พระรามพ่ายยักษ์

ตอนที่ 8: สีดากับพระราม

👁️ 15 อ่าน
22px

หลังแยกจากสีดา ราเมศวรก็กลับเข้าบ้านโดยไม่ทักใคร

 

เขาเดินผ่านห้องรับแขกที่พ่อกับแม่ยังนั่งอยู่ ก่อนขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอน ปิดประตู แล้วทิ้งตัวลงบนปลายเตียง

 

ทั้งห้องเงียบสนิท

 

เงียบจนเสียงเด็กสามขวบกว่ายังดังอยู่ในหัว

 

*ฉีดาไม่มีแม่ค่ะ มีแต่ปะป๊า*

 

*ปะป๊านอนกอดฉีดาทุกคืนเลย*

 

ราเมศวรเสยผมแรง ๆ

 

“เหอะ”

 

เขาไม่ได้เจ็บ

 

แค่หงุดหงิดที่เรื่องทุกอย่างมันดูลงตัวเกินไป

 

สีดาอายุสามขวบกว่า เขาถูกส่งไปเมืองนอกสี่ปี ทศทัศน์มีลูกหลังจากนั้นไม่นาน

 

ไม่มีแม่ ไม่มีงานแต่ง และไม่มีใครเคยเห็นผู้หญิงคนนั้น

 

มันง่ายเกินไปจนเขาอยากรู้ว่าอะไรถูกซ่อนไว้

 

ราเมศวรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแชตกลุ่มสี่ยอดกุมารทันที

 

ราม : ไอ้เคน

 

เคน : ว่า

 

ราม : พี่มึงรู้จักไอ้ยักษ์สมัยมหา’ลัยใช่ไหม

 

เคน : รู้จัก แต่ไม่ได้สนิทมาก มีอะไร

 

ราม : ถามให้หน่อย

 

เคน : ถามอะไร

 

ราม : สมัยนั้นมันเคยคบใครไหม

 

บอมกับพีทโผล่มาแทบจะพร้อมกัน

 

บอม : อะไรอีก

 

พีท : เริ่มละ

 

เคน : มึงจะสืบเรื่องคุณยักษ์ทำไม

 

ราม : กูอยากรู้ว่าแม่เด็กเป็นใคร

 

คราวนี้กลุ่มเงียบไปพักหนึ่ง

 

พีท : มึงไปเจอน้องดามาใช่ไหม

 

ราม : เออ

 

เคน : แล้ว?

 

ราม : เด็กบอกไม่มีแม่

 

บอม : พวกกูก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

พีท : รู้แค่ว่าหลังมึงไปเมืองนอกไม่นาน คุณยักษ์ก็อุ้มหนูดากลับบ้าน

 

บอม : บอกว่าเป็นลูก แล้วก็เลี้ยงเองมาตลอด

 

ราม : ไม่มีใครสงสัยเหรอวะ

 

พีท : สงสัย

 

บอม : แต่ใครจะกล้าถาม

 

เคน : แล้วเขาก็เลี้ยงลูกดีจริง

 

บอม : รักยังกับไข่ในหิน

 

พีท : ไอ้ราม มึงจะเกลียดคุณยักษ์ก็เรื่องของมึง

 

เคน : แต่อย่าเอาเด็กไปเกี่ยว

 

บอม : มึงอย่าทำอะไรน้องนะโว้ย

 

ราเมศวรหัวเราะในลำคอ

 

ราม : พวกมึงคิดว่ากูเลวขนาดนั้น?

 

สามคนตอบแทบพร้อมกัน

 

บอม : เออ

 

พีท : มึงทำได้ทุกอย่าง

 

เคน : โดยเฉพาะเวลามึงเจ็บ

 

ราเมศวรนิ่งไปนิดหนึ่ง

 

บอม : มึงเคยใช้เศษแก้วเรียกคุณยักษ์ให้มาหา

 

พีท : เคยหนีออกจากบ้านกลางฝนเพราะอยากให้เขาตาม

 

เคน : แล้วมึงคิดว่าพวกกูจะไว้ใจมึงกับลูกเขาเหรอ

 

นิ้วที่กำลังจะพิมพ์หยุดค้าง

 

เศษแก้ว

 

ฝน

 

เสียงทศทัศน์ที่เรียกชื่อเขา

 

ความทรงจำเก่าวาบขึ้นมาเพียงครู่เดียว ก่อนราเมศวรจะกดลิ้นกับกระพุ้งแก้มแล้วพิมพ์ต่อ

 

ราม : กูไม่ได้จะทำอะไรเด็ก

 

ราม : แค่ถามเรื่องพ่อเด็ก

 

เคน : จะถามให้

 

เคน : แต่ห้ามทำอะไรบ้า ๆ

 

ราม : กูเคยทำอะไรบ้า ๆ เหรอ

 

บอม : เคย

 

พีท : ตลอด

 

เคน : ทุกวัน

 

ราเมศวรหัวเราะสั้น ๆ

 

“ไอ้พวกเวร”

 

เขาโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง

 

พรุ่งนี้ไม่ควรไปที่รั้วนั่นอีก

 

ไม่ควรไปคุยกับสีดา

 

และยิ่งไม่ควรใช้เด็กเป็นทางผ่านไปหาเรื่องทศทัศน์

 

แต่คำว่า *ไม่ควร* ไม่เคยหยุดพระรามเด็กเปรตได้สักครั้งอยู่แล้ว

 

เช้าวันรุ่งขึ้น คนในบ้านไร่แสงอรุณพร้อมใจกันมองเมื่อราเมศวรเดินลงมานั่งโต๊ะอาหารเช้า

 

แม่ชะงัก

 

พ่อเหลือบมอง

 

ส่วนเจ้าตัวทำเหมือนไม่เห็นสายตาเหล่านั้น

 

“เมื่อคืนไม่ได้ออกไปไหนเหรอลูก”

 

“ครับ”

 

โต๊ะอาหารเงียบไปนิดหนึ่ง

 

แม่ตักข้าวต้มใส่ถ้วยให้

 

“กินหน่อย”

 

“ขอบคุณครับ”

 

คราวนี้แม่ถึงกับชะงักอีกครั้ง

 

ราเมศวรไม่ได้สนใจ เขากินไปครึ่งถ้วยก่อนวางช้อน

 

“อิ่มแล้วครับ”

 

แทนที่จะกลับขึ้นห้อง เขากลับเดินตรงไปยังครัวหลังบ้าน

 

แม่บ้านที่กำลังจัดของเงยหน้าขึ้น

 

“คุณรามจะเอาอะไรคะ”

 

“บ้านเรามีขนมเด็กไหม”

 

ทั้งครัวเงียบกริบ

 

“ขนม...เด็กเหรอคะ”

 

“อืม”

 

“มีคุกกี้เนยกับเวเฟอร์ค่ะ”

 

“เอามาอย่างละหน่อย”

 

แม่บ้านรีบจัดใส่ถุงกระดาษให้ ก่อนอดถามไม่ได้

 

“คุณรามจะเอาไปให้ใครคะ”

 

ราเมศวรรับถุงมา

 

“เด็กข้างรั้ว”

 

แล้วก็เดินออกไป ทิ้งให้แม่บ้านยืนค้างอยู่ตรงนั้น

 

ช่วงบ่าย เขาก็มาหยุดใต้ต้นมะม่วงต้นเดิมจริง ๆ

 

รั้วสีขาวเส้นเดิม

 

ราเมศวรมองมันอยู่ครู่หนึ่ง

 

ไม่ได้มาเล่น

 

มาเก็บข้อมูล

 

ยังไม่ทันหลอกตัวเองเสร็จ เสียงเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นจากอีกฝั่ง

 

“พี่ยามมาแย้ว!”

 

สีดานั่งอยู่บนพื้นหญ้าพร้อมกระบะของเล่น พอเห็นเขาก็ยิ้มกว้างเหมือนรออยู่แล้ว

 

หรือบางทีเด็กก็แค่เล่นตรงนี้ทุกวัน

 

เขานั่นแหละที่กลับมาเอง

 

“ใครบอกว่าพี่มาเล่น”

 

สีดากอดตุ๊กตาในมือ

 

“ก็พี่ยามมาแย้วว”

 

เหตุผลง่ายจนเถียงไม่ออก

 

ราเมศวรถอนหายใจ ก่อนย่อตัวลงข้างรั้วแล้ววางถุงกระดาษไว้

 

สีดาตาโต

 

“อายายคะ”

 

“ขนม”

 

“ให้ฉีดาเหรอคะ”

 

“เห็นเด็กคนอื่นแถวนี้ไหมล่ะ”

 

เด็กหญิงหัวเราะคิก แล้วเอื้อมมือมารับ

 

พี่เลี้ยงรีบเดินเข้ามา

 

“คุณหนูคะ เดี๋ยวพี่ดูก่อนนะคะ”

 

ราเมศวรปรายตามอง

 

“กลัวกูวางยาหรือไง”

 

พี่เลี้ยงหน้าซีด

 

“ไม่ใช่ค่ะ คุณยักษ์สั่งไว้ว่าของกินคุณหนูต้องตรวจ—”

 

“รู้แล้ว”

 

เขาแค่นหัวเราะ

 

“คุณยักษ์ละเอียด คุณยักษ์รอบคอบ คุณยักษ์เป็นพ่อดีเด่นแห่งอำเภอ”

 

พี่เลี้ยงเงียบกริบ

 

สีดายื่นถุงให้อย่างว่าง่าย

 

“พี่ดูได้ค่ะ”

 

เมื่อเห็นว่าเป็นขนมในซองปิดสนิท พี่เลี้ยงจึงยอมส่งคุกกี้ให้หนึ่งชิ้น

 

สีดากัดคำเล็ก ๆ แล้วเงยหน้ามองเขา

 

“พี่ยามใจดี”

 

ราเมศวรชะงัก

 

“อย่าเพิ่งสรุปเร็ว”

 

“ทำไมคะ”

 

“พี่อาจไม่ใช่คนดีก็ได้”

 

เด็กหญิงมองเขาตาแป๋ว

 

“แต่พี่ยามให้ขนม”

 

“คนไม่ดีก็ให้ขนมได้”

 

สีดาคิดอยู่พักหนึ่ง

 

“งั้นต้องให้พี่เลี้ยงดูก่อนค่ะ ปะป๊าสอน”

 

ราเมศวรหัวเราะ

 

“ปะป๊าหนูสอนดีนี่”

 

“ค่ะ ปะป๊าเก่ง”

 

“อืม”

 

เสียงนั้นเย็นลงนิดหนึ่ง

 

“เก่ง”

 

สีดาไม่ทันสังเกต เธอหยิบตุ๊กตาเจ้าชายลอดรั้วมาให้

 

“วันนี้พี่ยามเป็นเจ้าชายค่ะ”

 

ราเมศวรมองตุ๊กตาในมือ

 

“แล้วสีดาเป็นอะไร”

 

เด็กหญิงชูตุ๊กตาอีกตัว

 

“เจ้าหญิงค่ะ”

 

“แล้วปะป๊าหนูล่ะ”

 

“มังกรค่ะ”

 

ราเมศวรชะงัก

 

“ทำไมเป็นมังกร”

 

สีดากางแขนกว้าง

 

“ปะป๊าตัวใหญ่ แล้วก็เก่ง”

 

“ตัวใหญ่กับเก่งเลยเป็นเจ้าชายไม่ได้?”

 

สีดาส่ายหน้า

 

“เจ้าชายต้องหย่อค่ะ”

 

“แล้วปะป๊าไม่หล่อ?”

 

เด็กหญิงนิ่งคิดอย่างจริงจัง

 

“ปะป๊าก็หย่อค่ะ”

 

“อ้าว”

 

“แต่ปะป๊าเป็นมังกรดีกว่า”

 

ราเมศวรหลุดหัวเราะ

 

“งั้นวันนี้เจ้าชายจะปราบมังกร”

 

“ไม่ได้ค่ะ!”

 

สีดารีบส่ายหน้า

 

“มังกรเป็นปะป๊า”

 

“แล้วจะให้พี่ทำอะไร”

 

“ช่วยเจ้าหญิงค่ะ”

 

“สรุปมังกรไม่ใช่ตัวร้าย?”

 

สีดาส่ายหน้าอีกครั้ง

 

“มังกรเป็นปะป๊า”

 

ราเมศวรเงียบไปครู่หนึ่ง

 

“ลำเอียงฉิบ—”

 

เขาหยุดทัน

 

“ลำเอียงมากค่ะ”

 

สีดาหัวเราะคิกคัก

 

ไม่ถึงสิบนาที เจ้าชายของราเมศวรก็ปากดี มังกรของเขาขี้เก๊ก และเจ้าหญิงของสีดากรี๊ดทุกครั้งที่ปราสาททำท่าจะพัง

 

เด็กหญิงหัวเราะจนแก้มแดง

 

พี่เลี้ยงที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลได้แต่มองอย่างประหลาดใจ

 

คุณรามแห่งไร่แสงอรุณ คนที่ชื่อมักมาพร้อมเรื่องเมา เรื่องทะเลาะ และเรื่องปวดหัว

 

กลับเล่นกับเด็กเก่งกว่าที่ใครคาด

 

เมื่อวานเธอรายงานคุณยักษ์ไปแล้วว่าอีกฝ่ายมานั่งอยู่ข้างรั้ว

 

ทศทัศน์ถามเพียงว่า

 

“อยู่ตลอดใช่ไหม”

 

พอเธอตอบว่าใช่ เขาก็บอกสั้น ๆ

 

“ดูไว้”

 

วันนี้ก็คงต้องรายงานเหมือนเดิม

 

แดดบ่ายอ่อนลงเรื่อย ๆ จนพี่เลี้ยงเดินเข้ามาเตือน

 

“คุณหนูคะ ได้เวลาดื่มน้ำแล้วค่ะ”

 

สีดาทำหน้าหงอย

 

“อีกนิดได้มั้ยคะ”

 

“คุณยักษ์บอกว่าห้ามเล่นแดดนานนะคะ”

 

พอได้ยินชื่อปะป๊า เด็กหญิงก็ยอมทันที

 

ราเมศวรมองอย่างหมั่นไส้

 

แม้แต่ไม่อยู่ตรงนี้ ไอ้ยักษ์ก็ยังสั่งได้

 

สีดาหันมาหาเขา

 

“พี่ยามกลับบ้านเหรอคะ”

 

“อืม”

 

“พรุ่งนี้มามั้ยคะ”

 

ราเมศวรนิ่งไปนิดหนึ่ง

 

“ไม่รู้”

 

“ถ้าว่างมาได้ค่ะ ฉีดาเล่นตรงนี้ทุกวัน”

 

เขาถอนหายใจ

 

“รู้แล้ว”

 

ราเมศวรลุกขึ้น ปัดเศษหญ้าออกจากกางเกง

 

“เข้าบ้านได้แล้ว แก้มแดงหมดแล้ว”

 

สีดาจับแก้มตัวเอง

 

“แดงเหรอคะ”

 

“แดง”

 

“ฉวยมั้ยคะ”

 

“เหมือนลูกตำลึง”

 

เด็กหญิงทำหน้าครุ่นคิด

 

“ลูกตำลึงฉวยมั้ยคะ”

 

ราเมศวรหลุดหัวเราะ

 

“ฉวยก็ฉวย”

 

สีดายิ้มกว้าง

 

“บ๊ายบายค่ะ พี่ยามคนหย่อ”

 

“อืม”

 

เขาไม่ได้โบกมือกลับ

 

แต่ยืนมองจนเด็กหญิงเดินลับเข้าไป

 

พอกลับถึงบ้าน ราเมศวรก็เห็นข้อความจากเคนเด้งขึ้นมาพอดี

 

เคน : ถามแล้ว

 

เขากดเปิดทันที

 

เคน : พี่กูบอกว่าคุณยักษ์มีเพื่อนสนิทสมัยมหา’ลัยสองคน

 

เคน : ผู้หญิงชื่อดาว ผู้ชายชื่อกร เป็นแฟนกัน

 

เคน : ได้ยินว่าคุณยักษ์เคยชอบดาวตอนปีหนึ่ง

 

เคน : แต่พอดาวกับกรคบกัน เขาก็ถอย แล้วเป็นเพื่อนกันมาตลอด

 

ราเมศวรอ่านข้อความเงียบ ๆ

 

ดาว

 

ดา

 

ชื่อใกล้กันฉิบหาย

 

ข้อความถัดมาเด้งขึ้น

 

เคน : แต่สองคนนั้นเสียไปแล้วนะ

 

นิ้วของราเมศวรหยุดค้าง

 

ดาวเป็นคนที่ทศทัศน์เคยชอบ

 

กรเป็นแฟนของดาว

 

ทั้งคู่เสียชีวิต

 

แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ทศทัศน์ก็อุ้มเด็กชื่อดากลับบ้าน

 

ราเมศวรจ้องหน้าจอ

 

*เชี่ย หรือแม่งเป็นชู้กับเมียเพื่อนวะ*

 

ความคิดเลวจนเจ้าตัวเองยังรู้

 

แต่ถ้ามันทำให้ทศทัศน์ดูแย่ลงได้ พระรามคนเปรตก็พร้อมจะเชื่อไว้ก่อนอยู่แล้ว

 

พีท : ไอ้ราม

 

พีท : มึงอ่านแล้วอย่าคิดเหี้ย ๆ นะ

 

บอม : กูรู้สึกได้ว่ามึงกำลังคิดเหี้ยอยู่

 

เคน : เงียบแบบนี้ไม่ดี

 

ราเมศวรยิ้ม

 

รู้ดีจริง ๆ

 

ราม : กูไม่ได้คิดอะไร

 

บอม : ตอแหล

 

พีท : มึงคิดแน่

 

เคน : แล้วมึงคิดเลวด้วย

 

ราเมศวรโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง

 

แต่ในหัวกลับเห็นภาพเด็กหญิงแก้มแดงที่เรียกเขาว่า *พี่ยามคนหย่อ*

 

น่ารำคาญ

 

พรุ่งนี้ไม่ควรไป

 

ไม่ควรไปเล่นกับลูกสาวของทศทัศน์

 

และไม่ควรไปสืบเรื่องแม่เด็กต่อ

 

ราเมศวรพลิกตัวนอนตะแคง หันหลังให้หน้าต่างฝั่งไร่ศิลาธาร

“พรุ่งนี้กูไม่ไป”

เขาพูดกับตัวเองอย่างหนักแน่น

 

หนักแน่นพอ ๆ กับครั้งก่อนที่เคยบอกว่าจะไม่กลับไปตรงรั้วนั่นอีก

และผลลัพธ์ก็เห็นกันอยู่แล้ว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!