”
“สีดาเป็นเจ้าหญิงของปะป๊าไง”
เด็กหญิงหันไปมองทศทัศน์ทันที
“ของปะป๊าเหรอคะ”
เขานิ่งไปเล็กน้อย
“อืม”
สีดายิ้มจนแก้มยุ้ย
“สีดาเป็นเจ้าหญิงของปะป๊า”
ราเมศวรหยิบหมวกของสีดาที่ตกอยู่ใกล้กระบะของเล่น ส่งคืนผ่านรั้ว
“ไปก่อนนะคะ เจ้าหญิงของปะป๊า”
เด็กหญิงรับหมวกมากอดไว้
“พรุ่งนี้พี่ยามมามั้ยคะ”
รอยยิ้มของราเมศวรจางลงนิดหนึ่ง
“ไม่รู้ค่ะ”
“ถ้าว่างมาเล่นนะคะ”
“อืม”
ลูกน้ำโบกมือ
“พี่ไปก่อนนะคะ น้องดา”
“บ๊ายบายค่ะ พี่น้ำคนฉวย บ๊ายบายค่ะ พี่ยามคนหย่อ”
ราเมศวรเดินเคียงข้างลูกน้ำออกไป
ไม่หันกลับมามองทศทัศน์อีก
ไม่นานก็มีเสียงหัวเราะของเขาลอยตามลมบ่ายมา
ทศทัศน์ยังยืนอยู่ที่เดิม
ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังของคนสองคนจนหายลับไป
สีดาเงยหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ
“ปะป๊า สีดาเป็นเจ้าหญิงของปะป๊า”
“อืม”
เด็กหญิงกอดหมวกไว้แน่น
“แล้วพี่ยามเป็นเจ้าชายของพี่น้ำเหรอคะ”
ทศทัศน์เงียบไปเพียงเสี้ยววินาที
“คงอย่างนั้น”
สีดาทำหน้าคิด
“งั้นพี่ยามจะมาเล่นกับสีดาอีกมั้ยคะ”
คราวนี้เขาไม่ได้ตอบทันที
สายตายังมองไปทางเดิม
“ไม่รู้สิ”