“บุรีรัมย์ ธันเดอร์ได้บอลบุกมาทางด้านซ้ายครับ วิชญ์พล เปิดบอลเข้ามาลูกนี้ให้ณัฐนนท์ โอ้ว! เขาข้ามหลอกครับ บอลไปถึงอันแดร์ซอนแล้ว ยิงลูกนี้ เข้าไปแล้วครับ! โอ้โหประตูชัยท้ายเกมจริงๆ บุรีรัมย์ ธันเดอร์ พลิกกลับมานำ แบงคอก แองเจิ้ล 2-1 แล้วครับ”
“และก็หมดเวลาแล้วครับคุณผู้ชม แชมป์ไทยลีกฤดูกาลปัจจุบันผ่านเข้าชิงเอฟเอคัพได้สำเร็จ มาติดตามกันสัปดาห์หน้าครับ เขาจะกวาดทุกถ้วยในประเทศเลยรึเปล่า”
รอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพอีกคู่ที่แข่งในวันถัดมา บุรีรัมย์ ธันเดอร์สามารถผ่านเข้าชิงกับเจ้าพระยา บราโว่ได้สำเร็จ
ในการแถลงข่าวหลังจบเกม โค้ชมาร์โก้ กับ วิชญ์พลกัปตันทีมเป็นตัวแทนมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน
“วันอาทิตย์ที่แล้วพวกคุณเพิ่งได้แชมป์ลีกคัพมา ก่อนนั้นก็เป็นแชมป์ไทยลีกแบบสบายๆ เหลือเอฟเอคัพกับสโมสรอาเซียน แถม ACL Elite ก็เข้ารอบ 8 ทีมอีกด้วยตั้งใจจะเหมาหมดเลยรึเปล่าครับ”
มาร์โก้ยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วตอบคำถามอย่างมั่นใจ
“จริงๆเป้าหมายของพวกเราคือเป็นแชมป์ทุกถ้วยที่ลงแข่งนะ ถ้าตอบอย่างตรงไปตรงมาเราหวัง 4 แชมป์ ส่วน ACL Elite พวกเราจะไปให้ลึกที่สุด”
“แล้วคู่แข่งอย่างเจ้าพระยา บราโว่ ล่ะครับ?”
“พวกเขาเป็นทีมที่ดีนะ ขึ้นมาไทยลีกปีแรกก็จบที่อันดับ 5 ถึงเกมล่าสุดเจอกัน เราจะเสมอกับเขามา 3-3 แต่นัดชิงพวกเขาจะได้ย้อนประสบการณ์ในเกมแรกที่เปิดสนามไทยลีกอีกครั้ง”
“นัดที่ธันเดอร์สอนบอลไป 6-1 น่ะเหรอครับ?”
“เราคงไม่คาดหวังว่าจะชนะมากขนาดนั้นหรอก แต่ทีมเรามี DNA ของผู้ชนะในทีม เราคือราชันของฟุตบอลไทย เพราะฉะนั้นคู่แข่งในประเทศเราไม่เคยกลัวแม้แต่ทีมเดียว”
คำตอบเรียกเสียงฮือฮาผู้คนในห้องแถลงข่าวอย่างมาก นักข่าวจึงเปลี่ยนไปถามวิชญ์พลบ้าง
“วันนี้พอใจฟอร์มตัวเองมากแค่ไหนครับ?”
“วันนี้ก็ถือว่าผมช่วยทีมได้อย่างน่าพอใจครับ แต่ผมโฟกัสที่ชัยชนะของทีมมากกว่า”
“แล้วนัดชิงล่ะครับ มองนักเตะคนไหนของเจ้าพระยา บราโว่ ที่ต้องระวังที่สุดครับ”
วิชญ์พลนิ่งไปราว 2-3 วินาที ก่อนจะตอบนักข่าวไปอย่างชัดเจนว่า
“กัปตันทีมของพวกเขาครับ ตฤณ วายุโชติ”
หลังจากจบการแข่งขันรอบรองชนะเลิศพวกเขาเลือกที่จะปักหลักซ้อมต่อในกรุงเทพต่อเนื่องโดยไม่กลับบุรีรัมย์เนื่องจากรอบชิงจะจัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ การซ้อมเป็นไปอย่างเข้มข้นและมีความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด
“วิช นายแน่ใจนะว่าจะเล่นเกมรับเต็มตัวคอยจัดการกับตฤณ”
อันแดร์ซอนคุยกับวิชญ์พลระหว่างวิ่งรอบสนามเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการซ้อมอันหนักหน่วง
“ฉันแน่ใจเพื่อน โค้ชมาร์โก้เองก็เห็นด้วย กัปตันทีมของฝั่งนั้นไม่ได้มีดีแค่ลูกฟรีคิก”
“ฉันก็ดูอยู่เหมือนกันนะ หมอนั่นอยู่แทบจะทุกที่ในสนาม ไม่รู้มันเอาแรงมาจากไหน”
“ไม่ใช่แค่ความฟิตดีนะ แต่การเคลื่อนที่ของเขามันช่วยทีมได้เหมือนมีผู้เล่น 12 คนเลย”
“แล้วนายจะทำยังไงล่ะวิช?”
“ไม่ต้องห่วงอันแดร์ซอนประสบการณ์ 3 ปีในเจลีกของฉันจะรับมือเขาได้แน่นอน”
วิชญ์พลหวนนึกถึงอดีตเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่เขาอยู่กับ โยโกฮาม่า มาริเนอร์ แรกเริ่มเขาเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย แต่การที่เขาถนัดทั้ง 2 เท้าและมีวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมทำให้โค้ชขยับเปลี่ยนให้เขามาเล่นเป็นกองกลาง ซึ่งก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น พาทีมเป็นแชมป์เจลีก 1 ครั้งและเอ็มเพอร์เรอร์คัพได้ถึง 2 สมัย
กลุ่มกองหน้าของทีมซึ่งนำโดยอันแดร์ซอน, ลาสซารี่, ศุภวัฒน์ และณัฐนนท์ กำลังมาซ้อมยิงประตู โดยมีมาร์ติน อีริคเซ่น กับ คริสเตียน เบลค ที่เล่นตำแหน่งวิงแบ็คมาร่วมวงด้วย
“เอาล่ะ เบลคนายไปยืนทางซ้ายนะ ส่วนมาร์ตินไปอยู่ทางขวา เราจะซ้อมการเปิดบอลจากด้านข้างทุกรูปแบบ”
วลาดิเมียร์โค้ชเกมรุกของทีมอดีตทีมชาติเซอร์เบียมาช่วยฝึกให้ โค้ชคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดอย่างมาก หากในสนามซ้อมทำไม่ได้ตามที่ตั้งมาตรฐาน นักเตะกองหน้าคนนั้นจะแทบหมดโอกาสในการลงสนามในสัปดาห์นั้นๆเลยทีเดียว
“โยนมาเลยมาร์ติน!”
มาร์ติน อีริคเซ่น เปิดบอลโค้งจากด้านขวาอย่างแม่นยำ นักเตะกองหลังตัวสำรองยังไม่ทันได้ขยับป้องกัน ก็ถูกณัฐนนท์โฉบโหม่งที่เสาแรกอย่างง่ายดาย
“สมแล้วที่เคยเล่นในเดนมาร์กมานะ ทำได้ดีมากนนท์”
วลาดิเมียร์ชื่นชมกองหน้าวัย 23 ปี นักเตะคนนี้นอกจากจะเป็นตัวหลักของสโมสร ในทีมชาติไทยเขาก็เล่นได้อย่างโดดเด่น ถือเป็นความหวังในแนวรุกที่จะไปเล่นเอเชี่ยนคัพที่จะถึงนี้ด้วย
“ต้องให้เครดิตมาร์ตินด้วยครับโค้ช เท้าชั่งทองจริงๆ”
ศูนย์หน้าดาวรุ่งผายมือไปที่แบ็คขวาลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก ฤดูกาลนี้เขาทำไปถึง 10 แอสซิสต์แล้ว
“ตานายแล้วเอ็ม”
มาร์ตินชี้ไปที่ศุภวัฒน์กองหน้าวัย 25 ปีดีกรีทีมชาติอีกคนซึ่งเพิ่งย้ายทีมมาจากการไปค้าแข้งในลีกเกาหลีใต้ในตลาดนักเตะเลกที่ 2 แม้จะมาเล่นกับทีมได้ไม่กี่เดือน เขากลับยิงประตูได้ถึง 10 ประตูแล้ว
บอลเปิดโค้งเข้ามาของมาร์ตินครั้งนี้ถูกกองหลังทีมสำรองโหม่งสกัดไว้ได้ แต่ศุภวัฒน์วิ่งย้อนมานอกกรอบเขตโทษแล้วเอี้ยวตัววอลเล่ย์ด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าประตูอย่างเฉียบคม
“สุดยอดเลยพี่เอ็ม นัดชิงยิงแบบนี้เลยนะ”
ณัฐนนท์วิ่งมาขี่หลังหยอกเล่นกับเขาด้วยความสนิทสนม
“มาตรฐานของ 2 คนนี้แทบจะไม่ใช่ตัวไทยแล้วล่ะ ฝีเท้ามันคือนักเตะต่างชาติเกรด A เลย”
วิชญ์พลที่มองอยู่อีกด้านของสนามอดที่จะยอมรับในความสามารถของนักเตะรุ่นน้องทั้ง 2 คนนี้ไม่ได้
“มี 2 คนนี้เกมรุกเราน่าจะจัดการเจ้าพระยา บราโว่ ได้อยู่นะวิช”
ราตินโญ่กล่าวเสริม
“ประมาทไม่ได้หรอกทีมนั้นมันลวดลายเยอะ เจ้าแผนการสุดๆเล่นด้วยยาก”
“ใช่ แต่โค้ชเราก็เตรียมแผนไว้จัดการอยู่แล้ว เราก็แค่เล่นตามแผนให้ได้ก็พอนะวิช”
วิชญ์พลพยักหน้ารับแต่ในใจกลับไม่คิดเช่นนั้นอย่างเต็มร้อยนัก
หลังการซ้อมมีการประชุมทีมซึ่งนอกจากโค้ชมาร์โก้จะเป็นผู้นำการประชุมแล้ว ประธานสโมสรอย่างชัยศักดิ์ก็เข้ามาร่วมด้วย
“นัดชิงเอฟเอคัพทุกคนจะพลาดไม่ได้นะ เราคือบุรีรัมย์ ธันเดอร์ เราคือมหาอำนาจตัวจริงของฟุตบอลไทย เพราะงั้นทุกแชมป์ในประเทศต้องเป็นของเรา”
ชัยศักดิ์ประกาศเป้าหมายอย่างมั่นใจ นักเตะในทีมทุกคนมีอารมณ์ 2 อย่างคละกันไป
“Oh my god, that’s so pressure. (ให้ตายเถอะกดดันชะมัด)”
คริสเตียน เบลค แอบพูดเบาๆแต่มาร์ตินที่นั่งข้างกันนั้นได้ยินชัดเจน
“ใช่เพื่อน แต่ทีมเราก็ขับเคลื่อนด้วยความกดดันมาตลอดนี่นะ”
“ก็จริงนะมาร์ติน แต่ท่านประธานเป็นคนเด็ดขาด ยิ่งนักเตะต่างชาติถ้าเล่นไม่ได้ดั่งใจ แกโละออกสถานเดียวเลย”
“เอาเถอะเบลคเราเองก็รู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่เซ็นสัญญาแล้วล่ะ”
“แต่ฉันเองก็ยอมรับนะว่าความกดดันนี้มันก็ช่วยให้เราวิ่งลืมตายทุกเกม”
“ใช่แล้วมาร์ติน ยิ่งเรา 2 คนเล่นตำแหน่งวิงแบ็คด้วย ต้องฟิตกว่าคนอื่น 10 เท่าเลย ฮ่าๆๆๆ”
“นาย 2 คนยังดีนะ แต่พวกฉันที่เป็นกองหน้า ถ้าไม่ยิงให้เยอะรับรองว่าอยู่ที่นี่ไม่ได้นานแน่ๆ”
ลาสซารี่กองหน้าชาวอาร์เจนติน่าที่นั่งอยู่ถัดไปพูดพลางถอนหายใจอย่างกังวล
“เอาน่าเพื่อน รวมทุกถ้วยนายก็ยิงไปตั้ง 15 ประตูนะ”
คริสเตียน เบลค ให้กำลังใจเพื่อนแม้ในใจของเขาก็รู้ดีว่าบางทีมันอาจจะดีไม่พอ
“ฉันได้ยินมาว่าท่านประธานเตรียมแผนเสริมกองหน้ามาใหม่ฤดูกาลหน้าด้วย ตำแหน่งการเล่นเหมือนฉันแต่มีดีกรีเล่นลีกเบลเยี่ยมอีก”
“ไม่ใช่แค่นายหรอกลาสซารี่ ท่านประธานก็เตรียมซื้อตำแหน่งของพวกเราเหมือนกัน วิถีของทีมมันก็เป็นแบบนี้ตลอด แต่เราก็ผ่านมาได้ตั้ง 3 ปีแล้วนี่”
“เอาเถอะเบลค พวกเรามีหน้าที่แค่เล่นให้ดีที่สุด อย่างแย่ถ้าคนใหม่มาได้ดีกว่าจริงฉันก็แค่หลุดไปเล่นถ้วยรองๆ ทีมเรามีโปรแกรมเล่นตั้ง 5 ถ้วย นักเตะชุดหลักมี 30 คนยังแทบจะไม่พอนี่นะ ฮ่าๆๆ”
ลาสซารี่ดูจะคิดได้และมองโลกในแง่ดีมากขึ้น ความกดดันในทุกเรื่องกลับกลายเป็นความมุ่งมั่นที่จะเป็นแชมป์แทน
หนึ่งวันก่อนลงแข่งนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ พวกเขาได้ซ้อมอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 1 ชั่วโมง โค้ชมาร์โก้เลือกที่จะประกาศ 11 ตัวจริงกัน ณ ที่ตรงนั้นโดยไม่ต้องรอประชุมทีมที่โรงแรม ในการซ้อมชัยศักดิ์มายืนดูข้างสนามด้วย
“เอาล่ะ 11 ตัวจริงพรุ่งนี้เปลี่ยนนิดหน่อยนะมินโฮกับราตินโญ่ดูจะไม่ค่อยพร้อม”
คิมมินโฮกับราตินโญ่ถึงกับคอตกเมื่อทราบว่าจะไม่ได้เป็น 11 ตัวจริง สำหรับนักเตะของบุรีรัมย์ ธันเดอร์แล้ว การพลาดลงสนามในเกมสำคัญถือว่าเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งตำแหน่งเดียวกันในทีมได้แสดงฝีเท้า ซึ่งถ้าคู่แข่งทำได้ดีพวกเขาต้องกลับไปรอโอกาสแทน
ทุกคนในทีมได้รู้ 11 ตัวจริงของเกมนัดสำคัญแล้ว หลังจากมาร์โก้พูดจบ ชัยศักดิ์ก็เข้ามาปลุกเร้านักเตะอีกครั้ง
“พรุ่งนี้สำคัญกับเรามากนะ นอกจากเป็นแชมป์แล้ว เราก็ต้องล้างอายจากที่ไปเสมอกับพวกเขามาในลีก พวกเราเป็นทีมมาตรฐานระดับเอเชีย เหนือกว่าทุกทีมในประเทศนี้ ใครทำให้เราพลาดแพ้หรือเสมอ เจอกันอีกครั้งเราจะเล่นแม่งให้ยับ เข้าใจนะทุกคน!”
“ครับ บอส!”
นักเตะแชมป์ไทยลีกตอบรับการปลุกเร้านี้ราวกับทหารหาญที่รับคำสั่งจากแม่ทัพ ทัศนคติของทุกคนคือ ไม่กลัวใครในไทยลีก นั่นทำให้พวกเขามักจะมีพลังแฝงจนคู่แข่งแพ้ใจตนเองอยู่เสมอ ซึ่งใน 10 ปีหลังสุด พวกเขาเป็นแชมป์ไปถึง 9 สมัย และมี 2 ฤดูกาลที่พวกเขาเป็นแชมป์ไร้พ่าย
“ถ้วยเอฟเอคัพจะเป็นถ้วยที่ 3 ในมือเรา และอาเซียนคลับสัปดาห์หน้าเราก็จะได้แชมป์อีก ส่วน ACL Elite เรามาถึงรอบ 8 ทีมแล้ว และเราจะไปให้ไกลที่สุด ทุกคนสู้นะ!”
“ครับบอส!”
บรรยากาศหลังซ้อมฮึกเหิมเป็นอย่างมาก หลายคนรู้สึกว่าอยากลงเล่นนัดชิงเสียตั้งแต่ตอนนี้เพราะคันไม้คันมือเต็มแก่แล้ว
“เอาล่ะครับและแล้วก็มาถึงนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ ถ้วยนี้สำหรับบุรีรัมย์ ธันเดอร์มันคือศักดิ์ศรีของมหาอำนาจฟุตบอลไทย แต่สำหรับเจ้าพระยา บราโว่ มันคือประวัติศาสตร์และโควตา ACL Elite มาดูกันว่าวันนี้ใครจะเป็นผู้สมหวังกลับไปนะครับ”
ผู้ชมในสนามกว่า 3 หมื่นคน แม้ไม่เต็มความจุ 5 หมื่นที่นั่ง แต่ก็นับว่าหนาตาอย่างยิ่ง
“โอ้โห พี่ตฤณผมไม่เคยรู้เลยว่าแฟนบอลทีมเราเยอะขนาดนี้”
ณวริศตื่นเต้นที่เห็นแฟนบอลเจ้าพระยา บราโว่ มาเชียร์กันมากกว่า 1 หมื่นคน
“ก็แน่ล่ะ สนามเราจุได้ 8 พัน แต่พวกเขายังมากันเต็มทุกครั้ง ฉันเชื่อนะต่อให้สนามจุได้ 2 หมื่นพวกเขาก็จะมากันเต็ม”
ตฤณพูดไปพลางยิ้มรับบรรยากาศนี้ แม้จะตื่นเต้นจนก้าวขาลำบาก แต่ด้วยบทบาทกัปตันทีมเขาจำต้องกดข่มความรู้สึกในใจเอาไว้อย่างที่สุด
ขณะที่ผู้เล่นทั้ง 2 ทีมเดินลงสนามจนครบ มีการเดินเรียงแถวจับมือระหว่างคู่แข่งทั้ง 2 เมื่อถึงจังหวะที่กัปตันทีมทั้ง 2 เผชิญหน้ากัน มีการสนทนาสั้นๆระหว่างทั้งคู่
“เต็มที่นะพี่ตฤณ วันนี้พี่จะต้องเจอกับผมทั้งเกม”
วิชญ์พลแม้ใบหน้าและคำพูดเป็นมิตรแต่แฝงด้วยอารมณ์ข่มขวัญคู่แข่งอย่างไม่ยากที่จะสังเกต
“ได้เลยวิช ฉันกับนายจะเป็นไฮไลท์ของวันนี้แน่นอน ”
ตฤณตอบกลับอย่างท้าทายและไม่เกรงกลัวชายผู้กวาดมาแล้วทุกแชมป์ในประเทศ และยังเป็นนักเตะที่ทีมชาติไทยขาดไม่ได้อีกด้วย
“ครับท่านผู้ชมทีมบุรีรัมย์ ธันเดอร์ มาในระบบ 3-4-3 ผู้รักษาประตู เรนัลด์ ไวเดอร์ กองหลัง 3 คน ฮาคิม อิสซา, ดราโกวิช, รอสซินี่ วิงแบ็คซ้ายและขวา คริสเตียน เบลค กับ มาร์ติน อีริคเซ่น กองกลาง 2 คนเป็นวิชญ์พล กับ สเตฟาน เบอร์โก้ กองหน้า 3 คนครับ ณัฐนนท์, ลาสซารี่ และ แอร์เดซอน”
คอมเมนท์ในโลกออนไลน์เข้ามาอย่างถล่มทลาย โดยสรุปคือ
”บุรีรัมย์ ธันเดอร์จะชนะอย่างง่ายดาย!”
“มาที่เจ้าพระยา บราโว่ กันบ้างครับมาในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตูไนเจล เหลียง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ 2 คน ยานนิค โกรส กับ วิฬาร์วิทย์ แบ็คขวาอเลสซานโดร ทรัปโปลี่ แบ็คซ้าย ตฤณ วายุโชติ กองกลาง 3 คนนะครับ ริวซึเกะ ยามาโอกะ, ติอาโก้ ชมิดท์ และ นูโน่ ทาเลนโต้ แนวรุก 3 คนครับ ณวริศ, จองอินบอม และ ดิดิเย่ร์ คัวซี่”
ทั้ง 2 ทีมเตรียมพร้อมสำหรับเริ่มเกม โดยที่ธันเดอร์ซิตี้จะเป็นฝ่ายเขี่ยบอลเล่นก่อน ตฤณมองไปที่กลางสนามก่อนที่จะเงยหน้าไปมองถ้วยแชมป์ที่วางเด่นอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งประธานอย่างมุ่งมั่น
“คอยดูเถอะ เกมนี้พวกเราเจ้าพระยา บราโว่ จะสร้างประวัติศาสตร์ให้ดูเอง”
แนะนำตัวละคร

วิชญ์พล ปราชญ์วิทย์ (วิช)
กัปตันทีมบุรีรัมย์ ธันเดอร์
อายุ 29 ปี
สูง 176 ซ.ม. น้ำหนัก 70 ก.ก.
ตำแหน่ง: กองกลาง