“เหนื่อยชะมัดเลยนะครับพี่ นี่เราย้ายมาเมืองที่ 3 แล้วนะเนี่ย”
ณวริศทำท่ายืดเหยียดร่างกายหลังจากที่เดินทางจากอู่ฮั่นมาถึงชั่งไห่(เซี่ยงไฮ้)เพื่อแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับเจ้าภาพทีมชาติจีนที่ก่อนหน้าโชว์ฟอร์มสุดยอดเอาชนะทีมชาติเลบานอนมาถึง 4-1
“ทำไงได้ล่ะ โปรแกรมมันวางไว้แบบนี้แต่แรก”
ตฤณที่เหนื่อยกับการเดินทางเช่นกัน แต่พยายามที่จะไม่บ่นออกมา
“เจ้าภาพเล่นสนามนี้มาตลอดตั้งแต่รอบแรก แบบนี้ก็ได้เปรียบเราเยอะเลยสิครับ”
“มันก็ธรรมดาของเจ้าภาพล่ะน่า อย่าไปคิดเยอะเลยพวกเราไปพักผ่อนเถอะ ตอนเย็นมีซ้อมด้วย”
ตฤณล้มตัวลงนอนทันทีที่ถึงห้องพัก ก่อนที่จะหลับลงเขารู้สึกเจ็บเล็กน้อยบริเวณข้อเท้าซ้าย แต่ยังไม่เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเวลาวิ่ง
“ยังดีที่ไม่เจ็บมาก แต่คงต้องระวังมากๆตอนแข่ง”
แต่ก่อนที่จะหลับลงไปโทรศัพท์จาก ดร.ฮันส์ ก็ดังขึ้นจนตฤณต้องลุกขึ้นมารับสาย
“นายเจ็บสินะตฤณ ตอบมาตรงๆอย่าโกหกฉัน”
“ครับด็อกเตอร์ อุบัติเหตุนิดหน่อย ฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ”
“แต่สัญญาณจากเครื่องมือที่บันทึกไว้มันก็ขึ้นสีเหลืองอยู่นะ ถ้าได้พักซัก 7 วันคงไม่มีปัญหา แต่นี่แค่ 3 วันเอง ฉันกลัวนายจะเล่นได้ไม่เต็มที่น่ะสิ”
“ครับด็อกเตอร์ผมจะระวังให้มากขึ้น”
“รับปากฉันนะตฤณ ถ้าเจ็บซ้ำขึ้นมาอย่าใช้เท้าซ้ายอีก รีบเปลี่ยนตัวออกเลย”
ตฤณแม้จะอึดอัดใจแต่ก็เข้าใจในความหวังดีของอาจารย์ที่เคารพเป็นอย่างดี
“ครับผมสัญญา”
การซ้อมครั้งแรก ณ เมืองชั่งไห่เป็นเพียงการฟื้นฟูร่างกาย และทบทวนแท็คติกที่จะต้องใช้ในเกมนัดต่อไป
“เวลามีไม่มาก เราคงไม่มีการเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงนะเว้นแต่มีเหตุจำเป็น เพราะงั้นถ้า 11 คนในเกมที่แล้วพร้อมลงเราก็จะยึดตามนั้น”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ กล่าวกับลูกทีมขณะลงสนามซ้อม นักเตะทั้ง 26 คนไม่มีปัญหากับการตัดสินใจของเขาแต่อย่างใด
“นัดนี้เราอาจจะต้องให้นายช่วยเยอะหน่อยนะตฤณ”
อินยากี้เข้ามาพูดคุยเป็นพิเศษกับตฤณเพื่อเตรียมแผน
“ได้ครับคุณอินยากี้”
ผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตามีความเชื่อมั่นในความสามารถของตฤณอย่างสูง
“เกมนี้อาจจะต้องใช้ลูกตั้งเตะของนายเป็นตัวตัดสิน”
ก่อนแข่งขัน 1 วัน ตฤณตื่นตั้งแต่เช้า เขาชอบดูคลิปการวิเคราะห์ของโค้ชทัพไทย ซึ่งคลิปนี้วิเคราะห์การเล่นของทีมชาติจีนเอาไว้อย่างละเอียด
“เจ้าภาพจีนตั้งแต่ที่ผมติดตามมาทุกเกมนะครับ พวกเขาจะเล่น 4-2-3-1 กองหลังมีซูซ่าตัวบราซิลโอนสัญชาติคนนี้เก่งจริงครับ ดูแล้วแนวรุกไทยเจองานหนักแน่ๆ อีกคนก็กองหลังเหมือนกันชื่อดิลราบา คนนี้เชื้อสายอุยกูร์นะครับสูงใหญ่แข็งแรงคล้ายๆพวกอิหร่านหรืออุซเบฯเลย แถมชอบขึ้นมาโหม่งลูกตั้งเตะได้อีก”
ตฤณฟังอย่างตั้งใจการวิเคราะห์ของทัพไทยถือว่าตรงกับที่พวกเขาทำการบ้านเตรียมกันไว้อยู่หลายส่วน
“แนวรุกก็น่าสนใจมากครับ จางเฟยหลง คนนี้เล่นได้ทั้งปีกซ้ายและขวา เล่นกลางรุกก็ได้ความสามารถคือระดับเอเชียของจริง นัดก่อนที่ชนะเลบานอนก็ยิงมา 2 ลูกเลย”
ตฤณจับตาศึกษาข้อมูลของจางเฟยหลงมากเป็นพิเศษ เพราะโค้ชเฟร์เรร์ก็มอบหมายให้เขาคอยระมัดระวังดาวเตะตัวเก่งคนนี้เอาไว้
“กองหน้ามี 2 คนที่ฟอร์มดีมากๆ คนนึงคืออเลเมาเป็นตัวบราซิลโอนสัญชาติเหมือนกัน คนนี้หน้าตาและสไตล์การเล่นออกไปทางยุโรปสูงใหญ่แข็งแกร่ง กองหลังไทยต้องระวังดีๆเลย กองหน้าอีกหนึ่งคนเป็นหวังหยูเฟย คนนี้ตัวไม่ใหญ่มากแต่เลี้ยงบอลพลิ้วสุดๆ เรียกว่าสกิลการเล่นแบบ 1 ต่อ 1 ถือว่าดีในระดับต้นๆของการแข่งขันครั้งนี้เลย”
ตฤณได้มีโอกาสศึกษาจากมุมมองของโค้ชท่านอื่นทำให้เห็นภาพในสิ่งที่พวกเขาอาจจะมองข้ามไป หวังหยูเฟยคนนี้ถึงจะยิงไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว แต่กลับเป็นผู้แอสซิสต์เกือบทุกลูกให้กับทีมชาติจีน
“แต่คนที่ฉันกังวลไม่แพ้กันมันไม่ใช่แค่ 5 คนนี้หรอกนะ”
ตฤณเลื่อนโทรศัพท์ดูข้อมูลของนักเตะคู่แข่งไปที่ผู้เล่นหมายเลข 6 หยวนอี้เฉิน
“นี่แหละผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง มิดฟิลด์สไตล์ box to box ที่โดดเด่นจนทีมในซาอุดิโปรลีกยังต้องดึงตัวไปเล่น”
ตฤณเก็บโทรศัพท์มือถือลงไปเพื่อเตรียมไปรับประทานอาหารเช้าร่วมกับทีม เขาเองมีอาการกังวลกับเกมที่จะถึงในวันรุ่งขึ้นจนวิชญ์พลที่เป็นรูมเมตยังรู้สึกได้
“เครียดเกินไปก็ไม่ดีนะพี่”
“อืม ฉันแค่คิดอะไรไปเรื่อยน่ะวิช”
“เรามาได้ไกลมากแล้วครับพี่ตฤณ ผมว่าทุกคนก็ตั้งใจกันหมด แล้วแผนที่โค้ชเตรียมไว้ผมว่าก็น่าจะได้ผลนะโดยเฉพาะลูกตั้งเตะของพี่”
ตฤณก้มหน้าลงอย่างคนมีความกังวล เขาไม่ตอบอะไรกลับไปทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น
“นั่นล่ะที่ฉันกังวล ฉันจะเตะฟรีคิกได้ 100% หรือเปล่า”
ก่อนเวลาแข่งขันราว 2 ชั่วโมง ทีมชาติจีนดูคึกคักเป็นพิเศษ วันนี้สนามความจุกว่า 70,000 คน มีผู้ชมเข้ามาเกือบเต็มความจุ สลาวิซ่า เพ็ทโควิช ได้ทราบถึง 11 ตัวจริงของทีมชาติไทย เขาจึงประชุมทีมในห้องพักก่อนออกไปอบอุ่นร่างกาย
“คู่แข่งจัดตัวมาแบบที่ฉันคาดไว้ นั่นก็แสดงว่าน่าจะเข้าแผนของเรา”
โค้ชชาวเซอร์เบียมั่นใจอย่างที่สุด เพราะเขาศึกษาวิธีการเล่นของทีมชาติไทยมาเป็นอย่างดี
“แผนทุกอย่างของพวกเขามันอยู่ในสิ่งที่เราเตรียมรับมือมาทั้งหมด เพราะงั้นพวกเราไม่ต้องกังวลมากทำตามแผนก็พอ”
เพ็ทโควิชหยุดพูดครู่หนึ่งราวกับนึกอะไรได้ จึงเรียกหยวนอี้เฉินกองกลางตัวเก่งมาบอกแผนลับ
“มีอยู่อีกอย่างที่ฉันเชื่อว่าเราป้องกันค่อนข้างยาก คือลูกฟรีคิกของเบอร์ 12 นั่น”
“โค้ชกำลังจะพูดอะไรครับ”
“อี้เฉิน นายทำยังไงก็ได้ให้เท้าซ้ายของหมอนั่นหมดฤทธิ์”
หยวนอี้เฉินตกใจกับแผนลับนี้ เขาเข้าใจความหมายดีแต่ใจหนึ่งเขาก็ยากที่จะยอมรับได้
“โค้ชครับ แบบนี้มันไม่เล่นสกปรกไปหน่อยเหรอ?”
เพ็ตโควิชหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธจึงตะคอกกลับไปแบบไม่ยั้ง
“ฉันสั่งก็ทำเถอะน่า!”
นักเตะทีมชาติจีนต่างเงียบกริบ หลายคนก็รู้สึกไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้มากนัก แต่ก็จนใจที่จะเห็นแย้ง
“ก็ได้ครับโค้ช แต่ผมจะไม่ทำจนเขาเจ็บหนักนะครับ”
“จะทำยังไงก็เรื่องของแกเถอะ ให้หมอนั่นยิงฟรีคิกไม่ได้ก็พอ”
เพ็ตโควิชนิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะบอกเหตุผลกับกองกลางตัวเก่ง
“เท้าซ้ายของหมอนั่นนอกจากจะมีการจ่ายบอลยาวที่ยอดเยี่ยม ลูกฟรีคิกของเขายังเป็นอาวุธเดียวที่พวกเราป้องกันไม่ได้”
โค้ชวัย 55 ปียื่นคำขาด
แฟนบอลจีนส่งเสียงกดดันทีมชาติไทยอย่างหนัก ระหว่างเดินลงสนาม ยานนิคที่ยังอายุน้อยผ่านประสบการณ์มาไม่มากถึงกับขาสั่นกับบรรยากาศนี้
“พี่ตฤณผมว่าผมเริ่มจะเกร็งๆแล้วล่ะ ดูสิแฟนบอลบางคนยังชี้หน้าด่าเราอีก”
“อย่าไปสนใจมากยานนิค ยังไงเราก็ฟังไม่ออกหรอก คิดซะว่าเขาเชียร์เราก็ได้”
ตฤณพยายามมองในมุมบวก แต่กองหลังร่างใหญ่ก็ยังรู้สึกไม่ดีขึ้นมากนัก
“เอางี้ยานนิค น้ำค้างเขาสอนนายแล้วไม่ใช่เหรอว่าต้องรับมือความกลัวยังไง”
กองหลังลูกครึ่งสวิสฯนึกขึ้นได้จึงหลับตานึกถึงผัดกระเพราแสนอร่อยของแม่ จิตใจจึงเบาลงเมื่อลืมตาขึ้นมาตัวเขาก็ไม่หวั่นไหวกับบรรยากาศตรงหน้าอีกแล้ว
หยวนอี้เฉินมองตฤณที่เดินลงสนามมาคู่กันด้วยใจที่สับสน แต่เขาตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็ต้องทำตามคำสั่ง
“ขอโทษด้วยนะคุณเบอร์ 12 แต่ฉันจำเป็นต้องทำ”
เกมในสนามเริ่มต้นขึ้น เสียงเชียร์จากแฟนบอลเจ้าภาพเร่งเร้าตั้งแต่วินาทีแรกทีมชาติจีนเขี่ยบอลคืนหลังไปที่เฉินอี้ผู้รักษาประตู ก่อนที่นักเตะคนอื่นอีก 8 คนวิ่งกรูขึ้นไปด้านหน้าประตูของทีมไทย
“จัดการเลยพวกเรา”
เฉินอี้สาดบอลยาวขึ้นไปถึงกรอบเขตโทษของไทย อเลเมากองหน้าที่รูปร่างสูงใหญ่วิ่งมาโหม่งเช็ดให้ดิลราบาที่วิ่งเติมขึ้นไปด้วยแปด้วยเท้าขวาจ่อๆ
“ไม่ให้เข้าได้หรอก เมี้ยว”
วิฬาร์วิทย์กระโดดเหยียดขาบล็อกจากเท้าของดิลราบาออกไปได้อย่างหวุดหวิด บอลกระฉอกมาเข้าทางของตฤณ
“จังหวะนี่ล่ะ ไปเลยอเล็กซ์”
ตฤณพยายามทำตามแผนที่วางเอาไว้ ที่จะใช้อล็กซ์ มักซ์ในเกมโต้กลับเร็ว แต่เขายังไม่ทันจะเตะลูกนี้ออกไป หยวนอี้เฉินเข้ามาเตะกวาดทั้งบอลทั้งคนล้มลงไป
“ปรี๊ด!”
ผู้ตัดสินเป่าฟาล์วอย่างไม่ลังเล แม้จะเป็นการเข้าสกัดที่ไม่จงใจเล่นคนตามสายตาของคนทั่วไป แต่แรงที่เตะนั้นหนักพอให้ตฤณเริ่มเกิดปัญหา
“อึ้ก.....เจ็บชะมัด”
ตฤณนั่งลงกุมที่ข้อเท้าซ้าย แต่ฝืนลุกขึ้นมาและเก็บซ่อนอาการเอาไว้
ผ่านไป 10 นาทีทีมชาติจีนเล่นในสไตล์แบบเดียวกับเกาหลีเหนือที่ใช้บอลยาวเป็นหลัก ต่างกันตรงที่ผู้เล่นแนวรุกของจีนไม่ได้แค่สูงใหญ่ แต่มีความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
“ไทเกอร์ประกบดีๆ ดูตัวนะอย่ามองแต่บอล”
ตฤณที่เป็นผู้นำในแนวรับของทีมต้องตะโกนสั่งการกองหลังที่เหลืออย่างจ้าละหวั่น เพราะบอลโด่งของจีนนั้นมาทุกทิศทาง และโจมตีต่อเนื่องโดยไม่หยุด
“แค่ 10 นาทีหน่อยๆ แต่พวกเราต้องกระโดดไม่รู้กี่ครั้ง นี่มันกินพลังงานมากเชียว”
บอลสกัดของยานนิคตกมาเข้าทางของหวังหยูเฟยกองหน้าจอมพลิ้วบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้าย ฌานเดชพยายามเข้าสกัดแต่กองหน้าหมายเลข 11 โยกหลบได้อย่างเหนือชั้น แต่ว่าตฤณที่เป็นด่านสองไม่พลาดเขาสามารถสกัดบอลได้ปลายเท้าบอลปลิ้นย้อนไปกำลังจะเข้าทางหยวนอี้เฉินกองกลางไดนาโมหมายเลข 6
“ต้องตามไปเอาบอลนี้ให้ได้”
ตฤณวิ่งไปจนเกือบได้บอลแต่หยวนอี้เฉินอาศัยจังหวะ 50:50 ง้างเท้ายิงอย่างเต็มที่ แรงเฉื่อยของการยิงนี้ทำให้เท้าของเขาไปเตะเข้าที่ข้อเท้าซ้ายของตฤณอย่างจัง
“อึ้ก...!”
ตฤณกัดฟันด้วยความเจ็บปวด จังหวะนี้ทำให้เขาตัวลอยและล้มลง ความรู้สึกเจ็บแปลบเล็กๆร้าวตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไปถึงหน้าแข้ง
“บ้าจริง ไม่ฟาล์วเหรอเนี่ย?”
ตฤณฝืนลุกขึ้นมาเล่นบอลต่อ แต่ฌานเดชช่วยสกัดทิ้งออกข้างไปได้ เขาจึงลงไปนั่งกุมข้อเท้าเพราะเริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาอีก
“เป็นอะไรมากรึเปล่าพี่? เดี๋ยวผมเรียกหมอนะครับ”
ฌานเดชโบกมือเรียกทีมแพทย์ให้มาช่วยดูข้อเท้าของตฤณ ซึ่งทำเพียงประคองออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม
“เป็นอะไรมากมั้ย ยืดตรงนี้เจ็บรึเปล่า?”
ทีมแพทย์เช็คอาการอย่างละเอียด ส่วนตฤณนั้นยังใจสู้พอที่จะอดทนได้
“ไม่เป็นไรครับ ผมยังไหว”
ทีมแพทย์ฉีดสเปรย์ความเย็นให้เขาทำให้ตฤณรู้สึกดีขึ้นลงน้ำหนักได้ปกติ
“ขอโทษจริงๆนะคุณเบอร์ 12 ฉันอาจจะต้องเล่นงานนายอีก 2-3 ครั้ง ยกโทษให้ฉันเถอะ”
หยวนอี้เฉินมองตฤณที่เดินกลับลงมาด้วยใจที่ไม่สบายนัก เขาเองก็ตั้งใจว่าจะไม่ทำร้ายตฤณโดยตรง แต่เลือกที่จะอาศัยจังหวะก้ำกึ่งเท่านั้น
เกมผ่านไปถึงนาทีที่ 30 ตฤณที่ต้องกระโดดสกัดบอลกลางอากาศของทีมชาติจีนเกือบจะตลอดบวกกับอาการเจ็บที่ข้อเท้าซ้าย เริ่มส่งผลให้เขาช้าลง จากที่เคยไล่ตามกองหน้าจอมเทคนิคอย่างหวังหยูเฟยได้ทัน ตอนนี้เขาเริ่มช้ากว่าคู่แข่งไปครึ่งก้าวแล้ว
“พี่ตฤณผมช่วยเอง”
ยานนิคเข้ามาบังทางของหวังหยูเฟยไว้ได้ แต่กองหน้าจอมพลิ้วกลับโยกบอลออกซ้ายกลับไปหาตฤณอีกครั้ง
“ไม่ให้ไปได้ง่ายๆหรอก”
ตฤณยืดขาสุดเหยียดแม้จะสะกิดบอลออกไปได้ แต่การฝืนจังหวะนี้ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าอีกครั้ง เขาทรุดตัวลงกุมข้อเท้าแต่บอลยังไม่ตายจึงมาเข้าทางหยวนอี้เฉินกองกลางพลังไดนาโมยิงไกลระยะ 20 เต็มข้อบอลทแยงมุมเข้าไปเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม ช่วยให้ทีมชาติจีนออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจจนสนามสั่นสะเทือนของแฟนบอลเจ้าบ้านกว่า 70,000 คน
“จ.....เจ็บใจนัก ถ้าเราไม่ล้มลงเพราะเจ็บคงบล็อคลูกนั้นได้ไปแล้ว”
ตฤณใช้สองมือขยำต้นหญ้าในสนามเพื่อระบายความผิดหวังนี้ เขาพยายามฝืนลุกขึ้นยืนแม้จะลงน้ำหนักได้ แต่ก็เริ่มรู้สึกถึงความตึงและปวดเล็กๆที่ข้อเท้าซ้าย
“ไม่รู้ว่าจะเตะฟรีคิกได้แบบที่ซ้อมไหมนะ ถ้ายังเจ็บแบบนี้”
ความกังวลเริ่มถาโถมมายังนักเตะวัย 32 ปี โค้ชเฟร์เรร์เองวางตัวเขาไว้เป็นทีเด็ดของเกมนี้ แต่ว่าตฤณเริ่มไม่มั่นใจว่าจะทำได้ตามนั้นบ้างแล้ว
ทีมชาติไทยเริ่มขยับเกมรุกเข้าสู้บ้าง วิชญ์พลและวรกมลขับเคลื่อนเกมอย่างกล้าหาญ แม้จะถูกผู้เล่นจีนเข้าถึงตัวเร็ว และเบียดชนจนล้มกลิ้งหลายครั้งด้วยรูปร่างที่เป็นรอง แต่ก็ยังค่อยๆปั้นเกมจนมีจังหวะบุกสวยๆอยู่ 2-3 ครั้ง
นาทีที่ 45 โอกาสทองของทีมชาติไทยและตฤณก็มาถึง ศุภวัฒน์ได้บอลระยะ 25 หลาเขาถูกซูซ่ากับดิลราบาอัดก็อปปี้จนล้มลง ผู้ตัดสินให้ฟาล์วและเป็นฟรีคิกระยะหวังผลของทีมชาติไทย
“ดีล่ะ โอกาสมาในเวลาที่เหมาะจริงๆ นายทำได้แน่ตฤณ”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์กำหมัดทำท่าชูขึ้นฟ้าด้วยความมีหวัง เช่นเดียวกับแฟนบอลไทยที่เข้าไปเชียร์ในสนาม 1,000 คน และผู้ชมทางบ้านนับล้าน
“เรายังไหว ไม่ได้เจ็บมากขนาดนั้น”
ตฤณพยายามบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ความจริงก่อนหน้านี้เขาเตะบอลด้วยเท้าซ้ายก็จะรู้สึกถึงความเจ็บเล็กๆแต่ลึกทุกครั้ง
“ตฤณ วายุโชติวิ่งเข้ามายิงลูกนี้! โอ้ว! พลาดครับบอลเช็ดเสาออกไปครับ น่าเสียดายจริงๆ”
ผู้บรรยายเกมที่เตรียมลุกขึ้นชูมือ กลับต้องดีใจเก้อเช่นเดียวกับแฟนบอลไทยทุกคน
“ความเจ็บมันเล่นงานเราจนไม่มีสมาธิเลย เราควบคุมทิศทางบอลไม่ได้ 100% แล้ว”
ตฤณกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เขาเดินออกสนามในช่วงพักครึ่งเวลา ความคิดในสมองของเขาเริ่มสับสนจนยากที่จะคุมได้
“พี่ตฤณ สีหน้าดูไม่ดีเลย เป็นห่วงจัง”
วรดาที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน เห็นเหตุการณ์ในครึ่งแรกมาตลอด เธอเป็นห่วงตฤณอย่างสุดหัวใจจนแทบจะอยากเหาะไปที่ชั่งไห่เสียเดี๋ยวนี้
“ไม่รู้ว่าในห้องพักให้ใช้โทรศัพท์ไหมนะ แต่ลองดูก็ไม่เสียหาย”
วรดาพิมพ์ข้อความบางคำส่งไปหาตฤณ โดยหวังว่าเขาจะได้อ่านเผื่อว่าจะช่วยได้บ้าง
ตฤณนั่งทอดอาลัยขณะพักครึ่ง แม้ตามองที่โค้ชเฟร์เรร์ซึ่งกำลังอธิบายแผนในครึ่งหลัง แต่หูของเขาแทบจะไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว
“มาเจ็บแบบนี้เราก็ใช้การวิ่งซัพพอร์ททั่วสนามไม่ได้โดยปริยาย แถมฟรีคิกก็ลดประสิทธิภาพลงไปอีก เจ็บใจจริงๆ”
“ติ๊ง!”
เสียงข้อความบนโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขาเห็นว่าใครส่งข้อความมา แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพทำให้ตฤณเลือกที่จะยังไม่หยิบมาดูในตอนนี้
“น้ำค้างส่งข้อความมา ไว้ก่อนกลับไปลงสนามค่อยเปิดอ่านก็ได้”
เวลาพัก 15 นาทีหมดลง ตฤณไม่ได้เปิดอ่านข้อความแต่อย่างใด ทว่าณวริศที่นั่งอยู่ใกล้กันนึกสนุกจึงเปิดข้อความนั้นอ่านดู
“อืม...พี่หมอไม่ได้ส่งข้อความมาเชียร์เหรอเนี่ย แต่ข้อความนี้หมายถึงอะไรกัน?”
เกมครึ่งหลังเริ่มขึ้น ทีมชาติจีนฉวยโอกาสบุกในช่วงต้นที่ทีมชาติไทยยังจัดระเบียบเกมรับได้ไม่ดี ซูซ่าเตะบอลยาวเข้าไปในเขตโทษอย่างแม่นยำ อเลเมาเบียดกับยานนิคแต่เหลี่ยมของกองหน้าเชื้อสายบราซิลได้เปรียบจึงโหม่งเช็ดไปให้จางเฟยหลงกองกลางจอมเทคนิควิ่งสอดขึ้นมาจากแถวสอง ตฤณดักทางไว้ได้กำลังจะเปิดบอลเร็วให้อเล็กซ์ มักซ์ แต่หยวนอี้เฉินพุ่งมาเตะกวาดทั้งคนและบอลจนร่วงไปกองกับพื้น
“อึ้ก.....นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว หมอนี่น่าจะมีแผนจัดการกับเท้าซ้ายของเรา”
ตฤณเริ่มไหวตัวทันแต่ก็สายไป อาการเจ็บข้อเท้าซ้ายของเขาเริ่มส่งผลชัดเจน แม้แต่การเตะบอลโด่งของเขาในจังหวะโต้กลับก็เริ่มมีปัญหา
“เตะครั้งนึงก็ปวดครั้งนึง แต่ฉันจะสู้ให้สุด”
หยวนอี้เฉินเริ่มคิดว่าตฤณเริ่มรู้ตัวแล้ว ขณะที่ตัวเขาเองก็ไปพลาดทำฟาล์วใส่อภิโชติจนได้ใบเหลืองติดตัวมาด้วย
“ถือว่าหมดเวรกรรมต่อกันนะคุณเบอร์ 12 ฉันจะไม่เล่นสกปรกกับนายอีก”
นาทีที่ 65 ทีมชาติไทยได้ฟรีคิกระยะหวังผลอีกครั้ง บริเวณด้านขวาของกรอบเขตโทษระยะ 20หลา แม้มุมจะน้อยแต่ลูกลักษณะนี้ตฤณเคยทำได้ในอัตรา 100% มาก่อน
“อีกสักทีเถอะน่า เท้าซ้ายของฉันอดทนเข้าไว้”
ตฤณวิ่งเข้ามาเตะฟรีคิกลูกนี้ด้วยใจที่ว้าวุ่น บอลที่กระทบเท้าสร้างความปวดร้าวไปยังข้อเท้าซ้ายจนคุมทิศทางไม่ได้
“อะไรครับนี่ บอลโด่งข้ามคานแบบไม่ได้ลุ้นเลยครับ ตฤณท่าจะมีปัญหาซะแล้วล่ะครับวันนี้”
ผู้บรรยายเกมและแฟนบอลไทยเริ่มรู้สึกสิ้นหวังขึ้นเรื่อยๆ ที่อาวุธพิฆาตอย่างฟรีคิกของตฤณเกิดปัญหาในเกมสำคัญแบบนี้
“ตฤณ! เกิดอะไรขึ้น?”
โค้ชเฟร์เรร์เรียกเขามาข้างสนาม เพราะอาการของเขาเริ่มปิดบังโค้ชคนนี้ไม่ได้
“นายเจ็บใช่ไหมตฤณ? บอกฉันมาตรงๆ”
“ครับ แต่ผมยังวิ่งได้ เล่นเกมรับไหวแค่เวลาต้องเตะแรงๆ หรือเปิดบอลยาวมันจะเจ็บขึ้นมา โค้ชอย่าเพิ่งเปลี่ยนผมออกนะครับ ผมยังช่วยเกมรับไหว”
“ได้ แต่ฉันคงต้องให้วิชเป็นคนเตะลูกตั้งเตะแทนนายนะตฤณ”
ตฤณเดินกลับไปประจำตำแหน่ง ขณะที่ข้างสนามทีมชาติไทยเปลี่ยนผู้เล่นโดยเปลี่ยนเอาวรกมลออกแล้วส่งณวริศลงไปแทนเพื่อเติมเกมรุกมากขึ้น
“พี่ตฤณ พี่หมอเขาส่งข้อความมาด้วยล่ะครับ”
ณวริศที่เพิ่งลงสนามรีบเข้าไปหาตฤณเป็นอย่างแรกเพื่อส่งข่าว
“อืม ฉันเห็นแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดอ่าน น้ำค้างว่ายังไงล่ะ?”
ใจของเขาคาดหวังว่าจะเป็นคำพูดให้กำลังใจจากจิตแพทย์สาว แต่สิ่งที่ได้ยินจากณวริศกลับเป็นอะไรที่ยิ่งกว่านั้น
“พี่เขาบอกว่า ถ้าเท้าซ้ายใช้ไม่ได้ก็ใช้อย่างอื่นที่มีสิคะ”
ตฤณได้ยินคำนี้เหมือนในหัวสว่างโล่ง ความคิดที่วนไปมาหายไปสิ้น แววตากลับมาเป็นตฤณคนเดิมที่ไม่เคยหวาดหวั่นกับสิ่งใด
“ใช่ ง่ายๆแค่นี้เอง เหมือนสมัยอยู่ ม.4 ไม่ผิดเลย”
ณวริศยืนฟังใกล้ๆด้วยความฉงน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ได้แต่วิ่งไปประจำตำแหน่งกองหน้าด้านขวาตามที่รับหน้าที่มา
เกมมาถึงนาทีที่ 70 ตลอดครึ่งหลังที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสูสี ทีมชาติจีนเริ่มใช้จังหวะฉาบฉวยจนเกือบยิงได้อีก 2 ครั้ง แต่ว่ารณพงศ์ช่วยเซฟไว้ได้ครั้งหนึ่ง ขณะที่ยานนิคกับวิฬาร์วิทย์ก็ช่วยกันสกัดไว้ได้ในอีกจังหวะยิงของอเลเมา
ศุภวัฒน์ได้บอลจากวิชญ์พล เขาส่งต่อไปทางซ้ายให้อภิโชติแต่ดิลราบาเสียบแบบถึงลูกถึงคนจนอภิโชติล้มกลิ้งไป เป็นฟรีคิกของทีมชาติไทยในระยะ 25 หลาทางด้านซ้าย
“เปล่าประโยชน์ ตัวเทพลูกตั้งเตะของไทยหมดสภาพไปแล้ว”
สลาวิซ่า เพ็ตโควิช ยิ้มเยาะเมื่อเห็นตฤณทำท่าจะมาขอบอลจากวิชญ์พลเพื่อมาเตะเอง
“พี่ตฤณเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอครับ”
“ไม่ต้องห่วงคราวนี้ฉันจัดการได้แน่วิช”
“แต่มุมนี้เท้าซ้ายมันยิงยากนะครับ”
“วิช ไว้ใจฉันเถอะการเตะลูกนี้ นอกจากจะได้ประตูตีเสมอ ทุกคนจะได้รู้ความจริงของฉันด้วย”
วิชญ์พลเลือกที่จะเชื่อใจเขาอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ตฤณตั้งบอลและถอยหลังไปเพื่อจะเตะลูกนี้
“ความจริงอะไรพี่ บอกผมก่อนได้รึเปล่า?”
ตฤณหลับตาทำสมาธิเพียงชั่วอึดใจแล้วจึงลืมตามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะบอกวิชญ์พลไปว่า
“ความจริงคือ ฉันถนัดเท้าขวาต่างหากล่ะ!”
ตฤณวิ่งเข้ายิงบอลจากเท้าขวาของเขา ลูกบอลปั่นโค้งอย่างน่าทึ่ง แม้จะไม่แรงเท่าเท้าซ้าย แต่มันก็ได้ทั้งน้ำหนักและทิศทางบอลพุ่งและมุดลงที่สามเหลี่ยมเสาไกลราวจับวาง
“อะไรกันครับเนี่ย ตฤณ วายุโชติยิงด้วยเท้าขวาครับ ลูกนี้ตีเสมอสำเร็จแล้วครับคุณผู้ชม”
วรดาดูการยิงด้วยเท้าขวาของตฤณด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เธออยากเห็นจากตฤณมาตลอด
“พี่ตฤณก้าวข้ามเสียงกระดูกหักได้แล้วสินะคะ ดีใจจริงๆ”
แฟนบอลทีมไทยที่มากันเพียง 1,000 คนส่งเสียงโห่ร้องกลบแฟนบอลจีนกว่า 70,000 คนอย่างสนิท ผู้เล่นทีมชาติไทยต่างเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงตฤณด้วยความสะใจ
“พี่ตฤณ นี่พี่เล่นเท้าขวาได้ขนาดนี้เลย”
ณวริศที่สนิทกับตฤณมานานประหลาดใจกับสิ่งนี้มาก ตลอดเวลาที่เล่นในสโมสรด้วยกัน เขาเห็นตฤณใช้เท้าขวาแทบนับครั้งได้
“ขอโทษที่ปิดบัง เรื่องนี้มันยาวไว้มีโอกาสจะเล่าก็แล้วกัน”
ตฤณโบกมือเรียกเพื่อนร่วมทีมให้รีบไปประจำตำแหน่งเพื่อเล่นกันต่อ ท่าทางของนักเตะไทยเริ่มมั่นใจขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก
เวลาเหลืออีกราว 20 นาทีรวมทดเวลา ทีมชาติจีนก็ไม่ยอมง่ายๆเร่งเกมบุกเข้าใส่อีกครั้งหวังหยูเฟยกับจางเฟยหลงยังขับเคลื่อนเกมรุกเข้าใส่ต่อเนื่อง แต่ทีมชาติไทยตั้งเกมรับอย่างแข็งแกร่ง
“ฌาณระวังเขาไปสุดเส้นแน่”
“ไว้ใจผมได้พี่ตฤณ!”
ฌานเดชสกัดบอลจากเท้าของหวังหยูเฟยไปได้ขณะที่ดาวเตะทีมชาติจีนจะเปิดบอลเข้ากลางให้อเลเมา แบ็คซ้ายทีมชาติไทยเปิดบอลข้ามฝั่งให้อเล็กซ์ มักซ์ทางด้านขวา ลูกครึ่งไทย-เยอรมันครอสบอลแบบไม่ต้องรอให้ณัฐนนท์ที่พุ่งขึ้นไปในเขตโทษแปเล่นทางอย่างเหนือชั้น บอลเกือบจะเสียบมุมอยู่แล้วแต่ซูซ่ายังสกัดบนเส้นออกไปได้
“พวกเขาดันเกมรุกสุดตัว ถ้าเราตั้งรับให้ดีๆแล้วรอจังหวะ ลูกแบบเมื่อกี้ต้องมีอีกแน่”
ตฤณอ่านเกมอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาขยับตัวขึ้นมาเป็นกองกลางตัวรับคอยปัดกวาดก่อนบอลจะถึงแนวรับ เขาเข้าสกัดบอลจังหวะสำคัญทำให้อเลเมาและหวังหยูเฟยไม่มีโอกาสง้างเท้ายิง ส่วนหยวนอี้เฉินกองกลางพลังสูงที่คอยเติมเกมขึ้นมาก็ถูกเปลี่ยนตัวออกไปก่อนนี้แล้ว
“อดทนไว้พวกเรา ต้องมีโอกาสอีกแน่”
ตฤณยังคงกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมที่แม้จะเริ่มอ่อนล้า แต่กำลังใจยังคงเต็มเปี่ยม เวลาเหลือเพียง 2 นาทีเขาเองเริ่มจะชินกับอาการเจ็บแปลบที่ข้อเท้าซ้ายแล้ว สัญญาณจาก smart AI watch ที่คล้องเอวเอาไว้ก็ส่งสัญญาณแค่สีเหลืองอ่อนเท่านั้น
“ไม่ค่อยเจ็บแล้ว คงถึงเวลาของผู้เล่นคนที่ 12 ซะที”
บอลจากการสกัดของวิฬาร์วิทย์ส่งต่อไปที่ตฤณ นักเตะวัย 32 เปิดบอลด้วยเท้าขวาขนานเส้นไปให้อเล็กซ์ มักซ์ แบ็คขวาทีมชาติไทยเลี้ยงจี้ไปจนสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางเรียดมาให้ณวริศ
“เปิดมาสวยมากอเล็กซ์เสียดายตรงนี้ฉันหาช่องยิงไม่ได้ แต่อีกคนน่าจะมีโอกาส”
ณวริศข้ามบอลหลอกทำให้ดิลราบาหลงทางตามเขาไป บอลย้อนหลังมาถึงกรอบเขตโทษ เสื้อสีน้ำเงินของทีมชาติไทยกับหมายเลข 12 ปรากฏตัวขึ้น
“จบแค่นี้ล่ะผู้ชนะคือพวกเราทีมชาติไทย”
ตฤณวิ่งมาแปบอลแรงด้วยเท้าขวา บอลติดไซด์โป้งทำให้ลูกพุ่งอ้อมผู้เล่นที่กองอยู่ 4 คนของทีมชาติจีนมุดลงที่สามเหลี่ยมเสาไกลซ้ายมือ แฟนบอลทั้งสนามแทบหยุดหายใจกับจังหวะนี้ที่ผ่านมือผู้รักษาประตูของจีนเข้าไป
“ย้าก....ก พี่ตฤณเรานำแล้ว!”
ณวริศวิ่งเข้ามาโผกอดเขาเป็นคนแรกตามมาด้วยเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ขณะที่ข้างสนามเฟร์เรร์กับอินยากี้ลงไปดีใจเกลือกกลิ้งกับพื้นอย่างบ้าคลั่งสวนทางกับแฟนบอลเจ้าถิ่นที่เงียบกริบทั้งสนาม
“ตฤณ วายุโชติอีกครั้ง! เท้าขวาอีกด้วย! นี่แทบจะเป็นประตูชัยแล้วครับเหลือแค่ไม่ถึงนาทีแล้ว”
เวลาที่ทดไปใกล้จะหมด ข้างสนามทีมชาติไทยตัดสินใจเล่นกับเวลาด้วยการเปลี่ยนวรเชษฐ์ลงไปแทนตฤณ แม้จะเป็นคู่แข่งแต่แฟนบอลชาวจีนจำนวนหนึ่งก็ปรบมือให้เขาที่โชว์ฟอร์มอย่างโดดเด่นในเกมนี้ และหลังจากนั้นเพียง 1 นาทีเศษเวลาการแข่งขันก็หมดลง
“ทำได้ครับ ทีมชาติไทยพลิกชนะเจ้าภาพจีน 2-1 เข้ารอบรองชนะเลิศเอเชี่ยนคัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สำเร็จครับ”
นักเตะไทยต่างล้มลงนอนกลางผืนหญ้าไม่ใช่เพราะเหนื่อยล้าจนหมดแรง แต่เพราะสะใจกับชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้
“คุณเบอร์ 12 วันนี้ผมขอโทษนะครับที่เข้าบอลหนักใส่คุณหลายครั้ง”
หยวนอี้เฉินเดินเข้ามาคุยกับตฤณเมื่อจบเกมด้วยภาษาอังกฤษ
“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจว่ามันเป็นเกม”
ตฤณตอบรับด้วยไมตรีแม้จะรู้ว่าเป็นการจงใจเล่นงานเขา แต่ก็ไม่ถือสาใดๆเพราะอย่างน้อยนักเตะคนนี้ก็ไม่เข้าเสียบรุนแรงกับเขาอย่างน่าเกลียด
“คุณเล่นได้ยอดเยี่ยมจริงๆ นี่เห็นว่าสโมสรของคุณก็ได้ไป ACL elite ด้วยสินะครับ”
“ใช่แล้วอี้เฉิน แต่ก็ต้องก้าวไปทีละขั้น ต้องผ่าน play off ไปก่อน”
“หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในถ้วยสโมสรเอเซียนะครับคุณตฤณ”
หยวนอี้เฉินจับมือและเดินจากไป ตฤณจึงไปร่วมดีใจกับเพื่อนๆและแฟนบอลอย่างมีความสุข ระหว่างนั้นใจเขาหวนนึกไปถึงคำพูดของวรดาเมื่อครั้งเขาอยู่ ม.4 ตฤณซึ่งเพิ่งจะเดินได้ไม่นานหลังหน้าแข้งข้างขวาหักในตอน ม.3 นั่งอยู่ข้างสนามฟุตบอลของโรงเรียน
“พี่ตฤณอยากเล่นฟุตบอลเหรอคะ?”
“เด็กสาว ม.1 ถามตรงๆด้วยความไร้เดียงสา”
“ใช่ น้ำค้างแต่พี่คงเล่นไม่ได้อีกแล้วล่ะ”
“เพราะขาขวาหักน่ะเหรอคะพี่?”
“อืม... พี่ตัดใจแล้วล่ะ”
วรดาในตอนนั้นนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดประโยคง่ายๆ แต่กระตุกความคิดของตฤณได้อย่างสิ้นเชิง
“ก็ถ้าขาขวาเล่นไม่ได้ พี่ตฤณก็ใช้ขาข้างซ้ายได้นี่คะ”
ตฤณในปัจจุบันที่กำลังเดินรอบขอบคุณแฟนบอลที่ปรบมือให้พวกเขานึกย้อนถึงคำพูดนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ขอบคุณนะน้ำค้าง เพราะเธอเลยทำให้พี่ลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้งจนมีวันนี้”