หลังออกจากไร่แสงอรุณ ราเมศวรก็ขับรถไปส่งลูกน้ำที่บ้าน
ในรถเงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนลูกน้ำจะหันมามองเขา
“ราม”
“หืม”
“คุณยักษ์นี่...หล่ออยู่นะ”
มือที่จับพวงมาลัยนิ่งไปนิดหนึ่ง
“ชอบเหรอ”
ลูกน้ำหัวเราะ
“ชมตามความจริงค่ะ หล่อ ดูดี แต่ไม่ใช่สเปกน้ำ”
“สเปกน้ำเป็นแบบไหน”
“คนที่ยิ้มง่ายกว่านั้นหน่อย คุณยักษ์ดูดุ”
ราเมศวรหัวเราะในลำคอ
“ดุจริง”
“แต่ดูพึ่งพาได้นะ เหมาะเป็นพ่อของลูกดี”
ปลายนิ้วของราเมศวรกดพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย
ลูกน้ำเหลือบมอง แต่ไม่พูดถึงมัน
“รามกับเขาสนิทกันมากเหรอ”
“ไม่นะ”
“ไม่สนิท แต่ขึ้นกูมึงกับคนที่แก่กว่าตั้งเยอะ?”
ราเมศวรหลุดหัวเราะ
“ตอนเด็กด่ามันทุกวัน”
“แล้วรอดมาได้ยังไง”
“มันไม่กล้าทำอะไรหรอก”
น้ำเสียงของเขาเบาลงนิดหนึ่ง
“ตอนเด็กก่อเรื่องเยอะ มันก็ชอบโผล่มาจับได้ตลอด”
“เช่น?”
“ปีนรั้วไปขโมยมะม่วงไร่มัน แล้วลงเองไม่ได้”
ลูกน้ำกะพริบตา
“ไร่รามไม่มีมะม่วงเหรอ”
“มี”
“แล้วไปขโมยทำไม”
ราเมศวรยกมุมปาก
“ตอนนั้นอยากตีเมืองยักษ์”
“นิสัยดีมากค่ะ”
“ขอบคุณ”
จากนั้นวีรกรรมเก่า ๆ ก็ไหลออกมาเอง
จุดประทัดแถวคอกม้าจนม้าตื่นทั้งคอก
แว้นรถเสียงดังจนชาวบ้านร้องเรียน
ตั้งวงเหล้าท้ายไร่แล้วโดนจับได้ทั้งแก๊ง
มีเรื่องในผับจนถูกลากกลับบ้าน
ทุกเรื่องล้วนจบคล้ายกัน
ทศทัศน์โผล่มา
ทศทัศน์จับได้
ทศทัศน์ดุ
แล้วทศทัศน์ก็พาเขากลับ
ลูกน้ำนั่งฟังเงียบ ๆ
บางครั้งหัวเราะ บางครั้งส่ายหน้า
จนราเมศวรเล่าจบ เธอจึงพูดขึ้นเบา ๆ
“คุณยักษ์อยู่ในทุกเรื่องเลยนะ”
ราเมศวรชะงักไปนิดหนึ่ง
ก่อนแค่นหัวเราะ
“มันชอบเสือก”
ลูกน้ำยิ้ม ไม่แย้ง
เพราะคำว่า *เสือก* จากปากเขา ฟังคล้ายคำอื่นมากกว่าที่เจ้าตัวรู้
ใกล้ถึงบ้าน ลูกน้ำจึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าวันหนึ่งรามมีคนที่อยากคบจริง ๆ ก็บอกน้ำนะ”
“พูดอะไร”
“ก็เราคบกันบังหน้า ถ้ารามอยากจริงจังกับใคร น้ำจะได้ถอยถูกเวลา”
ราเมศวรหัวเราะ
“ไม่มีหรอก”
“แน่ใจ?”
“วัน ๆ ก็อยู่แต่ไร่ จะไปมีใคร”
ลูกน้ำมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้ม
“ค่ะ ไม่มีใครก็ไม่มีใคร”
รถจอดหน้าบ้านพอดี
ลูกน้ำปลดเข็มขัดแล้วหันกลับมา
“อ้อ พรุ่งนี้เช้าน้ำบินไปต่างประเทศนะคะ ไปหลายสัปดาห์”
“งั้นรามไปส่ง”
เธอเลิกคิ้ว
“เช้ามากนะ”
“รู้”
“ตื่นไหว?”
“ดูถูกกันเกินไปแล้ว”
ลูกน้ำหัวเราะ
“งั้นเจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
เธอลงจากรถไป
ราเมศวรนั่งอยู่คนเดียวอีกครู่หนึ่ง
ก่อนยกมือแตะมุมปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
ตอนเล่าเรื่องพวกนั้น...
เขายิ้มจริงหรือเปล่าวะ
ราเมศวรแค่นหัวเราะเบา ๆ
“นานแล้ว”
เรื่องมันนานแล้ว
แต่บางความทรงจำกลับไม่เคยจางอย่างที่ควร
เช้ามืดวันต่อมา ราเมศวรไปส่งลูกน้ำที่สนามบินจริง ๆ
ก่อนเที่ยง ข่าวก็ลือทั่วไร่แสงอรุณว่าคุณรามยอมตื่นเช้าไปส่งแฟน
และแน่นอน มันลอยข้ามรั้วไปถึงไร่ศิลาธาร
“เห็นว่าคุณรามไปส่งคุณลูกน้ำที่สนามบินตั้งแต่เช้ามืดเลยครับ”
ปลายปากกาของทศทัศน์หยุดเหนือเอกสารเพียงเสี้ยววินาที
“อืม”
มีแค่นั้น
แต่เอกสารฉบับถัดมา เขาอ่านบรรทัดเดิมซ้ำสองรอบ
บ่ายวันเดียวกัน ราเมศวรก็กลับไปที่ต้นมะม่วงอีกครั้ง
เขาแค่เอาขนมไปให้สีดา
แค่นั้นจริง ๆ
“พี่ยาม!”
สีดาวิ่งมาที่รั้วพร้อมตะกร้าของเล่น
ราเมศวรวางถุงขนมลง
“วิ่งทำไม เดี๋ยวล้ม”
“ฉีดาไม่ล้มค่ะ”
“เมื่อวานใครสะดุดตุ๊กตาตัวเอง”
สีดากะพริบตา
“ตุ๊กตาวางเกะกะค่ะ”
“โทษตุ๊กตาอีก”
เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก ก่อนชูตะกร้าให้ดู
“วันนี้เล่นขายผลไม้ค่ะ”
“ขายอะไร”
“มะม่วงค่ะ”
ราเมศวรมองมะม่วงพลาสติกในตะกร้า แล้วเงยหน้ามองต้นมะม่วงจริงเหนือหัว
“ขายของปลอมได้ไง”
สีดาเอียงคอ
“แล้วทำยังไงคะ”
“ก็ขายของจริงสิ”
“แต่มะม่วงอยู่ข้างบนค่ะ”
ราเมศวรยิ้มมุมปาก
“เดี๋ยวพี่เก็บให้”
พี่เลี้ยงรีบเงยหน้า
“คุณรามคะ ต้นมันสูงนะคะ”
เขาถอดรองเท้า
“ต้นนี้พี่ปีนมาตั้งแต่เด็ก”
“แต่คุณยักษ์—”
“ไม่ต้องบอกมัน”
พูดจบ ราเมศวรก็คว้ากิ่งเตี้ยแล้วปีนขึ้นไป
สีดายืนเกาะรั้ว ตาเป็นประกาย
“พี่ยามฉู้ ๆ!”
“เชียร์ดัง ๆ หน่อย”
“พี่ยามฉู้ ๆ! พี่ยามฉู้ ๆ!”
ราเมศวรหัวเราะ ก่อนเด็ดมะม่วงลูกแรกโยนลงมาอย่างระวัง
สีดาร้องดีใจทันที
“ได้แล้วค่ะ!”
ลูกที่สองตามลงมา
จากนั้นราเมศวรขยับไปตามกิ่งด้านข้างเพื่อเอื้อมหาลูกที่สาม
แล้วก็ชะงัก
เงียบไป
เมื่อกี้สีดายังเชียร์อยู่เลย
เขาก้มลงมองผ่านช่องใบไม้
แล้วสบตาคนที่ยืนอยู่ข้างล่างพอดี
ทศทัศน์
“ราเมศวร”
เสียงเรียกชื่อเต็มหนักจนคนบนต้นไม้รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปตอนเด็กในทันที
“ลงมาเดี๋ยวนี้”
ราเมศวรสะดุ้ง
“มึงเรียกกูทำไม ตกใจหมด เดี๋ยวก็ตก!”
“ก็บอกให้ลงมา”
“เออ ลงแล้ว ๆ”
เขาขยับตัวอย่างหงุดหงิด ทั้งยังมัวแต่มองคนข้างล่าง
ปลายเท้าจึงเหยียบพลาด
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
“เฮ้ย!”
ร่างสูงหล่นวูบจากกิ่งไม้
เสียงสีดาร้องลั่น
กิ่งด้านล่างช่วยชะลอแรงไว้บางส่วน แต่ราเมศวรก็ยังกระแทกพื้นหญ้าจนจุก
เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หูอื้อไปหมด
ก่อนเสียงฝีเท้าหนักจะดังเข้ามาใกล้
“ราม!”
ราเมศวรชะงัก
เสียงนั้นไม่เหมือนเมื่อครู่
ไม่ดุ
ไม่แข็ง
มีแต่ความร้อนรนจนแทบปิดไม่มิด
“ราม เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหน”
และในวินาทีนั้นเอง
ภาพใต้ต้นมะม่วงต้นเดิมเมื่อหลายปีก่อนก็ย้อนกลับมา
เด็กแปดขวบที่ตกลงมาจากต้นไม้
กับผู้ชายคนเดิมที่วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าแบบเดียวกัน
ความทรงจำที่คิดว่าจางไปแล้ว
กลับชัดขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ปรานี