Recovery Room เมื่อ3 ปีก่อน ยังเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ ท้ายตึกกิจกรรม
มีกลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยปะปนกับกลิ่นหนังสือเก่า
และมีนักศึกษาที่กำลังพยายามประคองตัวเองผ่านวันแย่ ๆ เหมือนกัน
หลายคนดูอยากหนีออกไปมากกว่านั่งพูดคุยกันเสียอีก
“มึงจะจ้องนาฬิกาอีกนานไหมวะ”
เสียงห้าวดังขึ้นจากโซฟาฝั่งตรงข้าม
เด็กหนุ่มผมแดงใน เสื้อ ช็อปวิศวะที่ติดกระดุมลวกๆ กำลังโยนลูกบาสขึ้นรับเล่นอย่างน่ารำคาญ ขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนโต๊ะเตี้ยเหมือนไม่ได้แคร์ว่าที่นี่คือห้องชมรม
ส่วนอีกมุมหนึ่ง เด็กผู้ชายอีกคนในเสื้อ ช็อปที่ติดกระดุมครบทุกเม็ด กำลังนั่งอ่านเอกสาร ราวกับเสียงวุ่นวายรอบตัวไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย
“ถ้าคุณโยนบอลใส่กำแพงอีกครั้ง”
เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้า
“อาจารย์น่าจะเชิญคุณออกก่อนเวลานะครับ”
แอชตันชะงัก ก่อนหลุดหัวเราะ
“โอ้โห”
“มึงพูดเหมือน AI เลยว่ะ”
คราวนี้อีกฝ่ายถึงเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ
ดวงตาคู่นั้นนิ่งเกินเด็กปีหนึ่ง ผมดำถูกจัดไว้เรียบร้อย แม้แต่ท่านั่งยังเหมือนคนที่ฝึกควบคุมตัวเองมานานแล้ว
“คุณก็เสียงดังเกินไปครับ”
“มึงชื่อไร”
“ไซลาส”
“กูแอชตัน”
เขาโยนลูกบาสขึ้นอีกครั้ง
“โดนส่งมาดัดนิสัยเหมือนกันสินะ”
ไซลาส นิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนยิ้มบาง
“ประมาณนั้นครับ”
✦ ✦ ✦
แอชตันถูกส่งมาบำบัดเรื่อง Anger issue
โตมาในบ้านที่เสียงตะโกนดังพอๆ กับเสียงจานแตก
เขาเคยต่อยรุ่นพี่จนเย็บหกเข็ม เพราะอีกฝ่ายด่าแม่ต่อหน้าเพื่อนทั้งคณะ
ส่วนไซลาส…
ไม่มีใครรู้ชัดว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอะไร
เขาไม่เคยอาละวาด
ไม่เคยต่อต้านการรักษา
ไม่เคยมี emotional outburst ให้ใครเห็นเลยสักครั้ง
เขากินยา ตอบคำถาม ทำแบบประเมิน และใช้ชีวิตเหมือน “คนปกติ” ได้สมบูรณ์แบบเกินไป
“กูว่ามึงแปลก”
วันหนึ่งแอชตันพูดขึ้น ระหว่างนั่งกินกาแฟกระป๋องหลังตึกบำบัด
ไซลาสเงยหน้าจากหนังสือ
“ตรงไหนครับ”
“มึงเหมือนคนไม่เคยโมโหเลย”
ไซลาสเงียบไปนิดหนึ่ง
ลมเย็นพัดผ่านระเบียงตึก เศษใบไม้ปลิวครูดไปตามพื้นซีเมนต์
“เพราะตอนเด็กๆ ถ้าผมดื้อหรืองอแง”
เขาพูดเรียบ
“แม่จะร้องไห้”
แอชตันนิ่งทันที
ไซลาสยิ้มบาง เหมือนกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น
“แล้วถ้าผมร้องไห้ แม่จะอาการแย่ลง”
“ผมเลยเลิกทำครับ”
น้ำเสียงเขาสงบเกินไป
เหมือนผ่านการฝึกไม่ให้ตัวเองรู้สึกอะไรมาเป็นเวลานาน
และนั่นเป็นครั้งแรกที่แอชตันเริ่มเข้าใจ
ว่าบางคนไม่ได้ “หายดี”
แค่เรียนรู้วิธีซ่อนอาการได้เก่งเท่านั้น
✦ ✦ ✦
หลังจากนั้น ทั้งคู่เริ่มสนิทกันแบบงงๆ
แอชตันเป็นคนลากไซลาสออกจาก isolation
ลากไปกินข้าวโรงอาหาร
ลากไปเล่นบาส
ลากออกจากห้องที่อีกฝ่ายชอบขังตัวเองเงียบๆ หลังเลิกเรียน
ส่วนไซลาส…
เป็นคนเดียวที่ทำให้แอชตันหยุดต่อยคนได้
“หายใจ”
เสียงทุ้มเรียบจะดังขึ้นทุกครั้งก่อนแอชตันระเบิดอารมณ์
“หายใจลึกๆ ก่อน” และแม่งได้ผลทุกครั้ง
เหมือนอีกฝ่ายมองออกว่าเขาต้องถูกดึงกลับมายังไง
สุดท้าย ทั้งคู่เลยกลายเป็นรุ่นพี่จิตอาสาของ Recovery Room ไปโดยปริยาย
✦ ✦ ✦
มุมหนึ่งของ Recovery Room มีตู้ปลาขนาดเล็กตั้งอยู่ใต้ชั้นหนังสือ
มันไม่ได้สะดุดตาเท่าโซฟาผ้าเก่าหรือโคมไฟสีส้มมุมห้อง แต่เสียงเครื่องกรองน้ำ กลับทำให้ห้องนี้ดูนิ่งลง
ไซลาสเป็นคนดูแลมันเอง
เขาเปลี่ยนน้ำ
วัดอุณหภูมิ
เช็ดกระจก
และจัดทุกอย่างให้เข้าที่อย่างพิถีพิถันเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งควรจริงจังกับตู้ปลาของชมรม
“มึงจริงจังกับตู้ปลาชิบหาย”
คืนหนึ่ง แอชตันพูดพลางทิ้งตัวลงบนโซฟา
ไซลาสกำลังง่วนกับการปรับอุณหภูมิน้ำในตู้
“ก็ถ้าดูแลผิดนิดเดียว มันก็ตายได้”
“มึงแม่งคิดมากกับทุกอย่าง”
ไซลาสยิ้มยกมุมปากนิดเดียว
“เพราะสิ่งมีชีวิตบางอย่าง… ถ้าปล่อยไว้ลำพัง มันอาจอยู่ไม่รอด”
แอชตันแค่นหัวเราะ
“โลกมันไม่ได้มีคนคอยเฝ้าตลอดเวลาปะวะ”
ไซลาสเงียบไปพักหนึ่ง
สายตามองปลาสีเงินตัวเล็กที่ว่ายวนอยู่หลังแผ่นกระจกใส
แสงจากตู้สะท้อนอยู่ในดวงตาเขานิ่งๆ
“แต่ถ้ารู้ว่าข้างนอกอันตรายเต็มไปหมด”
น้ำเสียงเขายังเรียบ สุภาพ เหมือนพูดเรื่องธรรมดา
“จะปล่อยให้มันกลับออกไปทำไมล่ะ”
✦ ✦ ✦
ฝนถล่มลงมาเหมือนโลกจะแตก
แอชตันเป็นคนแรกที่ได้ยินเสียงเอะอะจากทางเชื่อมอาคาร เขารีบวางแก้วน้ำแล้ววิ่งออกไปทันที
ใต้ทางเชื่อม เด็กปีหนึ่งคนหนึ่งทรุดอยู่กับพื้น ตัวสั่นจนหายใจแทบไม่ออก มือจิกสายกระเป๋าแน่น
“เฮ้ย ถอยก่อนดิ!”
เสียงแอชตันดังลั่น ก่อนจะรีบกดโทนลง
“...ขอทางหน่อย ให้อากาศมันหน่อย” เขาคุกเข่าลงตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างระวัง
“ได้ยินกูไหม” เด็กคนนั้นพยายามพยักหน้า แต่ลมหายใจยังขาดห้วง
เขากำลังจะพูดต่อ
แต่เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อน
“แอชตัน”
ไซลาสเดินเข้ามาหยุดข้างๆ พร้อมแฟ้มในมือ
แล้วเขาก็ชะงัก เพียงเสี้ยววินาทีเดียว
“ริเวอร์ใช่ไหมครับ”
เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองตอบ
ไซลาสนั่งลงในระดับสายตาเดียวกัน น้ำเสียงนุ่มลง
“ตอนนี้ไม่ต้องพยายามหายใจให้ถูกก็ได้ครับ”
“แค่มองอะไรที่อยู่ตรงนี้ก็พอ”
เขาเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนพูดต่ออย่างแผ่วเบา
“...พี่อยู่ตรงนี้แล้ว”
แอชตันมองหน้าเพื่อนนิ่งๆ
เขาไม่เคยเห็นไซลาสมองใครแบบนี้มาก่อน