พระรามพ่ายยักษ์

ตอนที่ 12: ความทรงจำยังอยู่

👁️ 2 อ่าน
22px

 

ราม เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหน”

มือใหญ่แตะไหล่เขาอย่างระมัดระวัง

สีหน้าของทศทัศน์อยู่ใกล้มากจนราเมศวรเห็นแววตกใจในดวงตาคู่นั้นชัดเจน

 ตกใจจริงและเป็นห่วงจริง

 หัวใจเขากระตุกอย่างน่ารำคาญ

 อย่าหลงกล

 เดี๋ยวอีกไม่กี่วินาที ไอ้ยักษ์ก็กลับมาเป็นไอ้ยักษ์คนเดิม

 และเขาคิดไม่ผิด

 พอเห็นว่าเขายังลืมตา ยังขยับได้ สีหน้าร้อนรนของทศทัศน์ก็ถูกแทนที่ด้วยความโมโห

 โตป่านนี้แล้วยังทำอะไรเป็นเด็ก”

 ราเมศวรหลับตาลงช้า ๆ

 นั่นไง

 อยากคอหักตายหรือไง”

 แบบนี้สิ ถึงจะเป็นมัน

 เขาลืมตาขึ้น มองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเยาะทั้งที่ยังจุก

 เออ กูไม่มาตายในไร่มึงหรอก”

 ราเมศวร”

 เรียกชื่อเต็มทำไม รำคาญ”

 ราเมศวรพยายามพยุงตัวลุก แต่ทันทีที่ขยับ ความเจ็บก็แล่นจากแผ่นหลังลงมาถึงเอว

 โอ๊ย...จุกเหมือนกันแฮะ”

 อย่าเพิ่งขยับ”

 ทศทัศน์จับแขนเขาไว้ แล้วตรวจดูข้อศอก ข้อมือ เข่า และข้อเท้าอย่างรวดเร็ว

 เจ็บตรงนี้ไหม”

 ไม่”

 ตรงนี้”

 ไม่”

 ขยับข้อเท้า”

 สั่งจังวะ”

 ขยับ”

 ราเมศวรกลอกตา แต่ก็ยอมทำตาม

 เมื่อไม่เห็นอาการผิดปกติ สีหน้าของทศทัศน์จึงคลายลงเล็กน้อย ก่อนหันไปหาพี่เลี้ยงที่ยืนหน้าซีดอยู่กับสีดา

 พาสีดาเข้าบ้าน”

 เด็กหญิงตาแดง

 ปะป๊า พี่ยามเจ็บไหมคะ”

 พี่ยามไม่เป็นไรค่ะ เข้าไปข้างในก่อน”

 แต่”

 สีดา”

 เด็กหญิงเม้มปาก สุดท้ายจึงยอมให้พี่เลี้ยงพาเข้าบ้าน ทั้งที่ยังหันกลับมามองเป็นระยะ

 เมื่อสองคนนั้นหายไป ทศทัศน์ก็หันกลับมา

 ส่วนมึง มานี่”

 ไปไหน”

 ห้องพยาบาล”

 ไม่ไป กูไม่เป็นไร”

 อย่าให้กูต้องอุ้ม”

 ราเมศวรเงยหน้าทันที

 ลองอุ้มสิ กูต่อยมึงแน่”

 ทศทัศน์ไม่ตอบ

 เขาเพียงจับแขนราเมศวรแล้วดึงให้ลุกขึ้น

 สุดท้ายคนเจ็บก็ต้องเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้

 ห้องพยาบาลเล็ก ๆ ของไร่ศิลาธารอยู่ไม่ไกลนัก

 ทศทัศน์ดันเขานั่งลงบนเตียงตรวจ

 ถอดเสื้อ”

 ราเมศวรหันขวับ

 ถอดทำไม”

 

กิ่งไม้ข่วนหลังมึง”

 

แค่ข่วน”

 

กูบอกให้ถอด”

 

มึงนี่มัน—”

 

ราเมศวร”

 

เจ้าของชื่อกัดฟัน ก่อนยอมปลดกระดุมเสื้ออย่างหงุดหงิด แล้วกระชากมันออกจากไหล่

 

ทศทัศน์กำลังจะบอกให้เขาหันหลัง

 

แต่สายตากลับชะงักอยู่ที่อกซ้ายเสียก่อน

 

รอยสักเดิมยังอยู่

 

คำว่า *Rama*

 

คันศร

 

ลูกศร

 

แต่ตรงปลายศรมีบางอย่างเพิ่มขึ้นมา

 

หัวใจดวงเล็กที่ถูกแทงทะลุ และมีรอยแตกร้าวผ่ากลาง

 

ทศทัศน์นิ่งไป

 

ราเมศวรไม่ได้ลบรอยเดิม

 

เขาเพียงเติมสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นลงไป

 

หันหลัง”

 

เสียงของทศทัศน์เรียบเหมือนเดิม

 

ราเมศวรทำเสียงจิ๊จ๊ะ แต่ก็ยอมหันให้

 

เร็ว ๆ กูจะกลับ”

 

รอยข่วนยาวพาดจากหัวไหล่ลงไปถึงกลางหลัง บางจุดมีเลือดซึมเล็กน้อย

 

ทศทัศน์หยิบสำลีชุบน้ำเกลือ

 

แสบหน่อย”

 

เออ”

 

พอสำลีแตะแผล ราเมศวรสะดุ้งนิดหนึ่ง

 

ทศทัศน์ทำแผลต่อเงียบ ๆ

 

แผ่นหลังตรงหน้ากว้างขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

 

เด็กผอมบางที่เขาเคยหิ้วคอเสื้อกลับบ้านหายไปแล้ว

 

เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่โตจนเกือบสูงเท่าเขา

 

ไม่ลึก วันนี้อย่าเพิ่งโดนน้ำ”

 

อืม”

 

แล้วอย่าพาลูกกูเล่นอะไรแผลง ๆ อีก”

 

ราเมศวรแค่นหัวเราะ

 

เออ รู้แล้ว”

 

เขาหยุดไปนิดหนึ่ง

 

แต่อย่าไปดุลูก กูปีนขึ้นไปเอง”

 

ทศทัศน์เงียบ

 

ได้ยินไหม”

 

อืม”

 

คำตอบง่ายเกินไปจนราเมศวรไม่รู้จะเถียงอะไรต่อ

 

ทศทัศน์เก็บอุปกรณ์ทำแผล ก่อนหยิบเสื้อของเขาขึ้นมา

 

เสร็จแล้วใช่ไหม กูจะกลับละ”

 

ราเมศวรเอื้อมมือจะคว้า แต่พอขยับแขน แผลด้านหลังก็ตึงจนสะดุ้ง

 

โอ๊ย”

 

ทศทัศน์ถอนหายใจ

 

มานี่ กูใส่ให้”

 

ไม่ต้อง”

 

อย่าดื้อ”

 

กูใส่เองได้”

 

ถ้าใส่ได้ก็อย่าร้อง”

 

กูไม่ได้ร้อง!”

 

ทศทัศน์ไม่สนใจ

 

เขายืนซ้อนด้านหลัง ช่วยสอดแขนเสื้อให้อย่างระวัง

 

ระยะใกล้เกินไปจนราเมศวรนิ่ง

 

พออีกฝ่ายขยับมาด้านข้างเพื่อจัดปกเสื้อ สายตาของพวกเขาก็แทบอยู่ระดับเดียวกัน

 

ราเมศวรชะงัก

 

เขาไม่ต้องแหงนหน้ามองทศทัศน์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

 

เพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าเขาโตขึ้นมากแค่ไหน

 

โตจนเกือบสูงเท่ากัน

 

ระยะห่างเดิมหายไปแล้ว

 

เหลือเพียงเรื่องของพวกเขาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

เสร็จแล้ว”

 

เสียงของทศทัศน์ดึงเขากลับมา

 

ราเมศวรถอยออกทันที

 

เออ กูไปละ”

 

เดี๋ยวกูไปส่ง เดินออกด้านหน้าใกล้กว่า”

 

ไม่ต้อง”

 

ราม”

 

เขาหยุด

 

ไม่ใช่ชื่อเต็ม

 

ไม่ใช่น้ำเสียงดุ

 

แค่เรียกธรรมดา

 

แต่กลับทำให้รำคาญใจกว่าเดิม

 

ราเมศวรหันกลับมา

 

ตามใจ”

 

สุดท้ายเขาก็ยอมนั่งรถของทศทัศน์ออกจากไร่ศิลาธาร

 

ภายในรถเงียบสนิท

 

จนโทรศัพท์ของราเมศวรดังขึ้น

 

ชื่อลูกน้ำปรากฏบนหน้าจอ

 

เขากดรับ

 

ว่าไง น้ำ”

 

ถึงโรงแรมแล้วนะ”

 

เร็วนี่”

 

นั่งเครื่องค่ะ ไม่ได้เดิน”

 

ราเมศวรหัวเราะ

 

แล้วรามทำอะไรอยู่ เสียงแปลก ๆ”

 

ปีนต้นไม้ตก”

 

ปลายสายเงียบไปทันที

 

อะไรนะ”

 

ตกต้นมะม่วง จุกนิดหน่อย”

 

นิดหน่อยของรามเชื่อได้ไหม เจ็บตรงไหน ไปหาหมอหรือยัง”

 

ทำแผลแล้ว”

 

ใครทำให้”

 

ราเมศวรเหลือบมองคนขับ

 

ไอ้ยักษ์”

 

ลูกน้ำถอนหายใจเบา ๆ

 

งั้นฝากขอบคุณคุณยักษ์ด้วย แล้ววันนี้อย่าเพิ่งโดนน้ำ อย่าซ่าอีก เข้าใจไหม”

 

ราเมศวรหัวเราะ

 

เพิ่งไปเที่ยววันแรกก็สั่งเหมือนเมียเลยนะ”

 

เพื่อนร่วมแผนที่ดีต้องเช็กความปลอดภัยค่ะ”

 

ครับ เจ้าหญิง”

 

ราม”

 

โอเค ๆ เที่ยวให้สนุก”

 

รามก็พักด้วยนะ แล้วถึงบ้านส่งข้อความบอกน้ำด้วย”

 

รู้แล้ว”

 

บายค่ะ”

 

บาย”

 

สายตัดไป

 

ความเงียบกลับเข้ามาในรถอีกครั้ง

 

ทศทัศน์ยังมองถนนตรงหน้า

 

เขาฟังทุกคำ

 

ได้ยินอีกฝ่ายถามว่าเจ็บไหม

 

สั่งให้พัก

 

และรอข้อความเมื่อถึงบ้าน

 

เขาไม่มีสิทธิ์ถามอะไร

 

จึงไม่ถาม

 

แต่ภาพใต้ต้นมะม่วงเมื่อหลายปีก่อนกลับผุดขึ้นมาเอง

 

เด็กแปดขวบเกาะกิ่งไม้แน่น ปากบอกว่าไม่กลัว ทั้งที่ตากลัวจนปิดไม่มิด

 

*พี่รับกูจริงนะ*

 

วันนั้นทศทัศน์ยืนกางแขนอยู่ข้างล่าง

 

และรับราเมศวรไว้ได้จริง ๆ

 

แต่วันนี้ ราเมศวรก็ตกจากต้นมะม่วงต้นเดิม

 

และเขารับไว้ไม่ได้แล้ว

 

ไม่ใช่เพราะร่างนั้นโตเกินสองแขนจะรับไหว

 

แต่เพราะราเมศวรไม่ได้ตกลงมาหาเขาอีกต่อไป

 

โทรศัพท์บนตักของอีกฝ่ายเงียบลงแล้ว

 

ตอนนี้มีคนคอยถามว่าเจ็บไหม

 

มีคนสั่งให้พัก

 

มีคนรอให้บอกเมื่อถึงบ้าน

 

ทศทัศน์มองถนนตรงหน้า

 

บางทีราเมศวรอาจไม่ต้องการคนที่เคยยืนรออยู่ใต้ต้นมะม่วงต้นนั้นแล้วจริง ๆ

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!