ทีมชาติไทยเล่นเกมอุ่นเครื่องอีกนัดกับทาจิกิสถาน 3 นักเตะจากเจ้าพระยา บราโว่ ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงและอยู่ในสนามตลอด 90 นาที แต่พวกเขากลับทำอะไรไม่ได้มากนัก และเกมจบลงที่เสมอกันไป 0-0 เสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำทีมของ ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ จึงเริ่มมากขึ้น
“เป็นยังไงกันบ้างครับฟอร์มทีมชาติไทยของเรา 2 นัดล่าสุด โค้ชสเปนรุ่นใหม่ไฟแรง ถูกใจกับไหมครับคุณผู้ชม ถ้าชอบกด 1 ไม่ ชอบกด 2 นะครับ”
รายการวิเคราะห์ฟุตบอลโดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังกำลังดำเนินอยู่ ผู้ชมสดๆในคลิปนี้ราว 3 หมื่นคน ส่งคอมเมนท์กันอย่างล้นหลาม ความเห็นมีต่างๆนานากันไป เช่น
“ใจเย็นๆ เขาเพิ่งคุม 2 เกมแรกเอง”
“ห่วยครับ เกมรุกไม่มีอะไรเลย เกมรับก็เกือบโดนแล้วถ้าเขาคมๆหน่อย”
“บอลไทยต้องโค้ชไทยถึงจะเวิร์ค”
“ทำไมไม่เอาตฤณของเจ้าพระยามาเล่น” ฯลฯ
ดนัยซึ่งนั่งดูไลฟ์อยู่กับตฤณในห้องทำงานของเขาระหว่างที่พักเที่ยง ก็ดูจะมีเรื่องครุ่นคิดอย่างหนักเช่นกัน
“กรรมของฉันแท้ๆ 3 คนที่ไปทีมชาติไม่ฟิต แถมนายก็ยังจะมาเจ็บตอนซ้อมอีกนะตฤณ”
“ผมขอโทษครับโค้ช แต่หมอนัทบอกว่าคงพักแค่เกมเดียว ”
“แล้วสิ่งที่นายพยายามซ้อมพิเศษเพิ่มเนี่ย มันต้องฝืนขนาดนี้เลยรึ”
“ถ้าตามที่ผมกับด็อกเตอร์ร่วมกันวิเคราะห์มา ก็จำเป็นครับ”
“ฉันล่ะนับถือนายจริงๆ ไม่เคยหยุดอยู่กับที่เลย ทั้งๆที่ในสายตาฉันตอนนี้นายน่ะอยู่ในระดับที่เหนือกว่าทีมชาติไทยเสียอีก”
ดนัยชื่นชมจากใจจริง เขาประทับใจในฝีเท้าและทัศนคติของตฤณตั้งแต่แรกเห็นที่เยอรมัน ยิ่งพอได้ร่วมงานกันและรู้เป้าหมายของเจ้าตัว ดนัยก็อยากมีส่วนในการผลักดันเขาด้วย
“ขอบคุณครับโค้ช จริงๆนอกจากตัวผมเอง ดร.ฮันส์ก็คุยกับผมเหมือนกันว่าหลายๆคนในทีมเราก็ยังพัฒนาได้อีก”
“ฉันก็เห็นด้วย แต่ตอนนี้สำหรับฉันอยากให้ทุกคนพยายามขัดเกลาความสามารถที่มีให้ถึงขีดสุดก่อน”
“ทีมเรานี่ดูไม่เหมือนใครจริงๆนะครับโค้ช”
“ใช่ลูกสาวฉันที่อเมริกาได้ดูทีมเราบ้าง ยังบอกเลยว่า พวกเราเป็นทีมคนธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดา”
เกมไทยลีกนัดต่อมา ดนัยจำเป็นจะต้องใช้นักเตะสำรองกลุ่มเบต้าลงเล่นแทน 4 คนที่ไม่พร้อม พวกเขาต้องไปเยือนทีม ชลบุรี บลูชาร์ก แม้เจ้าพระยา บราโว่จะขาดตัวผู้เล่นหลักไปหลายคน แต่ก็ยังสามารถทำเกมได้ดี
นาทีที่ 30 จองอินบอมได้บอลทางกราบขวา เขาเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ ดิดิเย่ร์ พุ่งเข้าโหม่งทว่าบอลโดนศีรษะถากๆจึงไปชนคานออกไปเท่านั้น
นาทีที่ 40 เจ้าพระยา บราโว่ได้บอลที่กลางสนาม ติอาโก้รับบอลจากเมธัส ผู้เล่นกองกลางของของเจ้าบ้านเข้าประกบทันที แม้ติอาโก้จะไม่ถูกแย่งบอล แต่เขาก็ทำเกมขึ้นหน้าไปไม่ได้จำเป็นจะต้องส่งบอลไปด้านข้างให้ริวซึเกะทำเกมต่อ
“ถ้าติอาโก้สามารถหมุนกลับตัวได้เร็วและแรงขึ้น เขาจะพลิกบอลหนีตัวประกบได้ไม่ยาก”
ตฤณยังคงวิเคราะห์การเล่นของรุ่นน้องคนสนิท กระทั่งตัวสำรองกลุ่มเบต้าเขาก็ยังจดสิ่งที่เพิ่มเติมได้ทุกคน จบการแข่งขันครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0
เริ่มเกมครึ่งหลังมาราว 15 นาที เจ้าพระยา บราโว่ ได้ทุ่มข้างสนาม 4 ครั้ง แต่การทุ่มบอลทุกครั้งมักจะจะเป็นการคืนหลังเป็นส่วนใหญ่ สิ่งนี้ไม่พ้นสายตาของตฤณเช่นกัน
“ทีมเราอ่อนเรื่องลูกทุ่มจริงๆ เราก็เพิ่งมาสังเกตจริงจังก็วันนี้เอง”
การขาดผู้เล่นกองหลังคนสำคัญไปถึง 3 คนในเกมเดียวส่งผลอย่างมากกับเกมรับของทีม นาทีที่ 72 กลับเป็นทีมชลบุรี บลูชาร์ก ที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะลูกเตะมุม ชัยสิทธิ์ ผู้เล่นแบ็คขวาตัวเก่งของทีม โยนบอลเข้ามา นำโชค ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะกลุ่มเบต้า เสียสมาธิในจังหวะประกบ ไมเคิล กิลมอร์ นักเตะชาวออสเตรเลียของเจ้าถิ่น จึงถูกฉีกตัวแปบอลจังหวะเดียว โดยที่ไนเจล เหลียงพุ่งปัดสุดตัวแล้ว แต่บอลโดนปลายมือเขาแฉลบไปโดนทัชชัยเข้าประตูตัวเองอย่างโชคร้าย
เสียงเชียร์ของเจ้าถิ่นจากที่เงียบมานานก็ดังขึ้นลั่นสนามบรรยากาศของ เจ้าพระยา บราโว่ ตึงเครียดขึ้นทันที
“อเล็กซ์! นูโน่! เตรียมพร้อมนะ อีก 3 นาทีลงสนาม ”
ดนัยสั่งการให้ 2 นักเตะใหม่เตรียมวอร์มร่างกาย พร้อมส่งสัญญาณให้ผู้เล่นปรับแผน
“3-1-5-1 ทำอย่างที่ซ้อมไว้ไม่ต้องกลัว”
ทั้ง อเลสซานโดร ทรัปโปลี่ กับ นูโน่ ทาเลนโต้ สีหน้าดูมุ่งมั่นอย่างมากเพื่อจะไปกู้วิกฤติ เวลาแม้เหลือไม่มากแต่ก็ยังเพียงพอที่จะทวงประตูคืน
เริ่มคิกออฟใหม่อีกครั้ง นูโน่ที่เป็นคนเขี่ยบอลเตะลูกออกข้างสนามบริเวณใกล้มุมธงด้านซ้ายทันที
ฤทธิชัยนักเตะของชลบุรี บลูชาร์กซึ่งทำหน้าที่ไปทุ่มลูกบอลจังหวะนี้เริ่มเห็นสัญญาณอันตรายแล้ว
“แย่แล้วทุ่มไปไหนไม่ได้เลย ถูกประกบ man to man ทุกคน”
จากการที่เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงพยายามทุ่มขึ้นหน้าให้ ฟาร์เนนเบิร์ก ที่ดูจะว่างอยู่คนเดียว แต่บอลที่ทุ่มออกไปกลับถูก ทรัปโปลี่ ที่แอบซ่อนอยู่ฉกไปต่อหน้าต่อตา
“พวกนั้นไม่รู้ตัว ว่าอเล็กซ์วางกับดักเอาไว้ บอลเป็นของฝั่งเราแล้ว”
ตฤณชื่นชมความสามารถของ ทรัปโปลี่ ตอนนี้เจ้าพระยา บราโว่ กลายเป็นได้บอลบุก กองหลังอิตาเลี่ยนไม่เสียเวลาครองบอลนานนัก เขาส่งบอลให้นูโน่อย่างรวดเร็ว
มีกิลมอร์วิ่งเข้ามาจากทางด้านหลังเพื่อแย่งบอล แต่นักเตะโปรตุเกสจับบอลด้วยฝ่าเท้าก่อนจะคลึงบอลพร้อมพลิกตัวในทันที
“จังหวะนี้ของนูโน่ยอดเยี่ยมจริง สลัดการประกบของฝั่งตรงข้ามไม่พอยังพลิกบอลขึ้นหน้าเล่นเกมรุกได้อีก”
ตฤณถึงกับตะลึงในจังหวะการเล่นนี้ของเพื่อนร่วมทีม นูโน่เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษอย่างรวดเร็ว คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของเจ้าบ้านที่ถ่างออกต้องรีบหุบเข้ามาป้องกันเขาเอาไว้จ้าละหวั่น
“ฉันไม่ได้จะเลี้ยงขึ้นไปเพื่อยิงเองแต่แรกหรอกนะ ”
การเข้ามาประกบเขาถึง 2 คนเปิดช่องให้ผู้เล่นอันตรายอีกคนว่างอยู่ทันที นูโน่สะกิดบอลสั้นๆให้ติอาโก้ ชมิดท์ ที่เติมขึ้นมาทางขวาของเขา ตะบันยิงเต็มแรงบอลเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างรุนแรงให้ทีมเยือนตีเสมออย่างรวดเร็ว 1-1
“ในทีมเรามีคนอย่างติอาโก้ ที่พร้อมจะอยู่ทุกที่ๆมีบอล แต่ถ้ามีอีกซักคนก็คงจะดี”
ตฤณยังคงวิเคราะห์การเล่นของเพื่อนๆต่อไป เกมการเล่นดำเนินต่อจนจบเกม ทั้ง 2 ทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้จึงเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปคนละแต้ม
การซ้อมหลังจากนั้นวันนั้น เป็นการซ้อมช่วงเช้า ดร.ฮันส์ ลงมาคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง อุปกรณ์จำนวนมากถูกนำมากองไว้ที่ข้างสนามซ้อม ทุกคนถูกแยกการฝึกเป็นรายบุคคลไม่มีใครเลยที่การซ้อมจะเหมือนกัน
“นี่ผมต้องถือบอลหนัก 5 กิโลแล้วหมุนตัวขว้างมันออกไปแบบนี้อย่างเดียวเลยเหรอครับด็อกเตอร์?”
ติอาโก้ถาม ดร.ฮันส์ขณะทำการฝึกที่ถอดแบบมาจากท่าทุ่มน้ำหนักหรือขว้างจักร
“พูดมากน่ะ! ทำต่อไปเถอะ เมื่อกี้ท่าทางยังไม่ถูกต้อง ตั้งใจดีๆเอาใหม่”
ในอีกมุมสนาม ดิดิเย่ร์ กำลังถูกเทรนเนอร์ติวเข้มเรื่องการกระโดดให้ท่าทางและโฟกัสถูกต้อง การฝึกเป็นไปด้วยความเข้มข้นราว 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น
“ทำไมเหนื่อยขนาดนี้วะเนี่ย มันแค่ชั่วโมงเดียวเองนะ”
ณวริศบ่นขณะที่นั่งลงดื่มน้ำจนหมดขวดอย่างรวดเร็ว
“มันไม่ใช่การฝึกที่หนักอะไร แต่การฝึกอย่างเดียวซ้ำๆ 1 ชั่วโมงความน่าเบื่อมันเลยดูเหมือนนานน่ะ”
ริวซึเกะที่นั่งอยู่ใกล้ๆตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ริวคุงโดนให้ทุ่มลูกบอลหนัก 5 กิโลแบบนี้คงเหนื่อยแย่สินะ”
“ก็แค่ไม่ชินมากกว่าน่ะ เดี๋ยวคงปรับตัวได้ ที่แน่ๆฉันรู้ว่าโค้ชต้องการอะไร เกมหน้าฉันจะสนองให้ถึงใจเลย”
“พี่ตฤณล่ะครับ เป็นไงบ้าง? เห็นต้องวิ่งขึ้นลงไปซ้ายทีขวาทีแทบไม่หยุดเลย”
ณวริศหันมาถามตฤณซึ่งกำลังเช็ดเหงื่อที่ไหลราวกับเอาน้ำราดที่ใบหน้า แม้เขาจะเหนื่อยกว่าใครแต่ว่าตฤณกลับยังยิ้มได้อย่างมีความสุข
“อย่าห่วงฉันเลย ที่เหนื่อยกันวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะความคิดบ้าๆของฉันเหมือนกัน”
“หา...จริงสิครับพี่!”
ณวริศทำหน้าตาส่งสัญญาณว่ารู้สึกตัดพ้อที่ต้องมาซ้อมอะไรแบบนี้เพราะตฤณ
“ใช่ แต่เชื่อฉันเถอะมันจะค่อยๆส่งผลกับพวกเราทุกคนให้เห็นเอง”
เกมลีกสุดสัปดาห์มาถึง เจ้าพระยา บราโว่ เล่นในถิ่นตัวเองพบกับลำพูน คาวาเลียร์ วันนี้ 11 ตัวจริงของทีมกลับมาครบครัน ตฤณได้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟในระบบ 3-4-3 เกมการเล่นเป็นไปอย่างสูสี ทีมเยือนอย่างลำพูน คาวาเลียร์ กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นอยู่ ทำให้ต้องการ 3 แต้มเช่นกัน นาทีที่ 15 ตฤณตัดบอลได้ที่กรอบเขตโทษ เขาส่งบอลให้ติอาโก้ที่อยู่กลางสนาม ผู้เล่นของทีมเยือนจี้ติดเตรียมแย่งบอลจากเขาทันที
“ติอาโก้พลิกตัวเลย!”
ตฤณตะโกนบอกกองกลางชาวบราซิลซึ่งเขาก็ตอบสนองได้อย่างน่าทึ่ง ติอาโก้ยื่นเท้าขวาไปรับบอลพร้อมหมุนตัวคล้องบอลไปทางซ้ายของตัวเอง กองกลางของทีมเยือนที่เข้ามาแย่งบอลสกัดวืดไปในจังหวะนี้
“เฮ้ย! เราพลิกบอลขึ้นหน้าได้คล่องขึ้นมากเลย นี่คือผลของการฝึกสินะ”
ตฤณมองติอาโก้ในจังหวะนี้ด้วยความทึ่งในศักยภาพของเขา
“แค่ไม่กี่วัน พอเขาโฟกัสจังหวะพลิกตัวได้ถูกก็ทำให้จังหวะการเล่นเปลี่ยนไป แล้วถ้าคนอื่นล่ะจะแสดงผลการฝึกนี้ออกมาได้ขนาดไหนนะ”
ตฤณยังมองตามหลังเพื่อนร่วมทีมในจังหวะนี้ต่อไป ติอาโก้ที่พลิกบอลได้และเลี้ยงจี้ไปถึงระยะ 25 หลา โดยไม่มีใครตามเขาทัน กองกลางชาวบราซิเลี่ยนสับไกยิงบอลเรียดลูกพุ่งเสียบตาข่ายให้เจ้าพระยา บราโว่ ออกนำ 1-0
“นี่สินะผลของการฝึกพิเศษ แล้วคนอื่นล่ะจะแสดงอะไรออกมากันนะ”
อีกเพียง 10 นาทีต่อมา เจ้าพระยา บราโว่ ได้ลูกทุ่มบริเวณกลางสนาม ริวซึเกะหยิบบอลขึ้นมาเตรียมทุ่ม เขามองไปในแต่ละจุดที่พอจะทุ่มได้แต่ว่าผู้เล่นของ ลำพูน คาวาเลียร์ เข้ามาประกบตัวนักเตะของเจ้าถิ่นจนกระดิกไม่ออก
“ถ้านายเป็น King of blind side running จริงๆนายต้องรู้นะว่าฉันจะทำอะไร”
ริวซึเกะมองไปที่ณวริศชั่ววินาทีหนี่ง ราวกับว่าเขาจะจับสัญญาณบางอย่างได้
“ถ้านายจะเล่นแบบนั้นนะริวคุง จุดที่ฉันจะไปโพรงกระต่ายของฉันก็มากเกินจินตนาการเลย”
ณวริศวิ่งขึ้นไปข้างหน้าโดยไม่มองอะไรอีก พร้อมกันกับที่ริวซึเกะที่ถอยหลังไป 3 ก้าว เขาถือบอลพร้อมตีลังกาแล้วทุ่มออกไปอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด แม้กระทั่งผู้บรรยายเกมทางทีวี
“โอโห้ ริวซึเกะ ยามาโอกะ ทำอะไรครับเนี่ย บอลทุ่มของเขาออกไปแรงและไกลมาก 30 หลาได้เลยครับ ณวิรศหลุดแผงหลังของลำพูน คาวาเลียร์ทั้งแผงไปเลยแล้ว ลูกทุ่มไม่มีล้ำหน้าด้วยครับคุณผู้ชม”
ณวริศจับบอลจากลูกทุ่มนี้และเลี้ยงจี้เข้าหาประตูก่อนที่จะแปบอลสวนตัวผู้รักษาประตูของ ลำพูน คาวาเลียร์ เข้าไปเสียบตาข่าย ทำให้เจ้าพระยา บราโว่ นำห่างเป็น 2-0
“นายเองก็ได้รับผลจากการฝึกพิเศษสินะริวคุง”
ตฤณเดินไปกอดคอกับริวซึเกะและชื่นชมที่เขาใช้การตีลังกาทุ่มไกลทำแอสซิสต์ได้สำเร็จ
“ขอบคุณครับตฤณเซ็นไป ผมนึกถึงวันก่อนที่ดูสารคดีการรบสมัยก่อนมันมีเครื่องยิงหินโบราณ เลยเอามาปรับใช้ดูเพราะหลักการมันคล้ายกัน”
“นายหมายถึง เทรบูเช่ต์ (Trebuchet)สินะริวคุง”
“ใช่ครับตฤณเซ็นไป ต่อไปนี้มันจะเป็นอาวุธใหม่ของผม”
ริวซึเกะพูดจบก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนวิ่งไปประจำตำแหน่งของตัวเองอีกครั้ง จบครึ่งแรกเจ้าพระยา บราโว่นำอยู่ 2 ประตูต่อ 0
ครึ่งหลังดนัยเปลี่ยน ปัฐวีร์ กับ เมธัส ออกไปพัก แล้วส่ง นูโน่ กับ ทรัปโปลี่ ลงมาแทน แผนการเล่นมีการปรับเล็กน้อยเป็น 3-4-3 ตฤณโยกไปยืนเป็นวิงแบ็คซ้าย
ทีมเยือน ลำพูน คาวาเลียร์ ดันเกมรุกมากขึ้นแบบยอมแลก แต่เจ้าพระยา บราโว่กลับสามารถต้านทานไว้ได้ทั้งหมด นาทีที่ 70 เจ้าบ้านได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ตฤณเรียกดิดิเย่ร์มาคุยก่อนจะเล่นลูกนี้
“ดีดี้ฟังฉันนะ นายไปยืนตรงกรอบ 6 หลา แต่พอฉันยกมือให้สัญญาณเมื่อไหร่ นายถอยออกมานอกเขตโทษ แล้วค่อยวิ่งเข้ามาพร้อมกระโดดสุดแรงอย่างตอนที่ฝึกพิเศษล่ะ”
“ครับกัปตัน!”
ดิดิเย่ร์แม้ไม่รู้ว่าตฤณคิดจะทำอะไร แต่เขาเชื่อใจกัปตันทีมคนนี้อย่างมาก ตฤณเอาบอลไปตั้งเตะและเขายกมือให้สัญญาณตามที่นัดหมาย กองหน้าผิวสีวิ่งออกไปนอกกรอบเขตโทษ ซึ่งกองหลังของทีมเยือนต่างเดาไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เลือกที่จะไม่ตามออกไป เพราะกังวลกับผู้เล่นคนอื่นเช่นกัน
“ประตูนี้เป็นของนายนะดีดี้!”
ตฤณเตะบอลพุ่งโค้งเข้าไปบริเวณจุดโทษ ดิดิเย่ร์ คัวซี่ วิ่งทะยานจากนอกกรอบเขตโทษทำให้มีแรงส่งมหาศาล เขากระโดดออกไปได้สูงและไกลราวกับการกระโดดของตำนานบาสเก็ตบอลของสหรัฐอเมริกายุค 90
“เต็มหัวโว้ย!”
ดิดิเย่ร์ คัวซี่ลอยตัวได้สูงกว่าทุกคนในกรอบเขตโทษ บอลเข้าหน้าผากของเขาอย่างจังแล้วพุ่งเสียบคานอย่างงดงาม ทำให้เจ้าถิ่นขึ้นนำห่างไป 3-0
ศูนย์หน้าไอวอร์รี่โคสต์ วิ่งมากอดขอบคุณตฤณที่งลูกนี้ให้เขาพร้อมกับพูดว่า
“ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมสามารถกระโดดได้สูงและไกลขนาดนี้”
“นายมีศักยภาพอยู่แล้ว แค่โฟกัสยังไม่ถูกจุด การฝึกพิเศษเฉพาะทางวันก่อนเริ่มเห็นผลแล้วล่ะดีดี้”
“แบบนี้ให้ผมฝึกทุกวันก็ยังได้เลยครับกัปตัน”
แฟนบอลต่างปรบมือให้เขาลั่นสนาม คอมเมนท์ของแฟนบอลหลายๆคนในสตรีมมิ่งก็ชื่นชมกองหน้าคนนี้อย่างมาก
“โห เมื่อก่อนสากกะเบือ เดี๋ยวนี้ยิงบ่อยเลย”
“จากกองหน้าตัวรับ ตอนนี้ประมาทไม่ได้แล้วล่ะเจ้าดีดี้”
เกมกลับมาเริ่มกันใหม่แต่ดูเหมือนว่าทีมเยือนดูจะถอดใจไปเสียแล้ว ขณะที่เจ้าพระยา บราโว่เองก็ถอดตัวหลักออกอีก 3 คนในนาทีที่ 80 ตฤณ, ติอาโก้ และ จองอินบอม ถูกเปลี่ยนออกไปพัก ให้นักเตะกลุ่มเบต้าลงมาแทน หลังจากนั้นจึงไม่มีการยิงประตูเพิ่มอีก จบ 90 นาที เจ้าพระยา บราโว่ ชนะ ลำพูน คาวาเลียร์ไป 3-0 อันดับในตารางพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับที่ 7 แล้ว
ตฤณมองภาพผู้ชมปรบมือยินดีกับชัยชนะอย่างภูมิใจ แต่ที่เขาดีใจยิ่งกว่าคือผลจากความคิดของเขาในการช่วยออกแบบการฝึกพิเศษเฉพาะตัวขึ้นมา ทำให้นักเตะบางคนในทีมเริ่มฉายแววแห่งความเก่งออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้น
“นี่ขนาดมีแค่ 3 คนที่แสดงผลของการฝึกออกมาได้ ทีมเรายังดูยกระดับขึ้นขนาดนี้ ถ้าทุกคนทำได้แบบนั้นล่ะ?”
ตฤณเริ่มจินตนาการถึงความสำเร็จที่ดนัยตั้งเป้าหมายเอาไว้ คือการเป็นแชมป์ฟุตบอลเอฟเอคัพเพื่อจะไปเล่นในถ้วยเอเซียฤดูกาลหน้า
“แค่คิดก็สนุกแล้วนะ ทีมของเราในถ้วยวันพุธนี้ก็รอบ 16 ทีมเอฟเอคัพแล้วสินะ เราต้องชนะให้ได้”